เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3086 : ผู้พิทักษ์ซือ
ตอนที่ 3086 : ผู้พิทักษ์ซือ
ในตระกูลเทียนหยวนนั้นผู้พิทักษ์ทุกคนต่างก็มีที่บ่มเพาะของตัวเองเพื่อแสดงถึงฐานะของพวกเขาพื้นที่ที่จัดให้กับผู้พิทักษ์นั้นถูกปกคลุมไว้ด้วยค่ายกลเป็นอย่างดี
ค่ายกลเหล่านี้มีพลังแตกต่างกันไป อันที่แข็งแกร่งนั้นสามารถหยุดการโจมตีของขั้นอสงไขยส่วนปลายได้ อันที่อ่อนแอนั้นหยุดได้แค่ขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 1
เทียบกันแล้วค่ายกลใหม่รอบตระกูลเทียนหยวนนั้นรับมือกับอัครสูงสุดได้ ค่ายกลตามที่พักของผู้พิทักษ์นั้นดูด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ค่ายกลเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นโดยนักสู้ขอบเขตบรรพกาลที่อยู่ที่นี่ เป้าหมายหลักของพวกเขาไม่ใช่กันการโจมตีจากศัตรูแต่เป็นการสร้างมิติลับเพื่อตัวพวกเขาเอง
ในพื้นที่ที่เหล่าผู้พิทักษ์อยู่ มันมีค่ายกลหนึ่งที่โดดเด่นกว่าค่ายกลที่เหลือ มันแข็งแกร่งเพียงพอจะกันการโจมตีของขั้นอสงไขยช่วงปลายได้
พื้นที่นั้นถูกจัดไว้ให้กับผู้พิทักษ์ซือ
ผู้พิทักษ์ซือ เป็นขั้นอสงไขยช่วงปลาย หนึ่งในขั้นอสงไขยช่วงปลายเพียงไม่กี่คนในหมู่ผู้พิทักษ์ที่ตระกูลเทียนหยวนรับเข้ามา เขาคอยทำตามทุกคำสั่งจากหัวหน้าตระกูล เขาไม่ได้คัดค้านเลยแม้แต่น้อย เขาทำภารกิจทุกอย่างอย่างจริงจังและสร้างผลงานขึ้นมาอย่างมาก
ตอนนั้น ผู้พิทักษ์ซืออยู่ในชุดขาวยืนอยู่ข้างบ่อน้ำ เขามองไปยังเต่าสีทองตัวเล็กที่อยู่ก้นบ่อ เขาไม่รู้ตัวเลยว่ามีสองคนโผล่มาด้านหลังเขา
สองคนนี้คือโมเทียนหยุนและผู้หญิงในชุดดำ !
โมเทียนหยุนโดนผู้พิทักษ์ซือมองข้าม ตอนที่เขามาถึงที่นี่ สายตาของเขาก็จับจ้องไปที่ก้นบ่อน้ำ เขาจ้องไปที่เต่าสีทองที่ว่ายไปมาอย่างไร้จุดหมายด้วยสายตาเหม่อลอย
“ เทียนหยุน เจ้าจำมันได้รึไม่ ? ” ตอนนั้นผุ้หญิงในชุดดำก็พูดขึ้นมา เสียงของนางอ่อนโยนอย่างมาก มันมีเสน่ห์ราวกับทำให้วิญญาณลุ่มหลงไปตาม
เสียงนี้ทำให้ผู้พิทักษ์ซือสะดุ้ง เขารีบหันกลับมาพร้อมสีหน้าที่เปลี่ยนไป จ้องมองไปที่ทั้งสองคนที่โผล่มาด้านหลังด้วยสีหน้าตกใจและระวังก่อนจะตะโกนออกมา “พวกเจ้าเป็นใคร ? ”
โมเทียนหยุนมองไปที่ผู้พิทักษ์ซือ ผู้พิทักษ์ซือสนใจเต่าสีทองอยู่ตลอด เขาได้พูดขึ้นด้วยท่าทีเฉยเมย “เจ้าไม่ต้องลนลานไป ข้าไม่ได้มาร้าย” ในตอนที่พูดนั้น โมเทียนหยุนก็ได้ชี้ไปที่เต่าแล้วถามขึ้นมา “เจ้าเกี่ยวข้องยังไงกับมัน ? ”
ทันทีที่ได้ยินว่าโมเทียนหยุนมาที่นี่เพราะนายน้อย ผู้พิทักษ์ซือก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา เขาได้พูดขึ้นว่า “ข้าถามได้รึไม่ว่าพวกเจ้าเป็นใคร ? อย่าลืมว่านี่คือตระกูลเทียนหยวน ข้ามั่นใจว่าพวกเจ้ารู้ว่าตระกูลเทียนหยวนนั้นมีภูมิหลังเช่นใด”
โมเทียนหยุนมองไปที่ผู้พิทักษ์ซือ ก่อนจะพูดด้วยท่าทีเฉยเมย “ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่เชื่อข้า นอกซะจากว่าข้าจะบอกว่าข้าเป็นใคร ข้าคือผู้อาวุโสสูงสุดของลัทธิปิศาจชั้นฟ้าแต่ในโลกเซียนแห่งนี้ หลายคนเรียกข้าว่าจ้าวปีศาจชั้นฟ้า ! ”
“ว่าไงนะ ? ทะ ทะ ทะ ท่านคือจ้าวปีศาจชั้นฟ้าในตำนานน่ะรึ ? จ้าวปีศาจชั้นฟ้าที่ทำลายจักรวรรดิเทียนของเขตกลางด้วยฝ่ามือเพียงครั้งเดียวน่ะรึ ? ” ผู้พิทักษ์ซือพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าหวาดกลัว ย้อนกลับไปในอดีตนั้นที่ราบเมฆาเกิดความวุ่นวายขึ้นมา จักรวรรดิเทียนของเขตกลางนั้นพยายามจะยึดที่ราบเมฆาเอาไว้ สุดท้ายพวกเขาก็ต้องขอให้จ้าวปิศาจชั้นฟ้ามาช่วย
สุดท้ายด้วยฝ่ามือเดียวของผู้อาวุโสสูงสุดของลัทธิปิศาจชั้นฟ้าก็ทำลายจักรวรรดิเทียนที่คิดจะยึดที่ราบเมฆาทิ้งได้ เหตุการณ์นี้ทำเคยสั่นสะเทือนทั้งที่ราบเมฆา ข่าวนี้ถึงกับดังไปยังที่ราบอื่น ๆ ทำให้องค์กรมากมายหันมาสนใจ
แต่เพราะมีน้อยคนนักที่ได้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของจ้าวปิศาจชั้นฟ้า ผู้พิทักษ์ซือจึงคิดไม่ถึงว่าชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาจะเป็นจ้าวปิศาจขั้นฟ้าในตำนาน !
“ทะ ท่านคือ จ้าวปิศาจชั้นฟ้า รึ ? ” ผู้พิทักษ์ซือพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เขายากจะเชื่อได้
“ในเมื่อเจ้ารู้แล้วว่าข้าเป็นใคร งั้นก็ถึงตาเจ้าบอกข้าเรื่องมันแล้ว” โมเทียนหยุนมองไปที่เต่าอีกครั้ง มันราวกับว่ามีแค่เต่าที่อยู่ในสายตาของเขา
หากไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าเขาเห็นว่าเต่านี้กับผู้พิทักษ์ซือนั้นเกี่ยวข้องกัน งั้นผู้พิทักษ์ซือคงไม่มีสิทธิ์รู้ตัวตนของโมเทียนหยุนได้หากดูจากระดับการบ่มเพาะ
ผู้พิทักษ์ซือสูดหายใจเข้าลึก ๆ แม้แต่ขั้นอสงไขยช่วงปลายอย่างเขาก็รู้สึกกดดันเมื่อต้องพูดคุยกับคนในตำนานอย่างจ้าวปิศาจชั้นฟ้าแบบใกล้ชิดแบบนี้
“เขาคือนายน้อยของข้า”
ผู้พิทักษ์ซือเริ่มเล่าทุกอย่างช้า ๆ กลับเป็นว่าเขาเป็นแค่ชายหนุ่มที่เดินอยู่ในท้องถนนเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นเขาถูกพ่อแม่ของนายน้อยรับเลี้ยงเอาไว้และกลายมาเป็นคนรับใช้ พวกนั้นให้ทรัพยากรกับเขาและสอนวิธีการบ่มเพาะให้กับเขา
หลังจากนั้นตอนที่ถูกนำตัวกลับไปยังตระกูลโดยพ่อแม่ของนายน้อย สุดท้ายเขาก็รู้ว่าพวกนี้มาจากองค์กรชั้นนำที่ยืนอยู่จุดสูงสุดของที่ราบทั้ง 81 แห่ง พวกนี้คือเผ่าเต่าจระเข้และพวกเขามีบรรพชนที่เป็นอัครสูงสุดชั้นสวรรค์ที่ 1
หลังจากนั้นมาเผ่าเต่าจระเข้ก็เผชิญหน้ากับหายนะ เจ้านายทั้งสองของเขาตายไปเพราะการต่อสู้ ก่อนที่พวกนั้นจะตาย พวกนั้นได้มอบหมายให้เขาดูแลนายน้อยที่เพิ่งเกิดใหม่
หลังจากนั้น ผู้พิทักษ์ซือก็หนีมาพร้อมกับนายน้อย หลังจากที่ผ่านความลำบากมามากมายสุดท้ายเขาก็มาถึงที่ราบเมฆาและเข้าร่วมตระกูลเทียนหยวน
“เจ้าเป็นคนที่จงรักภักดี แต่นายน้อยของเจ้าต้องเจอกับปัญหาใหญ่ เขาเกิดก่อนกำหนด เขามีข้อบกพร่องมากมายรวมถึงปัญหาอื่น ๆ ที่แอบแฝงเอาไว้ หากเจ้ายังอยู่ในตระกูลเทียนหยวน เจ้าอาจจะต้องใช้เวลาหลายล้านปีรับใช้ตระกูลเทียนหยวนเพื่อโอกาสที่จะช่วยนายน้อยเจ้า หากดูจากระดับผลงานที่เจ้าได้สร้างเอาไว้”
“เรื่องอาการบาดเจ็บของนายน้อยนั้นแย่กว่าที่เจ้าจะคาดถึง หากเจ้าต้องการให้นายน้อยหายดี ราคามันก็สูง แม้ว่าเจ้าจะยอมเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกแต่ก็ไม่ได้ใกล้เคียงเลย” โมเทียนหยุนหันไปมองผู้พิทักษ์ซือด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ข้าจะให้โอกาสเจ้า เอานายน้อยไปกับข้า ข้าจะทำทุกอย่างที่ข้าทำได้เพื่อช่วยนายน้อยของเจ้า ไม่ใช่แค่จะรักษานายน้อยของเจ้า แต่จะช่วยให้เขาเติบโตขึ้นมาเป็นอย่างดีอีกด้วย”
ผู้พิทักษ์ซือหายใจถี่ขึ้นมาแต่เขาไม่ได้ลนลาน เขาได้ถามขึ้นมา “ข้าถามได้รึไม่ว่าข้าต้องแลกด้วยอะไร ? ”
“ข้าไม่ได้ต้องการอะไร ข้าไม่ได้ช่วยนายน้อยของเจ้าเพื่อหวังการตอบแทน นายน้อยของเจ้ากับข้านั้นเป็นตัวตนที่คล้ายคลึงกัน นายน้อยของเจ้ากับข้ามีหน้าที่และเป้าหมายคล้ายกัน” โมเทียนหยุนพูดขึ้นพร้อมสายตาที่เหม่อลอยขึ้นมา