เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ - ตอนที่ 535 ความกลัวที่เกิดขึ้นจากการควบคุม ของเพื่อนสุดแสนธรรมดาเมื่อหลายปีก่อน
- Home
- เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ
- ตอนที่ 535 ความกลัวที่เกิดขึ้นจากการควบคุม ของเพื่อนสุดแสนธรรมดาเมื่อหลายปีก่อน
คนที่มาถึงที่เกิดเหตุต่างเป็นคนรู้ต้นสายปลายเหตุแล้ว ทั้งนั้น
ผู้คนส่วนใหญ่ล้วนตั้งใจหัวเราะเยาะตระกูลฉินเรื่อง ทายาทสืบสกุล แต่คิดไม่ถึงว่าฉินฮั่นชิวจะพลิกเกมได้ขนาดนี้
อวิ๋นกวงกรุ฿ปเป็นคนที่แม้แต่ตระกูลเฉิงยังคิดดึงมาร่วม ธุรกิจด้วยกัน แม้ว่าปกติแล้วจะใช้ชีวิตแบบสมถะขนาดไหน
แต่ก็ยังคงสร้างความน่าเกรงขามให้ผู้อื่นได้เสมอ พอได้มีข่าว แบบนี้ ทําให้นักลงทุนต่างมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น
ไม่เพียงแต่พวกเขาเท่านั้น แม้แต่ตัวแทนผู้ถือหุ้น ระดับสูงจากตระกูลฉินที่เหลือหลายท่านยังต้องหยิบมือถือ รายงานเรื่องนี้ให้กับนายใหญ่ทราบ
ภายใต้สถานการณแแบบนี้ เรื่องของโอวหยางเวยหรือ แม้แต่ตระกูลโอวหยางก็ไม่สําคัญอีกแล้ว
“คุณเคยบอกไม่ใช่เหรอว่าตระกูลเฉิงและตระกูลสวีจะ ไม่เข้ามาก้าวก่าย แล้วตอนนี้มันเรื่องอะไรกัน” ไม่เพียง เท่านั้นคุณชายสี่ตระกูลฉินยังได้รับสายตรงจากผู้ถือหุ้นใหญ่
ที่ยืนอยู่ข้างเขา แถมยังถูกก่นด่าว่าจนไม่มีชิ้นดี “ฉันซวย เพราะคุณคนเดียวเลย”
พอพูดจบก็ไม่รอให้คุณชายสี่ตระกูลฉินได้ตอบโต้ พลัน ตัดสายทิ้งในทันที
แม้ว่าหนิงฉิงไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่า จะดูสีหน้าคนอื่นๆ ไม่ออก สีหน้าท่าทางคุณชายสี่ตระกูลฉิน และคนอื่นๆ เธอก็เห็นอยู่กับตา ตอนนี้จึงได้รับรู้ถึงเรื่องราวที่ ผิดปกติ และหันถามฉินอวี่โดยไม่ได้ตั้งใจ “อวี่เอเอรแ เรื่องนี้ มัน……”
ฉินอวี่เองก็ได้หยิบมือถือออกมาอ่านข่าวที่เกิดขึ้น
พวกเฉินนีรอร่างข่าวประกอบรูปภาพ ซึ่งเธอเป็นเจ้า เดียวที่ได้รับการอนุญาตให้เผยแพร่บทสัมภาษณแออกมา ทํา ให้ได้รับความสนใจจากวงการไอทีอย่างมาก
เธอไม่รู้ว่า poppy คือใคร แต่อ่านจากคอมเมนตแใต้ข่าว นั้นก็ทําให้รู้อะไรมากขึ้น ยิ่งปฏิกิริยาที่แสดงออกของคุณชาย สี่ตระกูลฉิน ยิ่งทําให้สีหน้าของเธอซีดเซียว และไม่มีกะจิตกะ ใจฟังเรื่องอื่นอีกต่อไป
เธอมองมาทางคุณชายสี่ตระกูลฉิน “คุณชายสี่ตระกูลฉิน ฉัน…”
คุณชายสี่ตระกูลฉินยืนนิ่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน ภายใน ใจรู้สึกสิ้นหวังอย่างสิ้นเชิง ผ่านไปสักพักใหญ่ เขาเงยหน้าขึ้น มองมาตรงหน้าห้องโถงที่เต็มไปด้วยความแออัดเบียดเสียด กันของผู้คน พลันร่างกายก็รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ แล้วเขาจึงเริ่ม ตั้งสติได้
“เธอไปหาลู่ทางอื่นเถอะนะ ฉันตอนนี้ก็เอาตัวไม่รอด แล้ว” เขามองมาทางฉินอวี่และพูดออกมาตรงๆ
เขาพูดจบโดยไม่รอให้ฉินอวี่ตอบโต้ ก่อนจะหันไปทาง คนสนิทข้างกาย
ในใจเขารู้ดีว่าตระกูลเฉิงกับตระกูลสวีไม่ได้มีส่วน เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
และตระกูลเฉิงอย่างเฉิงเวินหรูกับกลุ่มอวิ๋นกวงกรุ฿ปมี สัญญาร่วมมือกันอยู่ อีกทั้งยังห่างไกลจากศูนยแข้อมูลลับของ ชั้นยี่สิบแปด
สองตระกูลนี้สามารถทําให้ poppy ออกมาช่วยพวกเขา ได้ แต่พวกเขาจะไม่มีทางยกโอกาสนี้ให้กับฉินฮั่นชิวแน่นอน
โอกาสเดียวที่จะเป็นไปได้ก็คือ….
คุณชายสี่ตระกูลฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
สมองของเขามีเงาของใครบางคนแวบเข้ามาวูบหนึ่ง…
นั่นก็คือฉินหร่าน!
“ยกเลิกงานแถลงข่าวซะ” คุณชายสี่ตระกูลฉินหันไป ข้าง ๆ แล้วพูดกับคนสนิทอย่างเด็ดขาด “ไปปรึกษากับเลขา ของเขา ฉันจะยกหุ้นห้าเปอรแเซ็นตแให้เป็นของขวัญ ภายใน กลุ่มบริษัทตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ใครก็ห้ามวางแผนการ ต่อต้านกับพวกเขา”
หุ้นห้าเปอรแเซ็นตแไม่ต่างอะไรกับตัดเนื้อของคุณชายสี่ ตระกูลฉินออก
หากกล่าวเป็นของขวัญ สู้จะกล่าวว่าเขายอมก้มหัวให้กับ ฉินฮั่นชิวจะดีกว่า
หุ้นห้าเปอรแเซ็นตแที่แบ่งออกไปนั้น ก็เท่ากับว่าคุณชายสี่ ตระกูลฉินจะไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อีกต่อไป
แต่เขารู้ดีว่าตัวเองกําลังทําอะไรอยู่
และรู้ดียิ่งกว่าการที่ฉินฮั่นชิวเอาสัญญาฉบับนี้ออกมามัน หมายถึงอะไร!
ถ้าเป็นไปได้ เขาก็ไม่อยากยกหุ้นห้าเปอรแเซ็นตแนี้ให้โดย เด็ดขาด แต่ถ้าไม่ยอมยกให้ สิ่งที่รอเขาอยู่ก็คือ…
“ครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้” คนสนิทรีบเอามือถือออกมา ติดต่อเพื่อจัดการเรื่องนี้
คุณชายสี่ตระกูลฉินไม่มีจิตใจไปจัดการเรื่องอื่นอีก ซ้ํายัง ไม่ได้ติดต่อกับโอวหยางเวยเลย ไม่นานเขาก็เดินออกจากตรง นี้
หลังจากเขาออกไป คนที่เหลือก็ได้แต่มองหน้ากันไปมา ด้วยความหดหู่
ฉินอวี่พิงบานประตู และทรุดตัวลงไปนั่งอยู่กับพื้น
เธอเข้าใจดี แม้แต่โอวหยางเวยก็ทําอะไรฉินหร่านไม่ได้… กับคนระดับฉินหร่าน ไม่ว่าเธอจะพยายามแค่ไหน ก็ตีสนิท เพื่อใกล้ชิดไม่ได้หรอก
ใกล้ๆ กัน สวี่อวิ๋นเหาก็กําลังก่นด่าด้วยเสียงเบา
“หัวหน้าสวี่ ตอนนี้เราจะทํายังไงดี โปรเจ็กตแของท่านฉิน สี่จะถูกยกเลิกแล้ว…” สมาชิกทีมหนึ่งก็ได้มองมาที่นักข่าวที่ เบียดเสียดกันอยู่ตรงหน้า พลางเสียใจกับข้อผิดพลาดที่ เกิดขึ้น หลายวันก่อนเขาไม่ควรออกจากทีมของฉินฮั่นชิว ตามสวี่อวิ๋นเหาเลย
สวี่อวิ๋นเหาพูดด้วยน้ําเสียงสั่นเครือ “กลับไปส่งมอบงาน ให้จบก่อน”
ข่าวของ poppy ที่เกิดขึ้น ทําให้คนเก่งทั้งหลายต้องการ เข้าร่วมทีมของฉินฮั่นชิว เพราะอยากร่วมงานกับ poppy อย่างไม่ขาดสาย
เขาก็อยากกลับไปเหมือนกัน แต่ทางหัวหน้าฉินไม่น่าจะ รับเขาอีกแล้ว
แต่เขาก็ไม่คิดว่าฉินฮั่นชิวจะโชคดีขนาดนี้
ในตอนนี้ไม่ใช่แค่คุณชายสี่ตระกูลฉิน แม้แต่สวี่อวิ๋นเหาก็ ยังรู้สึกได้ว่าฉินหร่านไม่ได้ธรรมดาเหมือนที่เห็นได้จาก ภายนอก
**
เมื่องานแถลงข่าวจบลง
ฉินหร่านที่ใส่หมวกอยู่นั้น หลังจากที่ได้รอฉินฮั่นชิวกับ หัวหน้าแผนกฉินต้อนรับทุกคนที่เข้างานเสร็จ เธอก็ได้ไปร่วม ทีมของตระกูลฉินด้วยกันกับพวกเขา
ส่วนเฉิงเจวี้ยนก็เดินตามหลังฉินหร่านอยู่ตลอดโดยไม่พูด อะไรออกมา
เขามีบุคลิกที่พิเศษกว่าใคร ซึ่งฉินฮั่นชิวยังได้เรียกชื่อ “เสี่ยวเฉิง” อยู่ตลอด จนทําให้พวกคนของหัวหน้าแผนกฉิน จําเขาได้หมดแล้ว
ต่อให้ที่เมืองหลวงตอนนี้มีข่าวลือเกี่ยวกับเขามากมาย แต่คนของหัวหน้าแผนกฉินก็ยังคงเคารพนับถือเฉิงเจวี้ยนอยู่ ไม่คลาย
ภายในออฟฟิศของฉินฮั่นชิว ในที่สุดเขาก็ได้วาง สายโทรศัพทแสายสุดท้ายเสียที เขามองมาที่หัวหน้าแผนกฉิน แล้วยืนขึ้นมาโค้งคํานับ “หัวหน้าแผนกฉิน รอบนี้ผมโชคดีที่ ได้คุณคอยช่วยไว้”
ส่วนคนอื่นๆ ก็นั่งลงบนโซฟาของออฟฟิศ
พอได้ยินดังนี้ หัวหน้าฉินส่ายหน้าเบาๆ “เป็นเพราะ สัญญาที่คุณหนูฉินเอาออกมาต่างหาก ผมก็แค่สู้กับพวกเขา โดยใช้จิตวิทยาแค่นั้นเอง”
แต่รอบนี้ผลที่ได้ดีเกินคาด เพราะสิ่งนี้ทําให้ได้รู้คือ สายลับของทางฉินฮั่นชิวมีไม่น้อยเลย
“ถูกต้องครับ เป็นเพราะคุณหนูเลย” พ่อบ้านฉินไม่ได้นั่ง ลง พลางมองไปที่ฉินหร่าน
ภายในออฟฟิศ คนสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ หุ้นส่วนของฉิน ฮั่นชิวมาตลอด ก็ได้มองมาที่ฉินหร่านเช่นกัน “ยังดีที่เรามี
คุณหนูฉิน ต่อจากนี้ไปหัวหน้าแผนกฉินจะไม่ต้องสู้ตามลําพัง แล้ว”
คนทั้งกลุ่มก็ได้มองมาที่ฉินหร่านด้วยความแปลกใจ แม้ ภายในใจจะมีข้อสงสัยมากมาย แต่สีหน้าที่ที่เรียบเฉยของ ฉินหร่านที่แสดงออกมานั้น ทําไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถาม
จากนั้นเธอก็รับโทรศัพทแสายหนึ่ง หลังจากปลายสายพูด มาคําหนึ่ง เธอก็เงยหน้าขึ้นพลางตอบว่า “ถึงแล้วเหรอ ขึ้น มาถึงชั้นสิบเก้า แล้วแจ้งชื่อพ่อฉันก็พอ”
“หร่านหร่าน ใครมาเหรอ?” ฉินฮั่นชิวหันไปถามฉินห ร่าน
ฉินหร่านมองไปด้านนอกและครุ่นคิดสักพัก ก่อนตอบว่า “เป็นคนที่ร่วมงานกันก่อนหน้านี้ อยากให้พวกคุณพบกันสัก หน่อย”
“ครับ” พ่อบ้านฉินพยักหน้า โดยไม่ได้ใส่ใจมากเป็น พิเศษ “งั้นผมลงไปรับเขาดีกว่า”
อย่างไรคนผู้นั้นก็เป็นเพื่อนกับฉินหร่าน หากให้เขาขึ้นมา เอง จะเป็นการเสียมารยาทไปหน่อย
“ไม่ต้องหรอกค่ะ” ฉินหร่านส่ายหน้า เธอมองออกไป นอกประตูพลันเอ่ย “เขาไม่ชอบพวกพิธีรีตองอะไร และเขาก็ กําลังจะถึงแล้ว”
พอได้ยินฉินหร่านพูดแบบนี้แล้ว พ่อบ้านฉินก็ครุ่นคิด สักครู่ และไม่ได้เดินออกไปรับอย่างที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก เพื่อนของอัจฉริยะมักมีนิสัยแปลกๆ เพื่อนของฉินหร่านคน นั้นอาจจะชอบความเรียบง่ายก็ได้
ขณะที่คนในออฟฟิศกําลังพูดคุย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น