เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ - ตอนที่ 580 ดาวดวงใหม่แห่งวงการฟิสิกส์ !
ฉินหร่านเงยหน้าขึ้น เธอเดาได้แล้วว่านักวิจัยเลี่ยวกําลัง พูดถึงใคร
หลุบตาลง มือกระชับแน่น
ผ่านไปได้สักพักก็เงยหน้าขึ้น “คุณให้พวกเขาเข้ามา เถอะ”
เมื่อได้รับคํายินยอมจากฉินหร่าน นักวิจัยเลี่ยวก็หยิบ โทรศัพทแขึ้นมาโทร.หาเบอรแๆ หนึ่ง “สถาบันวิจัยครับ ที่เดิม พวกคุณมากันก่อน”
นักวิจัยเลี่ยวโทร.เสร็จก็วางโทรศัพทแไว้อีกด้าน “พวกเขา อยู่ละแวกนี้มาสองสามวันแล้ว คงมาถึงอีกสิบนาที”
หนานฮุ่ยเหยายกแก้วน้ําขึ้นดื่มพลางมองนักวิจัยเลี่ยวกับ ฉินหร่าน อยากจะถามดูว่าเป็นใครกันแน่
แต่บรรยากาศค่อนข้างเคร่งเครียด
เธอจึงไม่กล้าถามออกไป
ได้แต่สบตากับพวกฉู่หัง
สิบนาทีต่อมาก็มีคนมาเคาะประตู
หนานฮุ่ยเหยารีบเดินไปเปิดประตู
คนที่เข้ามามีห้าคน ใบหน้าผ่านร้อนผ่านหนาว สวม เสื้อผ้าเรียบง่ายค่อนข้างไปทางสะอาดสะอ้าน ผอมเห็น กระดูก หลังตรง วางท่าสง่าผ่าเผย เห็นถึงความมีสง่าราศี
หนานฮุ่ยเหยาไม่รู้จัก แต่ฉู่หังกลับรู้จักหนึ่งในนั้น เขาพูด ออกมาด้วยความประหลาดใจ “ศาสตราจารยแฉี?”
ศาสตราจารยแฉีเป็นศาสตราจารยแที่มีชื่อเสียงในวงการ ฟิสิกสแ นับว่าเป็นบุคลากรอาวุโสเลยก็ว่าได้ แต่แค่ว่าเขาไม่ได้ อยู่ในสถาบันวิจัยตลอด เขามักจะออกไปสอนหนังสือ ช่วง หลายปีมานี้เขาถูกบดบังบารมีไปบ้าง แต่ในข้อมูลทางฟิสิกสแ ยังมีประวัติของเขาอยู่ในนั้น ฉู่หังความจําดี อ่านรอบเดียวก็ จําได้
จําได้โดยธรรมชาติ
ศาสตราจารยแฉีไม่คิดว่าจะมีคนจําได้ เขายิ้มและพยัก หน้าให้ฉู่หังก่อนจะมองคนในห้องพักรับรอง
ช่วงนี้ฉินหร่านโด่งดังมากในวงการฟิสิกสแ เธอได้รับการ พูดถึงว่าเป็นบุคคลแห่งยุคX0แห่งวงการฟิสิกสแ แทบทุกคนที่ ศึกษาวิชาฟิสิกสแล้วนรู้จักชื่อเสียงดาวดวงใหม่คนนี้
ทั้งห้าคนรวมไปถึงศาสตราจารยแฉีต่างก็ทักทายฉินหร่าน และอดชื่นชมไม่ได้ “เธอคงเป็นฉินหร่านสินะ คนรุ่นใหม่เก่ง กว่าคนรุ่นก่อนจริงๆ ด้วย! สถาบันวิจัยเมืองหลวงฝาก ความหวังไว้ได้”
ฉินหร่านมองห้าคนนี้ เกร็งเล็กน้อย
เธอพับขนตาลงเพื่อปกปิดรอยแดงใต้เปลือกตา “ศาสตราจารยแฉี ศาสตราจารยแสวี่…”
ฉินหร่านเรียกแซ่พวกเขาห้าคน
แต่พวกเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ชื่อเสียงฉินหร่าน แพร่หลายเป็นวงกว้าง ทว่าพวกเขาไม่ได้สนใจความขัดแย้ง ในวงการฟิสิกสแมานานมากแล้ว
แค่มองไปที่เลี่ยวเกาอั๋ง
“เลี่ยวเกาอั๋ง ลูกหลานอาจารยแที่คุณมักจะเล่าให้เราฟัง ตอนนี้อยู่ที่ไหนแล้วล่ะ?” ศาสตราจารยแฉีจําเรื่องสําคัญที่ ตัวเองมาที่นี่ได้ เขามองตรงไปที่เลี่ยวเกาอั๋ง แววตาร้อนอก ร้อนใจ “ไม่ต้องห่วง ฉันไม่รบกวนพวกเขาหรอก แค่มาฟัง ข่าวคราว”
เลี่ยวเกาอั๋งไม่ได้พูดอะไร เขาแค่หันหน้าไป ดวงตาดํา ขลับมองไปทางฉินหร่าน
นี่หมายความว่า…
กลุ่มศาสตราจารยแฉีห้าคนตกตะลึง มองไปทางฉินหร่าน อย่างไม่อยากจะเชื่อ ศาสตราจารยแสวี่พูดขึ้นมาเป็นคนแรก “คุณหมายถึง เธอ…”
เลี่ยวเกาอั๋งยังไม่ทันได้พูดอะไร ฉินหร่านก็ถลกชายเสื้อ ขึ้นแล้วคุกเข่าลง
เธอโค้งศีรษะให้ผู้อาวุโสทั้งห้าคน พูดชัดถ้อยชัดคํา “ตา กําชับมาอย่างดีว่าถ้าได้พบผู้อาวุโสทั้งห้า ต้องขอบคุณผู้ อาวุโสทุกท่านแทนตาด้วย”
“ฉินหร่านนึกละอายใจ อยากจะรอให้ผ่านเรื่องนี้ไปก่อน แล้วค่อยมาหาผู้อาวุโสทั้งห้าเพื่อขอบคุณเป็นการส่วนตัว” ทันทีที่พูดจบ ฉินหร่านก็วางมือบนพื้นแล้วโค้งหัวลงไปอีกครั้ง
ผู้อาวุโสทั้งห้าเป็นกลุ่มเดียวที่ให้การสนับสนุนหนิงเอ่อรแ ในหมู่คนร้อยกว่าชีวิตในสถาบันวิจัย
ออกจากสถาบันวิจัยด้วยหยาดเลือด
ตอนแรกอาจารยแใหญ่สวีให้ฉินหร่านไปติดต่อพวกเขาห้า คนนี้ แต่ฉินหร่านไม่ได้ไป เธออยากรอให้เรื่องสงบลงก่อน เพราะไม่อยากลากผู้อาวุโสทั้งห้าเข้าสู่สถานการณแวุ่นวาย
แต่กลับไม่คิดว่าพวกเขาห้าคนนี้จะมาด้วยตัวเอง
ฉินหร่านเม้มปาก กลั้นดวงตาที่แดงก่ํา
ตอนนี้เธอมีเฉิงเจวี้ยน จระเข้ยักษแ กู้ซีฉือ และพวกฉัง หนิง แม้จะลําบากไปบ้างและยังปกปูองอาจารยแใหญ่สวีไว้ ไม่ได้
แต่ย้อนกลับไปตอนนั้น คุณตา คุณยายและ ศาสตราจารยแฉีไม่มีอะไรเลย พวกเขาผ่านมันมาได้อย่างไร
**
“ฉันนึกแล้ว ฉันนึกไว้แล้วเชียว” ศาสตราจารยแฉี ประคองฉินหร่านด้วยตัวเอง เขามองเธอ นิ้วสั่นระริก เสียง จุกลําคอเล็กน้อย “นอกจากลูกหลานท่านหนิงแล้ว ยังจะมี ใครที่สร้างวีรกรรมที่สถาบันวิจัยแห่งรัฐMด้วยวัยยี่สิบได้ เด็ก ดี ลุกขึ้นเร็ว”
ตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มแล้ว
เป็นกลางคืนที่เงียบสงัด
เฉิงสุ่ยยืนมองอยู่ข้างๆ อย่างเงียบๆ
หนานฮุ่ยเหยากับพวกสิงไคก็พากันลุกขึ้น เว้นช่องว่าง กับศาสตราจารยแทั้งห้า
“มิน่าล่ะ ฟังเจิ้นปั๋วถึงอยากจะขึ้นตําแหน่งแทบรอไม่ ไหว ท่านสวีจากไปกะทันหัน…” เมื่อยืนยันแล้วว่าฉินหร่าน เป็นหลานของหนิงเอ่อรแ ศาสตราจารยแฉีก็เข้าใจอะไร บางอย่าง พูดไปได้ครึ่งหนึ่งก็เงียบไป
เขาพลันนึกถึงผู้นําตระกูลฉินที่มีความสามารถอันน่าทึ่ง ตอนนั้นขึ้นมา
ตอนนั้นก็เป็นการตายที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ คุณนาย ฉินจึงยอมตายตามไป
“ตาของเธอเรียกเธอว่าอะไร?” ศาสตราจารยแฉีไม่อยาก ย้อนกลับไปคิดถึงเรื่องนี้ เขามองฉินหร่านด้วยความอ่อนโยน สายตาเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู
“คุณเรียกว่าหร่านหร่านก็ได้ ตาก็เรียกแบบนี้ค่ะ” ฉินห ร่านยื่นมือไปรินชาให้ศาสตราจารยแทั้งห้า
“อืม งั้นฉันจะเรียกหร่านหร่านตามท่านหนิงแล้วกัน ที่ แท้ก็เป็นลูกหลานท่านผู้เฒ่าจริงๆ ด้วย ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ฉันก็คิดอยู่ว่าจะมีดาวดวงใหม่โผล่มาอยู่ในวงการฟิสิกสแได้ ยังไง”
ระหว่างที่ทั้งห้าคนกําลังพูดคุยกับฉินหร่านอยู่นั้น นัยนแตาก็ปกปิดความปลาบปลื้มและความเอ็นดูไว้ไม่มิด
“ศาสตราจารยแฉี ที่ผมให้พวกคุณห้าคนมาในเวลานี้ก็ เพราะอยากให้พวกคุณกลับมาสถาบันวิจัยอีกครั้ง” นัก วิจัยเลี่ยวพูดอย่างเอาจริงเอาจัง “แต่ว่า ก่อนหน้านี้ หร่านห ร่าน ฉันอยากยืนยันกับเธอเรื่องหนึ่ง”
นักวิจัยเลี่ยวมองไปทางฉินหร่านด้วยหน้าตาเคร่งขรึม กล่าวด้วยน้ําเสียงจริงจัง “ท่านสวีเสียชีวิตแล้ว สถาน การณแอวิ๋นกวงกรุ฿ปก็ไม่ค่อยดีต่อตัวเธอ ตระกูลโอวหยางและ ฟังเจิ้นปั๋วจะต้องหาเรื่องมาให้เธอแน่ๆ ทางด้านตระกูลสวี… ฉันก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นไปในแง่ดีเท่าไหร่ ถ้าตอนนี้เธอทิ้ง เมืองหลวงแล้วไปรัฐM ในอนาคตเธอจะประสบความสําเร็จ อย่างไร้ขีดจํากัด…”