แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 547 คุณรู้จักการตลาดไหม
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 547 คุณรู้จักการตลาดไหม
เพื่อปกป้องจิตวิญญาณของลู่เจียนซิน เขาได้หลอมรวมวิญญาณของตัวเองเข้ากับวิญญาณของลู่เจียนซินอย่างสมบูรณ์ แล้วซ่อนวิญญาณของลู่เจียนซินเอาไว้
ส่วนตัวเขาเองนั้นต่อสู้กับปีศาจร้ายมาอย่างยาวนาน
ปีศาจร้ายจะแข็งแกร่งขึ้นด้วยการดูดซับพลังงานด้านลบ เมื่อใดที่ปล่อยให้มันดูดซับพลัง มันก็จะพยายามแย่งชิงร่างกายไป
นี่ก็เป็นสาเหตุที่ลู่เจียนซินไม่สามารถอยู่ท่ามกลางฝูงชนได้เป็นเวลานาน
ส่วนยมบาลนั้น สิ่งที่เขาพึ่งพา ตรงกันข้ามกับปีศาจร้ายโดยสิ้นเชิง
ความบริสุทธิ์ใจที่ดีงาม แน่นอนว่าย่อมมีค่ามากกว่าอารมณ์ในด้านลบต่าง ๆ
เมื่อทั้งสองฝ่ายต่อสู้กัน ยมบาลก็อยู่ในฐานะที่เสียเปรียบอยู่แล้ว
โชคดีที่ครอบครัวนี้ไม่ใช่ครอบครัวธรรมดา
คนในครอบครัวทุกคนล้วนจิตใจดี ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีพี่ชายที่เป็นคนใจบุญคนหนึ่ง
ภายใต้การปกป้องของพวกเขา ลู่เจียนซินจึงสามารถเติบโตมาได้เหมือนคนปกติถึงอายุสิบขวบ แต่ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ถ้าเป็นเด็กจากครอบครัวทั่วไป ยมบาลคงทนไม่ได้ถึงตอนนี้
“นี่เป็นความโชคดีท่ามกลางเคราะห์ร้าย”
แม้แต่เซี่ยปี่อานผู้คุ้นเคยกับความเป็นความตาย ยังรู้สึกอึ้ง
ถ้าไม่ใช่เพราะตระกูลลู่ ปีศาจร้ายคงจะกลับมาอาละวาดอีกครั้งแล้ว
หนิงหนิงก็รู้สึกว่ามันน่าอัศจรรย์เช่นกัน ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องเป็นลู่เจียนซินพอดี
ดูเหมือนว่า แม้แต่สวรรค์ก็ไม่ช่วยหูเจีย
ตอนที่หูเจียรู้ว่าปีศาจร้ายอยู่ในร่างของลู่เจียนซิน คงแทบจะโกรธจนตาย
“แล้วถ้ายมบาลออกจากร่างของลู่เจียนซินแล้ว ลู่เจียนซินจะยังมีความทรงจำที่สมบูรณ์อยู่หรือเปล่า?”
นี่ก็เป็นปัญหาที่คนของตระกูลลู่กังวลเช่นกัน
ร่างกายเพียงหนึ่งเดียว แต่บรรจุวิญญาณไว้ถึงสามดวง
‘เช่นนั้นคนที่อยู่ร่วมกับพวกเขาตลอดเวลานั้น คือใครกันแน่?’
“เรื่องนี้เธอวางใจได้ แม้ว่ายมบาลจะคอยปกป้องลู่เจียนซินมาตลอด แต่ลู่เจียนซินก็ยังคงเป็นเจ้าของร่างนี้อยู่ คนที่อยู่ร่วมกับคนตระกูลลู่มาตลอดก็คือตัวลู่เจียนซินเอง สิ่งนี้ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง”
หนิงหนิง “ยมบาลบอกว่าเขาจะกลับมาอธิบายเรื่องเหล่านี้ด้วยตัวเอง แต่ทำไมผ่านไปสองวันแล้ว เขายังไม่กลับมาอีก?”
บนพื้นที่นี้มีผีอยู่เกลื่อนกลาด และยังไม่ได้จัดการอะไรเลย
เซี่ยปี่อาน “ขออภัย ท่านยมบาลไม่สามารถมาที่นี่ด้วยตัวเองได้ในตอนนี้”
หนิงหนิง “นี่หมายความว่ายังไง?”
เซี่ยปี่อาน “ยมบาลได้จับผีร้ายที่หลบหนีกลับมาแล้ว และยังตามหาคนทรยศในปรโลกพร้อมทั้งระงับวิญญาณอื่น ๆ ที่กำลังคิดจะก่อความวุ่นวายด้วย เขาได้ทุ่มสุดกำลัง จัดการไปมากแล้ว แต่เพราะเขาเพิ่งจะกลับมาเกิดใหม่ พลังก็มีไม่มาก แทบจะใช้หมดแล้ว ตอนนี้กำลังพักฟื้นอยู่ คงต้องผ่านไปอีกหลายวันถึงจะกลับมาเป็นปกติ ทางปรโลกกำลังเร่งเวลาจัดการความเสียหายที่เหลือ”
หนิงหนิงชะงักไปครู่หนึ่ง “พลังหมด?”
‘พลังของยมบาลก็หมดได้เหมือนกันหรือ?’
‘อย่าบอกเธอนะว่ายมบาลก็เหมือนกับพระพุทธรูปที่เธอเคยพบก่อนหน้านี้ ที่ต้องการการบูชาและศรัทธา’
เซี่ยปี่อาน “พูดว่าหมดพลังก็ไม่ถูกต้องทีเดียว เพราะถึงอย่างไรท่านก็เป็นผู้ปกครองปรโลก พลังของท่านไม่ได้มาจากภายนอกทั้งหมด ยมบาลเองย่อมมีพลังแน่นอน พลังไม่ถึงกับหมดหรอก เพียงแต่ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน จึงต้องพักฟื้นมากหน่อย”
หนิงหนิง “มันวุ่นวายมาสิบปีแล้ว ถ้าต้องรอให้ยมบาลพักฟื้นให้หายดี แล้วจะต้องรอถึงเมื่อไรกัน”
เซี่ยปี่อานรู้ดีกว่าใครว่าโลกมนุษย์ในช่วงสิบปีนี้เป็นอย่างไร
ภูตผีอาละวาด ทุกคนต่างหวาดระแวง
หนิงหนิง “ทุกคนคงต้องการให้ยมบาลมาช่วยแก้ไขสถานการณ์ปัจจุบันอย่างเร่งด่วน”
แม้แต่หนิงหนิงก็อยากจะเปลี่ยนสถานการณ์นี้มาก
เธอเคยได้ยินว่าแต่ก่อนมีตลาดกลางคืนที่ขายขนมขบเคี้ยวหลากหลายชนิด
แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว
เมื่อก่อนแม้จะกลับบ้านตอนเที่ยงคืนก็ยังไม่ต้องกลัว
แต่ตอนนี้ พอฟ้ามืดก็อยากวาร์ปกลับบ้านทันที
ยันต์คาถาและเครื่องรางกันภูตผีต่าง ๆ ก็เพิ่มค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตมากขึ้น
นอกจากนี้ ชีวิตยามราตรีที่หลากหลายและน่าตื่นเต้นทั้งหมดก็หายไปด้วย
ตอนนี้ทุกอย่างกลายเป็นเพียงบันทึกในหนังสือไปแล้ว
เซี่ยปี่อานกลับพูดว่า “ไม่ พวกเขาไม่ได้รอคอยยมบาลเลย”
หนิงหนิง “???”
“ยมบาลเพิ่งกลับตำแหน่ง พลังของตัวเองยังไม่ฟื้นคืน แต่เดิมมีพลังบางส่วนที่มาจากธูปเทียนที่มนุษย์บูชา แต่ตอนนี้ท่านยมบาลล้มลง ก็แสดงว่าธูปเทียนจากโลกมนุษย์ มีการบูชาไม่เพียงพอ นั่นก็หมายความว่า–”
“นั่นก็หมายความว่า ผู้คนสูญเสียความเชื่อมั่นในยมบาลไปแล้ว” หนิงหนิงต่อประโยคโดยอัตโนมัติ
เซี่ยปี่อานเงียบไป
หนิงหนิงเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
อย่างไรก็ตาม คนเป็นต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัวมาสิบปีแล้ว
ไม่รู้ว่าพวกเขาได้สวดอ้อนวอนยมบาลไปมากแค่ไหนแล้ว แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไร
ความวุ่นวายในช่วงสิบปีที่ผ่านมา มีคนมากมายตายในมือของภูตผีร้าย
ร้องหาสวรรค์ สวรรค์ก็ไม่ตอบ ร้องหาแผ่นดิน แผ่นดินก็ไม่รับรู้
การที่คนทั่วไปจะผิดหวังในปรโลก ผิดหวังในยมบาล ก็เป็นเรื่องปกติมาก
นี่มันเป็นปัญหาใหญ่จริง ๆ
หนิงหนิงมีความกังวลอยู่บ้าง เธอยังอยากไปเดินเที่ยวตลาดกลางคืนอีก
เธอพูดว่า “ถึงจะสูญเสียไปก็ไม่เป็นไร เพียงแค่สร้างใหม่ก็พอไม่ใช่หรือ”
เซี่ยปี่อานถอนหายใจ “พูดง่ายแต่ทำยาก”
หนิงหนิงไม่เข้าใจ “มันยากตรงไหนกัน ไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ หรอกหรือ? แค่ทำการตลาดง่าย ๆ สักครั้งก็พอไม่ใช่หรือ?”
เซี่ยปี่อาน”การตลาดเหรอ?”
คำนี้ไม่ใช่คำที่แปลกสำหรับเขา
ทุกวันทั้งบนดินและใต้ดิน ขึ้น ๆ ลง ๆ
เรื่องเทรนยอดนิยมบนโลกมนุษย์ เขาก็พอรู้เรื่องอยู่บ้าง
‘แต่เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับท่านยมบาลด้วยล่ะ?’
‘การตลาดไม่ใช่เรื่องที่พวกนักแสดงควรจะทำหรอกเหรอ?’
หนิงหนิงมองเขาอย่างรังเกียจเล็กน้อย “คุณนี่ ทำไมถึงได้ดื้อรั้นขนาดนี้ ไม่รู้จักยืดหยุ่นเลยสักนิด”
เซี่ยปี่อาน “…”
เขากลับถูกหนิงหนิงบอกว่าดื้อรั้นและไม่รู้จักยืดหยุ่น
‘เธอรู้จักยืดหยุ่นงั้นเหรอ?’
‘แล้วทำไมตอนนั้นเธอถึงได้กล้าถือเคียวมาฟันเขา?’
เซี่ยปี่อานแสร้งยิ้ม “ถ้าอย่างนั้น ขอถามว่าคุณหนิงมีความคิดเห็นอย่างไรครับ?”
หนิงหนิง “ง่ายมาก ถึงแม้ว่าประชาชนทั่วไปจะไม่รู้ว่าการหายไปของท่านยมบาลเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความวุ่นวายในช่วงไม่กี่ปีมานี้ แต่พวกเราแค่ต้องทำให้พวกเขารู้ว่าท่านยมบาลกลับมาแล้ว”
เซี่ยปี่อานเริ่มสนใจ “พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง?”
หนิงหนิงอธิบายแผนของเธอให้เซี่ยปี่อานฟัง
เซี่ยปี่อานฟังแล้วตกตะลึง “แบบนี้จะได้ผลเหรอ?”
หนิงหนิง”แน่นอนว่าทำได้สิ คนทั่วไปก็สามารถพุ่งทะยานได้ด้วยการตลาด ยิ่งเป็นยมบาลด้วยแล้ว รับรองว่าภายในข้ามคืน ผู้คนจะกลับมาศรัทธาเหมือนในช่วงที่รุ่งเรืองที่สุด ไม่สิ ต้องคึกคักกว่าเดิมด้วยซ้ำ ยมบาลในใจผู้คนน่ะ ไม่ใช่สิ่งที่ดาราที่ไหนจะเทียบได้หรอก”
ประโยคนี้ทำให้เซี่ยปี่อานรู้สึกสบายใจเป็นอย่างมาก
‘นั่นสิ ยมบาลน่ะไม่ใช่คนธรรมดาที่ใคร ๆ จะเทียบได้’
หนิงหนิง “เรียบร้อย ไว้ใจฉันได้เลย”
เซี่ยปี่อานสงสัย “เธอเป็นคนใจดีขนาดนั้นเลยเหรอ?”
‘พอมองดูแล้วก็ไม่เหมือนนะ’
หนิงหนิง “เปลาหรอก แต่ถ้าพลังของยมบาลฟื้นกลับมา ตลาดกลางคืนก็คงจะกลับมาด้วย ฉันรอที่จะได้ไปเดินตลาดกลางคืนอยู่น่ะ”
เซี่ยปี่อาน “…”
‘เขารู้อยู่แล้ว’
“งั้นฉันไปก่อน ปรโลกยังยุ่งอยู่”
เขาพูดว่าจะไปก็ไปเลย หายวับไปในทันที
หนิงหนิงครุ่นคิด ถึงแม้จะเป็นเรื่องการตลาด
แต่เมื่อมันเกี่ยวข้องกับยมบาล ก็ยังคงดีกว่าถ้าจะมอบให้หน่วยสืบสวนพิเศษจัดการ
เธอจึงเรียกคนคนหนึ่งมา
อีกาตัวหนึ่งบินชนเข้ามาทางหน้าต่างที่ปิดอยู่โดยตรง
ลงมาอย่างเงียบสงบอยู่ด้านหลังหนิงหนิง
ขนนกสีดำค่อย ๆ ร่วงลงมา อีกาเปลี่ยนร่างเป็นเงาดำของคน ยืนนิ่งอยู่ด้านหลังหนิงหนิง
หนิงหนิงหันไปมองด้านหลัง
“เข้ากับแบล็กโครว์ได้ดีนะ”
โจวเฉิงซื่อพยักหน้า
หนิงหนิงรู้สึกพอใจมาก
เวลาผ่านไปแค่นี้ก็เรียนรู้การเคลื่อนย้ายฉับพลันได้แล้ว
โจวเฉิงซื่อมีพลังที่ทรงพลัง สมควรมีคนมาสอนเขาว่าจะใช้มันอย่างไร
แบล็กโครว์ก็คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด
โจวเฉิงซื่อรวบรวมความกล้า “เอ่อ ขอบคุณคุณนะ…”
หนิงหนิงขัดจังหวะเขา “ไม่ต้องพูดคำสุภาพหรอก ฉันทำสัญญากับคุณ ความตั้งใจหลักคือเห็นว่าคุณแข็งแกร่งมาก เลยอยากให้คุณ…”
โจวเฉิงซื่อเตรียมใจไว้แล้ว เขาถาม “คุณอยากให้ผมทำอะไร?”
ไม่ว่าหนิงหนิงจะให้เขาทำอะไรที่อันตราย เขาก็ไม่มีข้อบ่น
ขอเพียงแค่การมีอยู่ของตัวเอง ไม่กลายเป็นหายนะของโลกก็พอ
หนิงหนิงคิดสักครู่ แล้วถามเขาอย่างจริงจัง “นายรู้เรื่องการตลาดไหม?”
โจวเฉิงซื่อ “???”
เขาได้ยินอะไรผิดไปหรือเปล่า
“คุณต้องการทำการตลาดหรือ?”
เขารู้สึกแปลกใจ ‘สถานะของหนิงหนิงในวงการบันเทิงตอนนี้ ยังต้องการทำการตลาดอีกหรือ?’
หนิงหนิงส่ายหัว “ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นยมบาล”
โจวเฉิงซื่อ “…”