แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 584 อาหารเช้าของผมล่ะ
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 584 อาหารเช้าของผมล่ะ
แม้ไม่ได้พูดถึงเขา แต่ฟู่เซี่ยนหลี่ตอนนี้รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก
เขาจึงจ้องตอบกลับไปอย่างดุดัน
แบบนี้ก็เท่ากับยั่วโมโหพวกนั้นเข้าให้แล้ว
มีผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังกินอาหาร ตบโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน
“เธอหมายความว่าไง เธอนี่มันไอ้อกตัญญู ยังกล้ามาจ้องพวกฉันอีกเหรอ?”
ฟู่เซี่ยนหลี่หัวเราะเยาะเบา ๆ
เรื่องนี้ทำให้พี่ชายคนโตโกรธมากขึ้น เขาพับแขนเสื้อขึ้นทำท่าเหมือนจะพุ่งเข้าไปหา
แต่มีคนรั้งเขาไว้ “นายจะไปเถียงกับเธอทำไม เธอหน้าด้านไม่มียางอาย แบบนี้มีแต่จะทำให้ตัวเองโมโหเปล่า ๆ ไม่คุ้มค่าหรอก”
สายตาที่พวกเขาฟู่เซี่ยนหลี่เต็มไปด้วยความรังเกียจ ราวกับว่าเธอเป็นของสกปรกอะไรสักอย่าง พวกเขาทั้งหมดพากันถอยไปอีกด้านหนึ่ง
“โชคร้าย!”
“นาย!” ฟู่เซี่ยนหลี่โกรธ
เมื่อเห็นว่ากำลังจะมีการทะเลาะกัน เจ้าของร้านก็ออกมาพูด
“กำลังกินอาหารเช้าอยู่เนี่ย พวกคุณไม่ไปทำงานกันแล้วหรือ?”
หลังเจ้าของร้านออกมาไกล่เกลี่ย ทุกคนก็เห็นแก่หน้าเจ้าของร้าน จึงไม่พูดอะไรอีก
ฟู่เซี่ยนหลี่รู้สึกไม่พอใจ แต่ก็ไม่อยากไปคิดมากกับพวกเขา
ท้ายที่สุดแล้ว พวกนี้ทั้งหมดล้วนมาเล่นงานจี๋เสี่ยวเสี่ยว ไม่มีอะไรเกี่ยวกับเขา
เขาไม่รู้สึกเลยสักนิดว่าสถานการณ์ที่จี๋เสี่ยวเสี่ยวกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้มีอะไรไม่ถูกต้อง
และไม่รู้สึกว่าการที่ตัวเองดึงจี๋เสี่ยวเสี่ยวลงน้ำเพื่อเจียงเจินมีอะไรผิด
เขายินดีทำทุกอย่างเพื่อเจียงเจิน
แต่ตั้งแต่เมื่อวานถึงตอนนี้ เจียงเจินยังไม่ได้กลับมาที่วิลล่าเลย ไม่รู้ว่าเธอกำลังยุ่งอะไรอยู่
ฟู่เซี่ยนหลี่ก็รอให้เธอกลับมา
ถ้าเป็นเจินเจิน เธอจะต้องเชื่อเขาแน่นอน
ความคิดถูกดึงกลับมาที่ร้านอาหารเล็ก ๆ อีกครั้งเพราะกลิ่นหอม
เจ้าของร้านเห็นหนิงหนิงแล้ว ไม่รอให้เธอเอ่ยปาก ก็ยิ้มพลางพูดว่า “จะสั่งเกี๊ยวน้ำสามรสใช่ไหม?”
หนิงหนิงพยักหน้า
เจ้าของร้าน “คราวนี้มาแต่เช้า แต่ฉันเก็บไว้ให้คุณอยู่แล้ว รอสักครู่นะ ฉันจะไปลวกเกี๊ยวน้ำ”
หนิงเหนียนและหนิงหนิงสั่งคนละหนึ่งชาม
ฟู่เซี่ยนหลี่รีบพูดว่า “ฉันก็ขอหนึ่งชามด้วย!”
หนิงหนิงและหนิงเหนียนหาโต๊ะว่าง แล้วนั่งตรงข้ามกัน
ฟู่เซี่ยนหลี่มองไปรอบ ๆ แล้วเดินไปที่ข้างตัวหนิงเหนียนและนั่งลง
หนิงหนิงเงยหน้าขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง
ฟู่เซี่ยนหลี่โมโหขึ้นมาทันที
“เป็นอะไร? คิดว่าฉันอยากจะนั่งตรงนี้เหรอ? ก็ไม่ใช่เพราะที่อื่นไม่มีที่นั่งแล้วหรือไง”
หนิงเหนียน “ผมว่านะ ถึงจะไปนั่งที่อื่น ก็ไม่มีใครเต็มใจให้คุณนั่งอยู่ดีหรอก”
ฟู่เซี่ยนหลี่ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอาย
เขาไม่สามารถโต้แย้งได้ ทุกสิ่งที่หนิงเหนียนพูดล้วนถูกต้อง
ดูจากท่าทางของคนพวกนั้น พวกเขาดูไม่เหมือนจะให้โอกาสเขาได้นั่งลงเลย
ในระหว่างรอเกี๊ยวน้ำ หนิงเหนียนและหนิงหนิงต่างไม่พูดอะไร
นี่เป็นครั้งแรกที่ฟู่เซี่ยนหลี่มาสถานที่แบบนี้
ชีวิตเกือบยี่สิบปี ฟู่เซี่ยนหลี่มีความประทับใจกับร้านอาหารเพียงแค่โรงแรมห้าดาวหรูหราเท่านั้น
เขาเคยไปงานเลี้ยงมากมายหลากหลายรูปแบบ รับประทานอาหารและพูดคุยกันในห้องโถงกว้างขวางต่าง ๆ
แต่ร้านอาหารในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยอึกทึกของผู้คน เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศของชีวิตประจำวัน
คนมากมายเบียดเสียดกันในห้องเล็ก ๆ แห่งนี้ ทำให้ดูแออัดมาก
เขาได้ยินทั้งเสียงดูดน้ำซุป และเสียงการปฏิเสธ
ไม่มีมารยาทในการรับประทานอาหารเลยสักนิด
ฟู่เซี่ยนหลี่รู้สึกรังเกียจอยู่บ้าง เขาขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว
“ถ้าไม่อยากอยู่ก็ออกไปได้นะ ท่าทางแบบนั้นของคุณมันทำให้ฉันเสียความอยากอาหารมากเลย” หนิงหนิงพูดอย่างไม่เกรงใจเลยสักนิด
ฟู่เซี่ยนหลี่พยายามอดทน เพราะเขาสู้หนิงหนิงไม่ได้
แต่กลิ่นในอากาศนั้นหอมมากจริง ๆ
ถ้าไม่ได้หิวเกินไปจนไม่มีทางเลือก เขาคงไม่ยอมนั่งรวมกับคนกลุ่มใหญ่แบบนี้เพื่อรอกินข้าวหรอก
ไม่รู้ว่าสะอาดหรือเปล่า
ผ่านไปสองสามนาที เกี๊ยวน้ำของหนิงหนิงและหนิงเหนียนถูกเสิร์ฟมาก่อน
ฟู่เซี่ยนหลี่นั่งอยู่ใกล้ กลิ่นหอมลอยตรงเข้าจมูกของเขา
เขากลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
เขาจ้องตรงไปที่หนิงหนิงที่อยู่ตรงข้าม
หนิงหนิงเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง
ฟู่เซี่ยนหลี่รีบหันหน้าไปทางอื่นทันที แกล้งทำเป็นไม่ได้มอง
แต่กลิ่นนั้น ยังคงรุกเข้าจมูกอย่างรุนแรง ช่างไร้เหตุผล จนน้ำลายแทบไหลออกมา
ในขณะที่เขาไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป ในที่สุดชามของเขาก็มาเสิร์ฟ
ฟู่เซี่ยนหลี่รีบหยิบตะเกียบขึ้นมาอย่างร้อนรน เมื่อกำลังจะกิน เขาก็เห็นหนิงหนิงและหนิงเหนียนกำลังจ้องมองเขาพร้อมกัน
เขารีบชะลอการเคลื่อนไหวลงทันที แกล้งทำท่าสงบเสงี่ยมหยิบช้อนขึ้นมา แล้วจิบน้ำซุปก่อน
ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เปล่งประกายขึ้นมา
รสชาติกลมกล่อมมาก ความเค็มพอดี เขารีบชิมเกี๊ยวต่อทันที
พวกมันบาง ไส้เยอะ เนื้อทั้งสดและนุ่ม พอกัดคำแรกก็พุ่งน้ำซุปออกมา
น่าแปลกใจที่อร่อยมาก รสชาติไม่ด้อยไปกว่าเชฟที่เชิญมาจากร้านมิชลินที่บ้านเลย
ฟู่เซี่ยนหลี่ก้มหน้าก้มตากิน โดยไม่รู้ตัวว่ากินหมดไปทั้งชามแล้ว
เขากินเสร็จแล้วเงยหน้าขึ้น หนิงหนิงกับหนิงเหนียนยังกินไม่เสร็จ
พี่น้องคู่นี้ ราวกับว่านัดกันไว้ ต่างพร้อมใจกันมองมาที่เขา
ฟู่เซี่ยนหลี่รู้สึกว่าใบหน้าของเขาแดงขึ้น จึงรีบอธิบาย
“ฉันไม่ได้กินข้าวเมื่อคืนนี้!”
“อ้อ”
หนิงหนิงตอบอย่างขอไปที ทำให้ใบหน้าของฟู่เซี่ยนหลี่ยิ่งแดงมากขึ้น
เขาได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า อย่างไรก็ตาม ความอับอายที่เกิดขึ้นเป็นของจี๋เสี่ยวเสี่ยวไม่ใช่ของตัวเขาเอง
ฟู่เซี่ยนหลี่ยากจะตัดสินใจระหว่างการทำให้ตัวเองขายหน้าต่อไปหรือทำให้ตัวเองพึงพอใจ
ในที่สุด ฟู่เซี่ยนหลี่ก็ยอมแพ้ต่อความอยากอาหารของตัวเอง และสั่งซาลาเปาไส้เนื้อสดอีกหนึ่งตะกร้า
ภายใต้สายตาที่จับจ้องสลับกันของหนิงหนิงและหนิงเหนียน เขากินซาลาเปาจนหมดอย่างกล้าหาญ
อิ่มมาก
ฟู่เซี่ยนหลี่รู้สึกพึงพอใจ
เขาปฏิเสธที่จะสบตาหนิงหนิงหรือหนิงเนียนอย่างเด็ดขาด
ตอนชำระเงิน เจ้าของร้านพูดว่า “ทั้งหมด 23 หยวน”
ฟู่เซี่ยนหลี่คิดว่าตัวเองได้ยินผิด “เท่าไรนะ?”
‘รวมกันสองอย่างแค่ 23 เหรอ?’
โดยปกติอาหารเช้าแบบจีนมื้อหนึ่งของเขาก็มีราคาเป็นพันกว่าหยวนแล้ว
เจ้าของร้านพูดซ้ำอีกครั้งว่า “23”
ฟู่เซี่ยนหลี่มีสีหน้าตกใจมาก เจ้าของร้านคิดว่าเขากำลังจะหาเรื่อง
จี๋เสี่ยวเสี่ยวเคยมากินที่นี่มาก่อน และทุกครั้งที่มาก็ซื้อสองชุด ทำไมจู่ ๆ ถึงทำท่าเหมือนเพิ่งเคยได้ยินราคานี้เป็นครั้งแรก
เจ้าของร้านกำลังจะโกรธ แต่แล้วก็ได้ยินจี๋เสี่ยวเสี่ยวพูดว่า “อร่อยขนาดนี้ แค่ 23 เหรอ?”
ในความคิดของฟู่เซี่ยนหลี่ อาหารที่มีรสชาติระดับนี้ น่าจะมีราคาอย่างน้อยพันกว่าหยวนต่อชามแล้ว
เจ้าของร้านยิ้มด้วยความพอใจ ไม่มีใครที่ไม่ชอบฟังคำชม แม้ว่าคนตรงหน้าจะเป็นคนที่ถูกทุกคนรุมด่าก็ตาม
“23 หยวน ไม่ต้องเพิ่มแม้แต่หยวนเดียว”
ฟู่เซี่ยนหลี่งุนงงล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่รู้รหัสชำระเงินของจี๋เสี่ยวเสี่ยว
หนิงหนิงเตือนจากด้านหลัง “ดูในบันทึกช่วยจำ”
เมื่อเปิดบันทึกช่วยจำขึ้นมา แน่นอนว่าเขาเห็นรหัสต่าง ๆ ที่จี๋เสี่ยวเสี่ยวทิ้งไว้ ซึ่งรวมถึงเลขบัตรประชาชน บัตรธนาคาร และอื่น ๆ อีกมากมาย
คิดได้ละเอียดรอบคอบดีนัก
ดูเหมือนว่า เธอวางแผนจะเล่นงานเขามาตั้งนานแล้ว
ฟู่เซี่ยนหลี่รู้สึกขุ่นเคือง
หลังจ่ายเงินเสร็จและออกจากร้านอาหารเช้า ฟู่เซี่ยนหลี่ยังรู้สึกมึน ๆ งง ๆ อยู่
เขาเพิ่งกินอาหารเช้าที่ถูกที่สุดในชีวิต แถมยังอร่อยมากอีกด้วย
“ตัดสินใจแล้ว พรุ่งนี้ต้องมากินอีก!”
“ที่แท้แค่เงินเท่านี้ ก็สามารถกินอาหารเช้าอร่อยขนาดนี้ได้”
ฟู่เซี่ยนหลี่รู้สึกทึ่ง
หนิงหนิงได้ยินคำพูดเขาจากด้านหลัง จึงเยาะเย้ยอย่างไร้ความปรานี
“ไร้ประสบการณ์จริง ๆ”
หนิงเหนียนกลั้นหัวเราะ เกือบจะหลุดหัวเราะออกมาดัง ๆ
ฟู่เซี่ยนหลี่ “…”
เขาต้องอดทน!
พวกเขาพากันเดินกลับไปที่วิลล่า
หลังจากที่กินอิ่มแล้ว ฟู่เซี่ยนหลี่รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าในที่สุด
ปัญหาเรื่องอาหารเช้าได้รับการแก้ไขแล้ว เขาก็นึกถึงบัตรธนาคารที่จี๋เสี่ยวเสี่ยวทิ้งไว้ให้เขา
คำถามต่อไป ก็ควรหาคำตอบให้ชัดเจนว่า จี๋เสี่ยวเสี่ยวประหยัดเงินให้เขาไปเท่าไรแล้ว
เขาพลิกดูโทรศัพท์มือถือไปพลางเดินขึ้นชั้นบนไปพลาง
ขณะเดินผ่านห้องของจี๋ซาง จี๋ซางก็รออยู่แล้ว เขาได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจึงเปิดประตู
แบ้วเขาก็ดึงฟู่เซี่ยนหลี่ที่กำลังจะเดินจากไป
“มีอะไร?”
ฟู่เซี่ยนหลี่รำคาญ
“อาหารเช้าของผมล่ะ?” จี๋ซางถามอย่างเคยชิน