แม่สาวเข็มเงิน - ตอนที่ 475 : ในวังมีพระราชโองการ
วันนีทังวันมีความสุขมากทีได้เดินเล่นนอกบ้าน ตอนทีกงจีพาเจียงป่ าวชิงกลับไป ส่ง เนืองจากไม่อยากตกเป็ นขีปากชาวบ้านกลางวันแสก ๆ เขาจึงส่งนางทีปาก ทางเข้าซอยเท่านัน “ข้าจะให้องครักษ์นําของไปส่งให้เจ้า พวกเขาใส่ชุดธรรมดา ๆ เจ้าแค่รับหน้าทีบอกว่าพวกเขาเป็ นคนจากร้านขายของเอาของมาส่งก็เท่านัน”
เจียงป่ าวชิงพยักหน้าพลางกอดกงจี ก่อนจะพูดขึนเสียงเบาว่า “วันนีข้ามีความสุข มาก” แล้วนางก็คลายอ้อมกอด วิงเข้าไปในประตูด้านข้างจวนผู้เฒ่ าหยุนไห่ อย่างสบายใจ
องครักษ์ทีถือของพะรุงพะรังสองคนก้าวเท้ายาวเดินเร็ว ๆ ตามนางไปติด ๆ
กงจียืนอยู่กับที สายตาคมเข้มมองตามร่างบางทีวิงเข้าไปในบ้าน เมือเห็นนางเข้า ไปอย่างปลอดภัยแล้วเขาถึงจะกลับ
…
ตกกลางคืน เผยหยู่เจ๋อทียังไม่หายป่ วยอยู่บนเตียงได้รับของขวัญเล็ก ๆ ทีเจียง ป่ าวชิงใช้มีหลิวนํามามอบให้ มันคือขนมเปีE ยะเหมยเขียวซึงเข้ากับชาอย่างดีเยียม
“หืม… อยู่ดี ๆ ทําไมถึงนําขนมมาให้ล่ะ ?” เผยหยู่เจ๋อมองขนมเปีE ยะเหมย เขียวเล็ก ๆ นันพลางถาม
มีหลิวตอบอย่างเคารพ “ตอบคุณชายเผยเจ้าค่ะ วันนีแม่นางของเราออกไปเดิน เล่นข้างนอกทังวันและซือของกลับมาฝากทุกคนเจ้าค่ะ”
ทีแท้ก็เป็ นเช่นนีเอง… เผยหยู่เจ๋อพยักหน้า “อืม ช่วยข้าบอกต่อคําขอบคุณให้กับแม่นางของเจ้าด้วย” และก็ไม่มีคําพูดอืนใดอีก
มีหลิวรู้สึกโล่งใจ คุณชายเผยคนนีแม้ดูเป็ นคนสบาย ๆ ไม่อยู่กับร่องกับรอย แต่ ความจริงเขากลับเป็ นคนทีรักษามารยาทได้ดีมากคนหนึง ทีผ่านมาไม่มีจุดใด ล่วงเกินแม่นางของนาง เช่นนีนางค่อยวางใจหน่อย
หลังจากมีหลิวกับสุนถาวนําของทีเจียงป่ าวชิงซือกลับมาฝากไปส่งตามเรือนต่าง ๆ เสร็จแล้ว พวกนางก็กลับบ้านและเห็นว่าแม่นางของพวกนางกําลังทํารองเท้า อยู่ภายใต้แสงไฟสีส้มอ่อน
“แม่นาง ทํางานฝี มือภายใต้แสงไฟสลัวต้องระวังดวงตาจะเสียด้วยนะเจ้าคะ” มี หลิวเตือนอย่างห่วงใย
เจียงป่ าวชิงยิม “ไม่เป็ นไรหรอก ข้าแค่เย็บไม่เท่าไหร่เอง ประเดีCยวก็เสร็จ”
แต่เมือมีหลิวมองดูก็ต้องกลันหายใจทันที ดูจากรูปแบบทีกําลังทําอยู่ แม่นางของ นางกําลังทํารองเท้าผู้ชาย แต่เมือดูจากขนาด ถ้าบอกว่าทําให้เจียงหยุนชานกับเลีย วชุนหยู่ มันค่อนข้างใหญ่เกินไปหน่อย…
มีหลิวอดไม่ได้ทีจะนึกถึงเผยหยู่เจ๋อ
ดูจากขนาดแล้วเหมือนทําให้ชายวัยกลางคนอย่างไรอย่างนัน… ‘หรือว่าคุณหนู ของนางคิดอะไรกับคุณชายเผยจริง ๆ’
ความคิดนีแล่นผ่านอยู่ในใจมีหลิวอย่างรวดเร็ว สุดท้ายนางก็ตัดสินใจแสร้งทํา เป็ นไม่รู้อะไร
……
ผ่านไปไม่กีวันก็ถึงวันสุดท้ายของปี
ในคืนสุดท้ายของปี เป็ นธรรมเนียมทีผู้อาวุโสจะแจกแต๊ะเอียและจะรวมตัวกัน เพืออยู่โต้รุ่งคืนส่งท้ายปี เก่า
ปี นีทีจวนผู้เฒ่าหยุนไห่คึกคักมาก รอยยิมบนใบหน้าของผู้เฒ่ ามีไม่ขาดสาย เขา แจกถุงหอมทีภายในมีแท่งทองคําแท่งเล็ก ๆ ให้กับชนรุ่นหลัง แม้แต่ในส่วนของ เผยหยู่เจ๋อก็มีด้วยเช่นกัน
เผยหยู่เจ๋อมองถุงหอมทีเขาถืออยู่ในมือแล้วพูดอย่างนึกสนุก “ดูสิ ยังไม่แต่งงาน นันดีทีสุดแล้ว จนถึงตอนนีข้ายังได้รับแต๊ะเอียจากท่านอาจารย์อยู่เลย ดูอย่าง ศิษย์พีกู่สิ ไม่เพียงแต่ไม่ได้แต๊ะเอีย ยังต้องแจกแต๊ะเอียมากมาย ช่างน่าสงสารจริง ๆ”
กู่ชวนมองเผยหยู่เจ๋ออย่างหมดคําพูด เขาคร้านจะบ่นอีกฝ่ ายในวันฉลองปี ใหม่ เช่นนี
ผู้เฒ่าหยุนไห่พูดยิม ๆ “เจ้าศิษย์ปากไม่ดี ถ้าหากเจ้าไปแต่งภรรยาอย่างสบายใจ แล้วเกิดลูกอ้วน ๆ ออกมาหลายคน ถึงตอนนันไม่ใช่ว่าเจ้าก็ยังจะได้รับแต๊ะเอีย มากมายรึ ?”
เผยหยู่เจ๋อตกอยู่ในความคิด “ท่านอาจารย์พูดได้อย่างมีเหตุผลมาก… ศิษย์ต้อง ครุ่นคิดให้ดี ๆ ซะแล้วสิ”
ทุกคนต่างพากันส่งเสียงหัวเราะ
ในช่วงไม่กีวันทีผ่านมาเลียวชุนหยู่และกู่เฉินคุนหายป่ วยแล้ว หลังจากทีเด็กซน ทังสองหายดีก็ถูกผู้ใหญ่ในครอบครัวของตัวเองลงโทษพอประมาณ พร้อมถูกสัง สอนตักเตือน
ณ ตอนนี หลังจากทีร่วมทานมือเย็นและรับแต๊ะเอียแล้ว เด็กซนผู้ไม่หลาบจําทัง สองก็หยิบประทัดและดอกไม้ไฟไปจุดข้างนอก แต่อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเสียง ประทัดทีบางครังก็ปะปนไปกับเสียงหัวเราะของทุกคน บรรยากาศถือว่าอบอุ่น มากทีเดียว
ทว่ายังไม่ถึงช่วงเวลากลางคืน คนรับใช้คนหนึงผลุนผลันเข้ามาแจ้งให้ทราบอย่าง ลุกลีลุกลนโดยบอกว่ามีคนจากในวังมาหา
ผู้คนทีนังกั นอยู่เต็มในห้องโถงต่างพากันเงียบลงทันที
รางวัลปี ใหม่ ทางวังพระราชทานให้แล้วเมือไม่กีวันก่อน แม้มีข่าวคราวออกมาว่า ฮ่องเต้ทรงเห็นว่ามีอาหารบางประเภททีดีเยียม จึงให้คนนําอาหารไปมอบให้กับ ขุนนางผู้ใกล้ชิดหรือคนอืน ๆ ทีอยู่เบืองล่าง แต่ดูจากท่าทางลุกลีลุกลนของคนรับ ใช้แล้ว กลับไม่เหมือนการมาในครั งนีของคนในวังเป็นการมามอบอาหารที
ฮ่องเต้พระราชทานให้
ความคิดมากมายผุดขึนในใจเจียงป่ าวชิง นางลุกขึนพร้อมเจียงหยุนชานผู้เป็ น พีชายเพือเตรียมออกไปรับพระราชโองการพร้อมผู้เฒ่าหยุนไห่
ผู้ประกาศพระราชโองการคือขันทีผู้มีใบหน้าเคร่งขรึม เมือผู้เฒ่าหยุนไห่เห็นเขาก็ รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ขันทีทีมาประกาศพระราชโองการคือขันทีผู้ทีทํางานดี ทีสุดซึงอยู่ข้างกายไทเฮา
ผู้เฒ่าหยุนไห่ยังไม่ทันพูดอะไร ขันทีผู้นันก็เดินเข้ามาหาและพูดขึนอย่างรีบร้อน “อาจารย์ ตอนนีข้าจะขอไม่มากพิธีรีตองกับท่านแล้วนะ ได้ยินมาว่ามีหมอเทวดา หญิงคนหนึงมาเป็ นแขกทีจวนของท่าน วันนีนางอยู่หรือเปล่า ?”
ผู้เฒ่าหยุนไห่รู้สึกหนักใจทันที
เจียงหยุนชานกําลังจะมาบังตรงหน้าเจียงป่ าวชิงโดยไม่รู้ตัว แต่เขาก้าวได้เพียง ก้าวเดียวก็ถูกเจียงป่ าวชิงดึงแขนเสือไว้เสียก่อน
ขันทีผูมองปฏิกิริยาของทุกคน ก่อนทีสายตาของเขาจะจับจ้องเด็กสาววัยแรกแย้ม ด้านหลังสุด ทันใดนันเขาพลันชะงัก แม้ชีวิตนีเคยเห็นสาวงามในวังมาจนชินแล้ว แต่ขันทีผูก็อดไม่ได้ทีจะชืนชมในใจ
เด็กสาวผู้นีรูปโฉมงดงามจริง ๆ! ทุกส่วนบนใบหน้านัน หากยืนกรานทีจะหาคํา มาบรรยาย สมองของเขาก็คิดได้เพียงคําว่า “ดีเลิศ” เท่านัน ทว่านีไม่ใช่เวลามา ชืนชมสาวงาม ขันทีผูจึงพูดขึนอย่างร้อนใจ “แม่นางผู้นีคือแม่นางเจียง หรือหมอ เทวดาหญิงทีเขาลือกันใช่หรือไม่ ?”
เจียงป่ าวชิงเดินออกมาจากด้านหลังแล้วคุกเข่าทําความเคารพ “ข้าคือเจียงป่ าวชิง แต่มิกล้ารับชือเสียงทีว่าหมอเทวดาหรอกเจ้าค่ะ”
ขันทีผูดีใจมาก “เป็นเจ้าก็ดีแล้ว รีบตามข้าไปทีวังเถิด ในวังมีผู้สูงศักดิD ล้มป่ วย กําลังรอให้เจ้าไปตรวจอาการให้”
เจียงป่ าวชิงไม่ลังเลแต่อย่างใด ความเป็ นจริงนางไม่มีโอกาสให้ลังเลใจเลยด้วยซํา จึงจําต้องพยักหน้ารับ “โปรดท่านกงกงรอสักครู่ ข้าจะขอไปหยิบกล่องยาสัก หน่อย”
หมอทุกคนต่างก็มีกล่องยาเป็ นของตัวเอง และสิงนีไม่สามารถเร่งรีบได้จริง ๆ ต่อ ให้ขันทีผูจะร้อนใจเพียงใดก็ไม่สามารถเร่งเรืองนีได้ เขาจึงพยักหน้าทว่าก็อด ไม่ได้ พูดเสริมออกมาอีกประโยคว่า “โปรดแม่นางเจียงรีบไปรีบกลับ อาการ ป่ วยของผู้สูงศักดิDในวังไม่สามารถรอได้แล้วจริง ๆ”
แม้พูดเช่นนี แต่ขันทีผูยังคนสังให้องครักษ์ไปช่ วยถือกล่องยาให้เจียงป่ าวชิง เจียงป่ าวชิงพยักหน้าก่อนจะออกไปอย่างเร่งรีบ
เรืองนีเกิดขึนอย่างกะทันหัน เมือสักครู่ทุกคนยังหัวเราะและพูดคุยถึงความ คาดหวังของพวกเขาสําหรับปี ใหม่นีอยู่เลย แต่เพียงชัวพริบตา เจียงป่ าวชิงก็ ถูก ประกาศให้ไปรักษาผู้สูงศักดิDในวังเสียแล้ว
นีไม่ใช่เรืองดีอะไร…
ต้องทราบก่อนว่าการรักษาให้ผู้สูงศักดิDนันส่วนใหญ่จะตามมาด้วยหายนะ ยิงผู้สูง ศักดิDในวัง หากว่ารักษาให้แล้วไม่หายดี ไม่แน่หมอผู้รักษาอาจถูกสังหารทังตัว หมอเองและครอบครัวก็ได้
ตอนนีผู้เฒ่าหยุนไห่ไม่สนใจการสังหารทังครอบครัวอะไรอีกแล้ว เขารู้จักขันทีผู คนนีและแน่นอน เขารู้ว่าสถานการณ์ในตอนนีอาจรุนแรงกว่าทีคิด ตัวเขานันเคย ไปบรรยายความรู้ให้ไทเฮาฟังในวังอยู่หลายครั ง จึงรู้ว่าขันทีผูเป็ นขันทีคนดังข้าง กายไทเฮา
ผู้สูงศักดิDป่ วยอะไรกันหนอ ถึงกับต้องใช้ขันทีผูคนดังทีอยู่ข้างกายไทเฮามาเชิญ ไปรักษา
ยังต้องพูดคําตอบนีอีกหรือ…?
ผู้เฒ่าหยุนไห่ไตร่ตรองเล็กน้อย ก่อนจะพูดกับขันทีผู “ป่ าวชิงเองก็ถือว่าเป็น ลูกหลานของข้า ครังแรกเข้าไปในวัง คิดว่านางอาจยังไม่เข้าใจถึงข้อห้ามต่าง ๆ ฉะนันข้าหวังว่าท่านกงกงจะให้คําแนะนํากับนางมาก ๆ”
พูดจบ ผู้เฒ่าหยุนไห่ก็ยัดเงินใส่ในมือขันทีผูด้วยสีหน้าราบเรียบ
ด้วยตําแหน่งของขันทีผู แน่นอนว่าเขาไม่ขาดแคลนเงินเลย แต่บางครังการ ยอมรับบางสิงบางอย่างนันหมายถึงท่าที ขันทีผูรู้ดีว่านีเป็ นการซือท่าทีที “ดี” เพือความสบายใจ
ขันทีผูเก็บเงินนันอย่างเงียบ ๆ ด้วยสีหน้าราบเรียบ “อาจารย์หยุนไห่ ข้าเคารพ ท่านมาโดยตลอด แน่นอนว่าข้าจะดูแลลูกหลานของท่านอย่างเต็มที เพียงแต่ครัง นีอาการค่อนข้างรุนแรงจริง ๆ ข้าพูดได้เพียงแค่ถ้ารักษาไม่หายดี เกรงว่าข้าก็คง ปกป้องตัวเองไม่ได้เช่นกัน…”
ขันทีผูถอนหายใจยาวและไม่ได้พูดอะไรอีก
ผู้เฒ่าหยุนไห่ยืนยันการคาดเดาของตัวเอง และเขารู้สึกหนักใจมากกว่าเดิม