แม่สาวเข็มเงิน - ตอนที่ 479 : เรากําลังหยอกล้อกัน
“อ้อ ใช่แล้ว” หลังจากทีคุยอะไรกันเรือยเปื อยเสร็จ จู่ ๆ เจียงป่ าวชิงก็นึกอะไร
บางอย่างได้ “เจ้าฝากให้ใครสักคนส่งจดหมายกลับบ้านให้ข้าหน่อยสิ บอกว่าข้า
อยู่ทีนีสบายดี พวกเขาจะได้ไม่ต้องเป็ นห่วงข้ามาก”
แน่นอนว่าเรืองนีไม่ใช่เรืองยาก กงจีจึงพยักหน้าตอบรับเจียงป่ าวชิงนึกอีกเรืองได้ “เอ้อ องครักษ์ทีเจ้าส่งมาให้ข้าก่อนหน้านีคงไม่ได้คุ้ม
กันอย่างลับ ๆ อยู่ทีนีหรอกใช่ไหม ?”
กงจีเอียงตามองเจียงป่ าวชิงเล็กน้อย “เจ้าคิดอะไรอยู่ ? …ส่งองครักษ์มาคุ้มกัน
เจ้าในวัง เจ้าคิดว่าข้าไม่ชอบทีเจ้ามีชีวิตยาวเกินไปจึงเร่งเอาชีวิตเจ้าอย่างนันรึ ?”
จะว่าไปแล้วก็จริง ทีนีคือวังหลัง เพือป้องกันไม่ให้เกิดความไม่ปรองดองกันหรือ
เกิดเหตุอันมิสมควรใด ๆ เหล่าชายชาตรีจึงได้รับการ “ตอน” และกลายเป็ น
ขันที ถ้าหากว่านางพาองครักษ์สองคนเข้ามาอย่างไม่สนใจใยดีต่อกฎหรือ
วางแผนทําเรืองเลวร้ายอันเป็ นผลกระทบต่อความปลอดภัยของทีนี คงไม่มี
โอกาสมีชีวิตยืนยาวเป็ นแน่
“แม่ทัพกง…?”
เสียงอุทานแผ่วเบาของหญิงสาวดังขึนจากอีกฟากหนึงของทางเดินในสวน หญิง
สาวในชุดแบบพระราชวังทีดูเคร่งขรึมเคลือนตัวมาทางพวกเขาอย่างช้า ๆ
เจียงป่ าวชิงเคยเห็นหญิงสาวคนนีแล้ว ความจําของนางดีมากชนิดทีว่าเห็นอะไร
แล้วไม่เคยลืม แน่นอนนางจําได้ทันทีว่านีคือองค์หญิงจิงยู่ ผู้ทีชีวิตในช่วงนีกําลัง
เจรจาเรืองการแต่งงาน
เจียงป่ าวชิงมองกงจีด้วยสีหน้าราบเรียบ
เมือหญิงสาวในชุดพระราชวังเดินมาถึงตรงศาลา นางก็เห็นเจียงป่ าวชิงและมอง
มาด้วยสายตาตกตะลึงปนสงสัย “คุณหนูผู้นีเป็ นสตรีผู้สูงส่งจากตระกูลไหนกัน
?”
รูปโฉมงดงามถึงเพียงนี นางไม่เคยเห็นมาก่อน
เจียงป่ าวชิงคุกเข่าเพือทําความเคารพหญิงสาวในชุดพระราชวัง “ข้าน้อยมีนามว่า
เจียงป่ าวชิง เข้าพบองค์หญิงเจ้าค่ะ”
“เจียงป่ าวชิง… เจ้าคือเจียงป่ าวชิงรึ ?” องค์หญิงจิงยู่เบิกตากว้างเล็กน้อย แม้จะ
ส่งเสียงอุทานอย่างตกใจแต่เสียงของนางยังคงแผ่วเบา นางมองสํารวจเจียงป่ าวชิง
ด้วยสายตาปกติไร้ซึงเจตนาร้าย เพียงแค่มองสํารวจอย่างประหลาดใจเท่านัน
“เรืองของท่านย่าต้องขอรบกวนเจ้าด้วย” องค์หยิงจิงยู่พูดกับเจียงป่ าวชิงอย่าง
สุภาพ ก่อนจะหันไปมองกงจีด้วยสีหน้าเขินอาย “แม่ทัพกง เมือสักครู่เจ้ากําลัง
ถามแม่นางเจียงเกียวกับเรืองอาการประชวรของท่านย่าข้าใช่ไหม ?”เจียงป่ าวชิงชําเลืองมองกงจี นางล่ะกลัวจริง ๆ ว่ากงจีจะพูดอะไรบางอย่าง
อย่างเช่น “ไม่ใช่ เรากําลังหยอกเล่นกันอยู่” ด้วยสีหน้าราบเรียบแบบทีเขาชอบ
ทํา แต่เขากลับไม่ได้มององค์หญิงด้วยซําในตอนทีตอบ
“องค์หญิง ข้ากับแม่นางเจียงเราเป็ นคนรู้จักเก่า ส่วนจะคุยกันเรืองอะไรนัน บอก
ไม่ได้หรอกขอรับ”
บอกไม่ได้…
ฟังดูแล้วนีรุนแรงกว่าการตอบไปว่ากําลังคุยหยอกล้อกันเล่นเสียอีก!
เจียงป่ าวชิงแขวะกงจีในใจด้วยสีหน้าราบเรียบ
องค์หญิงจิงยู่หน้าซีดเล็กน้อย นางหลุบสายตาลงพูด “อ้อ อืม เป็นข้าทีล่วงเกิน
เอง… เช่นนันทังสองคุยกันต่อเถอะ ข้ายังมีธุระต่อ ขอตัวก่อน” พูดจบ นางก็
พานางสนมทีอยู่ด้านหลังกลุ่มนันจากไป
เจียงป่ าวชิงมองแผ่นหลังทีค่อย ๆ ห่างออกไปขององค์หญิงจิงยู่แล้วส่งเสียงจุ๊ปาก
“จุ๊ ๆ ๆ พนันด้วยเงินหนึงพันตําลึงเลยว่าองค์หญิงท่านนีคิดอะไรเช่นนันกับเจ้า
นะคุณชายกง”
กงจีไม่สนใจ เขาเพียงพูดขึนอย่างเอ้อระเหย “เป็ นเรืองปกติทีเด็กสาวจะรักและ
เลือมใสในตัวชายหนุ่มรูปงามทีมีความสามารถ แต่มันเกียวอะไรกับข้า…?”
เขามองเจียงป่ าวชิงด้วยสายตาแวววาวก่อนจะบอกกับนาง “ถึงยังไงในใจข้าก็มี
เจ้าแต่เพียงผู้เดียว”
คําสารภาพอย่างกะทันหันและยังเป็ นทีวังทีลึกเช่นนี เจียงป่ าวชิงหน้าแดงกําทันที
แต่นางพยายามทําให้ตัวเองสงบแล้วพยักหน้ากลับไป “ข้าก็เช่นกัน”
“อะไรทีว่าเช่นกัน ? พูดสิ” แววตากงจีเป็ นประกาย เขากลับต้องการให้นาง
พูดออกมา
เจียงป่ าวชิงถลึงตาใส่เขา “ไม่พูด ข้าไปดูพระอาการองค์ไทเฮาดีกว่า”
ร่างบางหมุนตัวเดินไปได้ไม่กีก้าว ก็อดไม่ได้ทีจะเดินกลับมาอีกครังพลางมองกง
จีแล้วพูดขึน “เอ่อ… ข้าอยู่ในวังสบายดี คงไม่มีเรืองอะไรเกิดขึนหรอก เจ้ากลับ
จวนไปพักผ่อนให้สบายใจเถอะ ชายหนุ่มรูปงามมากความสามารถอย่างคุณชาย
มาทีวังหลังบ่อย ๆ แม้เป็ นช่วงเทศกาลปี ใหม่แต่ก็ไม่เข้าท่าอยู่ดี และมันจะไม่เป็น
การดีถ้าหากว่าองค์หญิงเข้าใจผิด”กงจีถึงกับส่งเสียงหัวเราะออกมาจนทําให้สาวน้อยตรงหน้าเขาเขินอาย นาง
ถลึงตาใส่เขาแล้ววิงจากไปไกล
……
เมือเจียงป่ าวชิงกลับถึงห้องบรรทมของไทเฮาก็เห็นว่ามีนางสนมสองสามคนที
นางไม่รู้จักนังกั นอยู่ทีห้องโถงด้านหน้า ตอนนีไทเฮากําลังป่ วยจึงไม่ขอพบแขก
แต่พวกนางกลับไม่สามารถออกไปจากตรงนีได้ ต้องนังเฝ้าอยู่ ทีนีกันไปก่อน ถือ
ว่าเป็ นการแสดงความจริงใจต่อไทเฮา
หญิงคนทีอยู่หน้าสุดคนนันรูปโฉมงดงาม เมือมองดูแล้วอายุอานามน่าจะเพียง
ยีสิบต้น ๆ และนางมีตราประทับลายดอกสาลีอยู่ระหว่างคิวซึงดูสูงศักดิD อย่าง
ทีสุด
เจียงป่ าวชิงเคยได้ยินว่านางสนมผู้เป็ นทีโปรดปรานทีสุดในวังตอนนีคือพระสนม
เอกหลี ว่ากันว่านางเต้นรําอยู่ใต้ต้นสาลี เมือหันหลับมามองแล้วยิมก็ ทําให้ฮ่องเต้
ถึงกับสูญเสียจิตวิญญาณไปครึ งหนึง ถึงได้ประทับตราให้เป็ นลายต้นสาลีเช่นนี
ดูเหมือนว่าหญิงทีอยู่หน้าสุดคนนีคือพระสนมเอกหลี
เจียงป่ าวชิงไม่ได้มองสํารวจมากจนเกินไป นางพยายามตังสมาธิ หลุบสายตาลง
ตําและทําความเคารพเหล่านางสนมทังหลาย
ลึกในดวงตาของพระสนมเอกหลีฉายแววประหลาดใจ นางยิมอย่ างอ่อนช้อยแล้ว
พูดขึน “น้องสาวคนนีเป็ นใครกันหรือ หน้าตางดงามไม่เป็ นสองรองใครเช่นนี
หญิงอายุมากกว่าอย่างข้าเห็นทีคงถูกเปรียบเทียบเสียแล้ว”
นางสนมระดับตําทีอยู่เบืองล่างรีบพูดขึนทันที “ข้าได้ยินมาว่าอาการประชวร
ขององค์ไทเฮาได้หมอเทวดาหญิงคนหนึงมารักษา และยังได้ยินมาอีกว่าหมอ
เทวดาหญิงคนนันรูปโฉมงดงามเป็ นทีสุด คิดว่านีคงเป็ นแม่นางคนนันเจ้าค่ะ”
“อ้อ ทีแท้ก็เป็ นน้องสาวของเรานีเองนะ” ปลอกนิวยาวของพระสนมเอกหลี
ข่วนบนทีจับเก้าอีจนเป็ นรอย ทว่านางยิมอย่ างอ่อนช้อยและพูดขึน “แต่นีไม่
สําคัญอะไร ใช่หรือไม่นันขึ นอยู่กับคําพูดของพระองค์ท่านต่างหากล่ะ”
พระสนมเอกพูดออกมาได้อย่างเปิ ดเผยมากว่าตังใจหมายความถึงอะไร เจียงป่ าว
ชิงจึงพูดขึนอย่างไม่แสดงตัวโอหัง “พระนางรูปโฉมงดงาม มองอย่างพินิจเช่น
ไรก็คู่ควรกับคําว่า ‘ไม่เป็ นสองรองใคร’ ข้าน้อยโง่เขลาและตําต้อย เป็ นอย่าง
ทีพระนางเอ่ยมาไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ… ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว ข้าน้อยยังต้องไปจับ
ชีพจรตรวจพระอาการให้กับไทเฮาในพระตําหนัก ข้าน้อยขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”พระสนมเอกหลีมองเจียงป่ าวชิงอย่างชืนชอบ นางยิมอ่ อนช้อยอีกครังและพูดขึน
“แหม เจ้ามองข้าเหมือนสัตว์ป่ าดุร้ายไปได้ เอาล่ะ อาการประชวรของไทเฮา
สําคัญทีสุด เจ้าไปเถอะ”
เจียงป่ าวชิงจึงทําความเคารพและขอตัวจากไป
เมือออกมาจากห้องทีเต็มไปด้วยความงดงามทีแตกต่างแล้ว เจียงป่ าวชิงถอน
หายใจเบา ๆ พลางเดินเข้าไปในห้องบรรทมโดยใช้เส้นทางเชือมระหว่างห้อง
ภายในห้องบรรทม ไทเฮายังคงหลับใหล ดีหน่อยทีเมือเจียงป่ าวชิงเข้าไปจับชีพ
จร สภาพชีพจรดีกว่าเมือคืนมาก
เมือคืนบรรดาหมอหลวงทียังคงสงสัยในตัวเจียงป่ าวชิง จนถึงตอนนีต่างก็ต้อง
ยอมต่อความสามารถของนางอย่างหมดใจ พวกเขาอาศัยจังหวะตอนทีสาวน้อย
มาตรวจอาการให้ไทเฮา ต่างคนต่างก็รีบมาถามเกียวกับทักษะเข็มเงิน
เนืองจากการฝังเข็มเป็ นการรักษาแบบครบวงจรทีติดตัวเจียงป่ าวชิงผู้มาจากยุค
ใหม่ นางจึงไม่สามารถอธิบายให้พวกเขาเข้าใจได้ชัดเจนในเวลาอันสัน ทําได้
เพียงอธิบายให้พวกเขาฟังเกียวกับหลักการเบืองต้นของการฝังเข็มด้วยเข็มเงิน
เท่านัน แต่บรรดาหมอหลวงเหล่านันฟังกันอย่างตังใจ นัยน์ตาก็เป็ นประกายเลย
ทีเดียว
แต่อย่างไรก็ตาม นีถือเป็ นทักษะลับเฉพาะของผู้อืน พวกเขาจึงไม่สามารถขอให้
เจียงป่ าวชิงสอนพวกเขาได้ แต่ละคนกระวนกระวายอย่างยิงและเลือกทีจะพูดคุย
กับเจียงป่ าวชิงอย่างนุ่มนวลเกียวกับประโยชน์ของการฝังเข็มสําหรับคนทีกําลัง
ป่ วย
ความหมายในและนอกมีเพียงหนึงประโยคเท่านันคือ… ข้าอยากเรียนการฝังเข็ม!
“ข้าไม่ได้หวงแหนความสามารถของตัวเองหรอกนะจ๊ะ” เจียงป่ าวชิงพูดอย่าง
สุภาพ “แต่ทักษะนี ถ้าหากว่าเรียนรู้ไม่ดีมันจะทิงความผิดพลาดไว้อย่างใหญ่
หลวง เพียงข้อบกพร่องเล็กน้อยก็จะส่งผลกระทบต่ออาการของโรคได้มากเลย
จ้ะ”
แม้นางจะมีใจอยากเผยแพร่ความรู้ความสามารถการฝังเข็ม แต่นีไม่ใช่
ความสําเร็จทีใครก็ทําได้ในระยะเวลาอันสัน นางต้องวางแผนให้ดีเพือไม่ให้เกิด
ความผิดพลาดต่อใคร ๆโชคดีทีบรรดาหมอหลวงก็คิดเช่นนัน พวกเขาพากันบอกว่าเมือใดก็ตามทีนาง
พร้อมสอนการฝังเข็ม นางต้องให้คนไปบอกพวกเขา โดยทีถ้าพวกเขาไม่สามารถ
ปลีกตัวไปได้ ก็จะส่งลูกศิษย์ทีมีความสามารถทีสุดไปศึกษา