แม่สาวเข็มเงิน - ตอนที่ 480 : กิ่งทองใบหยกที่สรรค์ประทานให้
เจียงป่ าวชิงอยู่ในพระตําหนักว่านสือเป็ นเวลาเจ็ดวันเต็ม เมือถึงวันทีแปด อาการ ประชวรของไทเฮาก็คงที แต่พระชนมพรรษาก็ถือว่ามากแล้ว ยาต้มจึงไม่สามารถ ใส่ตัวยาหรือสมุนไพรต่าง ๆ เข้มเกินไปได้ ทําได้เพียงค่อย ๆ ปรับสูตรยาไปเรือย ๆ เพือให้รักษาได้ทันภายในเวลาทีกําหนด
ในช่วงไม่กีวันทีผ่านมา ฮ่องเต้ตรวจสอบความเป็ นมาและเรืองต่าง ๆ เกียวกับ เจียงป่ าวชิงอย่างละเอียดถีถ้วนแล้ว
จะว่าไปก็น่าขบขันยิงนัก เพราะผู้ทีฮ่ องเต้มอบหมายให้ไปตรวจสอบพืนเพ เบือง ลึกเบืองหลังและเรืองต่าง ๆ ของเจียงป่ าวชิงคือกงจี
กงจีหมดคําจะพูด แต่เขาสารภาพความจริงกับฮ่องเต้อย่างซือตรงว่า “ฝ่ าบาท ฝ่ า บาทไม่ทรงเห็นว่าแม่นางเจียงห้อยจีหยกไว้ทีเอวหรือพ่ะย่ะค่ะ ?”
ฮ่องเต้นึกย้อนกลับไป “อืม เหมือนจะเป็ นเช่นนัน ดูค่อนข้างคุ้นตาอยู่ พอสมควร”
“…” กงจีเงียบสักครู่ แล้วเขาก็พูดขึนด้วยสีหน้าราบเรียบ “ฝ่ าบาท ข้าขอจีหยก จากฝ่ าบาทเมือปี ก่อน ฝ่ าบาททรงลืมแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ ? และตอนนีข้าส่งต่อให้ แม่นางเจียงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ครุ่นคิด เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรด่ากงจีว่า “เจ้ากล้านําสิงทีข้ามอบให้ไปส่งต่อ ให้คนอืนได้ยังไง!” หรือด่าว่า “บังอาจนักทีนําของไปมอบให้สาวน้อยเป็ นการ ส่วนตัว!” หรือไม่ก็ตกใจแล้วถามว่า “ทําไมหนุ่มโสดหมืนปี อย่างเจ้าถึงสมคบ กับหมอเทวดาเจียงทีเพิงมีคุณงามความดีคนนีได้ ?!”
ดังนัน ฮ่องเต้จึงมัวแต่กริวใส่กงจีชัวขณะหนึงจนลืมพูด
ทว่ากงจีกลับทําเหมือนมองไม่เห็นเส้นเอ็นทีปูดนูนอันเกิดจากความโกรธของ ฮ่องเต้ เขายังคงก้มหน้าสารภาพความจริงต่ออย่างตรงไปตรงมา “ทีข้าทําธุระให้ ฝ่ าบาทจนไม่ได้พักผ่อนเป็ นเวลาเจ็ดวันเมือปี ก่อน การตอบแทนทีข้าขอนันก็เพือ เตรียมจะมาใช้แต่งงานกับแม่นางเจียงคนนีพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ตกตะลึงอย่างต่อเนือง แต่ผ่านไปสักครู่ เขาก็อดไม่ได้ทีจะด่าด้วยคําพูดอัน คลุมเครือ “กงจีหนอกงจี นีเจ้า…” เขาถูกทําให้โกรธจนรู้สึกเจ็บหน้าอก “ด้วย สถานะของเจ้า ถ้าเจ้าแต่งงานกับสามัญชนจริง ๆ ก็เท่ากับยอมตกเป็ นหัวข้อ สนทนาหลังมืออาหารของคนทังเมือง…”
สุดท้ายฮ่องเต้ก็พูดขึนอย่างหนักแน่น “เจ้าคิดว่าพ่อของเจ้าจะภูมิใจรึ ?”
แต่กงจีกลับมองฮ่องเต้อย่างสงบ “ก่อนหน้านีฝ่ าบาทเคยถามข้าว่าถ้าไม่สามารถ ลุกขึนยืนได้ตลอดชีวิต หรือว่าต้องเนรเทศตัวเองไปตลอดชีวิตนี ตอนนันข้าตอบ ฝ่ าบาทว่าเป็ นเรืองปกติ และฝ่ าบาทกริวมากเสียจนปาขวดหมึกใส่ข้า… ตอนนัน ข้าไม่ได้บอกฝ่ าบาทว่าหมอเทวดาทีรักษาขาของข้าจนหายดีและดึงข้าออกมาจาก ความมืดมิดไร้ขอบเขตคือแม่นางเจียงป่ าวชิง แน่นอนว่าทีข้าจะแต่งงานกับนาง นันมิใช่เพือตอบแทนนาง แต่เพราะข้ารักนางพ่ะย่ะค่ะ ลูกผู้ชายยังมีชีวิตอยู่ก็ต้อง กล้าทําอะไรอย่างไม่หวาดกลัว และข้าคิดว่าถ้าหากท่านพ่อยังมีชีวิตอยู่และได้รับ รู้เรืองนี เขาต้องชมข้าอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
พูดถึงขนาดนีแล้ว ฮ่องเต้ยังจะพูดอะไรได้อีก ยิงไปกว่ านัน เมือเขาลองคิดดูดี ๆ แล้วกลับรู้สึกว่ามันเป็ นเรืองทีดีถ้าหากว่ากงจีแต่งงานกับเจียงป่ าวชิงจริง ๆ เด็ก หนุ่มผู้นีเป็ นคนทีคอยจัดการทําเรืองสําคัญ ๆ หลายเรืองให้เขา และถือว่าเป็ นขุน นางผู้รอบรู้ซึงหาตัวจับยาก
สําหรับตอนนีนัน เขาคร้านจะใส่ใจกับคลืนแรงในแบบของพวกลูกชายของเขา แล้ว ได้ยินมาว่าทางฝังองค์รัชทายาทมีคนกําลังเดินตามทางนายท่านหญิงตีCของ จวนติงกัวโฮ่ C ว คิดจะดึงกงจีไปเป็ นพวกด้วยวิธีการหาทางเกียวดองกัน ถ้าหากกง จีแต่งงานกับหญิงสามัญชนทีไม่มีพืนฐานอํานาจใด ๆ จริง นันก็ หมายความว่าเขา จะไม่เอียงไปทางอํานาจใด ๆ แล้วเช่นนีจะไม่ถือว่าเป็ นเรืองทีดีได้หรือ…?
ฮ่องเต้ตัดสินใจไล่กงจีออกไปแล้วเรียกองครักษ์ทีเขาไว้ใจมาหาเพือให้เป็ นคนไป ตรวจสอบเรืองเกียวกับเจียงป่ าวชิงอย่างละเอียดแทน
เมือตรวจสอบมาเรียบร้อยแล้ว ฮ่องเต้รู้สึกจิตใจเบิกบาน แม่นางน้อยเจียงป่ าวชิง คนนีไม่มีพ่อแม่ มีเพียงพีชายแท้ ๆ ร่วมสายเลือดคนเดียวและมีน้องสาวกับ น้องชายบุญธรรมอย่างละคน สิงทียอดเยียมทีสุดคือพีชายของนางเป็นลูกศิษย์คน สุดท้ายของผู้เฒ่าหยุนไห่ผู้เป็ นนักปราชญ์มีชือเสียง นีถือว่าว่าบริสุทธิD และสูงส่ง พอสมควร
ถ้าหากขุนนางผู้ใกล้ชิดและเป็ นคนโปรดของเขาแต่งงานกับน้องสาวของลูกศิษย์ นักปราชญ์ ก็หมายความว่าผู้เป็ นฮ่องเต้อย่างเขาให้ความสําคัญกับปัญญาชนอย่าง เด็กพวกนันไม่ใช่รึ ?
ฮ่องเต้ยิงคิดก็ ยิงรู้สึกว่ากงจีกับเจียงป่ าวชิงเป็ นกิงทองใบหยกทีสวรรค์ประทาน ให้อย่างไรอย่างนัน
……
อาการประชวรของไทเฮาดีขึนอย่างเห็นได้ชัดจนทําให้ฮ่องเต้ปลืมปี ติอย่างมาก เขาถึงกับเอ่ยชมด้วยตนเองและยังพระราชทานรางวัลให้กับเจียงป่ าวชิงอย่าง ยิงใหญ่ ไม่ต้องพูดถึงสมบัติกับเครืองปรุงยาลําค่าหายากเลย รางวัลอันยิงใหญ่ อย่างบ้านหลังโตทีมีลานบ้านกว้างขวางซึงตังอยู่ทางฝังเฟิ งผิงเหมิน เขาก็ยัง พระราชทานให้นาง
บ้านหลังนีเพิงยึดมาจากขุนนางทุจริตเมือปี ทีแล้วและมันถูกปล่อยว่างไว้อย่างนัน ฮ่องเต้ได้ยินว่าบ้านของเจียงป่ าวชิงถูกลูกอกตัญFูของขุนนางฝ่ ายพิธีการบุกทุบ ทําลายข้าวของพังเสียหาย เขาจึงตัดสินใจพระราชทานบ้านใหม่ให้กับนาง เพือ เป็ นรางวัลทีสมกับทีนางรักษาไทเฮา
(ขุนนางแผนกพิธีการ: “ทําไมเรืองทีลูกอกตัญFูของข้าทําไว้ ถึงไปถึงหูของ พระองค์ท่านได้!”)
เมือเรืองของรางวัลไปถึงหูไทเฮา นางทีกําลังฝึ กเดินโดยมีขันทีผูประคองไว้ก็ หัวเราะเสียงเยียบเย็น “หึ ๆ ยอมให้เขาทําตัวเป็ นคนดีโดยใช้เรืองป่ วยของข้ามา เป็ นข้ออ้างได้ยังไง!”
ทางฝังของไทเฮาเองก็ไม่น้อยหน้า นางประทานรางวัลให้เจียงป่ าวชิงเช่นกันทว่า ทําอย่างตรงไปตรงมายิงกว่ า นางใช้ให้คนแบกกล่องรางวัลไปทีบ้านใหม่ และยัง ประทานแม่นมกับนางสนมไปช่วยจัดเก็บบ้านล่วงหน้าให้เจียงป่ าวชิงอีกด้วย
สําหรับเจียงป่ าวชิง นางซาบซึงในความเมตตานีเพราะรางวัลทีได้รับมาล้วน นําไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทว่านางก็อดไม่ได้ทีจะพูดในใจว่า ‘กว่าจะได้มาซึง รางวัล ต้องเผชิญกับความเสียงมากมาย’
แต่อย่างน้อย ครังนีก็เป็นอีกครังทีนางสามารถพูดได้ว่าตนเองกลับบ้านมาอย่างมี เกียรติได้แล้ว
เมือกลับมาถึงจวนผู้เฒ่าหยุนไห่ จู่ ๆ เจียงป่ าวชิงก็พบว่ากลุ่มคนทีออกมาต้อนรับ นางนันไม่มีเจียงหยุนชานรวมอยู่ด้วย นางคิดว่าบางทีพีชายอาจมีธุระให้ออกไป ทําข้างนอกจึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพียงเอ่ยถามเจียงฉิงว่า “สาวน้อย พีชาย ของเราออกไปธุระข้างนอกรึ ?”
รอยยิมของเจียงฉิงค่ อนข้างแปลก ๆ จนทําให้คนฉลาดอย่างเจียงป่ าวชิงสังเกตได้ ถึงสิงผิดปกติ “อาฉิง พีหยุนชานล่ะ ?”
คราวนีเจียงฉิงถึงกับยิมไม่ ออก เจียงป่ าวชิงเริมหน้านิวคิวขมวดพลางเลือนสายตา ไปมองเลียวชุนหยู่ทีตอนนีหน้าซีดเล็กน้อย “ชุนหยู่ พีชายล่ะ ?”
ในทีสุดเลียวชุนหยู่ก็กลันไว้ไม่ไหวร้องไห้ออกมา
เจียงป่ าวชิงรู้สึกกระวนกระวายใจเพราะตอนนีน้องชายของนางร้องไห้นําหูนําตา ไหลและพูดจาสับสน นางต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะรวบรวมความ จริงของเรืองได้
ทีแท้… หลังจากคืนทีนางถูกขันทีผูพาตัวไปพระราชวัง เจียงหยุนชานก็เป็ นห่วง เกียวกับความปลอดภัยของนางจึงเช่ารถม้าไปทีจวนติงกัวโฮ่ C วเพือไปขอความ ช่วยเหลือจากกงจี แต่เขาไม่รู้เลยว่าในช่วงนัน กงจีอยู่ในวังอยู่แล้ว
เจียงหยุนชานขอให้คนเฝ้าประตูไปบอกต่อข้อความด้วยท่าทีเกรงใจ แต่กลับเจอ เข้ากับกงลุ่นผู้เป็ นลูกชายคนโตของบ้านสามทีเพิงกลับมาจากการดืมเหล้าเมาแอ๋
กงลุ่นได้ยินเจียงหยุนชานบอกคนเฝ้าประตูว่ามีธุระมาขอให้กงจีช่วย เดิมทีนันเขา เกลียดกงจีมากอยู่แล้ว เมือเห็นท่าทางทีดูอ่อนแอของเจียงหยุนชาน เขาก็ผุด ความคิดชัวร้ายขึ นมา ในเมือไอ้คนทีดูอ่อนแอคนนีสามารถมาขอความช่วยเหลือ ในวันส่งท้ายปี เก่านีได้ แสดงว่าความสัมพันธ์ของไอ้คนอ่อนแอนีกับกงจีคงสนิท สนมกันพอสมควร เขาจึงเริมพูดจาเหน็บแนมอีกฝ่ าย
เจียงหยุนชานเป็ นห่วงน้องสาวอยู่ในใจ เขาพยายามอดทนไม่สนใจคําพูดเหน็บ แนมของกงลุ่น แต่เลือกทีเมินใส่กงลุ่นและทําท่าประสานมือยืนหยัดในการขอให้ คนเฝ้าประตูไปแจ้งให้กงจีทราบ
การกระทํานียัวให้กงลุ่ นโกรธเข้าอย่างจัง ประกอบกับความเมา กงลุ่นจึงทังต่อย ทังเตะรวมถึงผลักเจียงหยุนชานจนตกบันไดประตูทางเข้า
นันทําให้เจียงหยุนชานขาหักเลยทีเดียว