โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 463 ในนามเต๋าของข้า….ข้าจะออกกฏเพื่อโลกนี้
“ในนามของหนิงเฉินซิน ข้าจะออกกฎเต๋าเพื่อโลกนี้!”
ทุกคนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยสีหน้าหวาดกลัว
บนท้องฟ้า….
แสงหมุนเวียนและส่องแสงระหว่างท้องฟ้าและผืนปฐพี ราวกับว่า มันส่องสว่างทั่วทั้งเขตแดนทุรกันดาร!
ภายใต้แสงแห่งเต๋า หนิงเฉินซินยืนอยู่บนท้องฟ้าราวกับว่าเทพ เซียนจุติจากสวรรค์
เขายืนเคียงข้างท้องฟ้า!
“มันต้องหยิ่งยโสขนาดไหนที่เอานามเต๋าของเจ้า…ออกกฎเต๋า ในโลกใบนี้”
“เฮ้อ…ตำนานก็คือตำนานจริงๆ นั่นแหละ ความกล้าหาญนี้ไม่มี ใครเทียบได้อย่างแท้จริง”
ผู้คนในสำนักจือไจ่ดูฉากนี้ด้วยแววตาแห่งความสุข
เป็นเพราะฉากนี้ได้กวาดล้างหมอกควันของเหตุการณ์ก่อนหน้า นี้จนหมด และหัวใจของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
พวกเขาดีใจมากที่ได้เข้าร่วมสำนักจือไจ่!
ในเวลาเดียวกัน ข้าก็ภูมิใจที่มีปรมาจารย์เต๋าขงจื้อเช่น…หนิง เฉินซิน!
อีกด้านหนึ่ง…ในศาลาเฉาถัง
หงหยิงดูเหมือนจะรู้สึกอะไรบางอย่าง นางมองขึ้นไปบนฟ้าแล้ว ยิ้มออกมา “ดูเหมือนว่าศิษย์น้องสามจะคลี่คลายเรื่องราวแล้ว”
หลังจากนั้นนางก็โบกมือ
เต๋าสวรรค์ของนางรู้สึกได้และนางตกลงจะให้หนิงเฉินซินใช้นาม เต๋าของเขาเพื่อออกกฎ!
หงหยิงในตอนนี้ นางคือผู้ควบคุมวิถีสวรรค์ในเขตแดนนี้
และถ้าหนิงเฉินซินต้องการออกกฎด้วยนามเต๋าของเขาเอง เขา จะต้องได้รับการอนุมัติจากวิถีสวรรค์!
เมื่อมู่ฟู่เฉิซิงมองดูฉากนี้
เขาไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่า…
ศิษย์พี่สามซึ่งมักจะอ่อนโยนพอๆ กับศิษย์พี่หญิงที่อยู่ข้างๆ จริงๆ แล้วเขาสามารถมีท่าทางหยิ่งผยองได้ถึงขนาดนี้
ทว่าหลู่ฉางเซินกลับเม้มริมฝีปากของเขา
ทำไมเจ้าต้องทำตัวเด่นขนาดนี้ด้วย?
…
ในตอนนี้ หนิงเฉินซินถือคัมภีร์เต๋ายืนเคียงข้างท้องฟ้าราวกับว่า เขาคือเทพเซียน
หลังจากรู้สึกถึงการอนุมัติจากวิถีสวรรค์
หนิงเฉินซินก็ตะโกนด้วยเสียงทุ้มลึก
เขาเปล่งเสียงอันดังก้องออกมาจากปาก
เสียงกระจายไปทั่วเขตแดนทุรกันดาร!
“สำนักจือไจ่นี้เดิมเป็นสถานที่สำหรับการเผยแพร่ แต่ตอนนี้ข้า ต้องการควรควบคุมเขตแดนนี้!”
“ข้าขอออกกฎในนามเต๋าของข้าว่า…”
“ประการแรก หากมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ มันจะต้องไม่ เกิดการสังหารหมู่!”
“ประการที่สอง เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ก่อสงครามขนาดใหญ่ เป็นการส่วนตัว!หากมีเหตุผลรายงานให้ฝ่ายสำนักทราบแล้วฝ่าย สำนักจะทำการตัดสินใจ!”
“หากเจ้าฝ่าฝืนกฎ สำนักจะไล่ตามเจ้าด้วยกำลังทั้งหมด ไม่ว่า จากจุดสิ้นสุดของโลกไปจนถึงยมโลก!”
ด้วยกฎทั้งสองประการนี้
มันทำให้ทุกคนต่างตะลึง
ถึงแม้มันจะดูไม่เข้มงวดนักก็ตาม
ทว่าในโลกแห่งเต๋าบ่มเพาะ ที่ซึ่งใช้กฎแห่งป่า ผู้แข็งแกร่งกลืน กินผู้อ่อนแอ…
มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้คนจะทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของ ตนเอง มันจึงส่งผลให้เกิดนองเลือดและโศกนาฏกรรม!
ทว่าหนิงเฉินซินก็กล้าสร้างกฎนี้ด้วยนามเต๋าของเขาเอง
และเขายังเข้ามาดูแลเรื่องเหล่านี้เป็นการส่วนตัว
เขาหยิ่งแค่ไหน?
เขายโสมาก?
ทันใดนั้น หนิงเฉินซินยังคงตะโกนต่อไป “ในฐานะเจ้าสำนักจือ ไจ่ หากเจ้าฝ่าฝืนกฎทั้งสองข้อนี้ ดวงวิญญาณของเจ้าก็จะถูก ทำลาย!”
หากเจ้าต้องการควบคุมดูแลผู้อื่น เจ้าต้องมีวินัยในตนเองอย่าง เคร่งครัด
ไม่อย่างนั้น เจ้าจะทำให้คนอื่นไว้วางใจได้อย่างไร?
ทันใดนั้น หนิงเฉินซิน ยับนิ้วของเขาไปที่กึ่งกลางคิ้วของเขา และออร่าพลังวิญญาณก็ออกมา
มันชี้ขึ้นไปบนฟ้า!
ออร่าพลังจิตวิญญาณบินขึ้นไปในอากาศและผสานกับวิถีแห่ง สวรรค์!
ทันใดนั้น…
บนท้องฟ้า มีเสียงหนึ่งดังออกมา!
“กฎดำรงอยู่!”
เสียงร้องดังมาจากสวรรค์!
กฎของหนิงเฉินซินได้รับการยอมรับจากวิถีสวรรค์แล้ว!
ณ ตอนนี้…
หนิงเฉินซินผู้เต็มไปด้วยจิตวิญญาณอันสูงส่ง เขาได้กลายเป็น กฎของเขตแดนนี้!
เมื่อเขาได้ทำเรื่องทั้งหมดนี้แล้ว
หลังจากนั้นหนิงเฉินซินก็กลับมาที่สำนักจือไจ่
เขาฝากเรื่องการควบคุมดูแลไว้กับผู้อาวุโสและคนอื่นๆ
…
อีกด้านหนึ่ง…
หลู่ฉางเซินฮัมเพลงเล็กน้อย และมีรอยยิ้มปรากฏบนริมฝีปาก ของเขา
แนวทางของลูกศิษย์คนที่สามของข้าคือการหวังความสงบสุขใน โลก
ตอนนี้ถือได้ว่าเป็นก้าวแรกแล้ว
และนิกายดาบชิงหยุน…
การทดสอบที่สามยังอยู่ในระหว่างดำเนินการ
ในโลกมายา เหลือเพียงยี่สิบเอ็ดคนจากสี่สิบคนดั้งเดิม
คนที่เหลือไม่สามารถทนต่อสิ่งล่อใจได้ และถอนตัวออกจาก ภาพลวงตาด้วยสีหน้าหดหู่
เย่ชิวไป่ถอนสายตาจากหนิงเฉินซิน และหันไปดูภาพลวงตาอีก ครั้ง
มีชายคนหนึ่งต้องการร่วมครอบครัวของเขา
เขาบอกว่าคนอื่นๆ ไม่มีคุณสมบัติที่จะสอนเขา…ฮ่าวเทียน
เขายังคงอยู่ในภาพลวงตา
ใบหน้าของเขาหมองคล ้า…
สีหน้าค่อนข้างซีดเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ
ตัวตนของคนผู้นี้แข็งแกร่งกว่ากลุ่มผู้ฝึกฝนดาบที่ต้องการเข้า ร่วมนิกายดาบชิงหยุนมาก
เจี้ยเจาเมื่ยนยิ้มจากด้านข้างแล้วกล่าวว่า “อือ…ไม่เลวเลย”
“เจ้าควรพิจารณารับเขาเป็นลูกศิษย์ของเจ้าหรือไม่?”
เย่ชิวไป่ยิ้มเบาๆ แล้วกล่าวว่า “ข้ายังคงอยู่บนเส้นทางเต๋าเพื่อไล่ ตามขอบเขตแห่งดาบขั้นสูงสุด ดังนั้นข้าจึงไม่มีเวลาสั่งสอนศิษย์”
หลังจากนั้น เขาจะไปยังเขตแดนอื่นๆ เพื่อแสวงหาเต๋าต่อไป
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะพาฮ่าวเทียนไปด้วย
เหลียงเฟิงขมวดคิ้วแล้วถามว่า “มันจะมีผลยังไง ถ้าเจ้าจะรับเขา เป็นศิษย์ส่วนตัว?”
“เมื่อถึงเวลา เจ้าก็ให้คำแนะนำเขาเมื่อเจ้าว่าง และแน่นอน เจ้า ไม่จำเป้นต้องแนะนำเขาทั้งหมดเหมือเด็กน้อย…ใช่ไหม?”
“เอาล่ะ…พักเรื่องนี้ไว้ก่อน แล้วดูว่าเขาจะผ่านไปได้ไหม”
เวลาผ่านไปนาทีต่อนาที
ผู้ฝึกฝนดาบที่ล้มเหลวเหล่านั้นไม่ได้ออกจากที่นี่โดยตรง
แต่เขาและผู้ฝึกฝนคนอื่นๆ มองไปที่คนประมาณยี่สิบคนในภาพ ลวงตา
พวกเขาต้องการดูว่ามีใครสามารถผ่านการทดสอบที่
ยากลำบากเช่นนี้ได้หรือไม่?
และงครึ่งวันก็ผ่านไป…
มีคนผู้หนึ่งลืมตาขึ้นมา
ในดวงตาของเขา เจตจำนงดาบพุ่งออกมา!
“มันคือฮ่าวเทียน!”
“เป็นเขาจริงๆ”
เหลียงเฟิงแตะคางของเขาแล้วกล่าวว่า “มันคือต้นกล้าที่ดี เรา สามารถมุ่งเน้นบ่มเพาะเขาได้”
เจี้ยนเจาเมี่ยนก็พยักหน้าและกล่าวว่า “พรสวรรค์ของเด็กคนนี้
ดีกว่าเราสองคนมาก”
เย่ชิวไป่ยิ้มและกล่าวว่า “ผู้ที่ผ่านแล้ว โปรดเดินมารออยู่ข้างๆ ข้า”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ฮ่าวเทียนก็กุมมือคารวะไปทางเย่ชิวไป่แล้วก้าว ออกไป
เขาไม่ได้มองคนอื่น แต่แค่นั่งขัดสมาธิทันทีที่มาถึงข้างๆ เย่ชิว ไป่
เขาทำการบ่มเพาะต่อไป
ฉากนี้ล้วนอยู่ในสายตาของเย่ชิวไป่
พรสวรรค์ดีและตัวตนก็ดี
เขายังทำงานหนักมากในเส้นทางการบ่มเพาะจองเขา
เขาคือต้นกล้าที่ดีจริงๆ
หลังจากนั้นเวลาผ่านไป…
บางคนประสบความสำเร็จและบางคนล้มเหลว
ท้ายที่สุดแล้ว มีเพียงสิบหกคนเท่านั้นที่ผ่านการทดสอบรอบนี้!
เมื่อเห็นฉากนี้ ทุกคนก็หัวเราะอย่างขมขื่น
แม้ว่าจะมีการคาดหวังก่อนแล้วว่า การทดสอบเข้านิกายดาบชิง หยุนนั้นน่าจะยากมาก!
แต่ข้าไม่ได้คาดหวังว่ามันจะยากถึงขนาดนี้
ผู้ฝึกฝนดาบหลายพันคนมาที่นี่
สุดท้ายก็เหลือเพียงสิบหกคนเท่านั้น…
และคนทั้งสิบหกคนนี้ล้วนเป็นอัจฉริยะในสาขาต่างๆ!
ในฐานะผู้นำนิกาย เย่ชิวไป่ก้าวไปข้างหน้าและกล่าวเสียงดังว่า “ใครก็ตามที่ผ่านการทดสอบทั้งสามรอบ เจ้าสามารถเข้าร่วมนิกาย ดาบชิงหยุนของเราได้”
“เจ้าสามารถเลือกผู้อาวุโสเพื่อเป็นอาจารย์ของเจ้าได้”
ทั้งสิบห้าคนดูประหลาดใจ
พวกเขาสามารถเข้าร่วมนิกายดาบชิงหยุนได้
นอกจากนี้ยังหมายความว่า พวกเขาได้เข้าสู่นิกายบ่มเพาะดาบ ระดับแนวหน้าของเขตแดนทุรกันดารแล้ว!
ผู้คนทั้งสิบห้าคนล้วนเลือกผู้อาวุโสจากนิกายให้เป็นอาจารย์ ของพวกเขา
แม้แต่เหลียงเฟิงและเจี้ยนเจาเมี่ยนต่างก็ยอมรับลูกศิษย์ที่มี พรสวรรค์ที่ดี
มีเพียงฮ่าวเทียนเท่านั้นที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม
หน้าตาหมองคล ้า…
เย่ชิวไป่ถามว่า “เจ้าไม่เลือกผู้อาวุโสมาเป็นอาจารย์ของเจ้างั้น เหรอ?”
ฮ่าวเทียนส่ายหน้าแล้วตอบว่า “พวกเขาไม่สามารถสอนข้าได้”
เมื่อได้ยินคำตอบนี้ เหลียงเฟิงและเจี้ยนเจาเหมี่ยนไม่ได้โกรธ
เขาคือรุ่นเยาว์ผู้มากพรสวรรค์…
เป็นเรื่องปกติที่เขาจะหยิ่งผยอง
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยเป็นมาก่อนงั้นเหรอ?
หากไม่มีความเย่อหยิ่ง ย่อมไม่ใช่อัจฉริยะ!
เย่ชิวไป่ยิ้มเบาๆ แล้วถามว่า “ถ้าอย่างนั้น เจ้าวางแผนที่จะบ่ม เพาะด้วยตัวเองงั้นเหรอ?”
ฮ่าวเทียนมองตรงไปที่เย่ชิวไป่ และกล่าวอย่างจริงจังว่า “ข้า อยากจะกราบท่านในฐานะอาจารย์ของข้า”
“มีเพียงท่านเท่านั้นที่มีคุณสมบัติที่จะสอนเต๋าดาบให้ข้าได้”
เย่ชิวไป่ยิ้มเบาๆ ส่ายหน้าแล้วถามอีกว่า “แล้วถ้าข้าไม่ยอมรับ เจ้า แล้วเจ้าจะทำอย่างไร?”
ฮ่าวเทียนยักไหล่และตอบว่า “ข้าจะพิสูจน์ตัวเองต่อหน้าท่าน”
เย่ชิวไป่ยื่นสามนิ้วออกมาแล้วกล่าวว่า “ข้าจะให้โอกาสเจ้า ข้า จะให้การทดสอบเจ้าอีกสามครั้งด้วยตัวเอง หากเจ้าผ่านได้ ข้ายินดีที่
จะรับเจ้าเป็นศิษย์ เจ้าตกลงไหม?”