เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1014 คนที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ต้องรู้จัก ก้าวและถอย
- Home
- เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
- บทที่ 1014 คนที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ต้องรู้จัก ก้าวและถอย
เฉินชางหยิบกระดาษออกมาหลายแผ่น และเริ่มทำ PPT
ระกอบการบรรยายในวันพรุ่งนี้และมะรืนนี้
จะขึ้นไคุยโม้ไเรื่อยคงไม่ได้
การอบรมไม่สามารถอัดทุกอย่างเข้าสู่สมองในคราวเดียว แต่
ต้องใช้วิธีการชี้แนะทำให้คนอื่นค่อยๆ ยอมรับแนวคิดของคุณ
จากนั้นจึงจะเกิดการเรียนรู้ในระหว่างทาง
หลังจากใช้เวลาหลายชั่วโมง เฉินชางก็ทำ PPT เสร็จ รู้สึก
ระทับใจเล็กน้อย
ทีนี้…ก็เหลือแค่เคสตัวอย่างของจริงเท่านั้น!
ใครมันจะโชคดีขนาดนี้นะ
ช่างเ็นวันที่สงบสุข อากาศแจ่มใส
เวลาระมาณเจ็ดโมงเช้า โทรศัพท์ของเฉินชางก็ดังขึ้น“ชางเออร์ ฮ่าๆๆ พวกเรามาถึงแล้วนะ กำลังรายงานตัวอยู่แถว
นี้ ตอนนี้นายอยู่ไหน เดี๋ยวเราไหา” เสียงคุ้นเคยของหวังเชียนดัง
เข้ามา
เฉินชางยิ้ม “พวกคุณนั่งรอก่อนนะครับ ผมกำลังไ จะได้เอา
กุญแจห้องพักให้พวกคุณด้วย ตอนเย็นผมจองร้านอาหารให้แล้วนะ
”
หวังเชียนเดาะลิ้น “ชัดเลย เ็นคนเมืองหลวงแล้วก็ต่างไเลย
แฮะ”
เฉินชางวางสาย รู้สึกมีความสุขอย่างแท้จริง เลิกงานแล้วก็
ขับรถตรงไที่วิทยาลัยการแพทย์ักกิ่งยูเนี่ยน ฉินเยว่รออยู่ข้างถนน
อยู่แล้ว หลังจากขึ้นรถ ทั้งสองคนก็ตรงไที่โรงแรม
ฉินเยว่พูดเจื้อยแจ้วอย่างมีความสุขขณะอยู่บนรถ
หลังจากที่เดินทางมาถึงเมืองหลวง ถึงทุกคนจะดีมาก แต่
สุดท้ายก็ยังรู้สึกอึดอัดอยู่ดี
ไม่เหมือนที่โรงพยาบาลอันดับสอง ที่นั่นล้อเล่นกันได้อย่างไม่
มีเคอะเขิน สบายๆหลังจากเดินทางมาถึงโรงแรม ก็มีคนสิบกว่าคนเดินออกมา
เหล่าเฉินก็มาด้วย แถมยังสวมสูท ใส่รองเท้าหนัง มีสไตล์ไม่หยอก!
เฉินชางหัวเราะร่า “หัวหน้า มานัดบอดเหรอครับ”
เฉินิ่งเซิงหวดฝ่ามือเข้าที่ศีรษะของเฉินชางอย่างจัง “ไอ้เด็กนี่!
มาระชุมก็ต้องสุภาพหน่อยสิ”
เฉินชางยิ้ม “พี่สะใภ้ล่ะครับ”
เหล่าเฉินชะงัก
จางจื้อซินที่อยู่ใกล้ๆ กลับหัวเราะขึ้นมา “เสี่ยวเฉิน แกนี่ไม่ไหว
เลยนะ เห็นหน้ากันก็ถามหาแต่พี่สะใภ้…”
“ไสหัวไ!” เฉินิ่งเซิงโกรธจัดจนอยากจะฟาดเจ้าเด็กนี่ซะ
ทันใดนั้นทุกคนก็หัวเราะลั่น
การพบเจอเพื่อนเก่าจากบ้านเกิดเ็นเรื่องน่ายินดี
แต่สิ่งที่ทำให้เฉินชางสงสัยคือ…หวังหย่งกำลังกุมมือสาวสวย
คนหนึ่งอยู่ด้วย!
“โอ้โห…หวังหย่ง แอบไมีแฟนลับหลังผมเหรอ!” เฉิน
ชางโพล่งออกมาแฟนของหวังหย่งไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เ็นคนจากแผนก
ศัลยกรรมทั่วไที่รับเข้ามาใหม่ ชื่อซุนลี่
ซุนลี่้องากหัวเราะ “ดูท่าทางพวกคุณสองคนคงจะเ็น
เนื้อคู่กันสินะ!”
ทุกคนต่างเอะอะเสียงดังสักพักหนึ่ง ก่อนที่เฉินชางจะพา
ทุกคนเข้าไในโรงแรม จัดการเช็คอินให้
จากนั้นตรงดิ่งไที่ร้านอาหาร
แม้ว่าจะจองไว้สองโต๊ะ แต่ดูจากจำ นวนคนแล้วก็จัดโต๊ะใหญ่
แค่โต๊ะเดียวได้ ถ้าอยากสนุกก็นั่งเบียดๆ ด้วยกัน
จางโหย่วฝูหยิบขวดเหล้าออกมาจากกล่องท้ายรถ!
เขาโทรศัพท์หาต้วนัว เสร็จแล้วจึงเดินตามมา
ทุกคนไม่เลี่ยนไเลยสักนิด เพียงแต่วันนี้พวกเขาได้
ผ่อนคลายจริงๆ
หลี่เ่าซานนั่งข้างเฉินชาง ทีแรกเฉินชางคิดว่าหัวหน้าหลี่
ไม่ดื่มเหล้า แต่ที่ไหนได้เขากลับเ็นฝ่ายรินให้ตนก่อน และลุกขึ้น
พูดว่า“วันนี้เ็นโอกาสดีที่เราได้มารวมตัวกัน ผมขอถือโอกาสนี้
อวยพรให้กับทุกคน แผนกฉุกเฉินเองก็งานยุ่งมาก ขอบคุณทุกคนที่
ตั้ง
ใจทำงานนะ”
พูดจบ หลี่เ่าซานก็กระดกจนหมดแก้ว ทว่า…เนื่องจากไม่ได้
ดื่มมานาน จึงสำ ลักและไอหลายครั้ง
ทำเอาทุกคนตกตะลึง!
เพราะในความเข้าใจของทุกคน หลี่เ่าซานไม่ดื่มเหล้า แม้แต่
จางโหย่วฝูก็ยังอึ้ง
“เหล่าหลี่ ดื่มไม่ได้ก็อย่าดื่มสิ”
หลี่เ่าซานพูดแกมหัวเราะ “คิดว่าเก่งนักเหรอ ตอนหนุ่มๆ ผม
ดื่มได้เท่าพวกคุณดื่มกันสองคนนะ!”
จางโหย่งฝูได้ยินก็ฮึกเหิมขึ้นมา “ฮ่าๆ ได้ๆ มาๆๆ เราสองคน
คืนนี้นอนห้องเดียวกัน ใครอ้วกก่อนอ่อน!”
หลี่เ่าซานยิ้มตาหยี “จัดไ!”
นี่เ็นครั้งแรกในรอบหลายสิบีที่เขาดื่มเหล้า เขาดื่มอย่าง
มีความสุขและสนุกสนานเห็นทีมของเขาเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลี่เ่าซานก็ภูมิใจ!
แน่นอนว่าในงานรวมตัวแบบนี้ ต้องมีคนทำลายบรรยากาศ
ความรื่นเริงจนได้
หวังเซียนกอดคอเฉินชาง “ชางเอ๋อร์ คุณดูสิ ช่วงนี้ผมเหนื่อย
มากเลยนะ ตอนที่คุณไม่อยู่ พวกเราทำงานหนักกันสุดๆ เลย!”
เฉินชางกระแอมไอ “คุณต้องออกกำลังกายบ้างแล้วนะ
วกเียกเหลือเกิน”
เมื่อได้ยินดังนั้น หวังเซียนก็ไม่สบอารมณ์ “ฮ้า? ผมเนี่ยนะ
วกเียก? คืนนี้เราสองคนนอนห้องเดียวกันเลย ใครฉี่บ่อยกว่าอ่อน
!”
ทุกคนระเบิดหัวเราะออกมาทันที
หลังจากรับระทานอาหารเสร็จ พวกเขาก็ขึ้นไร้องเพลงใน
ห้องส่วนตัวบนชั้นสอง
จนถึงเวลาเที่ยงคืนกว่าทุกคนจึงแยกย้ายกันไ
ต่างคนต่างดื่มหนัก ตอนกินข้าวก็ดื่มไนิดหน่อย กินข้าวเสร็จ
ยังไต่อที่ KTV กันอีกยกแม้แต่ฉินเยว่ก็ยังดื่มเบียร์ไหลายแก้ว
คืนนี้เฉินชางตั้งใจจะไม่กลับบ้าน เขาคิดไว้แล้วว่าวันนี้ยังไงก็
ต้องดื่มแน่นอน
ทุกคนต่างดื่มหนัก เดินโซซัดโซเซกลับห้องไทีละคน
หลังจากที่เฉินชางดูแลฉินเยว่ส่งเธอเข้านอนเรียบร้อยแล้วก็ตั้งใจ
จะออกไสูดอากาศบริสุทธิ์
เขาได้ยินเสียงงึมงำ ตลอดคืน หวังหย่งเจ้าคนากหนักพอ
ดื่มเหล้าแล้วกลายเ็นขี้เหล้ามักไมค์ ร้องเพลงอยู่ได้ไม่รู้จักเบื่อ
พอเดินออกมาแล้ว เขาก็พบหลี่เ่าซานที่เดินออกมา
เหมือนกัน
ทำให้เฉินชางชะงักไชั่วครู่
“หัวหน้า ไม่ได้ดื่มเยอะไใช่ไหมครับ”
หลี่เ่าซานหัวเราะ “ไม่หรอก ก็แค่อุดอู้ไหน่อย เลยจะลงไ
สูดอากาศน่ะ”
เฉินชางได้ยินดังนั้น ก็พูดขึ้น “ได้วยกันนะครับ”
ทั้ง
สองเดินลงไชั้นล่างด้วยกันค่ำคืนในเมืองหลวงไม่หนาวเย็นเท่าเมืองอันหยาง แต่
มีบรรยากาศที่พิเศษกว่าเมืองอันหยางหลายเท่า ลมกระโชกที่
พัดผ่านมาเ็นครั้งคราวช่วยคลายความกังวลลงไมาก
ทั้ง
สองเดินเคียงไหล่พูดคุย
ผ่านไสักพักใหญ่ จู่ๆ เฉินชางก็ถามขึ้นมาว่า “หัวหน้า เหมือน
คุณเคยบอกว่าเมื่อก่อนเคยอยู่ที่เมืองหลวงใช่ไหมครับ”
หลี่เ่าซานพยักหน้า “อืม เคยอยู่ที่เมืองหลวงสิบแดี ผมจบ
มหาวิทยาลัยแพทย์เมืองหลวงตอนีเก้าสอง ซึ่งก็คือคณะแพทย์
มหาวิทยาลัยเมืองหลวงในตอนนี้”
เฉินชางได้ยินแบบนั้นก็ตาลุกวาว “เจ๋งใช่ย่อยเลยนะครับเนี่ย
จบม.ดังซะด้วย!”
หลี่เ่าซานหัวเราะ
ที่จริงคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยักกิ่งเดิมเคยเ็น
วิทยาลัยการแพทย์แห่งชาติักกิ่ง ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม
ี 1912 เ็นวิทยาลัยการแพทย์ตะวันตกแห่งแรกที่ก่อตั้งขึ้นโดย
อาศัยกำลังของรัฐบาลจีนเพียงฝ่ายเดียวถ้าจะพูดกันจริงๆ ที่นี่ถือเ็นผู้บุกเบิกการพัฒนาด้าน
แพทยศาสตร์ของระเทศ
หลี่เ่าซานเล่าต่อ “หลังจากเรียนจบ ผมก็ทำงานใน
โรงพยาบาลต่อทันที โรงพยาบาลแรกที่ไก็คือโรงพยาบาลเ่ยต้า
แล้วก็อยู่ยาวถึงสิบแดี!”
เฉินชางตะลึง “สิบแดี! หัวหน้า…อยู่โรงพยาบาลเ่ยต้า
มาตั้งสิบแดี แล้วไหงถึงไอยู่ที่โรงพยาบาลอันดับสองล่ะครับ
ที่นั่นทั้งวุ่นวาย ทั้งด้อยกว่าไม่ใช่เหรอครับ”
เฉินชางหยอกเย้า
หลี่เ่าซานหัวเราะ “ฮ่าๆ คุณไถามคนที่โรงพยาบาลเ่ยต้าดู
สิ ไม่มีใครไม่รู้จักหลี่เ่าซาน!”
เฉินชางขำน้อยๆ “สงสัยเ็นเพราะผมไม่เคยได้ยินคุณพูดถึง
เรื่องเมื่อก่อนด้วยละมั้งครับ”
หลี่เ่าซานส่ายหน้า “เฮ้อ…ไม่มีอะไรน่าเล่านี่นา ไม่มีเรื่องดี
อะไรด้วย
แถมก่อเรื่องไว้ตั้งเยอะ…เฮ้อ!ตอนนั้นหัวหน้าแผนกฉุกเฉินคนเก่ากำลังจะเกษียณ อันที่จริง
ผมเ็นคนที่ได้รับคัดเลือก แต่ว่า…เพราะยังเด็กนั่นแหละ ยังไม่รู้จัก
ขอบเขต มุทะลุเกินไ เฮ้อ…