เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1193 พวกเรา พวกหมอเถื่อนเข้าสู่สนามรบแล้ว สกัดขาพวกมันซะ!
- Home
- เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
- บทที่ 1193 พวกเรา พวกหมอเถื่อนเข้าสู่สนามรบแล้ว สกัดขาพวกมันซะ!
ไม่มีอะไรปิดบังไว้ได้ตลอดไป!
เรื่องที่ศาสตราจารย์เฉินชางเป็นแพทย์ประจำบ้านแพร่กระจายไปทั่วศูนย์ฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว
กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนในโรงพยาบาลพูดถึง
ไม่ว่าเฉินชางไปที่ไหน ทุกคนต่างยิ้มและทักทาย “ศาสตราจารย์เฉินสู้ๆ คุณเป็นแพทย์เจ้าของไข้ได้แน่นอน!”
“ใช่ ศาสตราจารย์เฉินทำได้!”
เฉินชางหน้าแดงด้วยความอึดอัด
ฉันเป็นแพทย์ประจำบ้าน ฉันต้องภูมิใจเหรอ? ฉันหลงตัวเองเหรอ?
พวกคุณ…พวกคุณ…ช่างเถอะๆ!
ชั่วพริบตาเดียวก็ใกล้จะถึงวันเสาร์แล้ว
เฉินชางรีบกลับไปที่เมืองอันหยางในวันศุกร์
การสอบจัดขึ้นในวันเสาร์
หลังจากที่เฉินชางกลับมา เขาก็ตัดสินใจพักโรงแรม เพราะบ้านเช่าที่เขาเคยอยู่ถูกปล่อยเช่าต่อแล้ว ถึงแม้ค่าเช่าจะตกอยู่ที่เดือนละหนึ่งพันกว่าหยวนเท่านั้น แต่เช่าไว้เฉยๆ ไม่ได ด้อยู่เองก็เสียเงินเปล่า
อีกอย่าง บ้านของเขาเองก็ใกล้เสร็จแล้ว ตอนนี้กำลังตกแต่งเพิ่มเติม คาดว่าจะเสร็จภายในหนึ่งหรือสองเดือน
ผู้รับเหมาคอยติดต่อกับเฉินชางอยู่เสมอ ส่งรูปมาให้ดูเป็นระยะๆ
เมื่อเฉินชางกลับมาที่เมืองอันหยาง เขาจึงรู้สึกเหมือนกลับมาอยู่บ้าน
อากาศที่นี่ช่างแสนคุ้นเคย เมื่อเทียบกับหมอกควันในเมืองหลวง ที่นี่อึดอัดน้อยกว่า มีชีวิตชีวามากกว่าหลายเท่า
บางครั้ง อากาศในเมืองหลวง เวลาหายใจเข้าลึกๆ อาจทำให้ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังไอโขลกๆ ได้
เฉินชางคิดไปคิดมาแล้วก็หาโรงแรมพัก ที่อยู่คือวิทยาลัยเทคนิคคอมพิวเตอร์ซินหวา เฉิงชางไม่ได้ขับรถกลับมา ค่าแท็กซี่ห้าสิบหยวน ระยะทางไม่ใช่ใกล้ๆ เริ่มสอบตอนเก้าโมงเช้า เฉินชางต้อ องออกเดินทางก่อนหนึ่งชั่วโมง
เขาไปในที่ที่เขาคุ้นเคย เผื่อว่าจะมีคนรู้จักอยู่บ้าง จะได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้
ตอนนี้เขารู้สึกหมดอาลัยตายอยากนิดหน่อย ทำไมตัวเขาถึงมีระบบการผ่าตัดแค่ระบบเดียว แต่ไม่มีการศึกษาระบบเดียวบ้างนะ
การสอบวันแรกใช้เวลาตลอดทั้งวัน สี่วิชา!
คนขับแท็กซี่เป็นคนท้องถิ่น เห็นเฉินชางอ่านหนังสือในรถก็อดทักไม่ได้ “พ่อหนุ่ม ไปสอบเหรอ”
เฉินชางยิ้มเขินๆ “อืม ใช่ครับ อ่านหนังสือกันตายน่ะครับ”
คนขับแท็กซี่หัวเราะ “สมัยลุงเรียนก็ไม่ค่อยตั้งใจเรียน เวลาอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบก็ไปตายเอาดาบหน้าเหมือนกัน!”
เฉินชางได้ยินแล้วรู้สึกเหมือนเจอเพื่อนร่วมอุดมการณ์ จึงอดถามไม่ได้ “ผลสอบออกมาโอเคไหมครับ”
คนขับหัวเราะ “ผลสอบเหรอ ก็พอใช้ละนะ ลุงโดนพ่อตีจนชิน ก็เลยไม่อยากไปเรียน จากนั้นก็มาขับแท็กซี่ ขับมายี่สิบปีแล้ว!
แล้วพ่อหนุ่มทำงานอะไร สอบอะไรล่ะ”
เฉินชางผงกหัว “ผมเป็นหมอ กำลังจะสอบวัดผลระดับกลางเพื่อเป็นแพทย์เจ้าของไข้น่ะครับ เนื้อหาเยอะสุดๆ เลยครับ ให้ตาย!”
เฉินชางยังไม่ทันพูดจบ คนขับก็เบรกกะทันหันจนเฉินชางแทบจะหัวทิ่ม
เฉินชางตกตะลึง “คุณลุงครับ…”
คนขับจ้องตาเขม็ง “ใครลุงคุณ ลงจากรถ!”
เฉินชางเปิดแผนที่ “ยังไม่ถึงเลยนี่ครับ”
คนขับพยักหน้า “รถเสีย ฉันจะลงไปดู เธอลงไปก่อน”
เฉินชางร้องอ๋อ ก่อนจะพยักหน้าแล้วลงจากรถ
ทันทีที่ลงจากรถ คนขับก็สตาร์ทรถออกตัว ขับไปสักระยะ ยื่นหน้าออกมาระเบิดเสียงด่า “ไอ้หนุ่มมีหน้าจะสอบเป็นหมอประจำบ้านอีกเหรอ ถุย! อ่านหนังสือกันตายแท้ๆ ดันสะเออะอยากเป็น นหมอ พ่อละอยากจะทิ่มให้ตาบอดสักที!
พวกแกเป็นหมอ ต้องตั้งใจเรียน ต้องหมั่นฝึกฝนสิ คิดว่าตัวเองเป็นคนขายเนื้อหรือไง
วันนี้ฉันทำเพื่อประชาชน โชคดีที่ฉันเจอแกก่อน ถ้าแกสอบผ่าน ไม่รู้จะมีคนซวยกี่คน!
เงินฉันก็ไม่เอา แกน่ะไม่ต้องสอบแล้ว!”
พูดจบคนขับก็หัวเราะพลางฮัมเพลงไปด้วย “แสงสว่างอันยิ่งใหญ่ สาดส่องบนผืนแผ่นดิน...”
เงิน? เอาเงินไปทำไม? ทำดีเพื่อเงินเหรอ?
เฉินชางยืนอยู่ใต้แสงแดดยามเช้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความสับสน...
ฉันอ่านหนังสือผิดตรงไหนวะ
ฉัน…ฉัน…
เฉินชางยืนอยู่ตรงนั้น รู้สึกไม่ยุติธรรมจนอยากร้องไห้
ฉันทำอะไรผิด ทำไมต้องทำกับฉันแบบนี้!
เฉินชางไม่คิดว่าจะเจอคนขับแท็กซี่ใจร้อนแบบนี้ จะหัวเราะก็ไม่ได้ร้องไห้ก็ไม่ออก
แต่เห็นได้ชัดว่าคนขับคนนี้ยังไม่โปรพอ ถ้าเฉินชางเป็นคนขับ เขาจะพาเฉินชางไปทิ้งในที่รกร้างห่างไกลผู้คน
จากนั้นก็ขับรถหนีไป!
เฉินชางเสียเวลาสองนาทีในการเรียกรถแท็กซี่อีกคัน
คราวนี้เฉินชางฉลาดขึ้นแล้ว
พอคนขับถามเขาว่าทำอะไร เฉินชางก็แค่ยิ้ม ไม่ตอบอะไร
หลังจากคนขับก็ไล่เขาลงจากรถ คิดค่าโดยสารเฉินชางน้อยลงแปดสิบเหมา
แล้วพูดว่า “น้องชาย พี่จะบอกให้นะ มาสอบแบบนี้ พี่ว่าเสียเงินเปล่า แปดสิบเหมานี่พี่ไม่เอาแล้วนะ น้องค่อยไปสอบใหม่นะคราวหน้าละกัน!
แต่ครั้งต่อไปต้องทบทวนให้ดีนะ อ่านหนังสือตอนใกล้สอบไม่ช่วยอะไรหรอก!”
พูดจบ เขาก็ขับออกไป
ทันใดนั้นเองวิทยุสื่อสารของคนขับดังขึ้น
“พี่น้องทั้งหลายฟังให้ดี วันนี้โรงพยาบาลกำลังจัดสอบแพทย์ระดับกลาง เพื่อเป็นหมอเจ้าของไข้ ตอนขึ้นรถทุกคนลองสังเกตให้ดี ถ้าไปแถวๆ วิทยาลัยเทคนิคคอมพิวเตอร์ซินหวา พวกนายก็ล ลองประเมินดูแล้วกัน ถ้าดูทรงแล้วคะแนนน่าจะดี ให้ไปส่งเลย น่าจะเป็นหมอดี ไม่ใช่แค่ไปส่งให้ตรงเวลา จะให้ดีส่งฟรีไปเลย เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อย!
เพราะพวกเขาเป็นคนเก่ง ต่อไปจะได้ช่วยเหลือประชาชนเมืองอันหยางของเรา พวกเขาล้วนเป็นหมอที่ดี!
แต่ถ้าเจอพวกที่ไม่ตั้งใจเรียน มาสอบวัดดวง อย่าส่งไปเด็ดขาด ส่งไปก็เป็นภัยต่อชาติบ้านเมือง! เมื่อกี้ฉันเจอไอ้เด็กคนหนึ่ง หน้าตาก็ดี แต่ไม่คิดเลยว่าเป็นพวกขี้เกียจ! มาอ่านห หนังสือเตรียมสอบเอาตอนใกล้สอบ แถมยังพกโพยมาด้วย!
แม่งเอ๊ย ตอนนั้นฉันโมโหมาก ก็เลยไล่มันลงจากรถทิ้งไว้ข้างทางซะเลย!”
เฉินชางได้ยินแล้ว ก็สบตาคนขับตาต่อตาประมาณสี่ห้าวินาที
ทันใดนั้น คนขับก็ยิ้มอย่างอบอุ่น “คืองี้นะน้องชาย พี่ส่งผิดที่ ขึ้นรถเร็ว เดี๋ยวพี่จะพาไปส่ง เดี๋ยวจะสายเอานะ!”
เฉินชางหันหลังวิ่งหนีทันที!
นี่มันอะไรกัน เดี๋ยวนี้การสอบมันยากเย็นขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
อันตรายเกินไปแล้ว!
คุณลุงคนขับรถโมโหจนลงจากรถมาตะโกนด่า “เฮ้ย วันนี้สร้างเรื่องแล้วสิ ชิบหายแล้ว!”
เขาชี้ไปที่เฉินชางและตะโกนด่าอย่างโกรธแค้น “ไอ้หนุ่ม อย่าให้เจออีกนะแก! ระวัง…ระวังจะโดนแจกตีน!
เวร อุตส่าห์ช่วยประหยัดตังค์ให้ตั้งแปดสิบเหมาเลยนะ!”
เฉินชางรีบวิ่งหน้าตั้ง กลัวว่าเขาจะถูกจำหน้าได้ ท่ามกลางเสียงด่าทอของคนขับ
มีคนมาที่มหาวิทยาลัยแล้วหลายคน แต่เห็นได้ชัดว่าห้องสอบยังไม่เปิด ทุกคนยืนรวมกันเป็นกลุ่ม คุยกันอย่างสนุกสนาน
เฉินชางสีหน้างุนงง เตรียมตัวกันแล้วเหรอ ไม่กังวลหน่อยหรือไง
คิดถึงตรงนี้ เฉินชางก็ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ เขาหามุมเงียบๆ หยิบกระดาษโน้ตออกมาท่องจำ
ที่จริงแล้ว ไม่ใช่ว่าเฉินชางไม่เก่ง แต่ว่าข้อสอบยากเกินไป แถมเนื้อหายังกว้างมาก
มีหลายเรื่องที่เฉินชางยังไม่เข้าใจนัก
ไม่ให้ท่องจำได้ไง
ในขณะที่เฉินชางท่องจำอย่างตั้งใจนั้น จู่ๆ ก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามา
“หัวหน้าเฉินก็มาด้วยเหรอครับเนี่ย!”