เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1262 คุณมีสิทธิ์อะไรมาไม่ดีใจ!
ในฐานะที่เฉินชางเป็นหมอ เขาย่อมไม่พูดสุ่มสี่สุ่มห้า
อืม คนเป็นหมอไม่พูดโกหก
ใบหน้าของหยางซ่างตอนนี้เหมือนกับสีหน้าของคนที่เกิดภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษขึ้นสู่ใบหน้าชนิดตรงตามตำรา เขาเบิกตาโตเป็นไข่ห่าน แววตาสั่นไหว
แถมยังมีสายตาเลื่อนลอยตอบสนองเชื่องช้าเหมือนคนที่ภาวะมิกซีดีมาบนใบหน้า
เฉินชางถอนหายใจ อุตส่าห์มีคนซื้อประกันมาหาถึงที่ นึกไม่ถึงว่าจะกลับโง่ขนาดนี้…
นึกถึงตรงนี้ เฉินชางถอนหายใจ เขาส่ายหน้าอย่างผิดหวังเล็กน้อย เตรียมเดินไปข้างหน้าต่อ
หยางซ่างคว้ามือของเฉินชางทันที
“ศาสตราจารย์เฉิน! รอเดี๋ยวก่อน!”
เฉินชางชะงักเล็กน้อย ไม้อ่อนไม่ได้เลยใช้ไม้แข็งแล้วเหรอ
ทำไมนายไม่ให้น้องสาวมาคุยกับฉัน
อืม สองประโยคนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแม้แต่น้อย
หยางซ่างสงบจิตใจเล็กน้อย เขาดึงสีหน้ากลับมาเป็นปกติ เผยรอยยิ้มกระอักกระอ่วนและไม่เสียมารยาท “ศาสตราจารย์เฉินไม่อยากพัฒนาโครงการนี้ด้วยกันเหรอครับ
บริษัทพวกเราให้สิทธิ์ให้เสียงกับศาสตราจารย์เฉินได้มากพอ ถึงขั้นจะให้คุณลงทุนในเทคโนโลยี พวกเราพัฒนาโครงการนี้ด้วยกัน คุณคิดว่าเป็นยังไงครับ”
เฉินชางส่ายหน้ามั่นคง “ขอโทษที ผมไม่คิดครับ”
เฉินชางย่อมไม่คิด เดิมทีตัวเองก็ไม่เชี่ยวชาญการออกแบบ หากมีวันไหนสักวันถูกคนเปิดโปงขึ้นมาจะแย่ขนาดไหน
อีกอย่าง!
เฉินชางก็ไม่มีเวลาไปห่วงเรื่องพวกนี้
เดิมทีก็มีเรื่องที่โรงพยาบาลมากอยู่แล้ว
เฉินชางไม่คิดว่าความฉลาดทางอารมณ์ของตัวเองจะเพียงพอต่อสู้เล่นเล่ห์ในโลกธุรกิจได้
บริษัทโบทอนนี่ก็ช่างคิด ดึงตัวเองเข้าสนาม ทั้งไม่ต้องจ่ายเงินซื้อสิทธิบัตร ทั้งประหยัดค่าใช้จ่ายในการเผยแพร่ แค่ติดตามตัวเองหาเงินก็ได้แล้ว
กำไร ก็แบ่งโบนัสกัน
ขาดทุน ก็ไม่ได้ขาดทุนหนักอะไร
เฉินชางเสียสิทธิบัตร ยังต้องเสียพลังงาน ยุ่งยากเกินไป!
ตัวเองยังต้องมอบพลังงานทั้งกายให้เสี่ยวฉินเลี้ยงดูรุ่นถัดไปอยู่นะ
ย่อมจะสูญเปล่าไม่ได้
เห็นเฉินชางปฏิเสธหนักแน่น หยางซ่างเกาหัว เขานึกไม่ถึงว่าจะเจอกับคนหัวดื้อแบบนี้…
หรือว่าอัจฉริยะเป็นแบบนี้กันหมดงั้นเหรอ
ช่างเถอะๆ พรุ่งนี้ค่อยลองอีกครั้ง แต่ต้องเปลี่ยนวิธีการแล้ว
…
เฉินชางเดินไปครั้งหน้าอีกยี่สิบกว่าเมตรก็พลันหยุดฝีเท้า
คิดเชื่อมโยงถึงคำพูดของสวีจื่อหมิง เขาพลันขมวดคิ้ว
ตัวเองจะถูกสะกดรอยตามไหมนะ
ชั่วขณะนั้นเฉินชางเหลียวหลังทุกสามก้าว ดูว่ามีคนตามตัวเองหรือไม่
แต่…
เขาพบว่าไม่มีสักคนเดียว!
ทั้งที่พวกสวีจื่อหมิงบอกว่าคนของบริษัทยาเหล่านั้น เมื่อตอนนั้นทั้งล้อมไล่ตามขวางทางตัวเองทุกวี่วันเพื่อตามหาพวกเขา แม้แต่สะกดรอยตามก็เคยทำมาแล้ว
เพราะอยากหาบ้านของตัวเอง
ถ้าเห็นว่าคุณนอนคนเดียวโดดเดี่ยวเกินไป ก็จะหาเพศตรงข้ามมาตามติดคุณทุกวัน คุณจะแต่งงานใช่ไหม ก็เริ่มส่งของขวัญสินสอดมาให้ภรรยาคุณ
คุณไม่รับ ไม่ได้หมายความว่าภรรยาคุณไม่รับนี่!
บอกว่าบริษัทยาไม่ค่อยเลือกวิธีการ หัวหน้าเหล่านี้มีสิทธิ์พูดอย่างยิ่ง
เฉินชางถึงขั้นรู้สึกว่านี่คือวิธีการที่พวกเขาโอ้อวดตัวเอง!
แต่ ทำไมถึงไม่มีใครตามตัวเองเลยล่ะ!
เฉินชางพลันดีใจอยู่บ้าง
แต่…
หลังเดินไปได้อีกสองสามก้าว เฉินชางก็หันกลับไปต่อ พบว่าไม่มีใครตามตัวเองมาจริงๆ
ความดีใจนี่คงอยู่ไม่นานก็หายไปแล้ว แทนที่ด้วยความผิดหวังอย่างบอกไม่ถูก
บริษัทยาพวกนี้ เลือกปฏิบัติจริงๆ
มีสิทธิ์อะไรมาไม่สะกดรอยตามฉัน!
ดูถูกเฉินผู้นี้งั้นเหรอ
นึกถึงตรงนี้ เฉินชางพลันไม่รู้สึกถึงความสุขจากการถูกคนของบริษัทยาตามตื๊อ
เฉินชางถอนหายใจอย่างจนปัญญา
ถึงขั้นผิดหวังอยู่บ้าง
ทำไมบริษัทยาถึงไม่ส่งคนมาสะกดรอยตามฉันล่ะ
ต่อให้เป็นน้องสาวแสนสวยก็โอเคนะ
…
ช่วงนี้เวลาของเฉินชางค่อนข้างรัดตัว
เพื่อให้การผ่าตัดคืบหน้าอย่างเร็วที่สุด ตามแผนการต้องทำภารกิจผ่าตัดเสร็จสิ้นล่วงหน้า แล้วก็ให้ทุกคนไม่ต้องอดหลับอดนอนจะดีที่สุด
เฉินชางจึงตัดสินใจเริ่มผ่าตัดตั้งแต่ตีห้า หลังผ่าตัดเสร็จเขาก็ราวด์วอร์ดพอดี
นี่ก็จำเป็นต้องตื่นตีห้าทุกวัน
แน่นอนว่า นี่ไม่ใช่เพราะเฉินชางจงใจจะกินอาหารของเฒ่าหม่าหลายๆ มื้อ ถึงฮะเก๋าที่พ่อครัวของเหล่าหม่าทำมาจะอร่อยมาก รังนกก็ช่วยบำรุงดีมากก็ตาม
การผ่าตัดคืบหน้าตามปกติ ระยะนี้เฉินชางยุ่งจนลืมบรรณาธิการถานเจิ้งหยางไปแล้ว
ตอนที่กินข้าวเช้า เฉินชางถอนหายใจออกมา “เฮ้อ…”
เสียงถอนหายใจนี้ทำให้คนทั้งสิบสองคนสะดุ้งโหยง รีบวางตะเกียบในมือ จ้องมองเฉินชางด้วยแววตากระวนกระวาย
นึกว่าใครสายตาไม่กว้างไกล หาเรื่องลูกพี่ท่านนี้แล้ว!
เฉินชางเห็นทุกคนเป็นแบบนั้นก็รีบพูด “กินข้าวสิ รีบกินรีบไปเปลี่ยนกะ”
ทุกคนกินข้าวต่อ
เฉินชางถอนหายใจอีกครั้ง…
ครั้งนี้ทุกคนรีบวางตะเกียบอีกรอบ
ทุกคนพากันขยิบตาให้เมิ่งซี ถึงอย่างไรอาจารย์เมิ่งซีภายนอกก็เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของเฉินชางนะ เฉินชางน่าจะ…บางทีอาจจะไม่ลงมือ
แต่จะลงไม้หรือไม่ก็ไม่รู้แล้ว
แต่ว่า!
พวกเขาสาบานว่า ต่อให้อาจารย์เฉินชางลงไม้ลงมือ พวกเขาจะไม่พูดมั่วซั่วกับภรรยาของอาจารย์เด็ดขาด
มิตรภาพของผู้ชาย แข็งแกร่งมากนะเออ!
เมิ่งซีเห็นดังนั้นก็หน้าเปลี่ยนสีทันที พวกนายนี่ อย่าบอกนะว่าไม่รู้ว่าเจ้าหมอนี่มันด่าคนไม่มองหน้าตาไม่แยกเพศกระทั่งไม่สนวัยน่ะ
“เฉินชาง เป็นอะไรไป ถอนหายใจบ่อยทำไม” แต่เมิ่งซียังคงถาม
เฉินชางงุนงง “ผมทำเหรอ”
ทุกคนพากันพยักหน้า “ก็ใช่น่ะสิ!”
เฉินชางกระแอมไอ “ผม อาจมีเรื่องบางอย่างในใจ เลยไม่มีความสุข”
ทุกคนได้ยินก็พลันคิดอาจารย์เฉินไม่มีความสุขได้ด้วยเหรอ
ทุกคนมองหน้าสบตากันทันที พากันกลอกตามองบน
มั่งมีศรีสุขยังไม่รู้ตัว คุณยังมีอะไรให้ไม่มีความสุขอีก หา
ในทุกๆ วัน…
ตอนที่คุณผ่าตัด มีนางพยาบาลที่สวยที่สุดมาสวมชุดผ่าตัดให้คุณด้วยตัวเอง พวกเราเป็นหัวหน้ายังต้องสวมเอง
ตอนที่คุณหิว มีอาหารหรูเลิศรส พวกเรากินข้าวกล่องฟาสต์ฟู้ด คุณกินของกินหายากราวกับงานเลี้ยงฟุ่มเฟือย
ตอนที่อารมณ์ไม่ดี คุณชี้ด่าพวกเราได้ตามใจ…
ตอนที่อารมณ์ทั่วๆ ไป คุณยังพูดโม้อวดใส่พวกเราได้…
คุณยังไม่มีความสุขได้อีกเหรอ
ทุกคนเมินเฉยเขาทันที
เห็นทุกคนไม่สนใจตัวเอง เฉินชางอึ้งไปทันที
“พวกคุณ…เป็นนักศึกษาทั้งนั้น ไม่ควรถามผมหน่อยเหรอว่าทำไมผมไม่มีความสุข”
เมิ่งซีแค่นเสียงหึ “อย่างคุณยังไม่มีความสุขได้ พวกฉันคงโกรธตายไปแล้ว!”
เฉินชางได้ยินดังนั้น ก็คิดว่าเหมือนจะมีเหตุผล!
แต่ว่า ที่เขาไม่ดีใจคือ ทำไมช่วงนี้ไม่มีคนมาซื้อสิทธิบัตรจากเขาเลยล่ะ!
แต่เมิ่งซีย้อนนึกก็พลันเบิกตาโตพูดด้วยความสงสัย “จริงสิ ทำไมคุณไม่มีความสุขล่ะ ไหนลองพูดมาซิ พูดออกมาแล้วพวกฉันจะได้มีความสุข!”
ทันใดนั้น ทุกคนพากันเห็นด้วย
นี่เป็นความคิดที่ดี
ทุกคนพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง
“จริงด้วย อาจารย์เฉิน พวกเรามีประสบการณ์ในการแนะนำคนมากนะ คุณไม่ดีใจเรื่องอะไร พูดออกมาให้เราดีใจ ไม่สิ! ให้พวกเราวิเคราะห์สักหน่อยเป็นไง!”
เฉินชางมองคนกลุ่ม โกรธจนคันฟันยิบ
แต่เฉินชางยังคงบอก “พวกคุณช่วยผมวิเคราะห์หน่อย ทำไมตอนนี้ยังไม่มีใครมาซื้อสิทธิบัตรผมล่ะ!”