เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1264 ขายไม่ได้เด็ดขาด
จิตใจของเหล่าหม่าพังทลายแล้ว!
จริงๆ นะ!
อุตส่าห์เจอคนไข้กระดูกที่ตัวเองค่อนข้างชำนาญ เขาคิดว่าตัวเองตกเป็นรองเฉินชางมาเป็นเวลานาน จะต้องแซงหน้ามาเป็นผู้นำได้แน่นอน
ตามเทคนิคปกติของเฉินชางที่เขาได้เรียนรู้มา ขั้นแรกก็ควรอธิบายระดับความยากก่อน
แต่…แต่ว่า!
เขาพบว่าตัวเองยังพูดไม่ทันจบ เฉินชางกร๊อบแกร๊บสองทีก็รักษาให้หายได้แล้ว!
นี่จะทำให้จิตใจของเหล่าหม่าปลอดโปร่งโล่งสบายได้อย่างไร
เจ้าหมอนี่ เลี้ยงเสียข้าวสุก!
นึกถึงตรงนี้ เหล่าหม่าก็ตัดสินใจว่าอีกครึ่งปีหลังจากนี้จะให้เฉินชางกินแต่อาหารหมู
อวดเบ่งล้มเหลว ความจริงเหล่าหม่าไม่ได้โกรธขนาดนั้น
ถึงยังไงก็ชินนานแล้ว
ภูมิต้านทานก็สูงขึ้นแล้ว
แต่ว่า…
เฉินชางจัดกระดูกให้เข้าตำแหน่งเดิมได้ยังไง
ทักษะทางออร์โทพีดิกส์แบบนี้ ไม่มีประสบการณ์การวินิจฉัยโรคมากพอ ไม่มีการปฏิบัติจริงที่เจนจัด ไม่มีอาจารย์ที่คอยชักจูงคุณเข้าแผนก เป็นอะไรที่เก่งขึ้นยากมาก!
ทักษะจัดกระดูกให้เข้าตำแหน่งเดิมแต่ไหนแต่ไรมาเป็นความสามารถที่ส่งต่อรุ่นต่อรุ่น
คนไข้เมื่อตะกี้ เหล่าหม่าไม่ได้พูดให้ร้ายแรงเกินจริง ตัวคนไข้ก็รู้ถึงความสาหัสนี้ดี
หลังเขาข้อต่อหลุดเขาก็ไปที่แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลอันดับสามที่อยู่ใกล้ๆ คำแนะนำของฝ่ายนั้นคือให้มาผ่าตัดที่โรงพยาบาลนี้ หรือไม่ก็ลองไปโรงพยาบาลใหญ่ดูว่าจะจัดให้เข้าตำแหน น่งเดิมได้หรือไม่
ด้วยคิดว่าลองดูสักหน่อย เขาจึงมาที่ศูนย์ฉุกเฉิน
เขานึกไม่ถึงว่า เฉินชางจะขยับสองทีง่ายๆ ก็กลับคืนตำแหน่งเดิมแล้ว
แค่คิดก็รู้ถึงความตกตะลึงในใจของชายคนนั้น
ความจริงความตกตะลึงในใจของเหล่าหม่าก็ไม่น้อยไปกว่าคนไข้
และกลุ่มของบริษัทการแพทย์ที่รอเฉินชางอยู่รอบๆ ก็ตกตะลึงยิ่งกว่า ศาสตราจารย์เฉินเทพเกินไปแล้ว!
คนเขาไม่ได้มาจากศัลยกรรมหลอดเลือดเหรอ
แม้แต่ทักษะจัดกระดูกให้เข้าตำแหน่งเดิมเขาก็ร้ายกาจขนาดนี้เลยเหรอ!
มิน่า ถึงกล้าเรียกค่าสิทธิบัตรสามร้อยล้าน
คุณสมบัตินี้ สามร้อยล้านก็ต้องให้แล้ว!
มองเฉินชางลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีสบายๆ ตอนที่หมุนตัว ชายเสื้อกาวน์สะบัดพลิ้ว ผนวกกับลมจากเครื่องปรับอากาศที่พัดมา ถึงกับทำให้คนรู้สึกถึงมาดเท่ที่ปะทะหน้า
เหล่าหม่าสูดหายใจลึก แม้เขาไม่อยากยอมรับว่าเฉินชางประสบความสำเร็จในการเสนอหน้าตัวเอง
แต่มาดเท่เต็มพิกัดนี้กลับเป็นเป้าหมายที่เขาใฝ่หาและร่ำเรียนมาเสมอ
นึกถึงตรงนี้ เหล่าหม่าก็หลับตา ซึมซับเสน่ห์ที่ยังหลงเหลืออยู่นี้
ว่าแต่!
เหล่าหม่าพลันรู้สึกตัว แล้วเฉินชางไปเรียนทักษะจัดกระดูกเข้าตำแหน่งเดิมตั้งแต่เมื่อไร
ซ้ำยังระดับของเฉินชางเมื่อครู่นี้ยังเห็นชัดว่าร้ายกาจกว่าตัวเองหลายเท่า
เหล่าหม่ารีบเดินเข้ามาหา
“ชางเอ๋อร์ อาหารช่วงนี้ยังถูกปากคุณอยู่ไหม” เหล่าหม่ายิ้มเซ่อ
เฉินชางพยักหน้า “ครับ ไม่เลวจริงๆ ขอบคุณผู้อาวุโสหม่ามาก สิ้นเปลืองแล้วจริงๆ!”
เหล่าหม่าโบกมือส่งๆ “เกรงใจอะไร เงินเล็กๆ น้อยๆ!”
พูดถึงตรงนี้เหล่าหม่าก็ถูมือ “คือว่า…ชางเอ๋อร์ ทักษะจัดกระดูกคืนตำแหน่งเดิมของคุณมีใครเป็นอาจารย์เหรอ”
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็หัวเราะขึ้นมาทันที “อ้อ! พ่อผมเป็นพ่อครัว เมื่อก่อนบางครั้งฆ่าหมูฆ่าแกะ ผมก็เคยไปช่วย ไปๆ มาๆ คลำทางดูก็เรียนเป็นแล้ว เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ครับ”
หลังเหล่าหม่าได้ยินก็ทั้งหงุดหงิดทั้งผิดหวัง
เขาถอนหายใจด้วยสีหน้าผิดหวัง “เฮ้อ จุดนี้ฉันไม่เหมือนนายจริงๆ!”
“ตอนเด็กๆ ฉันโตในตำหนักองค์ชาย ทุกวันตอนเช้ามีสอง…เฮ้อ ตอนนี้ฉันเพิ่งเข้าใจ บางทีฉันอาจไม่เหมาะเป็นหมอจริงๆ ฉันควรไปเป็นคนปล่อยเช่าอสังหาฯ ไม่งั้นก็ไปเป็นเศรษฐีรุ่นที สองที่ใช้เงินต่างน้ำไม่แสวงหาความคืบหน้า
เฮ้อ!”
…
ตอนเที่ยงเลิกงาน เฉินชางปรับอารมณ์ เตรียมตัวถูกเหล่าน้องสาวจากบริษัทยาชวนคุยไว้แล้ว
นึกถึงตรงนี้ เขาจงใจเลิกงานเร็วหลายนาที
ตอนที่มาถึงทางเข้า เขายังจงใจทักทายนางพยาบาล
เขาคิดว่าตัวเองทำตัวเด่นมากพอแล้วมั้ง!
เป็นอย่างที่คาด มีคนเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว
“ศาสตราจารย์เฉิน สวัสดีครับ ผมชื่อ…”
ด้านหลังของชายคนนั้นยังมีคนไม่น้อย
“ศาสตราจารย์เฉิน พวกเราเคยคุยกันแล้ว ผมชื่อ…”
แต่ละคนพากันขึ้นหน้ามา กลัวว่าเฉินชางจะถูกคนแย่งไป
มองคนสี่ห้าคนทยอยกันแนะนำตัว เฉินชางถึงกับทำอะไรไม่ถูก
ไม่นานนัก รถหรูห้าคันก็จอดอยู่นอกโรงพยาบาล ผู้นำระดับสูงห้าคนรีบวิ่งเข้ามา
กลิ่นอายของคนใหญ่คนโตย่อมไม่ธรรมดา
หลังจับมือกับเฉินชาง พวกเขาก็กระซิบเสียงเบา “ศาสตราจารย์เฉิน บริษัทออร์สก์ของพวกเราพอใจเทคโนโลยีขดลวดงวงช้างของคุณมาก พวกเราจ่ายสามร้อยล้านให้คุณได้ครับ!”
เฉินชางอึ้งกิมกี่แล้ว!
สามร้อยล้านงั้นเหรอ
ในเวลานี้เอง เฉินชางทำความรู้จักกับคนอื่นๆ หนึ่งรอบ เจตนาของฝ่ายตรงข้ามก็ชัดเจนมาก
สามร้อยล้าน!
บริษัทห้าแห่ง ทุกคนบอกว่ารับค่าสิทธิบัตรสามร้อยล้านได้
นี่ทำให้เฉินชางสับสนเล็กน้อย
ทำไมถึงกลายเป็นสามร้อยล้านไปเสียได้ล่ะ
สงสัยไปสงสัยมา แต่เฉินชางยังคงรับนามบัตรไว้
นัดเวลาค่อยพบเจอกันอีก
หลังเฉินชางรีบร้อนจากไปก็ถอนหายใจทันที แต่…หลังเดินไปสองสามก้าว เขาก็พลันพบว่ามีคนตามหลังตัวเอง
ทันใดนั้นเฉินชางก็เสียใจเล็กน้อย
ที่แท้ความรู้สึกนี้น่าอึดอัดมากจริงๆ
นี่ก็เหมือนกับตอนหาคู่ ตอนที่ไม่มีก็อยากมีแทบบ้า พอมีก็ยุ่งยากแทบบ้า…
วันคืนต่อมา
อาหารในห้องผ่าตัดพัฒนาขึ้นมาก
ของที่ซื้อมาจากข้างนอกในทุกๆ วันล้วนหรูหรา
นี่ทำให้พวกเมิ่งซีไม่เข้าใจอยู่บ้าง
“ช่วงนี้ใครสั่งของกินมาจากข้างนอกเหรอ หรูขนาดนี้เชียว”
“ถึงยังไงก็ไม่ใช่ผม ทุกเดือนผมได้เงินแค่สามร้อย!” สวีจื่อหมิงอดพูดไม่ได้ ถึงอย่างไร ในฐานะชายที่ต่อราคาเถ้าแก่ร้านอาหารเช้า สามร้อยหยวนเป็นอะไรที่น่าภูมิใจ
นางพยาบาลที่อยู่ด้านข้างพูดขึ้น “ช่วงนี้มักจะมีคนแปลกๆ ส่งอาหารจากข้างนอกมาให้ แต่ตอนที่ส่งมา พี่ชายน้อยที่ซื้อของกินมาจะต้องพูดว่า ‘บอกศาสตราจารย์เฉินทีครับ ว่าพวกเรามาจาก กบริษัท XX’”
พูดจบ นางพยาบาลก็พูดกับเฉินชาง “ศาสตราจารย์เฉิน อาหารญี่ปุ่นวันนี้ส่งมาจากผู้จัดการหวังของบริษัทออร์สก์ค่ะ”
เฉินชางหัวเราะอย่างสำรวม “โอ้! ฮะๆ เข้าใจแล้วครับ!”
ทุกคนพากันมองเฉินชางทันที
“เฉินชาง คุณจะขายแล้วเหรอ” เมิ่งซีเบิกตาโต สายตานี้เหมือนพังพอนมองลูกเจี๊ยบอย่างไรอย่างนั้น
เฉินชางกลอกตา “พูดให้เต็มประโยคหน่อย อย่าทำให้คนอื่นเข้าใจผิดสิ ใครขายครับ!”
สวีจื่อหมิงมองเฉินชางอย่างสงสัย “บริษัทออร์สก์นี่ไม่เล็กนะ อาจารย์เฉิน สิทธิบัตรนี้ของคุณต้องขายได้ราคาดีแน่!”
เฉินชางยิ้มถ่อมตน “มันยังไม่เป็นรูปเป็นร่างดีน่ะ”
ทุกคนมองรอยยิ้มจอมปลอมของเฉินชางก็รีบถาม “อาจารย์เฉิน คุณลองพูดมาว่าขายได้เท่าไร พวกเขาไม่ได้ให้ราคาที่เหมาะสมเหรอ”
เฉินชางกระแอมไอ “คือว่า…ผมก็ยังไม่ได้ทำความเข้าใจ รายละเอียดก็ยังไม่ได้นั่งคุยกัน เลยยังไม่แน่ใจ”
สวีจื่อหมิงได้ยินดังนั้นก็รีบแนะนำ “อาจารย์เฉิน ผมจะบอกให้นะ คุณต้องกัดฟันเอาไว้ สิทธิบัตรนี้ของคุณมีแต่จะยิ่งแพงขึ้น รอพวกเราประกาศผลการทดลองทางการแพทย์ออกไปแล้ว จะต้อ องยิ่งดึงดูดความสนใจของนักลงทุนได้มากมายแน่นอน!”
เมิ่งซีก็พยักหน้าบอก “ถูกต้อง ทางที่ดีก็ในการประชุม AATS2020 ที่จัดขึ้นเดือนกรกฎาคมนี้!”