เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1265 รับสายก่อน
เพิ่งสิ้นเสียงของเมิ่งซี ทุกคนก็พยักหน้า!
“ใช่ครับ อาจารย์เฉิน ผมคิดว่าการทดลองทางคลินิกของเราจะเสร็จสิ้นก่อนการประชุม AATS2020 จะเริ่มขึ้น ถึงตอนนั้นเราไปร่วมการประชุมพร้อมความสำเร็จนี้ ทุกคนจะได้เห็นข้อได้เปรียบของ เทคโนโลยีขดลวดงวงช้าง”
“มีเหตุผล!”
หลังจากเฉินชางได้ยินก็พยักหน้าเล็กน้อย
มีเหตุผลมาก!
สวีจื่อหมิงพูดอย่างเคร่งขรึม “อาจารย์เฉิน ก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้น ห้ามขายเด็ดขาด!”
“ใช่ ขายไม่ได้เด็ดขาด!”
เฉินชางเห็นทุกคนสีหน้าเคร่งขรึมแล้วอดถามไม่ได้ “สิบล้าน…ไม่ขายแน่นอน แต่…ถ้าร้อยล้านจะขายไหม”
คำพูดของเฉินชาง ทำให้ทุกคนอึ้งไปทันที
“เท่าไรนะครับ”
เฉินชางพูดตามความจริง “สามร้อยล้าน...”
ชั่วขณะนี้ ทุกคนต่างเงียบไป
แม้แต่เศรษฐีเมิ่งยังเบิกตาโพลงจ้องเฉินชาง หายใจถี่
สิทธิบัตรใบเดียวก็ได้เงินสามร้อยล้านเลยหรือ
มีมูลค่าขนาดนั้นเชียว
จู่ๆ สวีจื่อหมิงก็รู้สึกว่าค่าธรรมเนียมสิทธิบัตรยี่สิบล้านของเขาดูเล็กน้อยไปเลย
เฉินชางตัดสินใจ “ไม่ขาย! ถ้าจะขายก็ต้องรอให้จบการประชุมก่อน แล้วค่อยว่ากัน”
จู่ๆ ทุกคนก็ไม่อยากคุยกับเฉินชางขึ้นมา
หลังจากจบการประชุม รายได้ของอาจารย์เฉินจะไม่ใช่เงินหยวนอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นดอลลาร์สหรัฐ!
สวีจื่อหมิงรีบพูดว่า “อาจารย์เฉิน เราจะต้องยื่นสิทธิบัตรระหว่างประเทศให้เสร็จก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้น ไม่อย่างนั้นถึงตอนนั้น…พวกต่างชาติจะเอาเปรียบเราได้”
สิทธิบัตรระหว่างประเทศคือสิ่งที่เรียกว่าการขอรับสิทธิบัตรระดับสากล!
ให้หลายประเทศและองค์กรตรวจสอบสิทธิบัตร ยอมรับสิทธิบัตรและปกป้องสิทธิบัตร
หลังจากตัดสินใจ เฉินชางเองก็ไม่อยากเอาเปรียบใคร จึงไปคุยกับพวกบริษัทที่เข้ามายื่นข้อเสนอ เพื่อบอกความต้องการของตนให้ชัดเจน
ในเมื่อไม่ขายให้เขา แต่ยังใช้ประโยชน์จากเขา ก็คือการเอาเปรียบ
แต่เฉินชางคิดไม่ถึงว่า แม้จะปฏิเสธ แต่บริษัทเหล่านั้นไม่โกรธเลยสักนิด กลับยังบอกว่าหากมีสิ่งประดิษฐ์ใดๆ ในอนาคต จะต้องมาร่วมมือกัน
ตอนเย็น ทุกนัดกินข้าวกัน ประธานบริษัทสี่ห้าแห่งนั่งคุยกัน และพูดกับเฉินชางว่า “ศาสตราจารย์เฉิน พูดจากใจจริงนะครับ ในแง่ของความรู้เฉพาะทาง เราอาจจะสู้คุณไม่ได้ แต่สำหรับ อุปกรณ์ ช่องทางเยอะมาก ถึงตอนนั้นรอทำสัญญาความร่วมมือเสร็จ คุณให้เราควบคุมดูแลให้นะครับ”
หยางซ่างเองก็มาด้วย ในฐานะต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด เขาไม่ได้รู้สึกผิดเลยสักนิด
“ใช่ครับ เรียกเงินเยอะหน่อย ถึงอย่างไรของแบบนี้ก็กำไรเยอะมาก เราไม่ไหวจริงๆ ไม่อย่างนั้นไม่ปล่อยให้โอกาสดีๆ แบบนี้หลุดมือไปหรอกนะ”
บริษัทของพวกหยางซ่างไม่ได้ใหญ่มาก
บริษัทใหญ่ๆ มีท่าทีรอดูสถานการณ์
ถึงอย่างไร…บริษัทเล็กๆ ก็ยังวางเดิมพันได้ แต่บริษัทใหญ่ๆ ดูกันที่ข้อมูล
พวกเขายอมเสียเงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อของที่เชื่อถือได้ แต่จะไม่ไปลงเดิมพันที่มีความเสี่ยง
ถ้าเฉินชางทำผลงานได้ จะนำมาวิเคราะห์ข้อมูลได้ง่ายมาก และพวกเขาจะต้องแย่งกันอย่างแน่นอน
พวกบริษัทต่างชาติ บริษัทที่ติดอันดับหนึ่งในร้อย ก็จะมาหาถึงที่
แต่หลังจากดื่มมากไป จู่ๆ หยางซ่างกลับพูดว่า “ศาสตราจารย์เฉิน ผมว่านะ ถ้าราคาพอรับได้ คุณขายให้คนจีนด้วยกันเถอะ”
คนอื่นๆ ต่างพยักหน้า แต่กลับไม่ได้พูดอะไร
หยางซ่างพูดต่อว่า “ถึงอย่างไร…คุณจะดูถูกความสามารถของคุณไม่ได้ นี่นับว่าเป็นเทคโนโลยีสำคัญ ยิ่งไปกว่านั้น พูดตามตรง พวกนายทุนจะไม่ยอมเสียเงิน ค่าธรรมเนียมสิทธิบัตรของคุณจะกลา ายเป็นภาระของประชาชน เรื่องนี้…คุณคิดดีๆ นะครับ…”
หลังจากอิ่มท้อง ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
เฉินชางยืนตากลมอยู่หน้าร้านอาหาร ไม่นานฝนก็ตก เขายืนมองฝนอยู่หน้าประตู นึกถึงคำพูดของพวกหยางซ่างแล้วอดถอนหายใจไม่ได้
เขาค้นพบว่า ตำแหน่งสูงเกินไปก็ไม่ดี
สิ่งที่ต้องพิจารณาเยอะเกินไป เป็นหมอธรรมดาคนหนึ่งก็ดีแล้ว
ทว่า ที่โชคดีคือ เฉินชางมีภรรยาที่ดี ไม่นาน ฉินเยว่ก็ขับรถมา หลังจากเห็นเฉินชาง เธอก็รีบกางร่มลงจากรถ พยุงเฉินชางขึ้นรถ
หลังจากขึ้นรถ เฉินชางก็บอกเรื่องนี้กับฉินเยว่
ฉินเยว่ไม่ได้แสดงอาการอะไร ไม่ได้สนใจสามร้อยล้านนั้นมากนัก
เหมือนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเธอเลย
ฉินเยว่ดูออกว่าเฉินชางลังเล จึงพูดว่า “ฉันรู้นะคะว่าคุณคิดอะไรอยู่ คุณกลัวว่าพวกประธานบริษัทต่างประเทศเสนอเงินให้คุณเยอะเกินไป กลัวตัวเองอดใจไม่ไหวใช่ไหมคะ เงินที่บร ริษัทในประเทศจีนเสนอให้คุณน้อยเสียที่ไหน อย่างท่านประธานไป๋ที่เจอคราวก่อน ฉันคิดว่าไม่เลวเลยนะ เขาบริจาคทีสามสิบล้าน แค่ค่าสิทธิบัตรของคุณ เรื่องเล็กน้อยอยู่แล้ว”
เฉินชางฟังแล้วอดขำไม่ได้ ตนยังอ่านเกมได้ไม่ชัดเจนเท่าภรรยาเลย “ภรรยาน่ารักที่สุดเลย!”
ฉินเยว่มองบน “ใครอนุญาตให้คุณดื่มคะ! ฉันบอกแล้วไงว่าช่วงนี้เตรียมมีลูก คุณกลับดื่มเหล้า!”
เฉินชางรีบยิ้มเอาใจฉินเยว่
ฉินเยว่ไม่สนใจ จ้องเฉินชางอย่างเหี้ยมโหดแวบหนึ่ง “ลูกคลอดออกมาเป็นเอ๋อจะทำยังไง”
เฉินชางได้ยินแบบนี้ สีหน้าเปลี่ยนไปทันที เขานึกถึงปัญหาหนึ่ง
นี่…
ระบบเป็นกรรมพันธุ์หรือไม่
นี่ถือเป็นปัญหาหนึ่ง
……
ช่วงเวลาหลังจากนั้น เฉินชางทำงานของตนเองต่อ
การผ่าตัดที่ยุ่งวุ่นวายยังคงดำเนินต่อไป
สิ่งเดียวที่แตกต่างคือ ทีมงานสิบสองคนในรุ่นแรกที่ดำเนินการผ่าตัดคนไข้สามสิบห้าคนกลุ่มแรกได้ดึงดูดผู้คนให้มาสมัครสำเร็จ ทีมงานรุ่นที่สองได้เข้าร่วมโครงการและเริ่มการฝึกอบร รมแล้ว
ข่าวสิทธิบัตรของเฉินชางแพร่กระจายไปในวงการ
ถึงอย่างไรช่วงก่อนหน้านี้ก็มีตัวแทนบริษัทยามากมายขนาดนั้นมารออยู่หน้าแผนกฉุกเฉิน ทุกคนก็พอจะเดาออกแล้ว
สิ่งเดียวที่เดาไม่ออกคือสิทธิบัตรของเฉินชางถูกขายไปในราคาเท่าไร
วันเสาร์ เฉินชางให้ทุกคนมาประชุมเพื่อสรุปและวิเคราะห์การผ่าตัดตามปกติ
งานนี้อาจดูซ้ำซ้อน แต่จำเป็นอย่างมาก
สำหรับการสรุปการประชุมในวันนี้ มีคนมาเยอะมาก ทั้งเสี้ยวเจ๋อไห่จากโรงพยาบาลรุ่ยจิน ผู้อำนวยการอู๋ถงฝู่และรองผู้อำนวยการซูเฮ่าเฉียงจากศูนย์ฉุกเฉิน
เพราะครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่โรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉินดำเนินการทดลองทางคลินิกโดยผ่อนผันเกณฑ์การคัดเลือก
นอกจากนี้ โรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉินยังเป็นสถาบันการแพทย์แห่งแรกในโลกที่ทำการวิจัยคนไข้กลุ่มมาร์แฟนต่อสาธารณะเพื่อลดอัตราการเสียชีวิต
ถ้าได้ผลลัพธ์มา จะต้องส่งผลกระทบระดับโลกอย่างแน่นอน!
จะส่งผลต่อกระบวนการพัฒนาของการแพทย์ได้อย่างแท้จริงๆ
เพราะฉะนั้น พวกผู้อำนวยการที่เข้าร่วมการวิจัยครั้งนี้ต่างให้ความสำคัญมาก!
สวีจื่อหมิงกำลังรายงานข้อมูล “คนไข้ทั้งสามสิบห้าเคสของเรา…”
ตอนนี้เอง จู่ๆ โทรศัพท์มือถือของสวีจื่อหมิงก็ดังขึ้น
เสียงนี้ขัดจังหวะการรายงาน
ทุกคนขมวดคิ้วเล็กน้อย
สวีจื่อหมิงเองก็ค่อนข้างอึดอัด
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจะปิดเครื่อง
ทว่าหลังจากเห็นชื่อที่แสดงบนหน้าจอ สวีจื่อหมิงลังเลขึ้นมา
เขามองเฉินชางแวบหนึ่ง “อาจารย์เฉิน…เรื่องสิทธิบัตรครับ”
เฉินชางตาเป็นประกาย พยักหน้าพร้อมพูดว่า “รับสายก่อนครับ”
ผู้อำนวยการที่อยู่รอบๆ ต่างเสริม “ใช่ครับ รับสายก่อน”
“หัวหน้าสวี เกิดปัญหานิดหน่อยครับ!” สวีจื่อหมิงเพิ่งรับสาย ก็ได้ยินเสียงอันร้อนรน