เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1311 น้ำมัน
เฉินชางยิ้ม
สำหรับการดูแลสุขภาพ เขาไม่ได้มีความรู้มากนัก
คุณป้าอีกคนเห็นแบบนี้พลันพูดว่า “คิดว่าตัวเองเก่งมากสินะ คิดว่าหมอเขาจะรู้น้อยกว่าคุณเหรอ ฟังรายการสุขภาพไม่กี่วันก็คิดว่ารู้ทุกอย่างแล้วเหรอ!”
เฉินชางเห็นว่าทั้งสองกำลังจะทะเลาะกันขึ้นมาอีกครั้งก็รีบห้าม
“พอก่อนๆ พวกคุณเล่ามา ไม่แน่ว่าผมอาจจะอธิบายได้ก็ได้นะครับ!”
คุณป้าคนหนึ่งพลันพูดว่า “หมอคะ น้ำมันที่ฉันใช้ทำอาหารเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดหัวใจของตาเฒ่าบ้านฉันไหมคะ ตอนนี้ฉันใช้น้ำมันมะกอก...”
หมอจางพลันพูดแทรกขึ้นมา “คุณป้าทั้งสองท่าน ไม่เป็นไรจริงๆ ครับ ขอเพียงแค่คุณกินอาหารตรงตามโภชนาการ กินอาหารตามปกติ และใช้น้ำมันในปริมาณที่พอเหมาะ โดยพื้นฐานแล้วจะไม่ส่งผลก กระทบต่อชีวิตประจำวัน”
คุณป้าได้ยินแล้วกลับอดบ่นไม่ได้ “คุณจะรู้อะไร! ฉันใส่น้ำมันในอาหารของตาเฒ่าบ้านฉันน้อยมาก แต่ก็ยังมีภาวะไขมันในเลือดสูง!”
หมอจางโดนว่าแบบนี้ก็หน้าแดงขึ้นมาทันที
เฉินชางมองคุณป้าที่ท่าทางจริงจังทั้งสองแล้วอดนึกขำไม่ได้
เขาเข้าใจสถานการณ์ของทั้งสองแล้ว
แบบนี้มัน ‘โรคชอบเอาชนะ’ ชัดๆ!
ถ้าคุณอธิบายไม่ลึกซึ้งพอ เธอจะหาว่าคุณไม่มีความรู้
สำหรับคนไข้แบบนี้ สิ่งที่คุณต้องทำง่ายมาก นั่นคือใช้ความรู้ระดับสูงกำราบพวกเธอ
เหมือนในหนัง ‘Dr. Knock’
ในเมืองที่มั่งคั่งแห่งหนึ่งมีหมอคนหนึ่งชื่อแบร์รี่ เวลาผู้คนในเมืองป่วยก็จะมาหาเขา เขามักบอกว่าไม่ต้องกินยาหรือให้ยาธรรมดาๆ มาแต่ผู้คนกลับคิดว่าแบร์รี่ไม่เก่ง!
สุดท้ายหลังจากตัวเอกมา ก็ตรงข้ามกันเลย โฆษณาคำศัพท์ทางการแพทย์ที่พวกเขาไม่เข้าใจ โรคธรรมดาๆ โรคหนึ่งก็ต้องใช้เงินมหาศาล แต่…ทุกคนกลับคิดว่าพระเอกเก่งมาก!
แน่นอนว่า สถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนในหนัง แต่เฉินชางรู้สึกว่าความจริงก็ต่างไม่มาก
อย่างที่หมอจางพูด หากกินอาหารตามปกติ การใช้น้ำมันโดยพื้นฐานแทบไม่มีปัญหาเลย
ขอเพียงแค่ไม่มากเกินไปก็พอแล้ว
ทว่า…
คุณป้าทั้งสองคิดว่าพวกเธอได้ความรู้จากการดูรายการเกร็ดความรู้ จึงเกิดความคิดที่ว่าหมอไม่ได้รู้มากเท่ากับตน
ความจริงแล้วปริมาณการใช้น้ำมันที่เหมาะสมก็ไม่ได้เป็นปัญหามากนัก
นอกจากนี้ ประวัติความเป็นมาของอาหารจีนโดยพื้นฐานแล้วคือประวัติการใช้น้ำมัน
น้ำมันบริโภคเป็นแหล่งสำคัญของกรดไขมันจำเป็นและวิตามินอี แน่นอนว่าเป็นดังที่คุณป้าทั้งสองคนพูด การบริโภคน้ำมันมากเกินไปจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคเ เบาหวานอย่างมาก
นี่ก็คือเหตุผลที่ทำไมเดี๋ยวนี้คนที่กินอาหารเดลิเวอรี่ถึงอ้วน!
ล่าสุดผู้เชี่ยวชาญสมาคมอาหารแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เผยแพร่ข้อมูลว่า ในตลาดอาหารเดลิเวอรี่ปัจจุบัน มีน้ำมันเกือบสิบกรัมต่ออาหารหนึ่งร้อยกรัม!
คนปกติไม่ควรบริโภคเกินสามสิบกรัมต่อวัน
คุณลองคิดดูว่าเบื้องหลังของตัวเลขนี้คืออะไร
ทว่า เรื่องพวกนี้เหมือนจะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณป้าสองคนนี้
ไม่ใช่ว่าแค่อยากจะเอาชนะกันหรอกเหรอ
เฉินชางอดขำไม่ได้ พลันตัดสินใจบางอย่างในใจ ในด้านการเอาชนะ เขาไม่เคยกลัวใคร!
“ปกติคุณใช้น้ำมันอะไรครับ” เฉินชางยิ้มถาม
“น้ำมันผสมชั้นเลิศ!” คุณป้าพูดอย่างภาคภูมิใจ
เฉินชางยิ้ม “การวิจัยใหม่ล่าสุดแสดงให้เห็นว่าเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ใช้น้ำมันพืชผสมที่ผ่านการกลั่น ผู้ที่ใช้น้ำมันพืชผสมที่ผ่านการกลั่นมีความเสี่ยงโรคเบาหวานประเภทสองเพิ่มขึ นสี่สิบสองเปอร์เซ็นต์!”
ประโยคนี้ทำให้คุณป้าสีหน้าเปลี่ยนไป!
เธออยากเถียงต่อ แต่เฉินชางไม่เปิดโอกาสให้เธอเลย
“น้ำมันหมูอยู่ที่สามสิบสองเปอร์เซ็นต์ น้ำมันถั่วลิสงสามสิบหกเปอร์เซ็นต์! นี่คือผลการวิจัยล่าสุดจากสถาบันพัฒนาโภชนาการ! ดังนั้น คำแนะนำของผมคือกลับไปใช้น้ำมันถั่วเหลืองในการปรุง งอาหารให้มากที่สุด หากคุณเปลี่ยนน้ำมันเหล่านั้นเป็นน้ำมันถั่วเหลืองหนึ่งช้อนโต๊ะต่อวัน คุณจะสามารถลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานประเภทสองลงได้สามเปอร์เซ็นต์เช่นกันครับ”
ตามคาด!
คำพูดที่มีหลักเหตุผล ข้อมูลและวิจัยรองรับ ทั้งยังผสมผสานกับคำศัพท์และความมืออาชีพของเฉินชางทำให้ทุกคนตะลึง!
คุณป้าที่เถียงไม่หยุดเมื่อครู่นี้ยิ่งมองฉากนี้อย่างพูดอะไรไม่ออก
ถึงอย่างไร แค่อ้าปากพูดก็รู้แล้วว่าคนคนหนึ่งเชี่ยวชาญหรือไม่!
เทียบกับพวกที่ไปศึกษาแล้วมาให้ความรู้ผ่านช่องทางออนไลน์ เฉินชางเป็นถึงหมอผู้เชี่ยวชาญ น่าเชื่อถือมากกว่า
คู่ปรับของคุณป้าอดพูดไม่ได้ “คุณหมอคะ น้ำมันมะกอกดีไหมคะ ฉันเห็นคนต่างประเทศใช้น้ำมันมะกอกกันค่ะ!”
เฉินชางอดส่ายหน้าไม่ได้ “น้ำมันมะกอก? คุณไม่รู้สึกว่ามันฉุนไปเหรอครับ การวิจัยล่าสุดพบว่าในระหว่างกระบวนการปรุงอาหาร น้ำมันมะกอกจะผลิตอนุภาคขนาดเล็กที่มีความเข้มข้นสูงสุดเรีย ยกว่า PM นอกจากนี้อัตราการตกตะกอนของมันสูงถึงยี่สิบหกจุดสองเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นการใช้น้ำมันมะกอกปรุงอาหารไม่ใช่ทางเลือกที่ชาญฉลาดนะครับ! ตรงกันข้ามกลับเพิ่มการเกิดโรคทางเดินหา ายใจต่างๆ ด้วย”
หลังจากคุณป้าได้ยินก็หน้าแดงขึ้นมาทันที “แต่…ฉันเห็นต่างประเทศใช้น้ำมันมะกอกนะคะ!”
ตอนนี้เองคนรอบข้างที่มามุงดูในตอนแรกต่างล้อมกันเข้ามา!
ถึงอย่างไรการทะเลาะในวันนี้ก็ทำให้ได้รับความรู้มากมาย
คิดไม่ถึงว่าน้ำมันปรุงอาหารจะมีความเฉพาะเจาะจงขนาดนี้
ชั่วขณะนี้คุณป้าทั้งสองต่างเลื่อมใสอย่างแท้จริงแล้ว
นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนอธิบายสิ่งเหล่านี้อย่างละเอียด
สงสัยเหรอ
เป็นไปไม่ได้!
มืออาชีพขนาดนี้ แม้แต่หมอจางที่อยู่ข้างๆ ยังอึ้งจนอ้าปากค้าง
พยาบาลสาวที่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์พยาบาลยิ่งมองเฉินชางตาเป็นประกาย เหมือนมีความชื่นชมที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้
“หมอเฉินความรู้แน่นมาก!”
“ใช่ มีสามีอย่างศาสตราจารย์เฉินมีความสุขตายเลย”
“ฉันว่าพรุ่งนี้ฉันจะถามศาสตราจารย์เฉินเกี่ยวกับผ้าอนามัยที่ฉันใช้หน่อย!”
“ไร้ยางอาย!”
“ถุย!”
เฉินชางอธิบายจนคุณป้าทั้งสองพูดอะไรไม่ออก และเลิกทะเลาะกันไป
นั่งหวาดระแวงโลกอยู่ตรงนั้น
ถึงอย่างไร…หลังจากโดนเปิดเผยว่าคิดเองเออเอง ก็รู้สึกอายมาก
เฉินชางเห็นทั้งสองเงียบไป ก็ปิดเคสอย่างพอใจ
ในด้านของการอวดเก่ง เฉินชางยังไม่เคยเจอใครที่สมน้ำสมเนื้อ
คุณป้าสองคนแค่เคสเรียกน้ำย่อยของวันนี้เท่านั้น
เฉินชางรู้สึกว่า วันนี้จะต้องเป็นวันแห่งการอวดเก่งอย่างแน่นอน
ทว่าตอนนี้เอง หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งอดยืนขึ้นไม่ได้ “หมอคะ…ฉันควรใช้น้ำมันอย่างไรคะ”
เฉินชางหันไปพูดเรียบๆ “น้ำมันมะกอกควันเยอะ นำไปผสมสลัดแบบอาหารตะวันตกได้ น้ำมันถั่วลิสงควันน้อย ใช้เป็นตัวหลักในการปรุงอาหารได้ครับ! ใช้น้ำมันถั่วเหลืองแทนน้ำมันประเภทอื่นลด ดความเสี่ยงของโรคเบาหวานประเภทสองได้ ความจริงรสชาติของน้ำมันงา น้ำมันพริกไทยและน้ำมันพริกก็ไม่เลว ผสมกันแล้วดีมาก แต่…ต้องใช้อย่างพอประมาณนะครับ!”
เฉินชางพูดจบก็หมุนตัวกลับไปอย่างสง่า เดินเข้าห้องทำงานพร้อมตะโกนว่า
“เชิญคนไข้ท่านต่อไปครับ!”
การกระทำทั้งหมดนี้ ทำให้พวกคุณป้าทั้งกลุ่มอิจฉามาก
มีลูกเขยแบบนี้จะดีแค่ไหน!
น่าเสียดาย…