เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1331 ความจริงเป็นเรื่องยากที่สุด!
พอเฉินชางพูดว่า ‘ผมจะลองดูครับ’ ออกมาก็ทำให้เหล่าผู้อำนวยการแผนกตะลึงงันไป
ถูกต้อง!
ประโยคนี้ดูเหมือนจะถ่อมตัวมาก แต่กลับไม่มีความถ่อมตัวอยู่เลย
เนื่องจากทั่วทั้งโลกนี้ไม่มีใครกล้าพูดว่าออกมาหรอกว่าฉันรักษาภาวะหลอดเลือดดำอุ้งเชิงกรานแตกเองได้
คำว่าผมจะลองดูมีความมั่นใจอยู่มากจริงๆ
อันที่จริงแล้ว ในใจของเฉินชางก็ไม่กล้ารับประกันเหมือนกัน!
แต่ว่า เขาจำเป็นต้องลองดู
ตอนนี้สถานการณ์ปรากฏเด่นชัดอยู่ตรงหน้าแล้ว
ภาวะหลอดเลือดดำอุ้งเชิงกรานแตกเองหาได้ยากมาก แถมยังเป็นภาวะเสี่ยงสูง ทำให้แพทย์รับเคสคนแรกตั้งรับไม่ทันเสมอ!
อีกอย่างที่สำคัญคือ โรคนี้ค่อนข้างทำให้วินิจฉัยผิดได้ง่ายๆ
เนื่องจากหายาก จึงวินิจฉัยได้ยากลำบากมาก
ที่ผ่านมากว่าจะวินิจฉัยได้แน่ชัด ผู้ป่วยก็เสียชีวิตแล้ว
เฉินชางคิดว่าในที่นี้ตนอาจจะเป็นคนที่เข้าใจโรคนี้มากที่สุดก็ได้
ถ้าเขาไม่ลองพยายามดูสักหน่อยแล้วจะให้ทนมองผู้ป่วยรอรับความตายจริงๆ น่ะหรือ
หากทำแบบนั้นจริงๆ ตนมีระบบนี้อยู่แล้วจะมีประโยชน์อะไรกันล่ะ
ตอนนี้นับว่าเฉินชางได้ค้นพบแล้วว่าการแพทย์ไม่ใช่ศาสตร์วิชาที่มีความแม่นยำ 100% ไม่มีอะไรมากไปกว่าการใช้ทักษะและเทคนิคที่ตนมีอยู่เพื่อแก้ไขรักษาโรคมากมายที่พวกเราไม่มีความรู้ ความมั่นใจ!
เมื่อการแพทย์เจริญก้าวหน้าขึ้น พวกเราถึงค้นพบเรื่องหนึ่งคือ โรคภัยวิวัฒนาการไปเร็วกว่าการแพทย์มาก!
แน่นอนว่าอาจเป็นไปได้เช่นกันว่าโรคภัยเหล่านี้เดิมทีก็มีตัวตนอยู่แล้ว
พวกเราแค่ยังไม่รู้จักมันก็เท่านั้น!
เมื่อพวกเราค้นคว้าเปิดเผยความลึกลับในโลกนี้ไปเรื่อยๆ มีความรู้ด้านการแพทย์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันก็ได้รู้จักโรคภัยที่หลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
หากอ้างอิงกันตามทฤษฎีความรู้ 5% แล้ว
พวกเราอาจจะเข้าใจร่างกายมนุษย์ได้ไม่ถึง 5% เลยด้วยซ้ำ!
แต่นี่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเราสมควรจะปฏิเสธแนวทางวิทยาศาสตร์ของพวกเรา
เพราะเนื่องจากความรู้ 5% นี้เอง ที่ทำให้พวกเรามีปรับปรุงแนวทางพัฒนาสุขภาพของมนุษย์ได้
ท้ายที่สุดแล้วการพัฒนาการจำเป็นต้องผ่านกระบวนการขั้นตอน
ดังนั้น การแพทย์เองก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน
มีโรคที่ไม่รู้จักอีกมากมาย พวกเราจะต้องลองคลำทางกันไปด้วยความระวัง หากควบคุมมันไว้ได้จะเป็นการดีที่สุด!
พอคิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางก็หยิบ ‘หินจำลอง’ ออกมา!
ถ้าไม่มีความมั่นใจในการผ่าตัด เฉินชางก็จะเลือกใช้มันอย่างไม่ลังเลหรือเสียดายเลยสักนิด!
ในเวลาที่หมอต้องเผชิญหน้ากับผู้ป่วย ไม่สมควรจะทอดทิ้งหมางเมินเพียงเพราะผู้ป่วยบนเตียงคนไข้เป็นเพียงหญิงชาวไร่ยากไร้คนหนึ่ง และยิ่งไม่สมควรไปเอาอกเอาใจเพียงเพราะผู้ป่วยบนเต ตียงคือข้าราชการใหญ่หรือเศรษฐีมั่งมี
….
ทางฝั่งหวงชิวอิ่ง พอได้ยินเฉินชางตอบตกลง ในใจเธอรู้สึกดีใจมากจริงๆ!
“เอาล่ะ! รบกวนศาสตราจารย์เฉินด้วยนะคะ! ครั้งนี้ต้องลำบากคุณแล้วจริงๆ!”
เฉินชางโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “เป็นเรื่องสมควรอยู่แล้วครับ”
พอหวงชิวอิ่งเห็นว่าเฉินชางไม่ได้ท่าทางเย่อหยิ่งเลยก็มีความรู้สึกดีเพิ่มขึ้นมากโข!
แต่ในเวลานี้ ยังมีเรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จำเป็นต้องจัดการ
สำหรับหวงชิวอิ่งแล้ว เรื่องนี้นับว่ายุ่งยากมากเช่นกัน
นั่นก็คือการไปชี้แจงกับญาติผู้ป่วย!
ในตอนแรกที่ยังไม่รู้จักโรคนี้ ญาติผู้ป่วยรายนี้เริ่มพูดว่าผู้ป่วยถูกอัตราซาวนด์สีจนได้รับบาดเจ็บแล้ว!
จะต้องแจ้งให้ทราบว่าสถานการณ์อันตรายมากขนาดนี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าต้องจัดการอย่างไรน่ะหรือ?!
ปัญหาในตอนนี้คือจะอธิบายอย่างไรดี
ตัวหวงชิวอิ่งเองก็แค่เคยได้ยินเรื่องภาวะหลอดเลือดดำอุ้งเชิงกรานแตกเองเท่านั้น ไม่มีความเข้าในโรคนี้เท่าไร
พอคิดมาถึงตรงนี้ หวงชิวอิ่งอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นว่า “ศาสตราจารย์เฉิน คุณพอจะช่วยอธิบายให้พวกเราเข้าใจหน่อยได้ไหมว่าภาวะหลอดเลือดดำอุ้งเชิงกรานแตกเองของผู้ป่วยเกิดขึ้นได้ อย่างไร”
เวลานี้เหล่าผู้อำนวยการแผนกที่อยู่รอบๆ ก็เงี่ยหูฟังอย่างจริงจังเช่นกัน!
โรคที่ได้พบในวันนี้จะกลายเป็นเรื่องราวที่สลักตราตรึงไม่อาจลบเลือนไปจากใจพวกเขาได้ชั่วชีวิตแน่
มีโรคภัยมากมายที่ชั่วชีวิตนี้อาจจะไม่ได้พบเลย
เฉินชางอธิบายไปว่า “อันที่จริง ตอนแรกผมก็ไม่คิดเลยว่าจะเป็นโรคนี้
ที่นึกถึงโรคนี้ขึ้นมาได้ก็ต้องขอบคุณความช่วยเหลือของผู้อำนวยการทุกท่านเช่นกัน หลังจากพวกคุณตัดประเด็นโรคที่พบเห็นได้ทั่วไปทิ้งเป็นจำนวนมาก ความคิดของผมก็เริ่มขยายกว้างออก กไป”
อันอ้อยตาลหวานลิ้นยังสิ้นซาก แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย!
คำพูดยกยอของเฉินชางทำให้ผู้อำนวยการแผนกหลายคนไม่รู้สึกเสียหน้าจนเกินไป
ชั่วขณะนั้นความรู้สึกดีที่ทุกคนมีต่อเฉินชางเพิ่มสูงขึ้นมา
คนหนุ่มที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ ไม่แปลกเลยที่จะทำได้ทุกอย่าง!
เฉินชางกล่าวต่อว่า “โรคหายาก/เพศหญิง/ซีกซ้าย/ยากจะวิเคราะห์ต้นตออาการอย่างแน่ชัดได้ ปัจจัยพวกนี้ทำให้ผมนึกถึงโรคนี้ครับ!
ว่ากันแบบนี้ดีกว่าครับ ในบรรดาผู้ป่วยภาวะหลอดเลือดดำอุ้งเชิงกรานแตกเองที่พบมาจนถึงปัจจุบันนี้ มีเพียงสองรายที่เกิดในซีกขวา ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นทางซีกซ้ายทั้งสิ้น ส่วนสาเหตุ ก็เกี่ยวเนื่องมาจากหลอดเลือดดำอุ้งเชิงกรานซีกซ้ายถูกบีบอัดจากหลอดเลือดแดงอุ้งเชิงกราน พอก้มตัว ไอหรือเบ่งถ่ายอุจจาระ หลอดเลือดดำอุ้งเชิงกรานซีกซ้ายที่อยู่ตรงกลางระหว่างหลอด ดเลือดแดงอุ้งเชิงกรานและเส้นเอ็นขาหนีบจะมีแรงดันเพิ่มขึ้น เสี่ยงแตกได้ง่าย แต่ในเคสผู้ป่วยที่ไม่ใช่ซีกซ้าย เมื่อพิจารณาถึงว่าตำแหน่งในร่างกายอาจจะมีความพิเศษออกไปก็ยิ่งเพิ่ มแรงดันให้แก่หลอดเลือดที่เดิมทีเปราะบางมากอยู่แล้ว”
พอเอ่ยมาถึงตรงนี้ เฉินชางถามต่อว่า “เมื่อวานหลังจากผู้ป่วยทำอันตราซาวนด์สีเสร็จก็ลื่นล้มบนพื้น หรือจะเป็นเพราะตำแหน่งและแรงดันในซีกขวาเกิดความเปลี่ยนแปลง!?”
หวงชิวอิ่งรีบเอ่ยว่า “ฉันจะไปเรียกญาติผู้ป่วยเดี๋ยวนี้”
ไม่นานนัก ซุนจี๋เซิ่งก็รีบเดินเข้ามา
หลังจากมองเห็นเฉินชางก็ดีใจมาก!
เขาไม่เข้าใจภาวะหลอดเลือดดำอุ้งเชิงกรานแตกเองอะไรนี่เลย
แต่เขารู้ว่าเฉินชางคือคนที่วินิจฉัยโรคออกมาได้!
“ศาสตราจารย์เฉิน คุณเก่งเหลือเกิน ขอบคุณมากจริงๆ ครับ!”
คำพูดขอบคุณนี้ทำให้เฉินชางค่อนข้างละอายใจ ถึงขั้นที่พอมองใบหน้ายิ้มแย้มนี้แล้วก็กระดากใจที่จะบอกสถานการณ์ที่แท้จริงออกไป
บางครั้งการเป็นหมอก็ยากมากจริงๆ!
พวกเราเองก็อยากจะรายงานข่าวดีที่ไม่ใช่ข่าวร้ายเหมือนกัน
แต่ว่า…
ด้วยจรรยาบรรณในวิชาชีพ พวกเราทำได้เพียงซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา
ถึงแม้เรื่องพวกนี้จะโหดร้ายมากก็ตาม
หมอมีความรู้สึก แต่โรคภัยไร้ความรู้สึก
เฉินชางถอนหายใจ เรื่องบางอย่างไม่มีทางปกปิดไว้ได้ ต้องเปิดอกคุยกันอย่างจริงจังถึงจะแก้ไขปัญหาได้!
ก็เหมือนกับที่ฝั่งพี่น้องของผู้ป่วยพูดปาวๆ ว่าบาดเจ็บเพราะอัลตราซาวนด์สี
ไม่ใช่เพราะพวกเขาอยากโวยวายก่อปัญหา
แค่ไม่มีความรู้ก็เท่านั้น!
จะหัวเราะเหยียดหยามไม่ได้เด็ดขาด!
ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับการศึกษาภาคบังคับเก้าปี หรือถึงขั้นที่อาจจะเรียนมาสูงกว่านั้นแบบคุณเสียหน่อย!
พวกเขามาจากชนบท ไม่เคยรู้จักการอัลตราซาวนด์หรือทำซีทีสแกนมาก่อน ไม่เคยได้ยินเรื่อง MRI ด้วย
พอคิดได้เช่นนี้ เฉินชางก็จับมือซุยจี๋เซิ่งดึงให้นั่งลง
“คุณลุงครับ ผมจะอธิบายสถานการณ์ของคุณป้าให้ฟังสักหน่อยนะครับ”
ซุยจี๋เซิ่งถูกเฉินชางดึงให้นั่งลงก็ค่อนข้างกระมิดกระเมี้ยนขลาดอาย อยากจะชักมือกลับ
“ไม่เป็นไรเลย พวกเราเชื่อมั่นในตัวคุณครับศาสตราจารย์เฉิน! คุณไม่หลอกพวกเราแน่นอน!” ซุยจี๋เซิ่งเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
เฉินชางพยักหน้ารับ “ครับ แล้วตอนที่คุณป้าล้ม ส่วนที่กระแทกพื้นใช่ซีกขวาไหมครับ”
ซุยจี๋เซิ่งนึกทบทวนดูครู่หนึ่ง พยักหน้ารับ
“เธอน่ะ อ้วนเกินไปแล้ว ตอนลงมาไม่ทันยืนให้ดี ร่างฝั่งขวาก็ทรุดฮวบล้มลงไปเลย!”
หลังจากเฉินชางได้ฟังก็ถอนหายใจ “คุณลุง สถานการณ์ของคุณป้าเป็นแบบนี้ครับ น่าจะเป็นภาวะหลอดเลือดดำอุ้งเชิงกรานขวาแตกเอง!”
ซุยจี๋เซิ่งก็เพิ่งขึ้นเป็นเลขาธิการหมู่บ้านเมื่อไม่กี่วันก่อน พอจะมีความรู้นิดหน่อย แต่ว่า…สุดท้ายก็ไม่เคยได้ยินโรคพวกนี้เลย!
เขาอดถามไม่ได้ “ศาสตราจารย์เฉินครับ โรคนี้…ร้ายแรงมากหรือ”