Apocalypse Meltdown โลกาวินาศล่มสลาย - ตอนที่ 21 ศพเดียวมันไม่พอหรอก
จางจือหวีเหงื่อแตกพลั่ก เมื่อไหร่ที่ชูฮันเรียนรู้วิธียิงปืนกัน? เขาฆ่าซอมบี้ด้วยการโบกขวานด้วยความเร็วสูง แม้กระทั่งฆ่าคนโดยไม่มีความลังเลเลย
จางจือหวีคิดว่าเขาอาจจะกำลังฝันกลางวันอยู่ก็เป็นได้?
มันเป็นไปได้อย่างไร!? ชูฮันก็เป็นเพียงนักศึกษามหาวิทยาลัยปี2 อายุ20ปีเช่นเดียวกับเขา!
ตาของกู๋เสี่ยวตงสว่างวาบ หัวใจเธอเต้นรัวเร็ว ในตอนนี้มันคือยุคของโลกาวินาศ ไม่ใช่ยุคเจริญอย่างเมื่อก่อนแล้ว เงินตราไม่มีความหมายอะไร! กู๋เสี่ยวตงรู้สึกเสียในสิ่งที่ทำลงไป เธอจะไม่ทำตัวร้ายๆใส่นักเรียนคนอื่นๆในฐานะน้องใหม่ ถ้าเธอรู้ว่าชูฮันจะกลายเป็นคนทรงพลังเช่นนี้
เหล่าผู้รอดชีวิตที่เป็นพรรคพวกของเหย่เทียนหลงต่างหวาดกลัวพลางคิดว่า…ชูฮันเป็นคนแบบไหนกัน?
ชูฮันลูบเหงื่อเย็นที่หน้าผากออก เส้นประสาทตึงเครียดบนหน้าเริ่มคลายตัวลง ถึงแม้ดูเหมือนว่าเขาจะยิงที่หัวของเหย่เทียนหลงอย่างง่ายๆ หากมีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่าความแม่นยำในชาติที่แล้วของเขาไม่ได้มีอยู่อีกแล้ว ในตอนนี้ร่างกายของเขาไม่คุ้นเคยกับปืน เหตุผลที่เขาสามารถยิงเหย่เทียนหลงได้ก็เพราะว่าระยะทางสั้นๆระหว่างพวกเขานั่นเองประกอบกับเหย่เทียนหลงไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้เพราะเข่าที่พัง ดังนั้นชูฮันผู้ซึ่งคุ้นเคยกับปืนจึงมีข้อได้เปรียบมากกว่า
เมื่อเทียบกับชาติก่อนหน้านี้ของเขา ยังถือว่าแย่นัก
“นาย! นายควรจะลุกขึ้น?”
มีเสียงเล็กๆดังขึ้นมาจากซางจิ่วตี้ พวกเขาอยู่ใกล้กันมากขนาดที่ชูฮันได้กลิ่นน้ำหอมอันเป็นเอกลักษณ์จากเธอ ชูฮันมองไปที่ผิวสีเหลืองที่เธอเจตนาปลอมมัน เครื่องสำอางค์เริ่มจะร่วงหล่นเนื่องจากเธอไม่ได้เติมมันเพิ่ม บวกกับเหงื่อที่ไหลออกมา
ถึงแม้ตอนนี้เธอจะดูน่าเกลียด แต่เธอน่าจะดูดีทีเดียวถ้าไม่ได้ปลอมตัวเช่นนี้
ชูฮันไม่ได้ลุกขึ้นยืน เขายังคงนอนทับบนตัวซางจิ่วตี้ต่อ จ้องไปที่ตาของเธออย่างแข็งขัน “ทำไมเธอถึงพึ่งมาแสดงความเมตตากับมันตอนนี้?”
เขาเห็นว่าเธอมีความแม่นยำในการยิงปืนพอสมควร เธอมีโอกาสมากกว่า30% เมื่อเทียบกับคนอื่นๆรอบข้าง เธอสามารถฆ่าเหย่เทียนหลงได้ตรงๆด้วยระยะยิงที่ใกล้เช่นนี้โดยที่มันไม่สามารถหลบหนีได้ เธอมีเวลาเหลือเฟือที่จะยิงปืนได้อีกหลายนัดด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้ฆ่ามัน หากกลับยิงที่เข่าแทน จนในที่สุดเขาต้องฆ่ามันด้วยน้ำมือเขาเอง อย่างที่คาดไว้ คนอื่นๆยังไม่สามารถพึ่งพาได้ในช่วงแรกเริ่มของโลกาวินาศ
“ทำไม?” ชูฮันไล่บี้ถาม “เธอรู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมของเธอจะนำอันตรายขนาดไหนมาให้ทุกคน?”
ชูฮันถามขึ้นอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังขึ้นพร้อมกับน้ำเสียงไม่เป็นมิตรในตอนท้าย
เขาสงสัยในแรงจูงใจของซางจิ่วตี้ พลางตั้งท่าเตรียมต่อสู้ใส่เธอ
หน้าของซางจิ่วตี้ขึ้นสีแดง สาวที่กล้าหาญและไม่เคยกลัวอะไรกลับไม่มีอะไรจะพูดแก้ตัว
การเผชิญหน้าระหว่างทั้งคู่ทำให้ทั่วบริเวณเกิดเงียบสนิทขนาดที่ถ้าทำเข็มตกก็ได้ยิน ทุกคนมองไปที่ท่าทางประหลาดของทั้งคู่ หากแต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไร
“เธอไม่เคยฆ่าคนมาก่อน”
ทันใดนั้นสิบแปดก็พูดออกมาขณะเดินออกมาจากหลังตู้
ซางจิ่วตี้ไม่เคยฆ่าคน?
นั่นมันเหนือความคาดหมายเขามากๆ!
ซางจิ่วตี้หันหน้าหนีหลีกเลี่ยงการจ้องของชูฮัน เธอรู้สึกเสียใจและสับสน
ในตอนนั้นเอง สิบแปดเดินไปที่ศพของเหย่เทียนหลงและหยิบปืนไรเฟิลของเธอขึ้นมา เธอไม่ได้ปิดบังความเกลียดชังใดๆ อีกทั้งยังเตะไปที่ร่างนั่นซ้ำ ดูเหมือนเธอจะยังไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ เธอกระพริบตาพลางเล็งปากกระบอกปืนที่…
ปัง!
เธอยิงไปที่หัวใจของเหย่เทียนหลง!
ทุกคนรู้สึกประหลาดใจและคนส่วนใหญ่หวาดกลัวจนขาอ่อนเปรี้ย
ชูฮันกระตุกคิ้วอยู่สองสามครั้งขณะมองไปที่เด็กสาว
“แต่มันเป็นรื่องเหนือความคาดหมายของฉัน…” สิบแปดมองที่ชูฮันด้วยสายตาระยิบระยับราวกับเธอได้พบกับของเล่นที่น่าสนใจ “นายยิงปืนแม่นใช้ได้”
“อ๊ากก… ” ในตอนนั้นเอง เฉินช่าวเย่กรีดร้องขึ้นมาราวกับหมูถูกเชือด
ชูฮันลุกขึ้นจากตัวซางจิ่วตี้และเดินไปยกตัวเฉินช่าวเย่ขึ้นเพื่อตรวจสอบบาดแผล
ในวินาทีต่อมา…
พับ!
ชูฮันตบที่ตัวอ้วนๆของเฉินช่าวเย่!
“แค่รอยขีดข่วน!” ชูฮันกล่าวอย่างโกรธและหายใจด้วยความโล่งใจเพราะเจ้าอ้วนไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอะไร
“หือ?” เฉินช่าวเย่ไม่เชื่อ “แต่ฉันเลือดออกเต็มเลย!”
“เพราะแกอ้วนไง!” ชูฮันตะโกน เขาเจอผ้าพันแผลและนำมาปิดปากแผลให้เฉินช่าวเย่ “แผลเล็กๆแค่นี้ทำให้แกกลัวขนาดนี้เลย? แกกล้าหาญกว่านี้หน่อยได้มั้ย? ”
“เฮ้ เฮ้เฮ้!” เมื่อได้เห็นว่าแผลเล็กจริงๆ เฉินช่าวเย่จึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกคัก “หัวหน้า พี่ยิงปืนแม่นชะมัด!”
ชูฮันอดไม่ได้ที่จะยกริมฝีปากขึ้นแอบยิ้มที่มุมปาก มันมีความรู้สึกประหลาดเกิดขึ้นในหัวใจเขา
ความไว้ใจ? เพื่อน?
เสียงคำราม…
ทันใดนั้นมีเสียงคำรามซอมบี้จำนวนมากดังขึ้น
ชูฮันมองไปรอบๆจากนั้นก็จ้องไปตรงบันได
เมื่อความมืดมาเยือน…จำนวนของซอมบี้ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พวกมันไม่มีความคิด ไม่มีสมอง เพียงแต่ไปตามทางของกลิ่นเลือด สัมผัสได้ถึงกลิ่นของมนุษย์ พวกมันตบตีที่ป้อมปราการที่สร้างจากศพของซอมบี้ ซึ่งมีขนาดกว้างมากเนื่องจากมันถูกสร้างด้วยซอมบี้นับร้อยตัว
อย่างไรก็ตาม ป้อมปราการหนาแน่นได้เริ่มสั่นคลอนแล้ว มันมีการปะทะอย่างรุนแรงจนดูเหมือนมันอาจจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ
ป้อมปราการดูไม่น่าจะทนได้อีกนานเพราะมันมีช่องว่างเล็กๆตามกำแพงอยู่ พวกซอมบี้ได้กลิ่นมนุษย์จากข้างใน พวกมันเป็นสัตว์ร้านที่จะไม่หยุดจนกว่าจะได้กินเนื้อสดๆของมนุษย์ พวกมันจะพังกำแพงเข้ามาได้ไม่ช้าก็เร็ว
ศีรษะของเหย่เทียนหลงและเข่ายังคงมีเลือดไหลออกมา ทำให้กลิ่นเลือดคละคลุ้งไปทั่ว
เหล่าซอมบี้นอกกำแพงได้กลิ่นเลือด
พวกมันตื่นเต้นอย่างหนักจนกระแทกเข้ากับกำแพงด้วยท่าทางกระปรี้กระเปร่าเต็มที่ พวกมันจะได้มีมื้ออาหารที่ดีเมื่อพวกมันได้เนื้อสดๆมา! พวกมันจะกัดกินเนื้อให้หมดเรียบ เลียกินเลือดของมนุษย์ให้หมดทุกหยาดหยด!
“เราควรทำอย่างไรดี? นายเป็นผู้นำหนิ!” ซางจิ่วตี้ดูเหมือนจะกลับมาเป็นคนเดิมแล้ว เธอจับปืนไรเฟิลในมือแน่น พลางพูดด้วยท่าทางนิ่งสงบ “นายมีคำสั่งอย่างไร?”
คิ้วของชูฮันไม่เคยได้คลายออก มันมีเพียงทางออกเดียวเท่านั้น หากแต่มันถูกกั้นไว้โดยซอมบี้ พวกเขาติดอยู่ที่นี้ตั้งแต่แรกเริ่ม
มีซอมบี้หลายร้อยตัวอยู่ข้างนอกสถานีแวะพัก รวมตัวกันอยู่หน้าประตูทางเข้า พวกมันดูเหมือนจะล้มเหลวในการพยายามเบียดตัวกันเข้ามาที่ชั้นล่างเนื่องด้วยเพราะจำนวนซอมบี้ที่มากเกิน ดูจากสถานการณ์แล้ว กองทัพซอมบี้นี้มีจำนวนมากกว่า600ตัว!
ซอมบี้ถูกดึงดูดด้วยเลือดและมันมีพวกหิวกระหายมากมายอยู่ที่ชั้นล่าง พวกมันทำเหมือนกับว่าสามารถคว้าเนื้อสดๆโดยการยื่นแขนโบกไปมาในอากาศและการกระโดดเข้าใส่หน้าต่างได้
มีการโจมตีทั้งทางด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้มันยากที่จะหนีออกไปได้
“แม่ง! เรากำลังจะตาย เราจะตายถ้าเราหนีออกไปไม่ได้!” จางจือหวีร้องไห้อยู่กับพื้น “ฮือฮือฮือ! ทำไมฉันถึงออกจากเมืองหมิงชิว? มันมีอาหารและน้ำอยู่ในร้านขายของ! ทำไมฉันถึงจากมา? ทำไม?”
“มีซอมบี้มากมายเหลือเกิน! ชูฮัน ช่วยฉันด้วย! ช่วยด้วย! ฉันไม่อยากตาย นายแข็งแรงจะตาย นายคุ้นเคยกับปืนดี นายแค่ฆ่าพวกมันทั้งหมดได้มั้ย?” กู๋เสี่ยวตงร้องไห้อย่างหนักพลางจับที่เสื้อผ้าของชูฮันด้วยอารมณ์คลั่ง เธอในตอนนี้ดูราวกับคนบ้า
“อีนี่มันคือใคร?” สิบแปดแทรกขึ้นมา มองไปที่ผมกระเซอะกระเซิงและใบหน้าสกปรกของกู๋เสี่ยวตงอย่างไม่ใส่ใจและเมินเฉย