novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ - ตอนที่ 1325 แดนยอดมรดกมาเยือน

  1. Home
  2. Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์
  3. ตอนที่ 1325 แดนยอดมรดกมาเยือน
Prev
Next

ฮู่ว…

ยามดึก หลินสวินนั่งขัดสมาธิอยู่ในสถานที่ฝึกสมาธิ เริ่มฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ

การต่อสู้กับอวิ๋นชิ่งไป๋ แน่นอนว่าเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากและอันตรายที่สุดตั้งแต่เขาฝึกปราณมา

ดูเหมือนรอบคอบทุกอย่างก้าว กำชัยไว้แล้ว แต่เบื้องหลังแท้จริงกลับแบกรับแรงกดดันและความทุ่มเทที่ไม่สามารถจินตนาการได้

หากไม่ใช่ว่าช่วงสุดท้ายได้ประโยชน์จากชีพจรปราณวิญญาณต้นกำเนิด คิดจะขวางการโจมตี ‘พลีชีพสังเวยกระบี่’ นั่นของอวิ๋นชิ่งไป๋ก็ยากนัก!

ทว่าผ่านการประลองแห่งยุคเช่นนี้ ก็ทำให้หลินสวินได้รับประสบการณ์และหยั่งรู้ในการต่อสู้อย่างไม่เคยมีมาก่อน

เขามีลางสังหรณ์อย่างหนึ่งว่าเมื่ออาการบาดเจ็บฟื้นฟู พลังปราณของเขาต้องรุดหน้ายิ่งกว่าเดิม พอที่จะก้าวสู่ขั้นสมบูรณ์ของระดับอมตะเคราะห์ด่านเจ็ด

ถึงขั้นที่ว่าการทะลวงระดับก็ไม่ใช่เรื่องยาก

ทั้งการสังหารอวิ๋นชิ่งไป๋ยังเหมือนการกำจัดโจรกลางใจ ขจัดมารในสภาวะจิต ทำให้จิตมรรคของหลินสวินราวกับทลายพันธนาการ ได้รับการยกระดับเช่นกัน

การฝึกปราณก็คือขั้นตอนของการฝึกใจ

การเปลี่ยนแปลงของสภาวะจิตเร้นลับที่สุด แต่กลับมีประโยชน์ต่อการฝึกปราณอย่างไม่อาจประเมิน

วู้ม…

แสงมรรคหลายสายราวแสงมายาครอบคลุมตัวหลินสวินอยู่ภายใน ดูบริสุทธิ์สันโดษ

…

ผ่านไปเจ็ดวัน

“หืม?”

“นั่นคือ?”

“ช่างเป็นลักษณ์ประหลาดที่น่าอัศจรรย์!”

วันนี้ผู้แข็งแกร่งที่กระจายอยู่ต่างบริเวณในแดนเก้าบน ไม่ว่ากำลังทำอะไรก็ล้วนหยุดการกระทำในมืออย่างพร้อมเพรียง สายตามองไปยังเวิ้งฟ้า

บนฟ้านั่นไม่รู้ปกคลุมด้วยแสงทองพร่างพรายชั้นหนึ่งตั้งแต่เมื่อไหร่ ส่องประกายราวกับทองเทพ ย้อมผืนฟ้ากลายเป็นสีทองทั้งแถบ สว่างเรืองรองดุจเพลิงผลาญ

ในความรางเลือนสามารถมองเห็นแดนลับแห่งหนึ่งปรากฏอยู่ในแสงทองบนเวิ้งฟ้านั่น ลักษณะคล้ายสนามประลองมหึมาหาใดเปรียบ ภายในมีรูปปั้นเก่าแก่และลึกลับยืนตระหง่านอยู่มากมาย

เพียงแต่ภาพนั้นยังเลือนรางอย่างยิ่ง ถูกปกคลุมด้วยแสงทองพร่างพราย มองเห็นเป็นระยะๆ ไม่ว่าจะตรวจสอบอย่างไรก็ไม่อาจสังเกตเห็นโฉมหน้าในนั้นได้

แต่ต่อให้เป็นเช่นนั้นก็ยังทำให้ผู้แข็งแกร่งทุกคนต่างไหวหวั่น

ขณะเดียวกันหน้าศิลาศึกทุกแห่งในแดนเก้าบนเกิดการเปลี่ยนแปลงประหลาดขึ้น

บนท้องฟ้าเหนือศิลาศึกแต่ละแห่งล้วนปรากฏอุโมงค์อากาศหนึ่ง ราวกับรุ้งเทพหลากสีงามแปลกตาทะลวงอากาศขึ้นไป ไม่รู้ว่าเชื่อมต่อไปที่ไหน

และวันนี้ข่าวเกี่ยวกับ ‘แดนยอดมรดก’ มาเยือนโลก ก็ราวกับลมพายุหอบหนึ่งม้วนกลืนแดนเก้าบน

“ไป!”

“ในที่สุดก็เปิดออกแล้ว…”

“ท้ายที่สุดอริยะนำพาจะตกสู่มือใคร”

ผู้แข็งแกร่ง ยักษ์ใหญ่ ราชันนายเหนือหัวนับไม่ถ้วน พากันมุ่งไปยังหน้าศิลาศึกที่กระจายอยู่ในแดนเก้าบนราวได้รับการเรียกหา

…

“นี่ต้องเป็นศุภโชคสุดท้ายก่อนที่แดนมกุฎจะปิดฉากแน่ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องไปช่วงชิงเต็มกำลัง”

องค์ชายเซ่าเฮ่าอาภรณ์สะบัดโบก แววตาเต็มไปด้วยประกายวาววามน่าพรั่นพรึง

“ผู้คนรู้แค่ว่านายน้อยถ่อมตัวประหนึ่งหยก ไม่คิดแก่งแย่งกับใคร แต่กลับไม่รู้ว่าหากนายน้อยออกแรงเต็มกำลัง แดนเก้าบนนี้จะต้องไร้ผู้ต่อกร”

สาวใช้หวั่นอินแววตาไหลวนแสงอัศจรรย์ สีหน้าเต็มไปด้วยความเคารพเลื่อมใส

มีเพียงนางที่รู้ชัดว่านายน้อยของตนแข็งแกร่งแค่ไหน!

“ไร้ผู้ต่อกร? วาจานี้กล่าวเกินไปแล้ว การช่วงชิงวาสนา หนึ่งดูพลัง สองดูโชคชะตา เกิดเป็นคนต้องทำให้ดีที่สุด นอกเหนือจากนั้นก็แล้วแต่ฟ้าลิขิต”

เซ่าเฮ่ายิ้ม เวลานี้เขานึกถึงคนผู้หนึ่งขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ก็ไม่รู้ว่าอาการบาดเจ็บของเจ้าหมอนั่นฟื้นฟูหรือยัง…

วันนั้นเขานำผู้ที่อยู่ใต้อาณัติทั้งหมดมุ่งหน้าไปยังแดนยอดมรดก

…

“อริยะนำพา ไม่รู้ว่าจะมหัศจรรย์เหมือนที่เล่าลือจริงหรือไม่… ไม่ว่าอย่างไรสิ่งยิ่งใหญ่เช่นนี้ต้องช่วงชิงมาให้ได้”

วันนี้มีคนเห็นเทพธิดารั่วอู่แปลงเป็นรุ้งเพลิงสายหนึ่ง พุ่งออกมาจากสถานที่ปิดด่าน

…

“เจ้าลิง พวกเราควรไปแล้ว”

ราชันเผิงปีกทองน้อยยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย ในดวงตาสีทองฉายประกายแสงชวนประหวั่น

หลายปีนี้เขาเก็บงำตนเองมานานเกินไปแล้ว ได้เวลาเผยคมประกายเสียที!

ตูม!

ไม่นานหยวนฝ่าเทียนก็ออกด่าน กลิ่นอายทะลุทะลวงอหังการหยิ่งผยอง “ราชันเผิงน้อย เจ้าว่าหลินสวินนั่นจะเข้าร่วมด้วยไหม”

ราชันเผิงปีกทองน้อยส่ายหัว “ยากนัก จนถึงวันนี้เขาไม่เคยทำการทดสอบกระดานทองคำผู้กล้า เกรงว่าคงเพราะบาดเจ็บหนักเกินไป ถึงขั้นต้องละทิ้งการเคลื่อนไหวครั้งนี้แล้ว”

หยวนฝ่าเทียนชะงัก ถอนหายใจกล่าว “น่าเสียดายเกินไปแล้ว”

ราชันเผิงปีกทองน้อยเยาะหยัน “ข้าว่าในใจเจ้าน่าจะดีใจมากกระมัง ถึงอย่างไรหากเจ้าหมอนี่เข้าร่วมจริง คงนำมาซึ่งแรงกดดันมหาศาลให้กับใครก็ตาม”

“พูดไร้สาระให้น้อยหน่อย รีบไปเถอะ”

หยวนฝ่าเทียนกลอกตาใส่ นำหน้าทลายอากาศไปก่อน

…

แดนวารีอุดร

หน้าศิลาศึกผู้กล้า ผู้แข็งแกร่งคนหนึ่งพุ่งขึ้นไปทางอุโมงค์อากาศที่อยู่ใต้เวิ้งฟ้านั่น

ปึง!

ทว่าจากนั้นเขาก็ถูกพลังไร้รูปหนึ่งซัดจนถอยกลับมา ซวนเซตกลงสู่พื้น สีหน้าเศร้าสลดกล่าว “จริงดังว่า หากชื่อไม่เคยปรากฏอยู่บนกระดานทองคำผู้กล้าก็ไม่อาจเข้าไปในแดนยอดมรดกได้”

เห็นดังนี้ผู้แข็งแกร่งมากมายในที่นั้นทอดถอนใจ สีหน้ามืดมน

พวกเขาเกือบทั้งหมดล้วนเป็นเช่นนั้น ไม่สามารถก้าวขึ้นไปอยู่บนกระดานทองคำผู้กล้าได้ ถูกลิขิตให้ไม่อาจเข้าร่วมงานใหญ่นี้ด้วยเช่นกัน

ฟุ่บ!

และเวลานี้เอง ลั่วเจียที่มาจากเผ่าหงส์เซียนโฉบออกมาจากฝูงชน เงาร่างพุ่งวาบหายไปในอุโมงค์อากาศนั่น

…

เกือบจะวันเดียวกัน บุคคลชั้นนำอย่างชื่อหลิงเซียว เย่หมัวเฮอ หวังเสวียนอวี๋ หมีเหิงเจิน เซี่ยวชางเทียนและเยี่ยเฉินต่างเริ่มเคลื่อนไหว

ใต้หล้าเกิดคลื่นลมในชั่วพริบตา สายตาจับจ้องไปที่แดนยอดมรดกพร้อมกัน!

แน่นอน ใช่ว่าใครก็มีสิทธิ์เข้าไปในนั้น มีเพียงผู้แข็งแกร่งที่ชื่อเคยปรากฏอยู่บนกระดานทองคำผู้กล้าจึงจะสามารถเข้าไปในนั้นได้

ส่วนผู้แข็งแกร่งคนอื่นก็ถูกลิขิตให้เป็นแค่ผู้ชม

เขาฝนดาวตก

“พี่ใหญ่ อาการบาดเจ็บของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”

อาหลู่เอ่ยถาม ปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นกลางฟ้าดินก็ดึงดูดความสนใจของพวกเขาเช่นกัน เมื่อสืบข่าวดูเล็กน้อยก็รู้ว่าแดนยอดมรดกปรากฏแล้วในวันนี้

“ดีขึ้นประมาณเจ็ดแปดส่วนแล้ว”

หลินสวินพูดง่ายๆ เขาสวมชุดสีขาวพระจันทร์ ท่าทางผ่อนคลาย ยืนไพล่หลังอยู่ในทะเลหมอกบนยอดเขา ทอดมองแสงทองส่องประกายที่ปกคลุมผืนฟ้า

“เช่นนั้นตอนนี้เจ้าจะไปแดนยอดมรดกหรือไม่”

พวกอาหลู่ เจ้าคางคก และนกทมิฬต่างแววตาเร่าร้อน สำหรับ ‘อริยะนำพา’ พวกเขาน่ะอยากได้มานานแล้ว

หลินสวินเงียบไปครู่หนึ่งจึงกล่าว “ไม่อย่างนั้นพวกเจ้าไปก่อนไหม”

อาการบาดเจ็บของเขาตอนนี้ยังไม่หายโดยสมบูรณ์ ทั้งในการทำสมาธิเจ็ดวันนี้ เขายังมีการหยั่งรู้ในการต่อสู้บางส่วนที่ยังไม่เข้าใจเต็มที่

พวกอาหลู่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ลังเลยิ่งนัก

“ไปเถอะ ไปช่วยข้าสืบหาความจริงที่นั่นสักหน่อยก่อน รอข้าเตรียมพร้อมแล้ว หากโอกาสอำนวยจะต้องไปหาพวกเจ้าแน่”

หลินสวินโบกมือไล่พวกเขาไป

“พี่ใหญ่ เช่นนั้นเจ้าต้องมานะ”

ห่างออกไปอาหลู่ตะโกนเสียงดัง

หลินสวินอมยิ้มพยักหน้า มองส่งพวกเขาจากไปแล้วหันหลังกลับเข้าสู่สถานที่ทำสมาธิ

สำหรับ ‘อริยะนำพา’ ที่เกี่ยวข้องกับปริศนาแห่งการบรรลุมกุฎอริยะ เขาไม่สนใจมากนัก

ด้วยมรรคาของเขาไม่เคยมีมาก่อน ต่างจากคนอื่น หากหมายบรรลุมกุฎอริยะย่อมไม่มีทางเหมือนคนอื่นแน่

อริยะนำพาอาจจะเกี่ยวข้องกับปริศนาแห่งการบรรลุมกุฎอริยะ บางทีอาจเปิดทางให้เขาได้ แต่กล่าวกันถึงที่สุดแล้ว สุดท้ายการบรรลุอริยะก็ยังต้องพึ่งพาตัวเอง!

ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้หลินสวินยังเตรียมตัวไม่พร้อมจริงๆ

กาลเวลาล่วงเลย ผ่านไปอีกสามวัน

โลกภายนอก ข่าวเกี่ยวกับแดนยอดมรดกดึงดูดความสนใจทั่วแดนเก้าบนนานแล้ว ต่อให้ไม่สามารถเข้าร่วมก็ทำให้ผู้แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนจิตใจถูกดึงดูด

ต่างกำลังใคร่รู้ว่าในการประลองสุดท้ายก่อนแดนมกุฎนี้จะปิดฉาก ใครจะสามารถกลายเป็นผู้ชนะคนสุดท้ายกันแน่!

และยังมีคนทำบันทึก ว่าตอนนี้บุคคลชั้นนำที่จัดอยู่ในหนึ่งร้อยอันดับแรกของกระดานทองคำผู้กล้า ได้เข้าไปในแดนยอดมรดกกันหมดแล้ว

นอกจากนี้ยังมีผู้แข็งแกร่งอีกประมาณห้าร้อยคนเข้าไปในนั้นเช่นกัน พวกเขาต่างเป็นผู้แข็งแกร่งที่เคยก้าวขึ้นไปอยู่บนกระดานทองคำผู้กล้า แต่ตอนนี้ลำดับชื่อถูกเบียดตกออกมาแล้ว

“เทพมารหลิน จนถึงวันนี้ก็ไม่เคยปรากฏตัว”

และมีคนมากมายสังเกตเห็น แต่ไหนแต่ไรอย่าว่าแต่หลินสวินเข้าไปในแดนยอดมรดกเลย แม้แต่ชื่อก็ไม่เคยปรากฏอยู่บนกระดานทองคำผู้กล้าด้วยซ้ำ!

นี่ก็ชักนำมาซึ่งเสียงทอดถอนใจมากมายเช่นกัน

เทพมารหลินที่น่าเกรงขาม เอาชนะอวิ๋นชิ่งไป๋ได้ แข็งแกร่งระดับใด แต่ยามนี้ด้วยบาดเจ็บสาหัสจึงต้องทิ้งโอกาสเข้าสู่แดนยอดมรดกไป จะไม่ให้คนทอดถอนใจได้อย่างไร

เขาฝนดาวตก

หลินสวินในตอนนี้สีหน้าเจือแววประหลาดใจอย่างไม่เคยมีมาก่อน ถึงขั้นมีความตื่นเต้นที่ไม่อาจสงบอย่างหนึ่ง

ไม่ใช่เพราะอาการบาดเจ็บของเขาฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ หากแต่ด้วยวันนี้จ้าวจิ่งเซวียนตื่นแล้ว!

สนเขียวแข็งแกร่งเปี่ยมพลัง น้ำตกหลั่งรินน้ำพุเวียนวน หน้าพุ่มหญ้าชอุ่มแห่งหนึ่ง จ้าวจิ่งเซวียนนั่งอยู่บนพื้น เงาร่างเพรียวบางประหนึ่งร่องรอยที่งดงามหาใดเปรียบ ภายใต้การขับเน้นของหมอกเมฆที่อบอวลระหว่างภูเขา เสริมให้กลิ่นอายงดงามเงียบสงบโดดเด่นขึ้นกว่าเดิม

นางมวยผมยาวสลวยเอาไว้ ดวงหน้างามเหมือนซูบตอบกว่าแต่ก่อน แต่เครื่องหน้าทั้งห้ากลับดูประณีตและงามพิสุทธิ์ยิ่งกว่าเดิม เรียกได้ว่างามผุดผ่องดั่งภาพวาด รูปโฉมราวกับเซียน

ในนิ้วทั้งสิบที่ขาวกระจ่างเรียวยาวดั่งต้นหอมของนางกำลังกุมจอกไม้หนึ่งที่ยังอุ่นอยู่ ส่วนน้ำชานั้นหลินสวินเป็นคนต้มเอง

ตรงหน้า หลินสวินกำลังควบคุมความตื่นเต้นภายในใจ เล่าเรื่องราวในหลายปีที่จ้าวจิ่งเซวียนจำศีลนี้ออกมาทีละเรื่อง

จ้าวจิ่งเซวียนยิ้มฟังและจิบน้ำชาตลอดเวลา ในใจก็รู้สึกยินดีอย่างบอกไม่ถูก

ตอนนั้นนางปลูกเรือนพำนัก ไม่เชื่อว่าหลินสวินตายอยู่ใต้แม่น้ำนรก เฝ้ารออยู่นอกเขตต้องห้ามแม่น้ำนรกนานหลายปี

ในหลายปีนั้นใจของนางเหมือนบ่อร้าง ไม่ยินดีเสียใจ ไม่ไต่ถามเรื่องทางโลก สิ่งที่ยึดมั่นในใจมีเพียงคำว่าเฝ้ารอ

จนถึงท้ายที่สุด หากไม่เจอการล้อมโจมตีของผู้แข็งแกร่งที่อยู่ใต้การควบคุมของบุตรนรก ก็คงไม่มีทางผนึกจิตวิญญาณตัวเอง จมสู่ความเงียบงันจนกระทั่งตื่นขึ้นมาในตอนนี้

นางมองออกว่าในใจหลินสวินก็ตื่นเต้นและยินดีมาก นี่ทำให้จ้าวจิ่งเซวียนสบายใจยิ่ง มุมปากอวบอิ่มโค้งเป็นรอยยิ้มโดยไม่รู้ตัว ในดวงตากระจ่างระบายยิ้ม

ส่วนหลินสวินกำลังพูดอะไร นางฟังไม่รู้เรื่องโดยสิ้นเชิง เทียบกับการยืนยันว่าหลินสวินที่อยู่ตรงหน้ายังมีชีวิตอยู่ เรื่องอื่น… ก็เหมือนไม่สำคัญสักนิด

พูดอยู่นาน ยามหลินสวินรู้สึกปากแห้ง มือกระจ่างมือหนึ่งที่ถือถ้วยชาไว้ก็ปรากฏตรงหน้า เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นจ้าวจิ่งเซวียนยิ้มกล่าว “ดื่มเถอะ”

หลินสวินยกถ้วยชากระดกดื่มรวดเดียวหมดแล้วกล่าวถาม “เจ้าไม่ได้ฟังว่าข้ากำลังพูดอะไรเลยใช่ไหม”

จ้าวจิ่งเซวียนกะพริบตาปริบๆ ในดวงตาใสสะอาดดั่งคลื่นใบไม้ร่วงนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มร่า กล่าวว่า “ป่านนี้เจ้าเพิ่งจะรู้? ไม่นับว่าโง่ไปหน่อยหรือ”

น้ำเสียงใสไพเราะ

หลินสวินพลันหัวเราะร่ากล่าว “ไม่ใช่ว่าข้าโง่ หากแต่ถูกความดีใจครอบงำ เห็นว่าในที่สุดเจ้าก็ตื่นขึ้นมาเลยดีใจมาก ห้ามความรู้สึกไม่อยู่จริงๆ”

จ้าวจิ่งเซวียนชะงัก บนใบหน้างามผุดผ่องขาวกระจ่างปรากฏสีแดงสดวูบหนึ่งอย่างเงียบเชียบ ในความงามพิสุทธิ์เสริมความงามอันอ่อนโยนเพิ่มขึ้นมา

จากนั้นนางดูเหมือนได้รู้จักหลินสวินใหม่อีกครั้ง พินิจพิเคราะห์เขาตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วเอ่ยปากชม “ดูไม่ออกว่าคนอย่างเจ้านับวันยิ่งอ้อนคนเป็นแล้ว หรือหลายปีนี้คบหาคนรู้ใจไปไม่น้อย ฝึกจนมีสาวมากมายมาอิงแอบแนบชิดคลอเคลีย”

หลินสวินสีหน้าค้างแข็ง

แต่ประโยคต่อมาของจ้าวจิ่งเซวียนกลับราวฟ้าถล่มดินทลาย “หากให้ซย่าจื้อแม่นางน้อยคนนั้นรู้เรื่องพวกนี้ หึๆ…”

สีหน้าหลินสวินพลันชะงักค้าง หน้าผากปรากฏเส้นเลือดดำ

………….

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1325 แดนยอดมรดกมาเยือน"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

YOU MAY ALSO LIKE

EkXL-kLXYAA4Pom
ยอดไทเฮาเขย่าวังหลัง
July 21, 2024
6100de77vFDN5b1m
พลิกชะตาชายาสยบแค้น
May 21, 2023
4
ข้ามกาลบันดาลรัก [ส่วนที่ 2 ภาคแต่งงาน]
December 21, 2021
c6aaada0a7890c5053a4-212×300
จังหวะรัก นักบัลเลต์
September 14, 2020
  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF