novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ - ตอนที่ 532 ตัดสินคนจากภายนอก

  1. Home
  2. Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์
  3. ตอนที่ 532 ตัดสินคนจากภายนอก
Prev
Next
ตอนที่ 532 ตัดสินคนจากภายนอก
โดย

ProjectZyphon

ยามพลบค่ำ ตะวันเคลื่อนคล้อยลับแผ่นฟ้า

นครต้องห้ามประตูเมืองตะวันออก ขบวนแปลกประหลาดขบวนหนึ่งหลั่งไหลมา ผู้ชายสวมหนังสัตว์เก่าคร่ำคร่า ผู้หญิงสวมผ้าป่านเนื้อหยาบ เด็กน้อยส่วนหนึ่งเปลือยก้นว่างเปล่าเปลือยเท้าวิ่งไปทั่ว มากมายยิ่งใหญ่มากกว่าหนึ่งร้อยคน

ทหารยามของจักรวรรดิที่เฝ้าประตูเมืองต่างมึนงงอยู่บ้าง นี่มันคนบ้านนอกจากที่ไหนกัน เสื้อผ้าก็ช่างน่าเกลียดเกินไปแล้ว มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าจะต้องออกมาจากชนบทเล็กๆ ห่างไกลความเจริญอย่างแน่นอน

“พวกเจ้าหยุดอยู่ตรงนั้น! เข้าแถว ทำการตรวจสอบ!”

ทหารยามนายหนึ่งตะโกนลั่น คนเหล่านี้ผิดปกติเกินไปแล้ว ที่นี่คือนครต้องห้าม เมืองหลวงแห่งจักรวรรดิ จะให้คนมั่วซั่วเข้ามาได้อย่างไร?

เพี๊ยะ!

เพิ่งพูดจบ ทหารยามนายนี้ก็ถูกฝ่ามือหนึ่งฟาดเข้าไปเต็มๆ เล่นเอาเขาสับสนมึนงง หัวสมองเบลอไปหมด

ที่ทำให้เขาตกตะลึงนิ่งอึ้งที่สุดคือ คนที่ตบเขานั้นก็คือหัวหน้าทหารยาม!

“ใต้เท้า เหตุใดท่าน…” ทหารยามถามเสียงสั่นเครือ

กลับเห็นหัวหน้าทหารยามไม่สนใจเขาเพียงนิด รีบเร่งเดินไปยังขบวนแปลกประหลาดกลุ่มนั้นราวกับไฟลนก้น ใบหน้าที่อดีตเคยเคร่งขรึมเย่อหยิ่ง เวลานี้กลับเผยรอยยิ้มอบอุ่นนอบน้อมหาใดเปรียบ

ทหารยามตะลึงงันอยู่ตรงนั้นทันที นี่มันเรื่องอะไรกัน นั่นไม่ใช่คนบ้านนอกที่เหมือนกับขอทานกลุ่มหนึ่งหรอกรึ ควรค่าต่อการทำเช่นนี้หรือ

เห็นหัวหน้าทหารยามและหนุ่มน้อยคนหนึ่งพูดเสียงเบาคุยอะไรกันสักอย่าง และยิ้มหน้าบานโค้งตัวลง พยักหน้าโก้งค้อมเอวหลีกทางให้ชาวบ้านเหล่านั้น ไม่แม้แต่ทำการตรวจสอบอย่างที่เคยเพียงนิดก็ปล่อยไปทั้งอย่างนั้น!

จนกระทั่งขบวนแปลกประหลาดขบวนนั้นจากไป หัวหน้าทหารยามยังคงโค้งตัวอยู่เหมือนเดิม โบกมือบอกลาอย่างกระตือรือร้นหาใดเปรียบ

ท่าทางเช่นนั้นดูเอาใจใส่กระตือรือร้นยิ่งกว่าส่งญาติพี่น้องตนเองเสียอีก ทหารยามที่เมื่อครู่ถูกตบไปทีหนึ่งลูกตาแทบจะหลุดออกมาอยู่แล้ว นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่? ปีนั้นตอนที่หัวหน้ารับแม่ของเขาเข้ามายังนครต้องห้าม ยังไม่นอบน้อมกระตือรือร้นขนาดนี้ด้วยซ้ำ!

เวลานี้เองหัวหน้าทหารยามปาดเหงื่อเดินกลับมา เมื่อเห็นทหารยามนั่น ขาข้างหนึ่งพลันเตะออกมาทันทีก่อนด่าว่า “เจ้าเด็กเวรนี่ แต่ก่อนฉลาดเป็นกรด ทำไมวันนี้ตาบอดซะได้!? เจ้ารู้ไหมว่าเมื่อกี้เกือบทำข้าตายไปด้วยแล้ว!”

ทหารยามถูกถีบลงกับพื้น กลับไม่สนใจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กล่าวว่า “หัวหน้า นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

หัวหน้าทหารยามตอบอย่างเดือดดาล “เกิดอะไรขึ้น เจ้าดูไม่ออกหรือว่านั่นคือหลินสวิน แม้แต่หลิงเทียนโหวยังเคยถูกเขาถล่มมาแล้ว คนแบบนี้ใช่คนที่เจ้ากับข้าหาเรื่องได้รึ”

ทหารยามชะงักงันไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบสนองขึ้นมาทันควัน ร้องออกมา “เขา… เขาคือคนที่… คนที่…” ถูกทำให้ตกตะลึงซะจนพูดตะกุกตะกักไม่เป็นภาษา

“ใช่ ก็เขานั่นแหละ! เจ้าหมอนี่ตอนนี้ยิ่งใหญ่นัก ในนครต้องห้ามนี่เกรงว่าคงมีน้อยคนที่กล้าหาเรื่องเขา…”

หัวหน้าทหารยามทอดถอนใจออกมาเฮือกหนึ่ง

แต่ทหารยามนั่นกลับตะลึงงันอยู่ตรงนั้น บุคคลระดับนี้เหตุใดจึงพาคนบ้านนอกกลุ่มหนึ่งเข้าเมือง

หากเมื่อครู่ไม่ใช่เพราะหัวหน้าออกหน้าให้ ตนไม่ใช่ว่าขัดใจนายน้อยผู้โดดเด่นเป็นสง่าในนครต้องห้ามและมีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วคนนี้ไปแล้วหรอกรึ

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ทหารยามก็สั่นสะท้านไปทั่วร่าง นึกกลัวไม่หยุด

…

ขบวนนั้นย่อมต้องเป็นชาวบ้านหมู่บ้านเฟยอวิ๋นที่กลับมาพร้อมหลินสวิน

ระหว่างทางที่โดยสารเรือรบอินทรีเหินกลับมา เหล่าผู้ฝึกปราณอย่างพวกมู่หวั่นซูที่มาจากอัครการค้า ตระกูลหนิง ตระกูลเย่ ตระกูลกงเหล่านี้ต่างทยอยแยกย้ายกันไป

หลังจากส่งหลินสวินและชาวบ้านเหล่านี้กลับมายังนครต้องห้าม เรือรบอินทรีเหินที่เป็นของกองทัพเลือดเหล็กก็กลับไป

เพื่อหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมที่จะเกิดขึ้นกับชาวบ้านเหล่านี้ หลินสวินจึงคิดจะพาพวกเขาไปพำนักบนภูเขาชำระจิต ถึงอย่างไรที่แห่งนั้นก็ใหญ่เพียงพอ สามารถมอบแดนสุขาวดีผืนหนึ่งที่ทำให้ชาวบ้านเหล่านี้ใช้ชีวิตอย่างอุ่นใจได้อย่างสมบูรณ์

“ท่านพ่อ เมื่อครู่ใต้เท้าที่เฝ้าประตูเมืองคนนั้นดูเหมือนจะกลัวพี่หลินสวินมากเลยนะ”

อิงหลิวเอ๋อร์กล่าว

สามปีผ่านไปแล้ว เจ้าเด็กแก่นที่ปีนั้นเคยได้รับการชี้แนะวิชายุทธ์จากหลินสวินก็เติบโตเป็นเด็กหนุ่มตัวน้อยคนหนึ่ง ผิวสีน้ำตาลแดง ฟันขาวดุจหิมะ ดวงตาหมุนวนไหลเคลื่อนไปมา ฉลาดปราดเปรียวอย่างเห็นได้ชัด

อิงหาวเกาหัวน้อยๆ กล่าวคลุมเครือ “น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ” จากนั้นเขาก็ถลึงตา “พูดไร้สาระให้น้อยหน่อย อย่าจุ้นไม่เข้าเรื่อง ที่นี่คือนครต้องห้าม เมืองหลวงของจักรวรรดิ ข้าอยู่มาชั่วชีวิตนี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามา เจ้าลูกชายอย่าได้ก่อความวุ่นวายให้พี่หลินสวินของเจ้าเชียว!”

ไม่เพียงแต่อิงหาวเท่านั้นที่คิดเช่นนี้ ชาวบ้านคนอื่นต่างก็คิดแบบเดียวกัน ตั้งแต่เข้ามายังนครต้องห้าม มองเห็นความเจริญรุ่งเรืองหาใดเปรียบ ทัศนียภาพที่หลายหลากแปลกตาทั้งหมดนั่น พวกเขาต่างถูกทำให้ตกตะลึง ไม่กล้าแม้แต่จะเชื่อสายตาตัวเอง รู้สึกราวกับก้าวเข้าสู่อาณาจักรเซียนในตำนาน

ตลอดชีวิตพวกเขาดำรงชีวิตอยู่ในหมู่เขาสามพันคีรีที่ห่างไกล ไม่ต้องพูดถึงการเข้านครต้องห้ามเลย แทบไม่มีโอกาสเข้าเมืองตงหลินที่อยู่ชายแดนจักรวรรดิด้วยซ้ำ!

แต่ตอนนี้หลินสวินพาพวกเขาเข้าสู่นครต้องห้ามโดยตรง ทำให้พวกเขาทั้งตื่นเต้นทั้งกังวล ตลอดทางรู้สึกว่ามีดวงตาไม่เพียงพอ

เดิมทีหลินสวินคิดจะว่าจ้างเกี้ยวสมบัติส่วนหนึ่งบรรทุกพวกเขาไปยังภูเขาชำระจิต แต่ข้อเสนอนี้กลับถูกหัวหน้าหมู่บ้านเซียวเทียนเริ่นปฏิเสธ

ตามที่เขากล่าว ชีวิตนี้พวกเขาเข้ามายังนครหลวงแห่งจักรวรรดิเป็นครั้งแรก แน่นอนว่าอยากอาศัยโอกาสนี้มองดูความรุ่งเรือง เจิดจรัส เจริญเฟื่องฟูนี้ทั้งหมดด้วยตาตนเองทีละก้าวเป็นธรรมดา

หลินสวินเข้าใจจิตใจของพวกเขาดี ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้ปฏิเสธ และพาพวกเขาเดินมาตามช่วงถนนอันเจริญรุ่งเรืองเช่นนี้

เพียงแต่ตลอดทางกลับทำให้หลินสวินคิ้วขมวดอยู่บ้าง เพราะพวกเขาขบวนนี้ช่างแปลกประหลาดเกินไป การแต่งกาย ลักษณะท่าทาง และรูปร่างหน้าตาของเหล่าชาวบ้านนั้น ได้รับเสียงเหน็บแนมเย้ยหยันไม่น้อย ยิ่งนำมาซึ่งความรังเกียจและท่าทางขับไล่ไสส่งมากมาย

นี่ทำให้ความดีใจและตื่นเต้นภายในใจของชาวบ้านเหล่านั้นหดหายลงไปไม่น้อย เปลี่ยนเป็นเงียบสงบ พวกเขาไม่ได้โง่ สามารถรับรู้ถึงความรังเกียจและกีดกันที่อบอวลไปตลอดทางเป็นธรรมดา

“หลินสวิน พวกเรา… ทำให้เจ้าเสียหน้าหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น พวกเรารีบไปยังภูเขาชำระจิตนั่นที่เจ้าบอกเถอะ”

ป้าเฉี่ยวสีหน้าละอายใจ พูดเสียงต่ำอย่างรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง

สายตาของชาวบ้านคนอื่นต่างก็จ้องมองมา

หลินสวินยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าว “ป้าเฉี่ยว อย่าได้คิดมาก นครต้องห้ามก็เป็นเช่นนี้ เลี่ยงไม่ได้ที่จะมีพวกที่ตัดสินคนจากภายนอกอยู่บ้าง”

เขาพูดพลางมองไปบนท้องฟ้า ก่อนกล่าว “ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว ข้าพาทุกคนไปกินข้าวก่อน หลังจากนั้นค่อยกลับบ้านกัน!”

พวกเด็กๆ อย่างอิงหลิวเอ๋อร์โห่ร้องยินดีขึ้นมาทันที พวกเขาหิวมาตั้งนานแล้ว

หอสรวลทรัพย์

หอสุราแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงมากที่สุดในนครต้องห้าม สร้างขึ้นบนใจกลางทะเลสาบกว้างใหญ่ สูงร้อยฉื่อ ทั้งอาคารราวก่อขึ้นจากหินหยก ปรากฏแสงเหลือบเจิดจรัสยามค่ำคืน งามตระการหาใดเปรียบ

เมื่อเห็นชาวบ้านกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมากมายมหาศาล สาวใช้คนงามที่เรียงแถวต้อนรับแขกอยู่นอกหอก็ตะลึงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ

ในอดีตที่ผ่าน ผู้สูงศักดิ์ร่ำรวยซึ่งเข้าออกหอสรวลทรัพย์ต่างก็เป็นบุคคลที่มีหน้ามีตาในสังคม

แต่ค่ำวันนี้กลับมีชาวบ้านนับร้อยที่แต่งตัวอัปลักษณ์วิ่งเข้ามา ทำให้เหล่าสาวใช้คนงามเกือบจะคิดว่ามีคนจงใจมาหาเรื่องแล้ว

“คุณชาย ไม่ทราบว่าท่านได้ทำการจองไว้หรือไม่” สาวใช้นางหนึ่งสะกดกลั้นกิริยาเอาไว้ ถามหลินสวินด้วยเสียงแผ่วเบา นางดูออกว่าหลินสวินคือผู้นำ

“พวกเรามากินข้าว ช่วยเตรียมให้พวกเราสักหน่อยแล้วกัน” หลินสวินยิ้มพลางเอ่ยปาก

“นี่…” สาวใช้นั่นลำบากใจอยู่บ้าง “คืนนี้ห้องส่วนตัวในหอถูกจองไว้หมดตั้งแต่เมื่อวานแล้ว มิสู้คุณชายท่าน… เปลี่ยนสถานที่ดีไหมเจ้าคะ”

หลินสวินชะงักกึก จองไว้หมดแล้ว?

“หลินสวิน งั้นพวกเราเปลี่ยนสถานที่กันเถอะ นี่มัน… ที่นี่ราวกับวิหารเซียน ให้พวกเราเข้าไปกินข้าวก็รู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว”

ชาวบ้านคนหนึ่งพูดขึ้น ใบหน้าเจียมตัว

ชาวบ้านคนอื่นต่างก็มึนงงไม่มากก็น้อย พวกเขาชีวิตนี้ไม่เคยมาใช้บริการยังสถานที่เช่นนี้มาก่อน ต่างไม่กล้าจินตนาการว่าที่นี่คือหอสุราแห่งหนึ่ง ช่างงดงามตระการตายิ่งนัก

ฉากนี้กระตุ้นให้สาวใช้พวกนั้นอดไม่ได้ที่จะหัวเราะพรืดออกมา นั่นทำให้ชาวบ้านเหล่านั้นรู้สึกเจียมตัวและเกรงใจยิ่งกว่าเดิม

ชาวเขาที่กรำแดดกรำฝนในทุ่งนาทั้งวันเหล่านี้ ไหนเลยจะเคยประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้ สีหน้าท่าทางต่างเก้ๆ กังๆ อยู่บ้าง

หลินสวินกลับสีหน้าอึมครึมขึ้นมาทันที สายตากวาดมองไปยังสาวใช้พวกนั้น ทำให้พวกนางทุกคนเก็บงำใบหน้าเปื้อนยิ้มไปชั่วขณะ เพียงแต่ท่าทีกลับเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาก

แม้ว่าพวกนางล้วนถูกอบรมเรื่องการปฏิบัติตัวมาอย่างดี แต่การปฏิบัติตัวเช่นนี้ก็อยู่ที่ว่าใช้กับแขกประเภทใด แต่ในสายตาพวกนาง หลินสวินเป็นแค่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง ทั้งยังพาชาวบ้านกลุ่มหนึ่งมาด้วย แค่มองก็รู้ว่าไม่ใช่คุณชายร่ำรวยสูงศักดิ์จากตระกูลขุนนางใด แน่นอนว่าไม่อาจทำให้พวกนางนอบน้อมถ่อมตน ปฏิบัติตัวอย่างมีมิตรจิตมิตรใจได้

หลินสวินคร้านจะคิดเล็กคิดน้อยกับพวกนาง แค่สาวใช้กลุ่มหนึ่งเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องทำให้พวกนางลำบากใจ

เดิมทีเขาคิดจะพาชาวบ้านกลุ่มนี้มากินอาหารดีๆ สักมื้อ ได้เห็นทัศนียภาพชั้นดีที่สุดของนครต้องห้ามสักหน่อย ใครจะคิดว่าต้องเจอกับเรื่องราวเช่นนี้ ทำให้หมดสนุกไปหน่อยจริงๆ

เวลานี้ที่ไกลออกไปพลันเกิดเสียงตวาดไม่พอใจเสียงหนึ่งดังขึ้น “ขอทานจากไหนเยอะแยะเนี่ย หอสรวลทรัพย์นี่กลายเป็นเขตพรรคกระยาจกไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

“หวังหู่ พวกเจ้าไปดูซิ อย่าให้พวกขอทานนี่เกะกะขวางทาง!”

ตามหลังเสียงตวาดนั่น คนกลุ่มหนึ่งเดินมาจากที่ห่างไกล เป็นกลุ่มชายหญิงรุ่นเยาว์ แต่ละคนสวมใส่อาภรณ์แพรเลิศหรู บุรุษรูปสง่า สตรีงามงด ไม่ธรรมดายิ่งนัก

ข้างกายยังตามมาด้วยข้ารับใช้กลุ่มหนึ่ง เสียงตวาดนั่นออกมาจากกลุ่มข้ารับใช้คนหนึ่ง

และขณะที่พูด ข้ารับใช้เหล่านั้นพุ่งตรงมาข้างหน้าราวกับพวกอันธพาลก็มิปาน หมายผลักชาวบ้านที่ขวางทางเหล่านั้น เปิดทางให้กับบรรดาชายหญิงรุ่นเยาว์ที่ตามมาด้านหลัง

หลินสวินเดิมก็คับข้องใจอยู่แล้ว เมื่อเห็นคนพวกนั้นไร้มารยาทเช่นนี้ก็อารมณ์ไม่ดีทันที หายตัววูบไปปรากฏ ณ ที่นั้น สะบัดชายเสื้อเพียงครั้ง พลันเกิดคลื่นลมรุนแรงม้วนพัดออกไป

พลั่ก! พลั่ก!

เกิดเสียงพัดกระจัดกระจาย บรรดาข้ารับใช้ที่พุ่งเปิดทางพวกนั้นต่างไม่ทันได้ตอบสนองก็ส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ถูกกระแทกปลิวออกไปอย่างหนักหน่วง แต่ละคนจมูกปากกบเลือด กลิ้งลงไปกองกับพื้น น่าอเนจอนาถถึงที่สุด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเร็วมาก และก็จบลงเร็วมากเช่นกัน ยามเหล่าหนุ่มสาวกลุ่มนั้นที่เดินตามมามีปฏิกิริยาตอบสนอง ข้ารับใช้ก็นอนอยู่กับพื้นร้องโอดโอยไม่หยุดแล้ว

“รนหาที่ตาย!”

คุณชายคนหนึ่งโกรธมาก

แต่เพียงชั่วพริบตาเดียว เขาก็ถูกคนข้างๆ คนหนึ่งห้ามไว้ “อย่าใจร้อน”

คนที่พูดคือชายหนุ่มร่างสูงท่วงท่าสง่างามคนหนึ่ง เห็นชัดว่าเขาจำหลินสวินได้ เพียงแต่แววตาที่มองมานั้นกลับฉายแววชั่วร้าย กระทั่งมีความอาฆาตแค้นและเกลียดชังเสี้ยวหนึ่ง

“ข้าก็ว่าอยู่ว่าเป็นใคร ที่แท้ก็เป็นพวกเจ้า ทำตัวอันธพาลนัก! ไม่ถามไถ่อะไรก็หมายจะลงมือกับคนของข้าหรือ”

หลินสวินสีหน้าเคร่งขรึม สายตากวาดปราด เมื่อมองเห็นใบหน้าของหนุ่มสาวเหล่านั้นชัดเจน ก็จำ ‘คนคุ้นเคย’ บางคนในนั้นได้

เป็นพวกองค์หญิงหลิงหวงและฉีอวี้แห่งสาขายอดยุทธศาสตร์!

คนที่ห้ามคุณชายนั่นไว้เมื่อครู่ ก็คือฉีอวี้

………………

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 532 ตัดสินคนจากภายนอก"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

YOU MAY ALSO LIKE

1281182317023
Heavenly Star สวรรค์มวลดาว
September 9, 2020
5d6de630spAHIZlV-212×300
พลิกปฐพี
September 9, 2020
01139-the-bloodline-system
The Bloodline System
March 24, 2022
5c346604wWlPaoQa-212×300
ยอดชายาจักรพรรดิปีศาจ
March 23, 2023
  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF