novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ - ตอนที่ 653 เหยียบประตูใหญ่ตระกูลหลินแห่งธารประจิม

  1. Home
  2. Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์
  3. ตอนที่ 653 เหยียบประตูใหญ่ตระกูลหลินแห่งธารประจิม
Prev
Next
ตอนที่ 653 เหยียบประตูใหญ่ตระกูลหลินแห่งธารประจิม
โดย

ProjectZyphon

“อะไรนะ! คืนนี้ท่าน… จะไปร่วมงานเลี้ยงตระกูลหลินแห่งธารประจิม?”

หลินไหวหย่วนใจสั่นสะท้าน รีบห้ามปราม “ผู้นำตระกูล ไม่ได้เด็ดขาด คืนนี้ตระกูลหลินแห่งธารประจิมรวมตัวคนใหญ่คนโตของสามตระกูลรอง เรียกได้ว่าเป็นถ้ำพยัคฆ์วังมังกร ท่านเพิ่งจะกลับมานครต้องห้าม ยังไม่รู้สถานการณ์ภายในชัดเจน จะไปเสี่ยงด้วยตัวเองได้อย่างไร”

หลินจงเองก็กล่าวว่า “นายน้อย เรื่องนี้ควรคิดการณ์ไกลให้รอบคอบ”

กลับเห็นหลินสวินยิ้มน้อยๆ กล่าวราบเรียบ “คนใหญ่คนโตสามตระกูลล้วนรวมตัวพร้อมกันหรือ เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว ข้าจะได้ไม่ต้องไปคิดบัญชีพวกมันทีละคน!”

น้ำเสียงเจือไอสังหารเย็นยะเยียบ

ปีแรกที่เข้าสู่นครต้องห้าม เขาเคยรับปากต่อหน้าธารกำนัล ให้โอกาสสามตระกูลรองธารประจิม คานเมฆา ยอดวายุพิจารณาครั้งหนึ่งโดยกำหนดเวลาสามปี ภายในสามปีนี้จะไม่ลงมือกับพวกเขา

เดิมทีหลินสวินคิดว่าเงื่อนไขที่ตนเสนอให้ถือว่ายอมถอยและใจกว้างมากพอแล้ว แต่บัดนี้ผ่านไปสามปี อีกฝ่ายได้เริ่มวางแผนช่วงชิงอำนาจในภูเขาชำระจิต นี่แสดงออกชัดเจนว่าพวกเขาตัดสินใจแล้วโดยมิต้องสงสัย

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ หลินสวินไหนเลยจะสามารถอดทนต่อไปอีก

หลินไหวหย่วนกล่าวลังเล “ผู้นำตระกูล ใช่ว่าข้าปากมาก เพียงแต่ท่านน่าจะทราบดี เบื้องหลังสามตระกูลนั่น… ยังมีขุมอำนาจสองตระกูลทรงอิทธิพลชั้นสูงอย่างตระกูลจั่วและฉิน…”

ไม่รอให้พูดจบ หลินสวินก็เอ่ยเสียงเยาะหยัน “ตระกูลทรงอิทธิพลชั้นสูงอะไร ก็แค่ยิ่งใหญ่คับแผ่นดินนครต้องห้ามเล็กๆ นี้เท่านั้น”

“พวกเจ้าไม่ต้องกังวลแทนข้า รอเมื่อข้าเหยียบประตูใหญ่ของตระกูลหลินแห่งธารประจิม ดูซิว่าพวกเขายังจะทำอะไรข้าได้! หากพวกเขาไม่ให้คำอธิบายที่น่าพึงใจแก่ข้า ก็อย่าหาว่าข้าขจัดญาติผดุงความเป็นธรรมเลย!”

แม้น้ำเสียงหลินสวินจะเป็นปกติ แต่พวกหลินไหวหย่วน หลินจง เสี่ยวเคอกลับฟังออกถึงความอาจหาญเหยียดหยันใต้หล้าจากปากเขา

สองตระกูลจั่ว ฉินซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มเจ็ดตระกูลทรงอิทธิพลแห่งจักรวรรดิ เวลานี้ล้วนไม่อยู่ในสายตาหลินสวิน แค่จุดนี้ก็น่าอัศจรรย์แล้ว

แต่นี่ก็เป็นความจริง หากสุ่มเลือกเผ่าใดเผ่าหนึ่งในส่วนลึกทะเลกลืนวิญญาณออกมา ล้วนเพียงพอที่จะบดขยี้อำนาจตระกูลทรงอิทธิพลชั้นสูงใดๆ ก็ได้ตระกูลหนึ่งอย่างสบายๆ และในตอนนั้นหลินสวินยังสังหารจนเหล่าผู้กล้าแต่ละเผ่าเยี่ยวหดตดหาย แม้แต่ราชันระดับสังสารวัฏล้วนไม่อาจทำอะไรเขาได้

ดังนั้นต่อให้สองตระกูลจั่วและฉินแข็งแกร่งแค่ไหน แต่จะแกร่งกว่าขุมอำนาจพวกนั้นได้หรือ

กล่าวได้ว่าผ่านประสบการณ์ในทะเลกลืนวิญญาณครั้งนี้ ทำหลินสวินเปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์จริงๆ

เขาก่อนหน้านี้ ท้ายที่สุดแล้วก็ยังอ่อนแอกระจ้อยร่อย ได้แต่อาศัยกลวิธีบางอย่างมาป้องกันตนเองขณะเผชิญหน้าความอัปยศอดสู การโจมตีและการแก้แค้น ที่ควรอดกลั้นก็ได้แต่อดทน

เขาในเวลานั้นไม่ว่าจะเสียใจ ผิดหวังหรือเป็นทุกข์ มุมปากยังคงแขวนประดับรอยยิ้มสดใสอำพรางความรู้สึกภายในใจ หลีกเลี่ยงไม่ให้ตนเองกระอักกระอ่วนเกินไป

แต่หลินสวินในตอนนี้ผ่านการเคี่ยวกรำอันตรายนานัปการ หลังก้าวสู่มรรคาที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างแท้จริง มุมมองและวิสัยทัศน์ได้ต่างไปจากอดีตที่ผ่านโดยสมบูรณ์!

นครต้องห้ามก่อนหน้านี้ แต่ละตระกูลทรงอิทธิพลชั้นสูงประดุจสิ่งใหญ่โตมหึมา ทำเอาหลินสวินล้วนไม่กล้าแข็งขืนปะทะอย่างจริงจัง

แต่ตอนนี้หลินสวินไม่หวั่นเกรงอะไรแล้ว

‘นายน้อยเปลี่ยนไปแล้ว เสมือนดั่งคนใหญ่คนโตที่แท้จริง สายตากว้างขวาง หยิ่งทระนงไม่แยแส ราวกับกระบี่วิเศษที่ผ่านพันค้อนร้อยหลอม และเผยความคมกริบไร้เทียมทานแก่โลกหล้าในยามนี้!’

หลินจงใจลอย ตั้งแต่วันแรกที่หลินสวินเข้าสู่นครต้องห้าม กระทั่งปัจจุบันก็ผ่านไปประมาณสามปี

ในสามปีหลินจงแทบจะมองดูว่าหลินสวินผงาดขึ้นทีละก้าวอย่างไร ทั้งเปลี่ยนเป็นทรงพลังยิ่งขึ้นทีละก้าวเช่นไร

มาบัดนี้ บางทีหลินสวินอาจเป็นแค่เด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดคนหนึ่ง แต่ประสบการณ์และความจัดเจนของเขา พลังที่สามารถควบคุมได้ ล้วนเพียงพอที่จะเรียกอย่างภาคภูมิว่า ‘มหายุทธ์’! เป็นผู้กล้าแห่งยุคที่แท้จริงคนหนึ่ง สามารถเหยียดหยันคนในระดับขอบเขตเดียวกัน อหังการทะนงตัว!

อย่างน้อยที่สุดในนครต้องห้ามตอนนี้ หลินสวินเหนือกว่าคนวัยเดียวกันอยู่โข ต่อให้เป็นคนใหญ่คนโตบางส่วน ก็เกรงว่ายังยากจะมีชัยได้

“ที่นายท่านกล่าวมาทั้งหมดคือที่สุด การฝึกปราณของพวกเรา จิตใจเปรียบดั่งเหล็ก อิทธิพลที่เรียกทั้งหมด ไม่ว่าจะเงินทองและความมั่งคั่ง ท้ายที่สุดล้วนแต่ว่างเปล่า มีเพียงพลังแห่งตนซึ่งยึดกุมไว้มั่น จึงจะเป็นรากฐานแห่งความยิ่งใหญ่นิรันดร์อย่างแท้จริง!”

ราชันอินทรีแดงที่อยู่อีกฟากกล่าวชื่นชม “ยิ่งไปกว่านั้นนายท่านสู้ศึกในทะเลกลืนวิญญาณนานครึ่งปีด้วยตัวคนเดียว สังหารจนวีรชนคนกล้าแต่ละเผ่าถึงขั้นหน้าเปลี่ยนสี ราชันระดับสังสารวัฏกลุ่มหนึ่งไม่อาจทำอะไรได้ พลังเช่นนี้มีหรือจะให้พวกมีอิทธิพลทางโลกพวกนั้นมาสบประมาทและดูหมิ่นได้”

พูดถึงตรงนี้ มหายุทธ์ชั้นยอดในหมู่อสูรมารบำเพ็ญตนนี้ถึงกับตื่นเต้นไม่หยุด กล่าวเสียงมีพลังกึกก้อง “สมัยบรรพกาล อัครบุคคลผู้หนึ่งเพียงขยับมือก็สามารถทำลายล้างผืนพิภพฟากหนึ่งได้ แค่ดีดนิ้วสามารถทำให้สุริยันจันทราจมดิ่ง สิ่งที่พึ่งพาล้วนเป็นพลังแห่งตน! ส่วนอิทธิพล ความมั่งคั่งและฐานะพวกนั้น สำหรับพวกเราก็แค่เพียงม่านหมอกผ่านตาเท่านั้น”

คำพูดพวกนี้ทำเอาหลินสวินเองยังอดประหลาดใจไม่ได้ ราชันอินทรีแดงครอบครองพลังปราณสูงสุดในระดับหยั่งสัจจะขั้นสูง ไม่ธรรมดาจริงๆ ดังคาด อย่างน้อยที่สุดในด้านมุมมองความรู้ความเข้าใจก็เหนือธรรมดา

พวกหลินไหวหย่วน หลินจงต่างเงียบงัน พวกเขาล้วนตระหนักได้ว่า หลังหายไปครึ่งปี หลินสวินต่างจากที่ผ่านโดยสมบูรณ์อย่างแท้จริงแล้ว

“ผู้นำตระกูล ในเมื่อเป็นเช่นนี้ คืนนี้ข้าจะไปเยือนพร้อมกับท่าน!”

หลินไหวหย่วนสูดหายใจลึก อาสาต้านศึกด้วยตนเอง

“นายน้อย พาข้าไปด้วยเถอะ”

หลินจงเองก็มองไปยังหลินสวิน

เห็นว่าเสี่ยวเคอเองหมายเอ่ยปาก หลินสวินกล่าวในบัดดล “ไม่จำเป็น ราชันอินทรีแดงไปกับข้าก็เพียงพอแล้ว คนไปมากกลับทำให้พวกเขาดูถูกข้าหลินสวิน!”

อันที่จริงหลินสวินตัดสินใจเช่นนี้ เพราะกังวลว่าหากหลินไหวหย่วนและหลินจงไปด้วยแล้ว จะไม่อาจฝืนทนเห็นการนองเลือดที่เกิดขึ้นอย่างน่าสังเวชได้ และเอ่ยปากห้ามปรามเขา

ถึงอย่างไรสำหรับผู้อาวุโสเช่นพวกเขา ไม่ว่าอย่างไรสามตระกูลรองธารประจิม คานเมฆาและยอดวายุ ก็ยังมีสายเลือดตระกูลหลินไหลเวียน แน่นอนว่าย่อมไม่อาจทนเห็นเหตุการณ์น่าอนาถฆ่าฟันกันเองจำพวกนี้เกิดขึ้น

แต่หลินสวินกลับจำเป็นต้องทำเช่นนี้!

ภัยแฝงนี้เสมือนเนื้อร้าย หากไม่ขุดรากถอนโคนให้สิ้นซาก วันหน้าจะต้องปะทุภัยพิบัตินานัปการไม่อาจคาดเดา

หลังจากนั้นหลินสวินยังถามถึงท่านปู่ห้าหลินเป่ยกวง หรือก็คือบิดาของหลินไหวหย่วน

จากนั้นเขาจึงได้รู้ว่าที่แท้หลินเป่ยกวงออกเดินทางไกลไปแล้ว และนานมากแล้วที่ไม่มีข่าวคราวส่งกลับมา

…

เย็นย่ำ ยามสายัณห์มาเยือน

ณ ตระกูลหลินแห่งธารประจิม โถงใหญ่ของตระกูลแสงโคมสุกสว่างเรืองรอง บุคคลสำคัญชั้นแนวหน้าของสามตระกูลรอง ธารประจิม คานเมฆา ยอดวายุมารวมตัวกัน ร่ำสุราพูดคุยสัพเพเหระอย่างปราศจากกังวล รื่นเริงสนุกสนาน แต่ละคนสบายอกสบายใจ ความรู้สึกปิติยินดีสุดจะบรรยาย

“ทุกท่าน ครึ่งปีก่อนพวกเรากระสับกระส่ายหวาดผวา ถูกเจ้าลูกหมาหลินสวินนั่นบีบถึงขั้นยากแค้น เกือบตกต่ำดั่งสุนัขไร้เจ้าของ ตอนนี้พวกเราผงาดขึ้นใหม่ ได้เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง จวนเจียนจะได้เข้าไปตั้งถิ่นฐานบนภูเขาชำระจิต ส่วนเจ้าลูกหมาหลินสวินนี่ไม่รู้ไปตายที่ไหนในทะเลกลืนวิญญาณ นี่มันช่างน่าสะใจยิ่งนัก! มาๆๆ ทุกท่าน พวกเราร่วมยกจอกสุรา ดื่มให้หมดจอก!”

หัวหน้าตระกูลหลินแห่งยอดวายุหลินผิงตู้ชูจอกสุรา เปล่งเสียงหัวเราะลั่น

ทุกคนตอบรับสนั่นหวั่นไหว พากันยกจอกสุราขึ้นมา

“ที่ผิงตู้กล่าวมาไม่เลว แต่เหตุการณ์ยังขาดก้าวย่างสุดท้าย พวกเราไม่อาจประมาทเด็ดขาด รอหลินไหวถังมาแล้ว พวกเราค่อยยกจอกสุรายินดีก็ยังไม่สาย”

ในฐานะหัวหน้าตระกูลหลินแห่งธารประจิม หลินเทียนหลงยังรักษาสติ เพียงแต่แม้จะกล่าวเช่นนั้น ส่วนลึกในนัยน์ตาเขาก็ยังมีความได้ใจไม่อาจปกปิดไหววูบอยู่

ทุกวันนี้บนภูเขาชำระจิตอยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน ศึกนอกศึกในเข้าปะทะ ล่อแหลมอันตราย และทั้งหมดนี้ล้วนมาจากน้ำมือของพวกเขา!

ยิ่งไปกว่านั้น เบื้องหลังพวกเขายังมีสองตระกูลจั่ว ฉินสนับสนุน ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ การยึดภูเขาชำระจิตก็ง่ายดายเหมือนดั่งล้วงของในถุงหนัง

ด้วยประการฉะนี้ ในใจหลินเทียนหลงมีหรือจะไม่เกิดความกระหยิ่มยิ้มย่องและปิติยินดี

ช่วงที่หลินสวินยังอยู่นครต้องห้าม กดจนพวกเขาสามตระกูลต่างหายใจไม่สะดวก แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้ว ดาวหายนะอย่างหลินสวินนี่ในที่สุดก็สิ้นชีพ ส่วนพวกเขาก็หวนกลับมามีอำนาจอีกครั้ง!

“พี่ใหญ่เทียนหลง ตอนข้าเดินทางมาร่วมงานเลี้ยง ได้ยินทหารยามที่เฝ้าประตูเมืองคนหนึ่งพูดว่า มีคนเห็นเงาร่างของหลินสวินปรากฏตัว”

หัวหน้าตระกูลหลินแห่งคานเมฆาหลินเนี่ยนซานพลันเอ่ยปาก ทำเอาผู้คนมากมายหนังตากระตุกอย่างอดไม่อยู่ บรรยากาศที่เดิมเบิกบานปรองดองปรากฏความเงียบชั่วขณะ

“เป็นไปไม่ได้ เนี่ยนซานเจ้าดื่มเยอะไปแล้ว อย่าไปฟังทหารยามชั้นต่ำพวกนั้นพูดเหลวไหล ข่าวลือในจักรวรรดิแปดเก้าส่วนล้วนเป็นพวกมันปล่อยออกไปเอง คำพูดของพวกมันจะเชื่อถือได้อย่างไร”

หลินเทียนหลงยิ้มเยาะ “ยิ่งไปกว่านั้น ข่าวที่ว่าเจ้าลูกหมาหลินสวินสิ้นชีพในส่วนลึกทะเลกลืนวิญญาณ ได้รับการยืนยันจากราชวงศ์แห่งจักรวรรดิ! ตัวหายนะอย่างเขาหากสามารถรอดชีวิตจากการไล่สังหารของราชันระดับสังสารวัฏกลุ่มหนึ่งกลับมา ให้ข้าปาดคอฆ่าตัวตายยังได้!”

ทุกคนพลันหัวเราะลั่นทันที

เป็นเช่นนั้นจริงๆ เจ้าเด็กหลินสวินนั่นหายไปครึ่งปีเต็ม สองสามเดือนก่อนถูกยืนยันว่าตายในส่วนลึกทะเลกลืนวิญญาณ ไหนเลยจะสามารถรอดชีวิตกลับมาได้

แต่ในเวลานี้ น้ำเสียงนิ่งสงบเย็นชาหนึ่งดังมาจากทางเข้าโถง

“อ้อ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น งั้นเจ้าก็ปาดคอฆ่าตัวตายซะเถอะ!”

ทันใดนั้นบรรยากาศในโถงแข็งค้าง คนใหญ่คนโตทั้งหมดต่างขมวดคิ้ว ประหลาดใจอยู่บ้าง

ในโถงใหญ่ครานี้รวมตัวคนใหญ่คนโตชั้นแนวหน้าของสามตระกูลรองธารประจิม คานเมฆา ยอดวายุ ใครถึงกับกล้ากระทำการยั่วยุในเวลาเช่นนี้

ภายใต้สายตาที่จับจ้อง หลินสวินในชุดสีขาวพระจันทร์ รูปร่างสูงสง่า สองมือไพล่หลังพลันปรากฏตัวที่ทางเข้าโถง

บนบ่าเขายังมีอินทรีแดงตัวหนึ่งยืนเกาะอย่างหยิ่งผยอง เชิดศีรษะมองโดยรอบ

พริบตานั้นพวกหลินเทียนหลง หลินเนี่ยนซาน หลินเฟยเฟิงต่างแข็งทื่อไปทั้งร่าง ราวอสนีบาตฟาดผ่าก็ไม่ปาน ตะลึงงันอยู่ตรงนั้น

หลินสวิน?

เขา เขา… นึกไม่ถึงเลยว่ายังมีชีวิตอยู่?

นี่เห็นได้ชัดว่ากะทันหันเกินไป ประหนึ่งเป็นการล้อเล่นใหญ่โตโดยสิ้นเชิง ทั้งราวถูกคนฟาดกระบองใส่อย่างหนักหน่วง ทำเอาพวกเขาต่างงุนงง

แต่พวกคนที่ไม่รู้จักหน้าตาหลินสวินเหล่านั้นล้วนสีหน้าอึมครึม เด็กหนุ่มคนหนึ่งถึงกับกล้ามายั่วยุถึงถิ่นในเวลาเช่นนี้ รนหาที่ตายจริงๆ!

“ผู้คุ้มกันล่ะ! พวกเจ้าตาบอดใช้การไม่ได้รึไง ทำไมให้คนนอกบุกเข้ามาตามใจชอบ? ช่างเลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ!”

ผู้อาวุโสแห่งธารประจิมคนหนึ่งตบโต๊ะลุกขึ้น เปล่งเสียงตวาดลั่น

แต่ที่เกินคาดหมายคือด้านนอกเงียบสงัด ไม่มีคนคุ้มกันสักคนตอบกลับ

นี่ทำให้เขาบันดาลโทสะยิ่งกว่าเดิม ตัดสินใจลงมือด้วยตนเอง สายตาเย็นเยียบจ้องมองหลินสวินพลางกล่าว “ไอ้หนู เจ้ารู้ไหมว่าที่นี่คือที่ใด ใช่ที่ที่เจ้าสามารถมาโอหังได้รึ? รีบไสหัวไปให้ข้าซะเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้น…”

ฟึ่บ!

ไม่รอให้เขาพูดจบ ภายใต้สายตาจับจ้องอย่างตื่นตะลึงของทุกคน อินทรีแดงซึ่งอยู่บนบ่าเด็กหนุ่มนั่นพลันขยับ ประดุจสายฟ้าสีชาดแดงวูบผ่าน พุ่งทะยานออกมาชั่วพริบตา

………………….

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 653 เหยียบประตูใหญ่ตระกูลหลินแห่งธารประจิม"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

YOU MAY ALSO LIKE

51515-212×300
ใต้ชายคารัก
September 9, 2020
17f51821ea4acd567489
(Yaoi) สัมพันธ์รัก พันธนาการหัวใจ
September 9, 2020
ราชันคืนบัลลังก์
(Yaoi) ราชันคืนบัลลังก์ 非天夜翔
September 9, 2020
11
War sovereign Soaring The Heavens
November 18, 2025
  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF