Chaotic Lightning Cultivation โกลาหลแห่งอัสนีบาต - ตอนที่ 218
ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ที่แฟนเพจ
••••••••••••••••••••
นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล
••••••••••••••••••••
บทที่ 218: ราชันเหยี่ยวฟ้า เหลยซานเอ๋อ
เมื่อคิดเช่นนี้แล้ว ซูหยู่และซูหยุ่นมองหน้ากันชั่วครู่ จากนั้นนางหยิบเอาขวดเล็ก ๆ ออกมาจากแหวนมิติและดื่มมันเข้าไป ใบหน้าของทั้งสองเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หนองทั้งหมดหายไปเผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามและผิวที่ขาวสะอาด ทั้งสองคนเป็นฝาแฝด ใบหน้าของนางนั้นเปรียบกับนางฟ้า พวกนางนั้นแตกต่างจากหานปิงเอ๋อ และมีความลึกลับมากเสียยิ่งกว่าฉุ่ยจิ้งพร้อมทั้งดูไร้เดียงสาเสียยิ่งกว่าหงหยิง ทั้งสองคนดูน่าเวทนาอย่างมากซึ่งผู้คนที่พบเห็นได้แต่อดรู้สึกสงสารอย่างช่วยไม่ได้
แม้ว่าผู้ฝึกตนที่เป็นหญิงสาวส่วนใหญ่แล้วจะสวยงามและได้มีการเตรียมสภาพจิตใจมาแล้ว แต่สีหน้าของซูหยุ่นและซูหยู่นั้นทำให้พวกเขาตกตะลึง แม้แต่หินก็ยังมึนงงไปชั่วขณะ สำหรับตาเฒ่าพิษเขาตบหน้าตนเองพร้อมกับบ่นออกมาว่า “บัดซบ ทำไมข้าถึงไม่สังเกตเลยนะก่อนหน้านี้ ถ้าหากข้ารู้ว่าพวกนางสวยงามเช่นนี้ ข้าจะได้เล่นสนุกกับพวกนางวันละหลายๆรอบ!”
สำหรับซ่งจงดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเขียวในขณะที่จ้องมองทั้งคู่ สายตาของเขาทำให้หญิงสาวทั้งสองอับอายจนหันหลัง ซ่งจงเรียกคืนสติของตนเองพร้อมกับกระทืบเท้าอย่างขัดใจ “ในโลกนี้มีหญิงสาวที่งดงามเช่นนี้ด้วยงั้นหรือ! ข้า! ข้าจะไม่ยอมปล่อยให้ความงามนี้ต้องมาตายที่นี่อย่างแน่นอน!”
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้น ทั้งหมดตำหนิซ่งจงอยู่ภายในใจ ‘คนเช่นนี้ยังมีอยู่จริงงั้นหรือ ที่จะไม่ยอมตายเพื่อที่จะติดตามความงามนี้? มันเรื่องตลกอะไรกัน! สิ่งที่รออยู่เบื้องหน้ามีเพียงเหล่าอินทรีย์ที่ดุร้าย!’
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความแข็งแกร่งของราชันเหยี่ยวฟ้าเหลยซานเอ๋อ ไม่มีใครคิดว่าเรื่องที่ซ่งจงกล่าวออกมาจะเป็นความจริง ซูหยุ่นและซูหยู่หัวเราะออกมา “ฮ่าฮ่า ถ้าหากเจ้าช่วยให้พวกข้ารอดพ้นจากชะตากรรมนี้ พวกเราจะตอบแทนเจ้าด้วยร่างกายนี้!”
“จริงหรือ?” เมื่อซ่งจงได้ยินเช่นนั้น เขาเริ่มมีพลังและตอบกลับอย่างรวดเร็ว “ถ้าอย่างนั้นข้าตกลง!”
“ฮ่าฮ่า แน่นอนว่ามันจริง แต่ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะมีโอกาส!” ซูหยู่และซูหยุ่นยักไหล่พร้อมกล่าวต่อ “มีข่าวเล่าต่อกันมาว่าผู้ฝึกตนระดับจินตันจำนวนยี่สิบคน ยังพ่ายแพ้ให้กับกองทัพราชันเหยี่ยวฟ้าเหลยซานเอ๋อ ตอนนี้เรากำลังเผชิญหน้ากับนางและไม่มีโอกาสที่จะรอดชีวิต!”
“ไร้สาระ!” ซ่งจงกล่าวออกมาอย่างมีเลศนัย จากนั้นเขาไม่พูดอะไรต่อพร้อมกับจ้องมองฝูงอินทรีย์ที่กำลังบินเข้ามา
ในเวลานั้นท้องฟ้าเต็มไปด้วยสายฟ้ากระพริบอยู่เต็มไปหมด ฝูงอินทรีย์จำนวนมากกำลังบินมาบดบังท้องฟ้าทั้งหมด พวกมันมีจำนวนกว่าหมื่นตัวพร้อมทั้งเป็นอสูรกายขั้นสี่ คำตอบนั้นชัดเจนและไม่ต้องอธิบายอะไร พวกมันดูราวกับคลื่นสายฟ้าลูกใหญ่กำลังถาโถมเข้ามาและมาถึงเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น
แต่เหล่าอินทรีย์สายฟ้านั้นมีวินัยที่ดี พวกมันเพียงล้อมรอบเกาะไว้เท่านั้นเพราะยังไม่ได้รับคำสั่ง แสงของสายฟ้าที่เปล่งออกมาจากร่างกายของพวกมัน ทำให้คนที่อยู่บนเกาะไม่สามารถลืมตาได้
เมื่อภาพนั้นปรากฏตรงหน้า ใบหน้าของทุกคนเปลี่ยนเป็นสีเขียวด้วยความหวาดกลัว แม้แต่ซูหยุ่นและซูหยู่ยังไม่อาจควบคุมร่างกายไม่ให้สั่นไหวได้
เมื่อมองเห็นสภาพที่น่าสงสารของพวกเขา เขาจึงกล่าวอะไรออกมาสักอย่างเพื่อคลายความกังวล “เหลยซานเอ๋อ! จงออกมาถ้าเจ้ามีความกล้าหาญ อย่าหลบซ่อนราวกับเป็นสตรี!”
ทุกคนได้ยินเช่นนั้นต่างตื่นตกใจทันที จากนั้นซูหยู่และซูหยุ่นรีบเตือนความจำเขาทันที “ศิษย์น้องซ่ง เหลยซานเอ๋อเป็นสตรี!”
“โอ้ ข้าลืมไป!” เจ้าอ้วนตอบกลับอย่างเคอะเขิน
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้น ความโกรธถาโถมแทบจะทำให้พวกเขาตายในจุดนั้นทันที
ในขณะนั้น มีเสียงหญิงสาวเล็ดลอดออกมาจากฝูงอินทรีย์สายฟ้า “ผู้ใดกันที่กล้าเย้ยหยันหญิงสาวผู้นี้!”
หลังจบเสียงเหล่าอินทรีย์เงียบลงและเริ่มเปิดเส้นทาง มีอินทรีย์สีเงินขนาดใหญ่ตัวหนึ่งบินออกมา ด้านหลังของมันคือเด็กสาวอยู่ในชุดคลุมสีชมพู นางดูราวกับเด็กอายุสิบห้าเท่านั้นพร้อมกับจ้องมองมาที่ทุกคนด้วยดวงตากลมโต
ซ่งจงรู้ได้ทันทีว่านางคือเหลยซานเอ๋ออย่างไม่ต้องสงสัย ในตอนแรกเขาตกใจในรูปร่างที่กระทัดรัดของนาง แต่เขาฟื้นคืนสติอย่างรวดเร็วพร้อมกล่าวอย่างช้าๆ “ข้าพูดเอง มันไม่สำคัญ ถ้าเจ้าต้องการที่จะฟังเสียงนกและต้องการที่จะออกเร่ร่อนไปทั่ว แต่อย่ามาล้อมรอบพวกเราเช่นนี้ ข้ารู้สึกว่ามันน่ารำคาญอย่างยิ่ง!”
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้น พวกเขากลัวจนแทบจะตายอยู่ตรงนั้นทันที ‘ซ่งจงนั้นหน้าหนายิ่งนัก เขาพูดกับเหลยซานเอ๋ออย่างนั้นได้ยังไงกัน? เขาไม่สามารถสู้นางได้แม้สักนิด อย่างน้อยก็ควรจะรู้วิธีที่จะตายอย่างไม่เจ็บปวดมากนัก ถ้าเขากล่าวเช่นนั้น พวกเราทุกคนจะเดือดร้อนไปด้วย!’
เหลยซานเอ๋อตกใจเมื่อได้ยินซ่งจงกล่าวเช่นนั้น “ฮ่าฮ่า ข้าผู้นี้ปกป้องทะเลตะวันออกโดยไร้การควบคุมใด แน่นอนว่าไม่เคยมีผู้ใดกล้ากล่าวเช่นนี้กับข้ามาก่อน แต่หมูตอนเช่นเจ้ากลับกล้าที่จะดูถูกข้าเช่นนี้ นี่เจ้าคิดจริงงั้นหรือว่าสาวน้อยผู้นี้จะไม่กล้าสังหารพวกเจ้าทุกคนที่นี่?”
“ฮ่าฮ่า แน่นอนข้ารู้ว่าเจ้าต้องการสังหาร แต่ปัญหาก็คือเจ้าจะสังหารข้าได้หรือไม่?” เจ้าอ้วนตอบกลับอย่างไม่สนใจ
เมื่อเหลยซานเอ๋อได้ยินเช่นนั้น นางหรี่ตาลงพร้อมกล่าวว่า “ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมยิ่งนัก! นานแค่ไหนแล้วที่ข้าไม่ได้พบเจอผู้ฝึกตนที่มีความมั่นใจเช่นนี้ แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับจินตันยังไม่เคยคิดที่จะเผชิญหน้ากับข้า น้อยมากที่จะกล้าเช่นเจ้า ข้าขอชื่นชมความกล้าหาญที่เจ้ามี! แต่ระดับของเจ้านั้นอยู่เพียงปฐมภูมิขั้นกลาง ซึ่งไม่ต่างอะไรจากมือใหม่ แล้วเจ้ามีความกล้าหาญประเภทไหนกันที่กล้ามายืนอยู่ตรงหน้าของข้า?”
“เจ้าได้รู้แน่ถ้าหากเจ้าลองดู!” ซ่งจงตอบกลับ
“ยอดเยี่ยม ข้าก็มีความตั้งใจเช่นนั้น! ตราบใดที่เจ้าสามารถรับการโจมตีร้อยครั้งของข้าได้เพียงคนเดียว ข้าจะยอมรับว่าเจ้านั้นมีความสามารถ!” เมื่อนางกล่าวเช่นนั้น นางโบกมือพร้อมกับปรากฏสายฟ้านับร้อยลูกพุ่งมาที่ซ่งจง
“นกแค่ร้อยตัวทำอะไรข้าไม่ได้หรอก แต่เนื่องจากเจ้าต้องการให้มันตาย ข้าก็จะมอบความปรารถนานี้ให้!” เมื่อเขากล่าวเช่นนั้น ซ่งจงยื่นมือออกมาพร้อมกับปรากฏสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์หยินหยางแห่งธาตุทั้งห้าออกมา พร้อมกันกับเหยียดแขนออกไปเพื่อปลดปล่อยสายฟ้าไปสู่เหล่าอินทรีย์ทั้งสิบตัว
ในขณะนั้นอินทรีย์ทั้งร้อยตัวอยู่ห่างจากซ่งจงหนึ่งหมื่นฟุตและมันก็อยู่ในระยะของเขาพอดี พร้อมด้วยเหล่าอินทรีย์เปิดฉากโจมตีด้วยเช่นกัน มันกางปีกออกพร้อมกับปล่อยสายฟ้าใส่ซ่งจง เสียงสายฟ้าฉีกอากาศดังสนั่นไปทั่วท้องฟ้า ราวกับมังกรนับร้อยกำลังพุ่งทะยานเข้าหากัน
สายฟ้าของเหล่าอินทรีย์นั้นเร็วกว่าสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ของซ่งจงมาก เพียงอึดใจเดียวมันมาถึงร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเผชิญกับการโจมตีง่าย ๆ เช่นนี้ ซ่งจงรู้สึกเหยียดหยามทันที เขาถอนหายใจพร้อมกับหยิบระฆังทองแดงออกมาไว้เหนือศีรษะเพื่อป้องกันการโจมตีทั้งหมด สายฟ้าพุ่งเข้าหาระฆังทองแดงราวกับเม็ดฝน เปลือกของทองแดงถูกเผาไหม้อย่างสมบูรณ์แต่ไม่อาจทำลายระฆังได้ ซึ่งแน่นอนว่าซ่งจงนั้นไม่ได้รับอันตรายใดเลย
อย่างไรก็ตามในขณะที่ซ่งจงส่งสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์หยินหยางแห่งธาตุทั้งห้าออกไป เหลยซานเอ๋อเปลี่ยนสีหน้าทันทีพร้อมกับหยิบอุปกรณ์วิเศษออกมาเพื่อป้องกันอย่างรวดเร็ว เพียงแค่นางสะบัดมือผ้านั้นเปลี่ยนเป็นโล่สีเขียวพร้อมกับปกคลุมลูกน้องของนางทั้งร้อยตัวทันที
แสงสีเขียวนั้นก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนที่สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์จะมาถึงเพียงเสี้ยวนาที เกิดเสียงดังสนั่นเมื่อมันปะทะกัน การระเบิดนี้รุนแรงจนโล่สีเขียวสั่นไหว ทว่ามันก็ไม่ได้ถูกทำลายแต่อย่างใดพร้อมทั้งเหล่าอินทรีย์นับร้อยตัวก็ปลอดภัยเช่นกัน ไม่ว่าพวกมันจะมั่นใจมากเพียงใด แต่ท่าทีของพวกมันเปลี่ยนไปทันทีเมื่อรู้ตัวว่ากำลังเผชิญหน้าอยู่กับสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ถ้าไม่ใช่การโต้ตอบที่รวดเร็วของเหลยซานเอ๋อแน่นอนว่าเหล่าอินทรีย์นั้นต้องตายตกไปมากกว่าครึ่ง
ทุกคนที่เห็นภาพดังนั้นต่างตกใจในความสามารถของซ่งจง แม้ว่าเขาจะเตรียมใจไว้แล้วว่าซ่งจงนั้นแข็งแกร่งกว่ามู่ซื่อหรง แต่ไม่ได้คาดคิดว่าจะแข็งแกร่งขนาดนี้ สายฟ้าของเขาน่ากลัวเกินไปซึ่งความรุนแรงของมันเทียบได้กับผู้ฝึกตนระดับจินตัน ในขณะนั้นทุกคนเริ่มมีความหวังและจุดประกายในใจขึ้นมา ‘อย่าบอกนะว่าพวกเรามีโอกาสที่จะหนีจากเหลยซานเอ๋อ?’
เหลยซานเอ๋อนั้นตกใจมากจนกล่าวออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์หยินหยางแห่งธาตุทั้งห้า? เป็นไปได้อย่างไร? เจ้ารู้วิธีปรับแต่งมันได้อย่างไรกัน?”
“อา อย่างที่เจ้าเห็น ข้าสามารถทำได้!” เจ้าอ้วนตอบกลับพร้อมหัวเราะอย่างสบาย ๆ “เอาล่ะ ข้าพอจะเท่าเทียมกับเจ้าบ้างไหมล่ะ?”
“ใช่ เจ้าทำได้!” เหลยซานเอ๋อตอบกลับพร้อมหัวเราะ “ด้วยพลังของสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ข้ายอมรับว่าเจ้าเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งและคุ้มค่ากับความแข็งแกร่งที่ข้ามีเช่นกัน!” หลังจากนางกล่าวจบ สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นจริงจังทันที
เมื่อซ่งจงได้ยินเช่นนั้น เขาขมวดคิ้วพร้อมกล่าวออกมาอย่างสงบ “เราไม่มีความคับข้องใจใดกันมาก่อน เหตุใดเราจึงต้องต่อสู้กันจนบาดเจ็บสาหัส? อากาศวันนี้ดีมาก ทำไมเจ้าจึงไม่เที่ยวเล่นต่อไปและข้าก็จะกลับบ้านไปนอน เราเพียงแค่แยกย้ายกันไปตามทางของตนเอง อย่างนี้เป็นเช่นไร?”
“ฮ่าฮ่า เด็กน้อยเจ้าช่างเป็นคนที่น่าสนใจ เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำให้ข้าตกใจเพียงเท่านี้งั้นหรือ?” เหลยซานเอ๋อหัวเราะ “เหตุใดเหล่าผู้ฝึกตนที่เป็นมนุษย์จึงหยิ่งผยอง?”
“ว่าอะไร?” เมื่อซ่งจงได้ยินเช่นนั้น เขาได้แต่ถามด้วยความอยากรู้ “ข้าขอโทษนะ แต่ข้าไม่เข้าใจสิ่งที่เจ้ากำลังจะบอก”
“ฮ่าฮ่า เจ้าเข้าใจมันอย่างดี! เจ้าคิดจริงงั้นหรือว่าข้าเป็นเด็กและโง่เง่า? ถ้าเช่นนั้นเจ้าคิดผิด!”
“ฮ่าฮ่า!” ซ่งจงหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์หยินหยางแห่งธาตุทั้งห้าของข้านั้นเป็นของจริง ถ้าหากเจ้าคิดว่ามันเป็นของเล่น ทำไมถึงไม่ลองอีกครั้งล่ะ?”
“เหอะ! สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าไม่ใช่ของปลอมและข้ารู้เรื่องนี้ดี! แต่สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์หยินหยางแห่งธาตุทั้งห้าต้องใช้สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์จำนวนสิบลูกต่อครั้ง แน่นอนว่าแต่ละครั้งมันใช้เงินจำนวนมาก ข้าคาดว่าเจ้าคงปรับแต่งมันได้เพียงยี่สิบถึงสามสิบลูกต่อเดือนเท่านั้น!” เหลยซานเอ๋อกล่าวออกมาพร้อมหัวเราะอย่างเยือกเย็น “เจ้าเป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับปฐมภูมิขั้นกลางและอายุไม่เกินห้าสิบปี คงจะต้องใช้เวลาอีกสิบปีเพื่อเรียนรู้สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นข้าคิดว่าเจ้ามีสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์เพียงสองร้อยลูกเท่านั้น ซึ่งนี่คิดมาจากที่เจ้าไม่เคยใช้มันมาก่อนเลย ถ้าหากเจ้าใช้มันไปแล้ว แน่นอนว่าเจ้าเหลือมันอยู่ไม่มากนัก ข้าพูดถูกไหม?”
เมื่อซ่งจงได้ยินเช่นนั้น เขาเข้าใจความคิดนางทันทีพร้อมตอบกลับอย่างสดใส “ที่เจ้าจะกล่าวก็คือข้าไม่มีสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์มากพอที่จะคุกคามเจ้างั้นหรือ?”
“เป็นเช่นนั้น!” เหลยซานเอ๋อตอบกลับอย่างภูมิใจ “อย่างมากที่สุด ข้าก็คงต้องเสียสละอุปกรณ์วิเศษสักชิ้นและข้าก็จะสามารถป้องกันการโจมตีของสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ได้ สำหรับส่วนที่เหลือข้าจะดูแลต่อเอง จากนั้นเจ้าก็รอความตายของตนเองได้เลย!”
เมื่อซูหยู่และซูหยุ่นได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของพวกนางเปลี่ยนทันที ในตอนแรกพวกเขามีความหวัง แต่ตอนนี้เหลยซานเอ๋อได้ทำลายมันลงไปอย่างสมบูรณ์
เมื่อซ่งจงได้ยินเช่นนั้น เขาหัวเราะเบา ๆ พร้อมกล่าวว่า “เหลยซานเอ๋อ เจ้านั้นฉลาดมากแต่ในเวลานี้เจ้าคิดผิด! ดีแล้วที่เจ้ากล่าวเช่นนี้ก่อนที่เราจะต่อสู้กัน ถ้าหากเจ้ากล่าวมันหลังการต่อสู้ ข้าเกรงว่าข้าจะทำให้เจ้าผิดหวัง!”
เมื่อเหลยซานเอ๋อได้ยินเช่นนั้น นางตกใจพร้อมกับถามออกมาอย่างเย็นชา “เจ้าหมายความว่าอะไร?”
“มันง่ายมาก! แม้ว่าข้าจะไม่มีสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์มากมายนัก แต่อย่างน้อยข้าก็สามารถนำมันออกมาได้สักพันลูก!” เมื่อเขากล่าวเช่นนั้น เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นพร้อมกับปรากฏสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์จำนวนนับไม่ถ้วนออกมา สายฟ้าทั้งห้าธาตุลอยวนอยู่รอบตัวของซ่งจง ในบริเวณโดยรอบรัศมีหนึ่งพันฟุตเต็มไปด้วยสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้นี่เป็นสิ่งที่ซ่งจงหยิบออกมา ไม่มีใครรู้ว่าเขามีสำรองอยู่อีกหรือไม่ แน่นอนว่าไม่มีใครโง่พอที่จะเผยไพ่ตายของตนเองทั้งหมด ดังนั้นซ่งจงจะต้องมีมันมากกว่านี้!