Emperor's Domination จักรพรรดิบรรพกาล - ตอนที่ 2817 สวนผลไม้
ตอนที่ 2817 สวนผลไม้
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์มีสวนขนาดใหญ่อยู่สองแห่ง หนึ่งนั้นคือสวนผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ อีกหนึ่งคือส่วนสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสวนใหญ่ทั้งสองแห่งล้วนแล้วแต่ถูกเรียกว่าเป็นส่วนศักดิ์สิทธิ์
สวนผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่ด้านนอก ส่วนสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่ด้านใน คิดจะเข้าไปยังส่วนสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ต้องเดินผ่านสวนผลไม้ศักดิ์สิทธิ์เข้าไป ถ้าหากจะก้าวต่อไปยังส่วนที่ลึกเข้าไปด้านใน ก็จะมีผู้คนทราบเรื่องน้อยมาก เนื่องจากน้อยคนนักที่จะก้าวผ่านส่วนสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ไปได้ ฟังว่าหลังจากผ่านส่วนสัตว์ศักดิ์สิทธิ์แล้ว หากต้องการก้าวเดินลึกเข้าไปด้านในต่อไปอีก จะต้องแบกรับพลังที่สุดแกร่งยิ่งนัก
กล่าวสำหรับนักศึกษาคนใดก็ตาม สวนผลไม้ศักดิ์สิทธิ์คือสถานที่ที่มีความปลอดภัยมากที่สุด และเป็นสถานที่ที่มีโอกาสได้รับผลประโยชน์ได้ง่ายที่สุด
หลังจากที่พวกของจ้าวชิวสือก้าวเข้าไปยังสวนผลไม้ศักดิ์สิทธิ์แล้ว สามารถได้กลิ่นหอมของผลไม้ที่เย้ายวนใจผู้คนสายหนึ่ง กลิ่นหอมของผลไม้ชนิดนี้ไม่เหมือนเช่นกลิ่นหอมของผลไม้ทั่วๆ ไป
กลิ่นหอมของสวนผลไม้ศักดิ์สิทธิ์พูดให้ถูกต้องก็คือ ไม่ได้อาศัยจมูกสูดดมออกมา แต่อาศัยจิตวิญญาณในการสูดดมออกมา พริบตาเดียวขณะเหยียบย่างเข้าไปในสวนผลไม้ศักดิ์สิทธิ์จะรู้สึกได้ว่าสบายทั่วร่าง เหมือนว่ามีสิ่งที่ยอดเยี่ยมปราศจากสิ่งเทียบเทียมชำระล้างบนตัวของเจ้าอยู่อย่างนั้น ทำให้จิตวิญญาณพลันเหมือนได้ยืดเส้นยืดสายขึ้น มีความรู้สึกสบายและสดชื่น เหมือนวิญญาณต้องการล่องลอยออกไปจากร่างอย่างนั้น
ในเวลานี้เอง เจ้าอดที่จะชมเปาะด้วยความตื่นตะลึงไม่ได้ว่า หอมเหลือเกิน…
“หอมเหลือเกิน…” เป็นจริงตามว่า ขณะที่พวกนักศึกษาเช่นจ้าวชิวสือเหล่านี้เข้าไปยังสวนผลไม้ศักดิ์สิทธิ์นั้น ต่างชมเปาะด้วยความตื่นตะลึง
ความจริงแล้ว นักศึกษาทุกคนที่เหยียบเข้าสวนผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ล้วนแล้วแต่อดที่จะชมเปาะด้วยความตื่นตะลึงไม่ได้ ไม่เพียงแต่พวกเขาเท่านั้น
โดยเฉพาะนักศึกษาผู้ที่ถือกำเนิดและเติบโตในหอจรัสศักดิ์สิทธิ์ และได้มีการฝึกปรือเคล็ดวิชาจรัส ได้อาบเอิบอยู่ภายใต้ประกายศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่เยาว์วัย อดที่จะชมเปาะด้วยความตื่นตะลึงและเคลิบเคลิ้มหลงใหลออกมาคำหนึ่งว่า หอมเหลือเกิน…เวลานี้เสมือนหนึ่งมัวเมาแลปัญญาอ่อน
กลิ่นหอมผลไม้ที่ทำให้วิญญาณผู้คนเคลิบเคลิ้มหลงใหลนี้มาจากผลไม้ศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง มีผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นอยู่จำนวนนับไม่ถ้วนในสวนผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ ผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ทุกๆ ต้นเรียกได้ว่ามีผลไม้ที่มีขนาดใหญ่โตมาก
สวนผลไม้ศักดิ์สิทธิ์หาใช่เป็นสวนผลไม้ที่เกิดจากแรงคน เมื่อเดินเข้ามาในนี้มันยังคงเป็นเทือกเขาที่ขึ้นลงสลับ ยังคงเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งตระหง่าน เป็นป่าดึกดำบรรพ์ที่เก่าแก่โบราณและรกร้าง หาใช่มีการปลูกต้นไม้เป็นแถวเป็นแนวเอาไว้เหมือนดั่งที่ทุกคนจินตนาการ
เมื่อมายืนอยู่ท่ามกลางป่าไม้ที่เก่าแก่โบราณอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ ปรากฎต้นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากขึ้นกระจัดการจายอยู่ท่ามกลางป่า ขึ้นอยู่ท่ามกลางเหวลึก และขึ้นอยู่ตามหน้าผา
วิธีการแยกแยะต้นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ในส่วนสัตว์ศักดิ์สิทธิ์นี้ง่ายมาก เมื่อเห็นต้นไม้ต้นไหนที่มีผลติดอยู่ต้นนั้นก็คือต้นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าต้นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์แต่ละต้นจะคนละประเภทกัน คนละลำดับชั้นกัน แต่ว่า ขอเพียงเป็นต้นไม้ที่มีผลไม้ติดอยู่ก็คือต้นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์
ตู้เหวินรุ่นมองไปรอบๆ หลังจากเข้าไปในสวนผลไม้ศักดิ์สิทธิ์แล้ว และกล่าวว่า “ทุกคนจำให้ดี ต้นที่มีผลไม้ติดอยู่กับคือต้นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าใครก็สามารถเก็บผลไม้ของต้นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ได้ แต่ว่า ต้องเป็นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่สุกแล้วจึงสามารถเก็บได้ แน่นอน ที่ยังไม่สุกพวกเจ้าก็เก็บไม่ได้อยู่แล้ว”
“ใต้เท้าอธิการบดี ผลไม้ศักดิ์สิทธิ์แบบไหนล่ะที่สุกงอม?” มีนักศึกษาเอ่ยถาม
“เจ้ามองดูลูกที่เปล่งประกายศักดิ์สิทธิ์ออกมาได้ก็คือผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่สุกแล้ว ยิ่งเปล่งประกายรุนแรงเท่าไรก็ยิ่งสุกงอมมาก แต่ว่า เมื่อไรที่มันสุกงอมเต็มที่แล้วมันก็จะตกลงพื้นดิน และกลับคืนสู่แผ่นดินโดยพลัน” ตู้เหวินรุ่ยเอ่ยขึ้น
“เช่นนั้นพวกเรามิใช่สามารถเก็บเอาผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่สุกแล้วกลับไปยังสถาบันศึกษาล้างบาปทั้งหมด แล้วแบ่งให้กับนักศึกษาทุกคนๆ ละลูก” มีนักศึกษาที่ล้วงหยิบเอาถุงจักรวาลออกมาด้วยความตื่นเต้น เตรียมจัดเต็มที่ หวังจะเก็บผลไม้ศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากกลับไปแบ่งปันให้กับนักศึกษาคนอื่นๆ
“เจ้าฝันหวานไปแล้ว” ตู้เหวินรุ่ยหัวเราะเยาะเย้ยและด่าว่า “ถ้าหากสามารถเก็บได้ตามอารมณ์ล่ะก็ ผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ก็คงถูกเก็บจนหมดสิ้นไปนานแล้ว จำเอาไว้ การเก็บผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ต้องใช้นิ้วมือเคาะสามที ถ้าหากผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ยอมตกลงมามันก็จะเป็นของเจ้า หากไม่ยอมตกลงมาก็อย่าได้เหนื่อยอีก ผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ทุกลูกมีโอกาสเคาะได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น!”
บรรดานักศึกษาต่างทยอยกันมองออกไปเมื่อได้ฟังคำของตู้เหวินรุ่ย เป็นจริงตามว่า เวลานี้พวกเขามองเห็นนักศึกษาของสถาบันศึกษาอื่นๆ ได้วิ่งไปถึงใต้ต้นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ต้นหนึ่ง มองเห็นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ลูกหนึ่งเปล่งประกายศักดิ์สิทธิ์ออกม จึงใช้นิ้วมือเคาะเบาๆ ไปสามที แต่ว่า ผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ไม่มีการตอบสนองใดๆ
“ข้าได้ลูกหนึ่งแล้ว” ในเวลานี้ได้มีนักศึกษาที่ร้องเสียงดังขึ้นมา เป็นจริงตามนั้น เห็นเพียงเขาได้เคาะเบาๆ ไปสามที ผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่สุกงอมลูกนี้ได้ตกลงในมือของเขา
“เริ่มกันเถอะ” ตู้เหวินรุ่ยสั่งการออกไป ก้าวเดินไปข้างหน้าตามทางเดินของภูเขา โดยที่ตัวเขาไม่ได้ไปเก็บผลไม้ศักดิ์สิทธิ์
“ตรงนี้ เร็ว รีบมาที่นี่เร็ว ที่นี่มีต้นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์อยู่ต้นหนึ่ง และมีผลไม้ศักดิ์สิทธิ์สุกงอมจำนวนมาก” นักศึกษาสถาบันศึกษาล้างบาปได้วิ่งไปถึงมุมเขาแห่งหนึ่ง และพบว่ามีต้นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่สูงนักอยู่ต้นหนึ่งที่ขึ้นอยู่ท่ามกลางเถาวัลย์ จึงรีบร้องเรียกไปยังนักศึกษาที่อยู่สถาบันศึกษาเดียวกัน
พวกจ้าวชิวสือรีบวิ่งเข้าไปทันที และเลียนแบบด้วยการใช้นิ้วมือเคาะผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่สุกงอมเบาๆ แต่ว่า พวกเขาไม่สามารถเก็บเอามาได้แม้แต่คนเดียว พวกเขายังไม่ยอมแพ้ ได้ใช้นิ้วเคาะเบาๆ สามทีกับผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ทุกๆ ลูกที่สุกงอมแล้ว แต่ ไม่มีการตอบสนองใดๆ เกิดขึ้น
“จำไว้ จิตมั่นคงและศรัทธาย่อมได้ผลชะงัดนัก” ในเวลานี้ตู้เหวินรุ่ยได้ชี้แนะว่า “ตั้งจิตมั่น เคารพในจิตแห่งการบำเพ็ญเพียรอย่างเคร่งครัด ต้องศรัทธาในจิตแห่งการบำเพ็ญเพียร”
จ้าวชิวสือบรรลุได้เร็วที่สุดหลังจากได้รับการชี้แนะจากตู้เหวินรุ่ยแล้ว เขากลั้นลมหายใจเอาไว้ ตั้งจิตให้มั่น สุดท้ายได้เคาะเบาๆ ไปสามที
“ข้าสำเร็จแล้ว” จ้าวชิวสือร้องเสียงดังขึ้นมาด้วยความตื่นตะลึงระคนความดีใจ
นักศึกษาของสถาบันศึกษาล้างบาปต่างทยอยกันเลียนแบบ หลังจากผ่านไปชั่วครู่ก็มีนักศึกษาที่ร้องเสียงดังขึ้นมาว่า “ข้าก็เก็บได้ลูกหนึ่งแล้ว”
มีนักศึกษาหลายคนที่ทยอยกันเก็บผลไม้ศักดิ์สิทธิ์มาได้ แต่ก็มีนักศึกษาที่ไม่สามารถเคาะให้ตกลงมาได้แม้แต่ลูกเดียว
“ตรงนี้ยังมีอยู่อีกต้น” ในเวลานี้ได้มีนักศึกษาที่พบต้นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์อีกต้นหนึ่ง ต้นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ต้นนี้มีขนาดสูงใหญ่ยิ่งกว่า มีผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ออกเต็มต้น ลักษณะของผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ต้นนี้แตกต่างกัน ผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ทุกๆ ลูกดูไปแล้วคล้ายลูกแอปเปิ้ล แต่กลับมีสีสันคล้ายหินหยกอย่างนั้น
“ผลไม้ศักดิ์สิทธิ์มีมากเหลือเกิน” ต้นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ต้นนี้ออกผลมาเต็มต้น นักศึกษาที่วิ่งเข้าไปถึงกับชมเปาะด้วยความตื่นตะลึง
“พวกเรารีบเก็บกันเร็ว” มีนักศึกษาที่ปีนต้นขึ้นไปทันที และทำการเคาะผลไม้ศักดิ์สิทธิ์แต่ละลูก
แน่นอนที่สุด มีนักศึกษาบางคนใจร้อน ไม่สามารถเก็บผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ได้แม้แต่ลูกเดียว อดที่จะคำรามเสียงดังขึ้นมา เหมือนพายุที่หอบเอาเศษปุยเมฆไปจนสิ้น ใช้ร่างกายพุ่งเข้าชนต้นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ ได้ยินเสียงดังปัง ปัง ปังขึ้นมา ต้นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ไม่สะเทือนแม้แต่น้อยกับการพุ่งชนของเขา และไม่มีผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ที่ร่วงหล่นลงมาอยู่แล้ว
ตู้เหวินรุ่ยไม่ได้ไปเก็บผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ เดินไปพลางหยุดรอพลาง หลี่ชิเย่ก็ไม่ได้ไปเก็บเช่นกัน เพียงก้าวเดินไปช้าๆ
“จิตมั่นคงและศรัทธาย่อมได้ผลชะงัดนัก” หลี่ชิเย่มองดูตู้เหวินรุ่ย หัวเราะทีหนึ่งและกล่าวว่า “แบบนี้เรียกว่าหลอกลวง เจ้าพูดกับพวกเขาตรงๆ ว่า จิตแห่งการบำเพ็ญเพียรแกร่งก็สามารถทำลายได้ จิตมั่นคงและศรัทธาย่อมได้ผลชะงัดนักเอามาจากไหนกัน”
“พวกเขายังเด็ก การบรรลุยังไม่ถึงแก่น หากพูดว่าเลื่อมใสศรัทธาในแสงสว่าง จิตมั่นคงและศรัทธาย่อมได้ผลชะงัดนัก” ตู้เหวินรุ่ยหัวเราะ และกล่าวว่า “พวกเขาจะเข้าสู่ระดับมาตรฐานที่ควรจะเป็นได้ง่ายกว่า”
หลี่ชิเย่ยิ้มนิดหนึ่งและไม่ได้พูดต่อไป แน่นอนที่สุด เขาย่อมสามารถดูออกถึงความลึกซึ้งยอดเยี่ยมของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ได้ ความจริงแล้วผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ว่าก็คือผลพวงจากพลังจรัสและการสรรสร้างของฟ้าดินตามธรรมชาติของพื้นที่แห่งนี้ เนื่องจากพลังจรัสที่อยู่ใต้พื้นดินของภูเขาศักดิ์สิทธิ์แข็งแกร่งมากเหลือเกิน มันได้บ่มฟักพื้นที่แห่งนี้มาเป็นเวลานานนับไม่ถ้วน ภายใต้การสรรสร้างจากธรรมชาติของพื้นที่แห่งนี้ได้มีการแปรเปลี่ยนที่ตรงนี้อย่างสิ้นเชิง ทำให้เกิดการติดผลเป็นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา
“อาจารย์ พวกเราเก็บผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ได้มาไม่น้อยเลย” เมื่อหลี่ชิเย่กับตู้เหวินรุ่ยเดินไปได้ค่อนข้างไกลแล้ว มีนักศึกษาที่เริ่มวิ่งไล่ตามมา และกล่าวด้วยท่าทีตื่นเต้นดีใจ
ในเวลานี้ มีนักศึกษาเก็บผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ได้เต็มถุง มีผลไม้ศักดิ์สิทธิ์สารพันรูปแบบ เช่นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์บ้างเหมือนสาลี่ บ้างเหมือนลูกท้อ และบ้างเหมือนผลหมากั่ว…
“อืมมมไม่เลวนัก” ตู้เหวินรุ่ยพยักหน้า และหัวเราะทีหนึ่ง
ในเวลานี้ พวกเขาได้ข้ามเขามาแล้วหนึ่งลูก ขณะที่นักศึกษาคนอื่นๆ ก็ทยอยกันไล่หลังตามมา
“ศิษย์น้อง เจ้าไม่ได้เก็บเลยรึ?” จ้าวชิวสือเห็นมือของหลี่ชิเย่ว่างเปล่า จึงรีบล้วงหยิบเอาผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ของตนขึ้นมากำมือหนึ่ง ยื่นไปให้หลี่ชิเย่
คนอย่างจ้าวชิวสือนับว่าเป็นคนซื่อคนหนึ่ง เขาไม่กล้าเอ่ยถามหลี่ชิเย่ว่าเพราะอะไรจึงไม่ไปเก็บผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ เขาเข้าใจว่า ที่หลี่ชิเย่ไม่ไปเก็บผลไม้ศักดิ์สิทธิ์อาจเป็นไปได้ว่ามีเหตุมาจากตัวเขาเป็นชนเผ่าบาป มีความเป็นไปได้ว่าอาจเก็บผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ ดังนั้น จึงถือโอกาสไม่เก็บเสียเลย จะได้ไม่เป็นที่อับอายต่อผู้คน
“ข้าไม่ชอบกินผลไม้” หลี่ชิเย่หัวเราะและส่ายหน้าเบาๆ
ตู้เหวินรุ่ยเห็นหลี่ชิเย่ไม่รับก็ยิ้มนิดหนึ่ง เขาย่อมรู้ว่า สิ่งนี้ใช่ว่าหลี่ชิเย่ไม่ชอบทานผลไม้ แต่เป็นเพราะผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ชนิดนี้ หลี่ชิเย่ไม่เห็นมันอยู่ในสายตาอยู่แล้ว
“ยิ่งเดินเข้าไปด้านในมากเท่าไร คุณภาพของผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ก็ยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น” เมื่อตู้เหวินรุ่ยเห็นนักศึกษาล้วนแล้วแต่ค้นหาผลไม้ศักดิ์สิทธิ์อยู่ในป่า จึงเตือนสติด้วยการกล่าวว่า “ผลไม้ศักดิ์สิทธิ์มีเก้าขั้น ยิ่งเป็นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ขึ้นอยู่ในส่วนที่ลึกเข้าไปภายในสวนผลไม้ ลำดับขั้นของผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ก็ยิ่งสูงมากขึ้น สูงที่สุดคือขั้นที่เก้า”
ครั้นตู้เหวินรุ่ยเอ่ยมาถึงตรงนี้แล้ว ได้มองดูพวกเขาทีหนึ่ง และกล่าวว่า “ความห่างของแต่ละขั้นนั้นห่างชั้นกันมาก ผลไม้ศักดิ์สิทธิ์สองลูกหากต่างกันหนึ่งขั้น ช่วงความห่างของมันมีมากเหลือเกิน เช่น ผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ขั้นสอง สามารถเทียบได้กับผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ขั้นหนึ่งหลายร้อยลูก กระทั่งมากว่า”
“ต่างกันมากขนาดนั้น” พวกของจ้าวชิวสือต่างรู้สึกงงงันนิดหนึ่ง เมื่อได้ยินคำพูดของตู้เหวินรุ่ย
“ถูกต้อง” ตู้เหวินรุ่ยกล่าวด้วยท่าทางแฝงด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่จำเป็นเสมอไปว่าจะต้องไปโลภมากเข้าไว้ ลำดับขั้นที่เก้าลูกหนึ่ง เพียงพอที่จะเท่ากับผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้ามีอยู่ทั้งหมด แน่นอนดูที่กำลังของแต่ละคน ไม่สามารถเก็บผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูง ก็ไปเก็บผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ขั้นต่ำให้มากสักหน่อย ทุกคนต่างปฏิบัติการโดยอาศัยกำลังของตน”
“ระหว่างขั้นสูงกับขั้นต่ำแยกแยะอย่างไร?” มีนักศึกษาเอ่ยถามขึ้นมา
“เจ้ามองเห็นมีคนอยู่ใต้ต้นไม้จำนวนมากเท่าไร นั่นย่อมเป็นชนิดของผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่มีคุณสมบัติสูงยิ่งขึ้น” ตู้เหวินรุ่ยยิ้มกล่าวว่า “ที่ตรงนี้มีต้นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์เป็นพันเป็นมื่น มีประเภทของต้นเอม ประเภทที่เป็นต้นโอ๊กหยก ประเภทที่เป็นดอกไม้วิเศษ…มันเป็นศาสตร์แขนงหนึ่ง เป็นไปไม่ได้ที่พวกเจ้าจะจดจำได้ทั้งหมด วิธีการที่ง่ายที่สุดของพวกเจ้าก็คือ ต้นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ต้นไหนที่มีคนมาก ย่อมเป็นขั้นสูงแน่นอน ต้นที่ไม่ค่อยมีคน ย่อมเป็นขั้นต่ำ”
นักศึกษาทั้งหมดต่างมองหน้าซึ่งกันและกัน เมื่อได้ยินคำพูดของตู้เหวินรุ่ย มิน่าเล่าขณะที่พวกเขาเพิ่มจะก้าวเดินเข้ามาในสวนผลไม้ศักดิ์สิทธิ์นั้น พวกเขาได้พบกับต้นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์จำนวนไม่น้อย นักศึกษาจากสถาบันศึกษาอื่นๆล้วนแล้วแต่ไม่ได้หยุด และทยอยกันจากไปไกล ที่แท้ต้นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์บริเวณนี้ขั้นต่ำเกินไป
“ไม่แน่เสมอไปจะต้องเป็นเก็บผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงให้ได้” ตู้เหวินรุ่ยได้กำชับทีหนึ่งว่า “พวกเจ้าประเมินกำลังความสามารถเองก็แล้วกัน หากผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูง กำลังความสามารถของตนไม่สามารถเก็บได้แม้แต่ลูกเดียว ก็ถอยลงมาที่ผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ขั้นต่ำกว่า อย่าให้ต้องกลับบ้านมือเปล่าก็พอแล้ว สรุปก็คือ ยิ่งขั้นสูงมากเท่าไร ก็ยิ่งยากที่จะได้มาครอบครอง”
“ใต้เท้าอธิการบดี ผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ดีที่สุดของสวนผงไม้คืออะไร?” มีนักศึกษาถามด้วยความเปลกใจ
“ลึกเข้าไปในสวนต้นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดมีต้นๆ หนึ่งชื่อต้นสูงศักดิ์ ตู้เหวินรุ่ยมองไปยังบริเวณที่ลึกเข้าไปของต้นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์”
………………………………………………………