Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา - บทที่ 156 มณีชุดที่5! (2)
ความโกรธของเหลยซีเริ่มพุ่งทะยานขึ้นสูง การถูกไล่ล่าเช่นนี้ไม่ใช่
ความรู้สึกที่ดีอย่างแน่นอน และเขาก็จะถูกจัดการได้อย่างง่ายดายอีก
ด้วย
ด้วยความโมโห เขาจึงหยุดล่าถอยทันที เหลยซีเคลื่อนไหวอย่าง
กะทันหัน ชุดเกราะหินสีน�าตาลปรากฏขึ้นรอบตัวในพริบตาเดียว เท้า
ขวาของเขาเหยียบลงบนพื้นอย่างแรง ในเวลาเดียวกัน แท่งแหลมก็ผุด
ขึ้นมาจากดิน ผลักเขาไปในทิศทางตรงกันข้ามแทนที่จะถอยกลับ ทําให้
เขาพุ่งเข้าหาโจวเหว่ยชิงราวกับกระสุนปืนใหญ่ ในเวลาเดียวกัน แท่ง
แหลมที่สร้างขึ้นจากดิน 16 อันก็ผุดขึ้นบริเวณที่โจวเหว่ยชิงยืนอยู่ แต่
ละอันต่างพุ่งเข้าหาเขาในตําแหน่งที่แตกต่างกัน
รอยยิ้มบนใบหน้าของโจวเหว่ยชิงไม่ได้เลือนหายไป และสิ่งที่เขา
ทําคือการเคลื่อนไหวง่ายๆอย่างการยกเท้าขวาขึ้นแล้ววางมันกลับลง
ไป
เกิดระเบิดครั้งใหญ่ใต้ฝ่าเท้าของโจวเหว่ยชิงและพื้นดินโดยรอบ
แท่งดินที่พุ่งใส่เขาทั้งหมดสลายหายไปอย่างกะทันหัน การผสมผสาน
ระหว่างความแข็งแกร่งทางกายภาพที่แท้จริงและแรงสั่นสะเทือนของปราณสวรรค์อันทรงพลัง ทําให้เกิดคลื่นกระแทกที่สลายพลังปราณธาตุ
ดินออกไปทั้งหมด ทําให้พวกมันสูญเสียรูปแบบและไม่สามารถพุ่งเข้า
มาโจมตีได้ ในเวลาเดียวกัน ทักษะทั้ง 6 ที่ไล่ล่าเหลยซีก็เปลี่ยนรูปแบบ
การเคลื่อนที่อย่างกะทันหันเช่นกัน
กงจักรวายุสีเขียวและพายุหมุนสีเทาพลันตรงเข้าปะทะกัน และ
กงจักรวายุก็หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพายุตามทิศทางการหมุนของ
มัน อีก 4 ทักษะกระจายตัวออกไปโดยรอบ ราวกับว่าพวกมันเปลี่ยน
สถานะกลายเป็นผู้ชม เฝ้ามองดูพายุหมุนสีเขียวเทาเคลื่อนที่เข้าหา
เหลยซี
ในตอนนี้เหลยซีไม่อาจหลบหลีกได้แล้ว นอกจากนี้ ในสายตาของ
ชายหนุ่ม พายุหมุนนี้จะทําอะไรเขาได้?
เสียงปะทะดังขึ้นอย่างแสบแก้วหู กงจักรวายุเป็นเพียงทักษะระดับ
1 ดาว และแม้ว่าจะถูกบีบอัดแล้ว อย่างมากมันก็จะมีพลังอยู่ที่ระดับ 2
ดาวเท่านั้น เกราะหินที่เหลยซีเรียกมาเพื่อปกป้องตัวเองนั้นได้รับการ
จัดระดับที่สูงกว่ามาก และภายใต้สถานการณ์ปกติ กงจักรวายุย่อมไม่
สามารถทําลายปราการป้องกันนี้ได้แน่นอน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่มาพร้อมกับเสียงดังสนั่นคือเหลยซีที่รู้สึกหนาว
เย็นบริเวณหน้าอกอย่างกะทันหัน และเขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าทักษะ
ชุดเกราะหินที่หน้าอกของเขาไม่สามารถปิดกั้นการเฉือนตัดอย่างรวดเร็วของกงจักรวายุซึ่งได้รับการส่งเสริมโดยพายุหมุนสีเทาอย่าง
รุนแรงเอาไว้ได้
แย่แล้ว!
สายเกินไปที่จะหลบหลีก และในขณะนี้นิสัยเลือดเย็นของเหลยซีก็
แสดงออกมาให้เห็น เขาคํารามอย่างโกรธเกรี้ยวขึ้นไปบนอากาศโดยไม่
สนใจหน้าอกของตัวเองและการโจมตีที่เพิ่งได้รับ ก่อนจะยกมือขึ้นตวัด
ไปบนท้องฟ้า ทันใดนั้น แสงสีเหลืองหนาทึบก็ระเบิดออกมา และก้อน
หินขนาดใหญ่หลายสิบก้อนก็รวมตัวกันกลางอากาศ พุ่งเข้าใส่โจวเหว่ย
ชิงอย่างโหดเหี้ยม
ฝนหินโปรยปราย เป็นหนึ่งในทักษะที่มีพลังโจมตีรุนแรงที่สุดใน
บรรดาทักษะธาตุดิน ทั้งยังเป็นทักษะผลกระทบวงกว้างอีกด้วย ด้วย
ระดับมณีทั้ง 6 ของเหลยซี แม้ว่าการโจมตีนั้นจะถูกเรียกออกมาอย่าง
รีบร้อนและไม่มีการเตรียมการใดๆ แต่ก็ไม่ควรประเมินพลังของมันต�า
เกินไป
อนิจจา ในขณะที่เหลยซีกําลังจะปลดปล่อยทักษะ ความรู้สึกเย็น
ยะเยือกก็พลันล้นทะลักเข้ามาในร่างกาย ราวกับว่าเขากําลังจมดิ่งลงไป
ในทะสาบน�าแข็ง และชายหนุ่มก็เสียการทรงตัวขณะพุ่งไปข้างหน้า
ในทันที เมื่อเหลยซีก้มศีรษะลงมอง เขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นว่า
บอลแสงสีม่วง ฟ้าที่พุ่งออกไปในทิศทางอื่นก่อนหน้านี้ได้มาถึงด้านหน้าหน้าอกของเขาแล้ว ทั้งยังมุดเข้าไปในชุดเกราะหินของเขาผ่านรูที่
กงจักรวายุเปิดเอาไว้ก่อนหน้านี้
*ตูม* แสงสีม่วง-ฟ้าระเบิดขึ้น ทําให้เหลยซีถูกส่งตัวลอยคว้างขึ้น
ไปในอากาศ ไม่มีความเจ็บปวดมากนัก มีเพียงความรู้สึกที่ทําให้มึนงง
อย่างรุนแรง รวมถึงทักษะธาตุปีศาจอันเย็นยะเยือกที่บุกรุกเข้ามาใน
ร่างกายของเขา ทําให้ทั้งร่างตกอยู่ในสภาพอัมพาตไปชั่วขณะ
เป็นการควบคุมที่ทรงพลังมาก! นั่นเป็นความคิดเดียวในใจของ
เหลยซีในเวลานี้ สําหรับจ้าวมณีสวรรค์ที่เชี่ยวชาญการต่อสู้ตัวต่อตัว
เช่นเขา ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะถูกควบคุมโดยทักษะระดับต�า แต่โจวเหว่ย
ชิงกลับสามารถทําได้
อย่างไรก็ตาม เหลยซีไม่คิดว่านี่จะเป็นความพ่ายแพ้ของเขา
ทักษะฝนหินโปรยปรายของเขาได้ถูกเรียกออกมาแล้ว และนั่นก็คือ
กุญแจสําคัญในการคว้าชัยชนะจากก้นเหว แม้โจวเหว่ยชิงจะสามารถ
จัดการกับมันได้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทําเช่นนั้นในขณะกําลังควบคุม
ทักษะมากมาย หากมีเวลามากพอให้เหลยซีต้านทักษะธาตุปีศาจและ
รอให้ผลอัมพาตหายไป เขาก็ยังมีโอกาสที่จะได้รับชัยชนะอยู่
อนิจจา เหลยซียังคงอยู่กลางอากาศหลังถูกแรงระเบิดดีดกลับไป
ภาพที่เขาเห็นเป็นลําดับต่อมาจึงราวกับสิ่งมหัศจรรย์ ทักษะหินโปรย
ปรายที่เพิ่งถูกส่งออกไป 30-40 ก้อนนั้น ในขณะที่พวกมันกําลังทะยานเข้าใกล้โจวเหว่ยชิงในระยะ 5 หลา หินทั้งหมดก็ถูกหยุดกลางอากาศใน
พริบตาเดียว
เหตุผลนั้นง่ายมาก ใต้หินแต่ละก้อนมีเกราะวายุขนาดเล็กปรากฏ
ขึ้น
ในสถานการณ์ปกตินั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่เกราะวายุจะปิดกั้นฝนหิน
โปรยปรายเอาไว้ได้ ถึงอย่างไรฝนหินโปรย ปรายก็ได้รับการจัดอันดับที่
5 ดาว เป็นทักษะโจมตีธาตุดินที่ทรงพลังทักษะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หาก
เป็นเกราะวายุหลายชิ้นปิดกั้นหินแต่ละก้อนไว้ในเวลาที่สมบูรณ์แบบ
ล่ะ? นั่นเป็นความแตกต่างที่สําคัญอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่หินที่กําลังร่วงลง
มาจะถูกหยุดอย่างกะทันหันด้วยเกราะวายุ แต่เกราะพวกนั้นยังเคลื่อน
ไปรองใต้ก้อนหินและค่อยๆวางมันลงบนพื้นโดยไม่ส่งเสียงดังออกมา
สักนิด
เกราะวายุที่โจวเหว่ยชิงปลดปล่อยออกมานั้นเป็นเพียงทักษะ
ระดับ 2 ดาว หลังจากได้รับการสั่งสอนจากหลงซื่อหยา เขาก็เข้าใจ
อย่างแท้จริงว่าไม่มีทักษะระดับดาวต�าใดๆที่ไร้ประโยชน์ แม้พลังของ
พวกมันอาจจะน้อย แต่ก็ไม่ต้องเผาผลาญปราณสวรรค์มากนัก หาก
สามารถใช้ทักษะระดับต�าเหล่านี้เพื่อบรรลุเป้าหมาย เช่นนั้นยังจะต้อง
ใช้ทักษะที่ทรงพลังกว่าไปอีกทําไมเล่า? นั่นย่อมเป็นการสิ้นเปลืองพลัง
ปราณไปโดยเปล่าประโยชน์อย่างแท้จริง!หลังจากที่โจวเหว่ยชิงได้ฝึกฝนศาสตร์การควบคุมทักษะขั้นสูงสุด
ทั้ง 6 มาเป็นเวลา 2 เดือน กระทั่งหลงซื่อหยาผู้เข้มงวดก็ยังกล่าวว่าเขา
ประสบความสําเร็จในขั้นต้นและก้าวผ่านด่านแรกของทักษะนี้ไปแล้ว
ดังนั้นเมื่อเด็กหนุ่มใช้มันในการต่อสู้จริงจึงดูเหมือนว่าเขาสามารถ
เคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วง่ายดาย ทักษะทั้งหมดที่เขาใช้จนถึง
ตอนนี้ไม่ใช่ทักษะกักเก็บ แต่เป็นเพียงการใช้พลังปราณสวรรค์สร้าง
เลียนแบบขึ้นมาเท่านั้น
ไม่นานหลังจากที่พวกมันแตะพื้น บรรดาก้อนหินก็สลายหายไป
ถึงอย่างไรทั้งหมดก็เป็นส่วนหนึ่งของทักษะที่สร้างขึ้นจากพลังปราณ
สวรรค์เท่านั้น ในเวลาเดียวกัน เหลยซีก็ล้มลงบนพื้นอย่างแรงพร้อมกับ
เสียงอู้อี้ในลําคอ ในตอนท้ายโจวเหว่ยชิงก็ไม่ได้โจมตีเขาด้วยทักษะที่
เหลือทั้ง 6 แม้ว่าทักษะเหล่านั้นอาจไม่ได้ทรงพลัง แต่เขาก็ไม่ได้
วางแผนที่จะทําร้ายเหลยซี เพียงแค่ทําลายการโจมตีทั้งหมดและทําให้
เขาหมดฤทธิ์เท่านั้น
ในแง่ของความแข็งแกร่งที่แท้จริง เนื่องจากเหลยซีไม่มีศาสตรา
มณียุทธ์ เขาจึงแข็งแกร่งกว่าเว่ยเฟิงเพียงเล็กน้อย ดังนั้นเมื่อ
เผชิญหน้ากับโจวเหว่ยชิง ด้วยศาสตรามณียุทธ์และทักษะทั้งหมดที่เด็ก
หนุ่มครอบครอง เขาจะยังมีโอกาสทําอะไรฝ่ายนั้นได้อีก?เหลยซีม้วนตัวขึ้นระหว่างปะทะกับพื้นเพื่อลดแรงกระแทก
จากนั้นก็กระโดดขึ้นด้วยปลายเท้า เมื่อพลังปราณสวรรค์ที่แข็งแกร่ง
ของเขาเริ่มไหลเวียน ผลอัมพาตจากทักษะควบคุมก็สิ้นสุดลง พลัง
ปราณธาตุปีศาจอันเย็นยะเยือกจึงถูกกําจัดออกจากร่างกายของเขา
ด้วย ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น เขาเห็นโจวเหว่ยชิงยืนยิ้มให้ตนเอง
ในความเป็นจริง แม้เหลยซีจะรู้ว่าตนเองแพ้ แต่เขากลับไม่รู้ว่า
ด้วยซ�าว่าแพ้ได้อย่างไร มันเป็นเพียงทักษะระดับต�าที่อ่อนด้อย แต่เขา
กลับถูกบังคับให้ต้องจนมุมเช่นนั้น และเขาก็จะจําให้ขึ้นใจว่าตนเอง
กระหายการต่อสู้จนประเมินฝ่ายนั้นต�าเกินไป เหลยซียังคงไม่เชื่อมั่นใน
พลังของโจวเหว่ยชิง และโมโหกับความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ เขาไม่ใช่พวก
สุภาพบุรุษที่ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ไปโดยดี ทันใดนั้น ด้วยเสียง
คํารามต�าๆ เขาก้มหมอบลง หมัดทั้งสองฟาดลงกับพื้นอย่างแรง
เกิดระเบิดครั้งใหญ่อีกครั้ง และมังกรดินก็ลอยขึ้นไปในอากาศ
พร้อมกับคลื่นกระแทกอันทรงพลัง มันพุ่งเข้าใส่โจวเหว่ยชิงอย่าง
ประสงค์ร้าย นี่เป็นทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดของเหลยซี มังกรดินสงสาร
วัฏ โจวเหว่ยชิงตอบสนองในทันที ไพฑูรย์ตาแมวสองสีที่ข้อมือซ้ายของ
เขาสว่างวาบขึ้นขณะที่ฟาดฝ่ามือเข้าหามังกรตัวนั้น บอลแสงสีเงิน
ทะยานออกไปปะทะที่หน้าผากมังกรดินอย่างแม่นยํา โจวเหว่ยชิงไม่ได้
วางแผนเสียเวลาต่อสู้กับเหลยซีอีกต่อไป และถ้าเขาใช้เพียงศาสตร์การควบคุมทักษะขั้นสูงสุดทั้ง 6 ก็ต้องใช้เวลาอีกพอสมควรในการกําจัด
เหลยซีที่มีระดับพลังปราณสูงกว่าตัวเอง
ด้วยเสียงคํารามเบาๆ มังกรดินแสนดุร้ายที่แต่เดิมดูเหมือนจะ
สามารถทําลายเนินเขาทั้งลูกได้หยุดชะงักลงในทันที มีรูขนาดใหญ่เปิด
ขึ้นที่หน้าผากของมัน และเมื่อแสงสีเงินหายไป ร่างมังกรดินทั้งหมดก็
แตกสลายไปในพริบตา
ก่อนที่เหลยซีจะทันได้ตอบสนอง เขาก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าโจว
เหว่ยชิงมาปรากฏตัวต่อหน้าตนเองแล้ว เขาไม่รู้ด้วยซ�าว่าเกิดอะไรขึ้น
และก่อนที่จะทันได้ทําอะไร เหลยซีก็พบว่าตนเองไม่สามารถขยับ
เขยื้อนได้
นี่เป็นเพียงทักษะเคลื่อนย้ายพริบตาง่ายๆ ตามด้วยการผสมผสาน
ระหว่างทักษะหน่วงเวลาสมบูรณ์และทักษะโซ่ตรวนวายุ แม้ว่าระดับ
พลังปราณของเหลยซีจะสูงกว่าโจวเหว่ยชิง แต่เขาก็ไม่สามารถหลุด
พ้นพันธนาการไปได้ภายใน 3 วินาที สิ่งต่อมาที่พุ่งเข้าใส่เขาคือสายฟ้า
แห่งหายนะที่ให้ผลเป็นอัมพาต
ทั่วทั้งร่างกายของเขาชาหนึบ และเหลยซีก็ทําได้เพียงเฝ้าดูมือ
ซ้ายของโจวเหว่ยชิงค่อยๆเคลื่อนไปที่หน้าผากของตนเอง ทันใดนั้น
พลังปราณธาตุมืดอันน่าสะพรึงกลัวก็ไหลบ่าเข้ามาในสมองโดยตรง
และรุกรานความคิดของเขาจิตวิญญาณของเขาสั่นคลอน เหลยซีสูญการมองเห็น และใน
พริบตานั้น ชายหนุ่มก็สามารถบอกได้ว่ามันเป็นตราประทับธาตุมืด ไม่!
ข้าไม่อาจถูกประทับตรา ไม่เช่นนั้นข้าก็จะกลายเป็นแค่ทาสคนหนึ่ง!
จิตใต้สํานึกของเขาต่อสู้ดิ้นรนอย่างสุดกําลัง
อนิจจา ในขณะนี้เขาเห็นเพียงแค่ดวงตาสีม่วงแดงคู่หนึ่งกําลังจ้อง
มองมาที่ตัวเอง แสงสีแดงอมม่วง 2 ดวงพุ่งออกมาจากลูกตาของฝ่าย
นั้น และพลังวิญญาณที่กําลังดิ้นรนต่อต้านของเหลยซีก็ถูกซัดกระจาย
ออกไป ช่วงเวลาต่อมา ชายหนุ่มพลันรู้สึกเย็นวาบที่หน้าผาก ตามมา
ด้วยความร้อนในฉับพลัน หยดเลือดปรากฏบนนิ้วของโจวเหว่ยชิง
กลายเป็นสัญลักษณ์ติดอยู่ที่นั่น… มันคือพิธีเลือด ตราประทับธาตุมืด!
ภายใต้สถานการณ์ปกติ โจวเหว่ยชิงจะสามารถใช้พิธีเลือดตรา
ประทับธาตุมืดเพื่อผนึกบุคคลได้หากเขาเต็มใจและให้ความร่วมมือ
มิฉะนั้น เขาก็คงจะต้องประสบกับปัญหาพลังสะท้อนกลับได้ง่ายๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพลังปราณสวรรค์และระดับของเหลยซีสูงกว่า
เขาเอง
อย่างไรก็ตาม ด้วยแรงกดดันทางจิตวิญญาณจากทักษะที่มีอํานาจ
สูงส่งกว่าอย่างผนึกเทพเจ้ามังกรปีศาจ เขาจึงสามารถทําลายการ
ป้องกันของคู่ต่อสู้ได้ ทําให้พิธีเลือดตราประทับธาตุมืดประสบ
ความสําเร็จในที่สุดการใช้ทักษะทั้งสองนี้ควบคู่กันเป็นคําแนะนําที่หลงซื่อหยามอบ
ให้กับเขา ภายใต้การแนะนําของอาจารย์ ตอนนี้โจวเหว่ยชิงสามารถ
ควบคุมผนึกเทพเจ้ามังกรปีศาจได้อย่างเต็มที่เพื่อปลดปล่อยการโจมตี
ทางจิตวิญญาณที่ทรงพลัง นี่เท่ากับการทําให้ทักษะเดียวนี้มีผล 2
ประการ เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีระดับพลังปราณที่แข็งแกร่งกว่า เขา
สามารถใช้มันโจมตีทางจิตวิญญาณได้ และเมื่อเผชิญหน้ากับผู้ที่
อ่อนแอกว่า เขาก็สามารถใช้มันเพื่อจุดประสงค์ ‘ควบคุม’ ดั้งเดิม ถึง
ตอนนี้ แม้จะเทียบกับทักษะผนึกมังกรเงียบ มันก็ถือว่ามีประโยชน์
พอๆกันแล้ว
โจวเหว่ยชิงถอนมือซ้ายออก กวักมือเรียกเว่ยเฟิงและพูดว่า “พี่
ใหญ่เว่ย ไปกันเถอะ…”
เหลยซียังคงยืนอยู่ที่นั่นด้วยความตกตะลึง หลังจากนั้นไม่กี่นาที
ในที่สุดเขาก็รู้สึกตัวและสัมผัสหน้าผากของตนเอง เมื่อความทรงจํา
ทั้งหมดกลับมา ชายหนุ่มก็เต็มไปด้วยความเศร้าเสียใจ
เขาถูกประทับตราไปแบบนั้น บังคับประทับตราได้อย่างง่ายดาย
เหตุใดสิ่งนี้ถึงเกิดขึ้น? มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ความจริงชายหนุ่มกําลังสับสนกับชัยชนะอันน่าเหลือเชื่อของโจว
เหว่ยชิง ความจริงทักษะทั้งหมดที่โจวเหว่ยชิงได้ปลดปล่อยออกมาต้อง
อาศัยพลังปราณสวรรค์จํานวนมาก เขาใช้ประโยชน์จากทักษะกระชากมิติที่ถูกบีบอัดและมีความเข้มข้นสูงทําลายทักษะมังกรดินสงสารวัฏ
มังกรดินสงสารวัฏเป็นทักษะระดับ 7 ดาว แต่ทักษะกระชากมิติเป็น
ระดับ 10 ดาว โดยทั่วไปแล้วสิ่งนี้ย่อมช่วยแก้ไขความแตกต่างระหว่าง
พลังปราณสวรรค์ของพวกเขาได้ นอกจากนี้ โจวเหว่ยชิงยังใช้
ความสามารถในการควบคุมอันทรงพลังของเขาเพื่อบีบอัดทักษะ
กระชากมิติให้เป็นบอลเล็กๆลูกเดียว ดังนั้นการทําลายมังกรดิน
สงสารวัฏจึงดูเหมือนง่ายดายมาก
…………………………………………………..