I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 464 แผนการของเฉียวถิง! (1)
เฉียวถิงสูดลมหายใจลึกเฮือกหนึ่ง มองหลิงหลานที่อยู่ในสนามอย่างล้ำลึกแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยเสียงทุ้มต่ำว่า “นายไม่ได้ฝันไปหรอก เทคนิคนั้น…” ควรจะถือว่าเป็นนะ เฉียวถิงไม่ได้กล่าวออกมา เขากลัวว ว่าหลังจากพูดไปแล้วจะรักษาเจตนารมณ์เดิมเอาไว้ไม่ได้
ตั้งชื่อด้วยชื่อคนเชียวนะ นั่นเป็นสิ่งที่ผู้ควบคุมหุ่นรบทุกคนต้องการได้มา แต่ว่ามีสักกี่คนสามารถได้รับเกียรตินี้ได้?จากการสำรวจในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ เทคนิคที่ใช้ชื่อคนมาตั้งชื่อมีไม่ถึงห้ าสิบหกสิบท่าเท่านั้น และเทคนิคส่วนใหญ่ล้วนมาจากช่วงแรกๆ ที่หุ่นรบเพิ่งถูกพัฒนา…
เมื่อตัดคนส่วนนั้นออกไป เกือบพันปีที่ผ่านมา มีเพียงสิบสองคนเท่านั้นที่ได้รับความสำเร็จนี้…ทำไมหลิงหลานถึงโชคดีขนาดนี้? ทำเรื่องที่ผู้คนนับไม่ถ้วนไม่อาจทำได้ ต่อให้เทคนิคนั้นไม่อาจแพร่หลาย ยเป็นวงกว้างได้ แต่เทคนิคเฉพาะตัวก็ทำให้ผู้คนอิจฉาริษยาเหมือนกัน! เฉียวถิงไม่อาจข่มกลั้นความขมขื่นที่เอ่อล้นในใจได้ เดิมทียุคนี้เป็นยุคของเขา แต่ผลงานของหลิงหลานในวันนี้เพียงพอที่จะเทียบเ เคียงเขาแล้ว จนเขาเกิดความรู้สึกหดหู่ใจว่าฟ้าให้จิวยี่มาเกิด ไฉนต้องให้ขงเบ้งมาเกิดด้วย
ขณะเดียวกันในสนาม กรรมการเห็นหุ่นรบของถงหลี่ถูกหลิงหลานยิงทำลายในนัดเดียว สีหน้าก็เปลี่ยนไป เขาโบกธงแดงฉับพลัน บ่งบอกว่าการแข่งขันหยุดลงชั่วคราว จากนั้นเขาก็ขับหุ่นรบพุ่งเข้าไปตรวจสอบสภ ภาพหุ่นรบของถงหลี่
หลิงหลานลดปืนในมือลงอย่างตะลึงงัน ถ้าหากไม่ใช่เพราะเธอฉุกใจขึ้นมาในชั่ววินาทีที่เธอกำลังยิง เผลอยกปากกระบอกปืนสูงขึ้นหลายนิ้ว ปืนนัดนี้ของเธอย่อมยิงโดนห้องคนขับของอีกฝ่ายแน่นอน วิถี ยิงที่เธอมองเห็นสายนั้นไม่ได้เป็นแค่เส้นทางการโจมตีใส่อีกฝ่ายที่ทรงประสิทธิภาพ แต่มันเป็นเส้นทางยิงถึงตายในนัดเดียวที่น่าสะพรึงกลัว
หลิงหลานหวาดกลัวไม่หยุดทันที แผ่นหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นๆ ถ้าเกิดไม่ใช่เพราะเธอตระหนักขึ้นมาได้กะทันหันทำการปรับเปลี่ยนการยิงเล็กน้อยในชั่วพริบตา บางทีคู่ต่อสู้ของเธออาจจะถูกเธอยิงตาย ทันทีด้วยปืนนัดนี้
“พรสวรรค์รู้แจ้งเห็นจริงเป็นพรสวรรค์ชั้นยอดที่สุดของระบบดาวแมนโดรา เป็นพรสวรรค์ที่ดีที่สุดในการควบคุมหุ่นรบ เธอต้องทะนุถนอมใช้มันให้ดี” คำพูดที่อาจารย์หมายเลขหนึ่งเคยกล่าวไว้เมื่อตอนนั้นด ดังขึ้นข้างหูหลิงหลานอีกครั้ง
“อาจารย์หมายเลขหนึ่ง เมื่อก่อนฉันคงทำให้คุณผิดหวังแล้วสินะ!” หลิงหลานยิ้มขื่นในใจ เธอไม่เคยให้ความสำคัญต่อพรสวรรค์นี้ของเธอมาโดยตลอด คิดว่ามันแค่เพิ่มอัตราความแม่นยำเล็กน้อยในการคาดการณ์ล่ วงหน้าให้กับการควบคุมของเธอ ทัศนคติที่ไม่ให้แยแสอะไรทำให้เธอมองข้ามพรสวรรค์รู้แจ้งเห็นจริง และก็สิ้นเปลืองเวลาเสียมากมาย…หลิงหลานหงุดหงิดใจเพียงพริบตาเดียว ไม่นานก็ฮึกเหิมขึ้นมา “ยังดีที่ ไม่สายไป ฉันจะต้องเชี่ยวชาญความสามารถทั้งหมดของพรสวรรค์รู้แจ้งเห็นจริงให้ได้”
แค่ขุดความสามารถออกมานิดหน่อยก็มหัศจรรย์ขนาดนี้แล้ว หลิงหลานเกิดความรู้สึกว่าบางทีพรสวรรค์รู้แจ้งเห็นจริงนี้ถึงจะป็นนิ้วทองคำที่แท้จริงจากการทะลุมิติของเธอ เป็นรากฐานที่ทำให้เธอยืนอยู่บน นจุดสูงสุดของผู้แข็งแกร่งในโลก
กรรมการมาถึงด้านข้างหุ่นรบถงหลี่ก่อนจะพบว่าหุ่นรบครึ่งท่อนบนถูกทำลายโดยพลังงานจากลำแสงแล้ว เปลี่ยนเป็นพังเสียหายอย่างสิ้นเชิง แต่ว่าส่วนห้องคนขับกลับสมบูรณ์ไม่มีบุบสลาย นี่บ่งบอกว่าสถานกา ารณ์ไม่ได้ย่ำแย่มาก เขาถึงค่อยสงบใจลง ฉากเมื่อสักครู่นี้ทำให้ทุกคนรับมือไม่ทัน ต่อให้มีความคิดไปช่วยก็ไม่ทันแล้วเหมือนกัน
กรรมการรีบติดต่อผู้ควบคุมหุ่นรบในห้องคนขับทันที เมื่อได้อีกฝ่ายตอบกลับมาว่าแค่ได้รับบาดเจ็บภายในเล็กน้อยเท่านั้น ที่เหลือล้วนปกติดีก็โล่งใจโดยพลัน จากนั้นเขาถึงค่อยประกาศว่าการประลองหุ่นร รบรอบนี้สิ้นสุดลงแล้วโดยที่หลิงหลานจากโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งได้รับชัยชนะ ไม่ได้บอกว่าหุ่นรบของถงหลี่ไม่อาจทำการต่อสู้ได้แล้ว ต่อให้หุ่นรบไม่ได้เสียหาย แค่ปืนนัดนั้นของหลิงหลานก็ทำใ ให้คะแนนของคู่ต่อสู้เหลือศูนย์แล้ว
หลังจากที่หลิงเซียวตื่นเต้นแล้วก็ใจเย็นลง ก่อนจะเกิดความสงสัยตามมา ปืนนัดนั้นของหลิงหลานเมื่อสักครู่นี้ สิ่งที่แสดงออกมาไม่สอดคล้องกับอายุและประสบการณ์จริง ว่าตามเหตุผลแล้ว หลิงหลานไม่มีท ทางคาดการณ์ล่วงหน้าอย่างแม่นยำขนาดนี้ได้ ถ้าหากไม่ใช่คนที่มีระดับราชันขึ้นไปย่อมไม่อาจสังเกตเห็นเส้นทางโจมตีถึงตายสายนั้นได้เลย…
การคาดการณ์ล่วงหน้าเป็นทักษะอย่างหนึ่งที่ผู้ควบคุมหุ่นรบจำเป็นต้องเรียนรู้ แต่คาดการณ์ล่วงหน้าได้ถึงระดับไหนก็ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งและประสบการณ์ของผู้ควบคุมหุ่นรบ และจะขาดลางสังหรณ์ที่เฉียบคม มไม่ได้เช่นกัน หลิงเซียวเชื่อว่าลางสังหรณ์ของลูกสาวของเขาไม่ได้แย่เลย เขารู้ดีตั้งแต่ตอนที่ต่อสู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเธอก่อนหน้านี้แล้ว แต่ว่าตามเหตุผลแล้ว อาศัยความสามารถกับประสบการณ์ของ หลิงหลานในตอนนี้ไม่สามารถทำถึงขั้นนี้ได้เลย
หลิงหลาน ลูกสาวสุดที่รักของเขาสังเกตเห็นได้อย่างไรกันแน่ โชคดี? หรือว่ามองเห็นจริงๆ? ไม่รู้ว่าทำไม ในใจหลิงเซียวเชื่อมั่นว่าลูกสาวของเขาต้องมองเห็นแน่นอน ดูท่าลูกสาวของเขาจะมีความลับที่เข ขาไม่รู้…
หลิงเซียวเผยรอยยิ้มเล็กๆ ออกมาตรงมุมปาก ไม่มีความคิดไปสืบสาวเบื้องลึก ไม่ว่าลูกสาวของเขาจะมีความลับอะไร เขาก็ไม่สนใจทั้งนั้น นอกเสียจากลูกสาวจะยินดีบอกเขาเอง หนึ่งในข้อห้ามที่ระบุชัดเจนบน คัมภีร์เลี้ยงลูกก็คือห้ามขุดคุ้ยความลับทุกอย่างของลูกแล้วพยายามควบคุมพวกเขาเป็นอันขาด นี่จะทำให้ลูกรำคาญ ไม่พอใจรวมถึงเดือดดาลมาก ถึงขนาดที่อาจจะมีความคับแค้นใจซึ่งส่งผลกระทบต่อความรู้สึกระหว่าง พ่อกับลูกชาย (พ่อกับลูกสาว) ได้
คุณพ่อที่เฉลียวฉลาดอย่างเขาย่อมไม่ทำเรื่องผิดพลาดระดับต่ำแบบนี้เด็ดขาด! หลิงเซียวคิดอย่างภาคภูมิใจ
หลิงหลานได้รับชัยชนะกลับมา สิ่งที่ต้อนรับเธอคือสายตาอิจฉาริษยาของสี่คนที่เหลือจากโรงเรียนทหารชายที่หนึ่ง หลิงหลานยิ้มละไมแล้วเดินลงมาตามแท่นยก
เมื่อเดินมาถึงเบื้องหน้าทั้งสี่คน หลิงหลานก็มองไปที่เฉียวถิงแล้วเอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า “จากนี้ไปก็ต้องพึ่งรุ่นพี่เฉียวทำภารกิจให้สำเร็จแล้วนะ”
เฉียวถิงมองเธออย่างลึกล้ำแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงคลุมเครือว่า “ฉันจะไม่แพ้!” เขาเดินผ่านหลิงหลานมาที่ข้างใต้หุ่นรบไพ่ราชาของเขาแล้วก็ขึ้นไปบนแท่นยก สุดท้ายก็เดินเข้าไปในห้องคนขับ ของเขา
เวลานี้เฉียวถิงรู้แน่ชัดแล้วว่า หลินเซียวเอย เจี่ยงเส่าอวี่เอย คนเหล่านี้ไม่ใช่คนที่เขาควรใส่ใจ คู่แข่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชาตินี้ของเขาก็คือ หลิงหลานที่ตอนนี้ยังคงไร้ชื่อเสียงเรียงนามแต่ว่ าต่อไปจะมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโดยอาศัยเทคนิคการยิงที่สร้างขึ้นนั้น อันที่จริงแล้วนับตั้งแต่ที่เขาโค่นเหลยถิง พวกเขาสองคนก็ถูกกำหนดให้เป็นคู่แข่งชั่วชีวิตแล้ว
เมื่อเฉียวถิงจากไป มู่เส่าอวี่ก็ยิ้มพลางยกนิ้วโป้งขึ้นมา เอ่ยเสียงทุ้มต่ำว่า “หัวหน้ากลุ่มหลิง เจ๋งมาก!”
คำพูดของมู่เส่าอวี่ทำให้หานอวี้ที่อยู่ข้างๆ แค่นเสียงเย็นก่อนจะหมุนกายจากไป มู่เส่าอวี่เห็นแบบนั้นก็อดหัวเราะหยันไม่ได้แล้วกล่าวว่า “อย่าไปสนเขาเลย หมอนี่เกิดอาการใจแคบอีกแล้ว” ในฐานะที เป็นคู่แข่งปฏิปักษ์กัน มู่เส่าอวี่เข้าใจหานอวี้เป็นอย่างดี หานอวี้คิดว่าความสามารถในการควบคุมหุ่นรบของตัวเองเหนือกว่าหลิงหลานนิดหน่อยมาตลอด แต่ความเป็นจริงกลับตบหน้าเขา นอกจากจางจิงอันแ แล้ว หานอวี้เป็นคนที่ความสามารถอ่อนด้อยที่สุดในหมู่หกคนที่เข้าร่วมการประลองแบบกลุ่ม นี่ทำให้เขายากจะทนรับไหวไปชั่วขณะหนึ่ง
“ไม่เป็นไร แค่เอาชนะคู่ต่อสู้ที่อยู่อันดับ 32 เท่านั้นเอง ไม่มีค่าพอให้พูดถึงเลย” หลิงหลานตอบอย่างไม่แยแสเลยสักนิดเดียว นับตั้งแต่ที่เธอดึงตัวหลี่หลานเฟิงกับจ้าวจวิ้นไปจากอู๋จี๋ ความสัมพันธ์ ของเธอกับหานอวี้ก็ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นมิตรอะไรนัก ถ้าเกิดสมาชิกกลุ่มของเธอถูกหัวหน้ากลุ่มอื่นดึงตัวไป หลิงหลานเชื่อว่าเธอเองก็ไม่มีกะจิตกะใจพูดคุยดีๆ กับอีกฝ่ายเหมือนกัน
“ไม่มีค่าให้พูดถึง?” มู่เส่าอวี่เอ่ยด้วยใบหน้าประหลาดใจ “หัวหน้ากลุ่มหลิง นายเป็นคนแรกที่สร้างเทคนิคหุ่นรบในรอบห้าสิบกว่าปีนะ เชื่อเลยว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ไม่ๆ อาจจะเริ่มตั้งแต่ตอน นนี้เลย ชื่อเสียงของนายคงเลื่องลือไปทั่วสังคมมนุษย์แล้ว”
“สร้างเทคนิค? ชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วสังคมมนุษย์? นี่เกี่ยวอะไรกับฉันด้วย?” หลิงหลานขมวดคิ้ว แล้วปรายตามองไปที่จ้าวจวิ้นด้วยสายตาเย็นเยียบ เอ่ยถามเขาว่าคำพูดนี้ของมู่เส่าอวี่จริงใจ ไม่ได้ก กำลังประชดเธอใช่หรือเปล่า
จ้าวจวิ้นเห็นแบบนั้นก็รีบอธิบายว่า “ขอเพียงมีเทคนิคที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนเกิดขึ้นมา ถ้าเกิดสร้างขึ้นมาเอง เทคนิคนี้ก็จะใช้ชื่อของคนผู้นี้มาตั้งชื่อ ลูกพี่หลาน ปืนนัดนั้นที่นายยิงใส่คู่ต่อส สู้ตอนกำลังบินเมื่อกี้ก็จะตั้งชื่อด้วยชื่อของลูกพี่…”
เสี่ยวซื่อที่อยู่ในห้วงจิตใจได้ยินถึงตรงนี้ก็ตบหัวตัวเองเบาๆ ทันที เขาเหมือนกับ…ลืมบอกเรื่องนี้ให้ลูกพี่ตัวเองไปเลย
ขณะที่จ้าวจวิ้นอธิบาย ดวงหน้าก็เต็มไปด้วยความอิจฉาและนับถือ อย่างมากสุดนักเรียนทหารอย่างพวกเขาก็แค่แย่งชิงอันดับหนึ่งภายในโรงเรียนเท่านั้น สร้างเทคนิคใหม่เรอะ? นั่นเป็นเรื่องที่พวกเขาไม่กล้า าแม้แต่จะคิด ในสมองของพวกเขา นี่มันอยู่ห่างไกลมากเกินไปจริงๆ ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเขาเลย แต่ไม่นึกเลยว่าหลิงหลานหัวหน้ากลุ่มของเขาจะทำได้ต่อหน้าต่อตาพวกเขา นอกจากนี้ยังทำได้ง่ายๆ แบบนี้ด้วย
“ฮะ นั่นเป็นเทคนิคใหม่เหรอ?” คำพูดของจ้าวจวิ้นทำให้หลิงหลานประหลาดใจ
“ไม่ใช่เหรอ?” จ้าวจวิ้นงุนงง เห็นชัดๆ ว่าเป็นเทคนิคใหม่นะ เขาไม่ได้ดูผิด เฉียวถิงก็ไม่ได้ดูผิด ทุกคนไม่ได้ดูผิดเลย
“นายว่าไงล่ะ?” หลิงหลานชายตาอย่างเย็นชา หรือว่ารุ่นพี่จ้าวคนนี้ไม่ได้ตั้งใจเรียนการควบคุมพื้นฐาน? สิ่งที่เธอใช้คือการยิงจุดตายตัวที่อยู่ในการควบคุมพื้นฐานชัดๆ มันเกี่ยวกับเทคนิคใหม่ด้วยเหร รอ?
“…” จ้าวจวิ้นถูกสายตาบีบคั้นของหลิงหลานจ้องมองจนลนลานเล็กน้อย หรือว่าเขาจะผิดจริงๆ? เขาเอ่ยถามอย่างระมัดระวังว่า “งั้นลูกพี่หลาน ไม่ทราบว่าที่คุณใช้เมื่อกี้คือเทคนิคอะไรเหรอ?” จ้าวจวิ้นถึ งกับใช้คำพูดอย่างเป็นทางการขณะกระวนกระวายใจ
“ยิงจุดตายตัวไง นายดูไม่ออกจริงอะ?” หลิงหลานยิ่งรู้สึกกังวลใจ ดังนั้นไอเย็นบนร่างจึงหนาวเหน็บขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนว่ารุ่นพี่จ้าวจะไม่ได้ศึกษาการควบคุมพื้นฐานมาแน่นมากนัก เธอจำเป็นต้องคิดวิธ ธีช่วยเขาแก้ไขโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ระดับของหลิงหลานยิ่งสูงก็ยิ่งเข้าใจความหมายลึกซึ้งของมรดกพ่อเธอที่ต้องการให้เธอสร้างพื้นฐานการควบคุมไว้ให้ดีๆ เพราะว่าหลังจากที่เข้าสู่ระดับไพ่ราชา พื้นฐานก็คือกุญแจสำคัญในการเลื่อนขั้น สู่ขอบเขตถัดไป พอเข้าสู่ระดับไพ่ราชาก็จะค่อยๆ สร้างรูปแบบการควบคุมของตัวเอง เมื่อถึงช่วงปลายของระดับไพ่ราชาอยากคิดจะเลื่อนขั้นสู่ขอบเขตถัดไป ผู้ควบคุมหุ่นรบก็จะพบว่าสิ่งที่จำกัดการเลื่อนขั้ นของพวกเขาก็คือปัญหาเรื่องนี้ เวลานั้นหากคิดจะหันหน้ากลับไปฝึกฝนการควบคุมพื้นฐานอีกก็สายไปแล้ว การควบคุมที่สร้างรูปแบบของตัวเองแล้วทำให้พวกเขาไม่อาจเข้าถึงการควบคุมพื้นฐานอย่างลึกซึ้งต่อไป ปได้ นอกเสียจากเปลี่ยนสมองลืมรูปแบบของตัวเองอาจจะยังพอมีโอกาสอยู่
หลิงหลานตัดสินใจแล้วว่า ก่อนที่รุ่นพี่จ้าวจวิ้นจะจากโรงเรียนไป เธอจะใช้การควบคุมพื้นฐานมาประลองกับเขาสักหลายๆ รอบให้ดี จะต้องให้พื้นฐานของเขาแน่นอีกขึ้นหน่อยให้ได้
จ้าวจวิ้นไม่คาดคิดเลยว่าเขาแค่ถามคำถามที่ธรรมดามากๆ ก็ทำให้เขาต้องทนรับการเคี่ยวกรำจากหลิงหลานในโรงเรียนทหารก่อนที่จะเข้าสู่กองทัพ ทรมานจนเขาเกือบจะสูญเสียความมั่นใจที่จะขึ้นไปประลองหุ่น นรบอีก...
จ้าวจวิ้นที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าต่อไปเขาจะต้องทนทุกข์ทรมานอยู่พักหนึ่งก็เอ่ยถามอย่างระมัดระวังอีกครั้งว่า “แต่ว่าการยิงจุดตายตัวใช้ได้แค่ตอนสถานะหยุดนิ่งเท่านั้นนะ ยิงจุดตายตัวตอนวิ่งยังเป็นกา ารยิงจุดตายตัวอีกเหรอ?”
“เนื้อแท้แล้วเหมือนกันไม่ใช่เหรอ? ฉันแค่ใช้แบบยืดหยุ่นหน่อยเท่านั้น” หลิงหลานตอบกลับอย่างเฉยชา “มันไม่ใช่เทคนิคใหม่จริงๆ นะ!”