I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 469 คุณธรรมอยู่ที่ไหน?
ทั้งสี่คนยื่นมือพร้อมกันอีกครั้ง หานอวี้จ้องมองมือที่ทำเป็นรูปกรรไกรของตัวเองด้วยดวงตาแดงฉาน อยากจะหั่นทิ้งเหลือเกิน ‘ใครใช้ให้นายออกกรรไกร ใครใช้ให้นายออกกรรไกรฟะ แ แม่งเอ๊ย นายยื่นนิ้วเพิ่มออกมาสามนิ้วไม่ได้หรือไง?’ ดวงหน้าที่เต็มไปได้ความดุดันทำให้คนผ่านทางที่มองมาทางนี้โดยไม่ตั้งใจตกใจกลัวจนถอยหลีกหนีไปสามฟุต...
“ฉันแม่งโชคร้ายเกินไปแล้วนะ!” หานอวี้กัดฟันอย่างเคียดแค้น สามคนที่เหลือออกค้อนกันหมด มีเพียงเขาคนเดียวที่ออกกรรไกร ตามกฎแล้ว เขาจะต้องอยู่รั้งท้ายทันทีกลายเป็นคนออก กไปประลองคนสุดท้าย ฟังแล้วเหมือนดูดีมากที่ได้เปิดตัวคนสุดท้าย แต่ปัญหาคือ สี่คนก่อนหน้านี้แม่งเป็นวายร้ายที่เหมือนหมาป่ากับเสือก็ไม่ปาน พวกเขาจะให้โอกาสเขาออกไปสู้เหรอ ? จะให้เหรอ? จะให้เหรอ? จะให้เหรอ?? ใช้ก้นคิดยังรู้เลยว่านี่ไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน
“รอบนี้ไม่นับ!” หานอวี้ยกเลิกผลลัพธ์นี้อย่างลนลาน เขาที่พ่ายแพ้อย่างอเนจอนาถไม่มีบุคลิกท่าทางของสุภาพบุรุษที่ พูดแล้วไม่คืนคำมานานแล้ว
มู่เส่าอวี่กับเฉียวถิงที่ยืนอยู่ข้างกายหานอวี้เจอพฤติกรรมไร้ยางอายเช่นนี้ของหานอวี้ พวกเขาก็คว้าหานอวี้แล้วโยนออกไปโดยไม่ลังเล ในเมื่อแพ้แล้วก็ไปอยู่เฉยๆ ด้านข้า าง จะมาพูดพล่ามอะไร?
พวกเขาไม่ได้โง่เง่าขนาดนั้น ในเมื่อจัดการคู่แข่งไปได้หนึ่งคนแล้วยังจะให้เขากลับมายกเลิกผลได้อีกเหรอ?
จ้าวจวิ้นที่ได้สิทธิ์ออกไปสู้คนแรกแล้วเอ่ยปลอบใจด้วยความยินดีในความโชคร้ายของคนอื่น “หานอวี๋ ปล่อยวางซะนะ นายยังมีโอกาสรอบต่อไปอยู่!” น้ำเสียงปลอบโยนที่เหมือนสาดเกลื อใส่แผลแบบนี้ของเขายั่วโทสะของหานอวี้ที่หงุดหงิดอยู่แล้วทันที เขากู่ร้องแล้วก็กระโจนเข้าไป
ทั้งคู่ไม่ได้ใช้ทักษะต่อสู้มือเปล่า อาศัยพละกำลังของร่างกายตัวเองต่อยตีกันล้วนๆ ท่วงท่าและพลังนั้นคือตัวอย่างของมวยปล้ำคลาสสิกที่แท้จริง
เฉียวถิง มู่เส่าอวี่และหลิงหลานทำหน้านิ่ง ไม่สนใจความวุ่นวายที่อยู่ข้างกาย สายตาของทั้งสามคนเย็นเยียบผิดปกติ ก่อนจะระเบิดจิตวิญญาณต่อสู้อันเร่าร้อนออกมา ไม่มีใครยอมทิ้ง โอกาสต่อสู้ในสามรอบแรกที่เหลืออยู่เพียงสอง ทุกคนรู้ดีว่า ไม่ว่าใครที่เข้าไปสามรอบแรกได้ ย่อมไม่มีทางออมมือแล้วให้สองคนที่อยู่ด้านหลังมีโอกาสออกไปต่อสู้แน่นอน
“เป่ายิง—ฉุบ!” ทั้งสามคนตะโกนออกมาเป็นเสียงเดียวกัน ออกมืออย่างพร้อมเพรียงกัน….
เสมอ!
เสมอ!
เสมอ!
เสมอติดต่อกันสิบรอบ เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าการต่อสู้ของทั้งสามคนดุเดือดมาก ไม่มีใครยอมปล่อยและถอยให้หนึ่งก้าวเลย
“รุ่นพี่เฉียว นายเป็นอันดับหนึ่งของโรงเรียนเรา เปิดตัวตอนสุดท้ายก็เป็นเรื่องที่เหมาะสมที่สุดแล้ว” หลิงหลานที่ต่อสู้มานานแต่ว่าไร้ผลก็ส่งสายตาเย็นชาชำเลืองมองเฉียวถิงท ที่ทำหน้าเคร่งขรึมอยู่ด้านข้าง ก่อนจะเริ่มก่อกวนด้วยคำพูด หลิงหลานปล่อยกระบวนท่าที่ชั่วช้าออกมาเพื่อคว้าชัยชนะ!
“ใช่แล้ว เฉียวถิง นายออกไปสู้ติดกันสองรอบแล้วนะ จะยึดเรื่องดีๆ มาเป็นของตัวเองหมดเลยไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นสวรรค์จะลงโทษเอาได้ นายควรพักสักหน่อยเถอะ ถึงตาพวกเราแล้ว” มู เส่าอวี่ได้ยินคำพูดแววตาก็เปล่งประกาย รีบกล่าวตำหนิอย่างมีศัตรูคู่แค้นร่วมกันทันที
เฉียวถิงได้ยินคำกล่าวก็หรี่ตา ปล่อยไอเย็นออกมาเล็กน้อย เขาถามกลับว่า “รุ่นน้องหลิง ในฐานะที่เป็นรุ่นน้อง นายควรรู้จักการเคารพรุ่นพี่นะ จะมาแย่งกับรุ่นพี่ได้ยังไง?!”
“ใช่เลยๆ รุ่นน้องหลิง ปล่อยให้พวกรุ่นพี่จัดการสองรอบนี้ละกันนะ” มู่เส่าอวี่รู้สึกว่าคำพูดที่เฉียวถิงเอ่ยออกมาก็มีเหตุผลมากเหมือนกัน ดังนั้นเลยแปรพักตร์ ยืนอยู่ฝ่ายเฉ ฉียวถิงทันทีแล้วพุ่งเป้าใส่หลิงหลาน
สู้กันเลยๆ แบบนี้เขาถึงจะมีโอกาสหลอกให้คนอื่นไปเสี่ยงแล้วตัวเองได้โควตาในสามรอบแรกมา…แววตาของมู่เส่าอวี่เปล่งประกาย ในใจรู้สึกเบิกบาน พยายามปลุกปั่นทั้งคู่
เฉียวถิงกับหลิงหลานคล้ายกับทุ่มสุดกำลังแล้ว ดวงตาสองคู่จ้องมองกันอย่างคมกริบ ไม่มีใครยอมใคร
ขณะที่มู่เส่าอวี่คิดว่าทั้งสองคนไม่อาจอยู่ร่วมกันได้จำเป็นต้องตัดสินผลแพ้ชนะ ทันใดนั้นพวกเขาสองคนพลันหันหน้ามองไปทางมู่เส่าอวี่แล้วตะโกนเป็นเสียงเดียวกันว่า “ค้อน!”
ประสาทการตอบรับของมู่เส่าอวี่ยอดเยี่ยมมาก ยื่นมือออกมาเป็นรูปค้อนอย่างเชื่อฟังโดยที่ไม่ได้ผ่านการใคร่ครวญเลย
เมื่อเห็นเฉียวถิงกับหลิงหลานออกกระดาษ มู่เส่าอวี่ปวดร้าวใจอย่างยิ่ง เขาชี้นิ้วไปที่สองคนพลางสั่นระริก เอ่ยด้วยท่าทางเหมือนใกล้ลมจับ “พวกนายโกงนี่นา! หน้าไม่อายเกินไปแ แล้ว!”
ฮือๆๆ…สองคนนี้ยังเป็นหัวหน้ากลุ่มทั้งในฉากหน้าและลับหลังของพวกเขาด้วย คุณธรรมอยู่ที่ไหนกันเนี่ยยยย? มู่เส่าอวี่ร้องไห้น้ำตานองหน้าในใจ ลอบแค้นเคืองว่าทำไมประสาทการต ตอบรับของตัวเองถึงไวขนาดนี้ จนตกหลุมพรางโดยไม่ทันตั้งตัว
“โง่X!” เฉียวถิงกับหลิงหลานปรายตามองมู่เส่าอวี่อย่างเย็นชา สายตาเผยความดูถูกเหยียดหยาม ระดับอย่างเขายังคิดจะมาปลุกปั่นอีก คิดเพ้อฝันว่าเป็นคนตกปลาได้ผลประโยชน์[1]หรือไง ง?
มู่เส่าอวี่เป็นศัตรูเก่าของเฉียวถิง เฉียวถิงย่อมรู้ข้อดีและข้อเสียของมู่เส่าอวี่เป็นอย่างดี ส่วนหลิงหลานก็รู้จุดเด่นของมู่เส่าอวี่เช่นกันด้วยการสังเกตการณ์อยู่ด้านข้า างในช่วงเวลาที่ผ่านมารวมถึงข้อมูลที่เสี่ยวซื่อหามาได้ เฉียวถิงกับหลิงหลานรู้ดีแก่ใจว่า คู่แข่งที่จัดการง่ายมากที่สุดในหมู่พวกเขาสามคนก็คือมู่เส่าอวี่ ถ้าเกิดพวกเขาสอง งคนขัดแย้งกันจริงๆ ย่อมเสียหายด้วยกันทั้งสองฝ่าย เช่นนั้นก็จะปล่อยให้มู่เส่าอวี่ได้ผลประโยชน์
ทั้งสองคนต่างเป็นคนฉลาด ย่อมไม่มีทางให้โอกาสมู่เส่าอวี่เป็นคนตกปลาได้ผลประโยชน์ไปแน่นอน ขณะที่พวกเขาสองคนสบตากัน ก็ตกลงจับมือร่วมกันหลอกล่อมู่เส่าอวี่
ทั้งคู่เก็บสายตาเหยียดหยามกลับมา แล้วสบตากันเองอีกครั้งเพื่อทำการต่อสู้ตัดสินระหว่างพวกเขาสองคน
เฉียวถิงกับหลิงหลานไม่สนใจเขาเลย มู่เส่าอวี่ที่รู้ว่าไม่อาจเปลี่ยนแปลงบทสรุปได้แล้วก็ไปนั่งยองๆ อย่างโศกเศร้าที่สักมุมหนึ่งของด้านหลังเวที ปลอบโยนจิตใจดวงน้อยๆ ที่ได้ร รับบาดเจ็บของตัวเอง เขาลอบกัดผ้าเช็ดหน้า นิ้วจิ้มพื้นอย่างแค้นเคือง ‘ชั่วร้ายๆ พวกเขาชั่วร้ายกันทั้งคู่เลย….’
ศึกตัดสินระหว่างหลิงหลานกับเฉียวถิงดำเนินไปอย่างตึงเครียด พวกเขาออกมือพร้อมกัน และก็เป็นค้อนเหมือนกัน…
หลิงหลานเงยหน้าเอ่ยว่า “รุ่นพี่เฉียวควรจะออกกระดาษนะ!”
เฉียวถิงเลิกคิ้ว รุ่นน้องหลิงคนนี้ใจดีแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ยอมปล่อยให้เขาชนะสักรอบด้วย?
จากนั้นก็ได้ยินหลิงหลานพูดต่อว่า “ฉันสนใจกรรไกรมากๆ เลย!”
กรรไกรบ้านนายสิ แค่อยากเอาชนะเขาไม่ใช่หรือไง? เฉียวถิงตอบกลับด้วยใบหน้าเย็นชาว่า “ฉันก็ชอบออกค้อน!” ชนะนายแล้ว! ไอ้หนู!
หลิงหลานเงยหน้ามองเฉียวถิงอย่างเรียบนิ่งแวบหนึ่ง แววตาส่องประกายจนทำให้เฉียวถิงตะโกนว่า ‘แย่แล้ว’ เสียงดังลั่นในใจ…
“รุ่นพี่เฉียวออมมือแล้ว อันที่จริงฉันชอบออกกระดาษน่ะ” หลิงหลานทิ้งคำพูดประโยคนี้ไว้ แล้วก็เดินไปหาเจ้าหน้าที่แจ้งลำดับการออกไปประลองรอบนี้ของพวกเขาโดยไม่รอให้เฉียว ถิงตอบกลับ
“ไอ้หมอนี่!” เฉียวถิงโกรธจนปวดฟัน โคตรน่าหงุดหงิดจริงๆ วางหลุมพรางคำพูดเอาไว้ ถูกอีกฝ่ายหาช่องว่างโดยที่ไม่ทันได้สนใจ แต่พวกเขาสองคนล้วนอยู่ในสามรอบแรก เฉียวถิงเลย ไม่ได้ไม่พอใจอะไร แต่รู้สึกเสียดายในใจที่ไม่ได้กดหัวอีกฝ่าย
เมื่อเห็นหลิงหลานไปส่งตารางลำดับการออกไปประลอง หานอวี้ที่สู้จนเหนื่อยแล้วก็หยุดมือในที่สุด มู่เส่าอวี่เองก็ฟื้นตัวคืนกลับมาจากอาการสะเทือนใจแล้วเช่นกัน ก่อนจะลุกขึ้นย ยืนใหม่อีกครั้ง ทั้งสองคนจ้องมองกันและกันด้วยความเศร้าใจ ไว้อาลัยให้กับความโชคร้ายของตัวเองด้วยกัน พวกเขารู้ดีว่า การประลองรอบนี้ไม่มีที่ให้พวกเขาเล่นอะไรอีกแล้ว ในหมู สามคนก่อนหน้าพวกเขา ตัดเฉียวถิงออกไปไม่ต้องพูดถึง สองคนที่เหลือนั้น ต่อให้ในใจไม่อยากยอมรับแต่ก็จำเป็นต้องยอมรับว่าแข็งแกร่งกว่าพวกเขาสองคนนิดหน่อยจริงๆ หากต้องการให ห้พวกเขาพลาดท่าพ่ายแพ้ช่างเป็นเรื่องที่เลือนรางมากเหลือเกิน…
การประลองระหว่างโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งกับโรงเรียนทหารจิงอันจึงเปิดม่านขึ้นท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของหานอวี้กับมู่เส่าอวี่เช่นนี้เอง…
ในหน้าจอใหญ่ปรากฏชื่อจับคู่การประลอง เมื่อเห็นชื่อของจ้าวจวิ้นปรากฏขึ้น โรงเรียนทหารจิงอันก็อดลอบก่นด่ากับตัวเองไม่ได้ โรงเรียนทหารชายที่หนึ่งจัดลำดับทีมยังไงกันแน น่? ส่งคนที่แข็งแกร่งเป็นอันดับสองของพวกเขาออกมาในศึกแรกเลยเนี่ยนะ?
ในสายตาของผู้ชม หลิงหลานที่เก็บงำความสามารถมาโดยตลอดจัดอยู่ในอันดับสามไม่ก็อันดับสี่จากในหมู่สมาชิกทั้งห้าคนของโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งที่เข้าร่วมการประลองแบบทีม แข ข็งแกร่งกว่าหานอวี้นิดหน่อยเท่านั้น ฝีมือพอๆ กับมู่เส่าอวี่ แต่ว่าด้อยกว่าจ้าวจวิ้นเล็กน้อย แน่นอนว่ายิ่งไม่อาจเทียบกับเฉียวถิงผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชาได้เลย
สิ่งที่ทำให้ผู้ชมเกิดความเข้าใจผิดแบบนี้เป็นเพราะจ้าวจวิ้นทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากเกินไปในการประลองหุ่นรบเดี่ยว ผลคะแนนที่ผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษสามารถตีเสมอกับผู้ควบ บคุมหุ่นรบไพ่ราชาได้นั้นน่าทึ่งมากเกินไป นี่ทำให้ทุกคนคิดว่าผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษอย่างจ้าวจวิ้นคนนี้เป็นตัวตนที่ไร้เทียมทานของคนที่อยู่ระดับต่ำกว่าไพ่ราชา ดังนั นก็เลยคิดว่าเขาจะต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งอันดับสองรองจากเฉียวถิงในโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย
การออกมาประลองของจ้าวจวิ้นทำให้คนของจิงอันไม่คาดหวังอะไรต่อการประลองรอบแรกเช่นกัน พวกเขาจะเป็นคู่ต่อสู้ของคนที่สามารถตีเสมอกับผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชาได้อย่างไร ผู้คว วบคุมหุ่นรบของจิงอันจึงดูระมัดระวังตัวมากเกินไปตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ภายใต้ความคิดหวาดหวั่นโดยที่ยังไม่ทันได้เริ่มแข่ง เขาที่เดิมทีมีความสามารถไม่ได้อ่อนด้อยก็แสดงความสามาร รถออกมาได้เพียงเจ็ดแปดส่วนเท่านั้นภายใต้อารมณ์เช่นนี้
นี่ทำให้ความห่างชั้นระหว่างเขากับจ้าวจวิ้นชัดเจนมากยิ่งขึ้น จ้าวจวิ้นที่ตอนแรกยังคิดจะต่อสู้อย่างยิ่งใหญ่ด้วยความดีใจ ผ่านไปยี่สิบกว่ากระบวนท่า เขาก็ใช้อาวุธเย็นในมือ อจัดการหุ่นรบของอีกฝ่ายร่วงลงไปอย่างหมดจด ได้รับชัยชนะรอบแรกมาอย่างสบายๆ
โรงเรียนทหารจิงอันที่พ่ายแพ้รอบแรกก็ได้แต่ฝากความหวังไว้ที่รอบสองเท่านั้น พวกเขาหวังว่าคนที่ออกมาประลองรอบนี้คือเฉียวถิง ใช้คนที่อ่อนแอที่สุดเป็นอันดับสองของพวกเขา ามาสิ้นเปลืองผู้ควบคุมหุ่นรบที่แข็งแกร่งที่สุดของโรงเรียนทหารชายที่หนึ่ง และก็หวังว่าคนที่ออกมาประลองของโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งจะเป็นคนที่มีฝีมือธรรมดาทั่วไป ทำให้พวก กเขาคว้าชัยชนะก่อนได้…
หลังจากการหยุดพักสิบห้านาที ในที่สุดหน้าจอขนาดใหญ่ที่ดำมืดมาโดยตลอดก็ปรากฏภาพและตัวอักษร “ชายที่หนึ่ง VS จิงอัน รอบที่สอง: หลิงหลาน VS จูจิ่ง”
“หลิงหลานนี่นา! สุดยอดหน้าใหม่ที่คิดค้นเทคนิคใหม่ได้คนนั้น!” การปรากฏตัวของชื่อหลิงหลานทำให้สนามปั่นป่วนและยังดูคึกคักมีชีวิตชีวากว่าตอนที่จ้าวจวิ้นขึ้นสนามประลอง นิดหน่อย ดูท่าการปรากฏตัวของเทคนิคใหม่ทำให้หลิงหลานมีชื่อเสียงในสหพันธรัฐระดับหนึ่งแล้วจริงๆ
จิงอันเห็นคนที่โรงเรียนทหารชายที่หนึ่งส่งมาในรอบที่สองคือหมอนี่ ในใจก็หนักอึ้งทันที เทียบกับหลิงหลานแล้ว พวกเขายินดีให้เป็นหานอวี้กับมู่เส่าอวี่มากกว่า เนื่องจากพว วกเขารู้จักสองคนนั้นดี และได้ศึกษาวิธีการควบคุมและโจมตีของพวกเขามาอย่างทะลุปรุโปร่งมาก อีกทั้งยังเคยทำการฝึกฝนต่อกรมาแล้วด้วย หากต่อสู้กับพวกเขา โรงเรียนทหารจิงอันมั่ นใจว่ามีความเป็นไปได้ที่จะได้รับชนะ…
แต่หลิงหลานคนนี้กลับดูลึกลับมาก เขาไม่ได้เข้าร่วมการประลองหุ่นรบเดี่ยว และก็ออกมาแข่งในการประลองหุ่นรบแบบทีมแค่สองครั้งเท่านั้น โอกาสที่มีเพียงสองครั้งนี้ทำให้ พวกเขารับรู้ถึงการควบคุมระยะไกลที่ยอดเยี่ยมของอีกฝ่าย รวมถึงการโจมตีพื้นฐานที่สมบูรณ์แบบด้วย…แต่ว่าก็มีเพียงแค่นี้เท่านั้น!
ทุกคนรู้ดีว่าผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษไม่มีทางชำนาญแค่การโจมตีพื้นฐาน จะต้องมีท่าไม้ตายที่บ่งบอกถึงผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษอยู่แน่นอน...นี่เป็นเรื่องที่อันตรายอย่าง ไม่ต้องสงสัย หากไม่รู้ว่าท่าไม้ตายของคู่ต่อสู้คืออะไร ก็ไม่อาจพูดถึงวิธีการตั้งรับอย่างไรได้เลย เช่นนั้นก็จะโดนอีกฝ่ายพลิกกระดานในช่วงเวลาวิกฤติได้ง่ายมาก นี่ก็คือ หนึ่งในเหตุผลที่จิงอันหวาดกลัวหลิงหลาน
“หวังว่าจูจิ่งจะทำผลงานได้ยอดเยี่ยมสักหน่อย แล้วคว้าชัยชนะรอบนี้มาได้นะ!” ท้ายที่สุดผู้ควบคุมหุ่นรบที่แข็งแกร่งที่สุดของจิงอัน หรือก็คือหัวหน้าทีมของพวกเขาก็ได้แต่ฝาก กความหวังไว้ที่ตัวจูจิ่ง ถ้าเกิดจูจิ่งสามารถคว้าชัยชนะรอบนี้มาได้อย่างราบรื่น เช่นนั้นพวกเขาก็มีความหวังที่จะคว้าชัยชนะในตอนสุดท้ายแล้ว
————————–
[1] มาจากสำนวนนกกับหอยทะเลาะกัน แต่คนตกปลาได้รับประโยชน์