I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 560 จดหมายท้าประลองจากหลิงเทียน!
“บุคลิกด้านมืด?” ฉีหลงกับหานจี้จวินมองหน้ากันเอง แววตาเผยความงุนงงออกมาเล็กน้อย
“ใช่แล้ว บุคลิกทั้งสองของเซี่ยอี๋ไม่เหมือนกับพรสวรรค์มารผกผันของลั่วล่างที่มีแบ่งออกเป็นบุคลิกหลักกับบุคลิกรอง ต่อให้บุคลิกรองเก่งกาจอีกสักแค่ไหนก็ยังโดนบุคลิกหลักควบ บคุม แต่บุคลิกด้านสว่างกับบุคลิกด้านมืดของเขาไม่ได้แบ่งแยกฐานะว่าใครสูงใครต่ำ คนไหนที่มีอำนาจเหนือกว่าอีกฝ่าย คนนั้นก็จะได้ควบคุมร่างกาย” หลิงหลานอธิบายเรียบๆ
“เซี่ยอี๋ที่ปรากฏตรงหน้าพวกเรามาตลอดนั้นก็คือบุคลิกด้านสว่าง” หานจี้จวินเข้าใจแล้ว
“ก็ไม่แน่เหมือนกันว่าจะเป็นบุคลิกด้านสว่าง ฉันแค่พูดแบบนี้เท่านั้น ถึงยังไงพวกเราก็ไม่รู้ว่าตอนนี้บุคลิกที่โดนสะกดเป็นแบบไหน บางทีอาจจะดีกว่านี้ก็ได้นะ” หลิงหลานตอบอย ย่างไร้ความรับผิดชอบมากๆ
หานจี้จวินเหลือบมองลูกพี่ตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์ เซี่ยอี๋ที่สดใสร่าเริงก่อนหน้านี้ดูยังไงก็น่าจะเป็นบุคลิกด้านสว่าง นอกจากนี้ลูกพี่กับฉีหลงก็พูดกันไปหมดแล้ว บุคลิกที่โดนส สะกดนั้นมีกลิ่นอายป่าเถื่อนและทำลายล้าง เห็นได้ชัดว่าเป็นเอกลักษณ์ของบุคลิกด้านมืด ทำไมลูกพี่ยังอยากปกปิดอีก มันยิ่งทำให้ดูเด่นชัดนะ
ดวงตาทั้งสองข้างของฉีหลงกลับเผยจิตวิญญาณต่อสู้ออกมา เขาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบาว่า “ลูกพี่ จะให้ฉันลงมือไหม?”
ลูกพี่เคยบอกว่าวิกฤติก็เป็นเหมือนกับโอกาส สำหรับพลังที่ไม่สามารถควบคุมได้ การฝืนสะกดเป็นวิธีการที่แย่ที่สุด ทางที่ดีที่สุดคือให้มันระเบิดออกมา มีเพียงตอนที่ระเบิดออกมา อย่างเต็มที่ถึงจะสามารถหาโอกาสรอดสายนั้นได้ ปีนั้น ลูกพี่ก็ใช้วิธีการแบบนี้กับลั่วล่างที่ตกอยู่ในวิกฤติ กระตุ้นให้บุคลิกพวกนั้นระเบิดออกมาแล้วให้ลั่วล่างฉวยโอกาสควบคุม พรสวรรค์มารผกผันไว้
หลิงหลานกลับปฏิเสธฉีหลงอย่างเหนือความคาดหมาย “ไม่จำเป็น”
“หรือว่าลูกพี่ตั้งใจจะลงมือเอง?” ฉีหลงถามด้วยความสงสัยใคร่รู้ เพราะถ้าลูกพี่ลงมือ ก็มีโอกาสสำเร็จมากกว่าเขาจริงๆ
“เขากลัวฉันมาก” หลิงหลานเอ่ยพลางส่ายหน้า “ฉันบีบให้เขาออกมาไม่ได้
คำพูดของหลิงหลานทำให้ฉีหลงมึนงงเล็กน้อย ความหมายของลูกพี่คือ ไม่มีประโยชน์ที่จะให้เขาลงมือ? งั้นทำไมถึงไม่ให้เขาลงมือล่ะ? หรือว่าลูกพี่มีแผนการอื่น ฉีหลงครุ่นคิดอย่างละเอี ยด
หานจี้จวินก็ก้มหน้าขบคิดเช่นเดียวกัน
หลิงหลานไม่ได้พูดต่อ ของบางอย่างจำเป็นต้องอาศัยพวกเขาไปตระหนักรู้ด้วยตัวเอง ถ้าเกิดเธอช่วยพวกเขาจัดการทุกอย่าง พวกเขาก็จะไม่เติบโต
ไม่นาน หานจี้จวินก็ได้สติกลับมา สิ่งที่หลิงหลานมอบให้ไม่ได้มีเยอะมาก เขาตระหนักอะไรบางอะไรได้อย่างคลุมเครือ ทว่าไม่ได้เข้าใจอย่างทั้งหมด อย่างไรก็ตาม หานจี้จวินไม่ได้รีบ บร้อน ในเมื่อตอนนี้ยังไม่เข้าใจ เขาก็แค่วางไว้ด้านข้าง บางทีจู่ๆ อาจจะเกิดแรงบันดาลใจก็ได้
เขานึกถึงอีกเรื่องหนึ่ง ภารกิจลูกพี่มอบหมายลงมาเมื่อเช้าวันนี้
“ลูกพี่ ฉันถามหัวหน้ากลุ่มอู่แล้วนะ ตอนนี้กลุ่มหุ่นรบพวกเรา รวมถึงหน่วยรบของเรามีคนที่กลายเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษทั้งหมดยี่สิบเอ็ดคน” ใบหน้าของหานจี้จวินเผยความภา าคภูมิใจออกมา พวกเขาทุกคนเป็นนักเรียนปีสาม การที่สามารถเลื่อนขั้นเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษได้เร็วขนาดนี้ก็เพียงพอที่จะยืนยันพวกเขามีพรสวรรค์ด้านการควบคุมหุ่นรบในระดับท ท็อป
หลิงหลานได้ยินคำกล่าวก็พยักหน้า “เพียงพอแล้ว”
หานจี้จวินเกิดความคิดแล่นวาบ จากนั้นแววตาของเขาก็เปล่งประกาย “ลูกพี่ นายเตรียมคลื่อนไหวแล้วใช่มั้ย?”
“ฉันเตรียมอะไร?” หลิงหลานเอ่ยพลางเลิกคิ้ว
เวลานี้หานจี้จวินเก็บความกระตือรือร้นของตัวเองไม่อยู่แล้ว ดวงหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นแดงก่ำเพราะความตื่นเต้น เขากวาดตามองรอบๆ พอพบว่าไม่มีใครสนใจพวกเขาก็ค่อยเอ่ยเสียงเบาว่า “รวมกลุ่มอำนาจในโรงเรียนให้เป็นหนึ่งเดียว กลายเป็นราชาที่แท้จริงสมดังชื่อของโรงเรียน?”
คำพูดของหานจี้จวินทำให้แววตาของฉีหลงมีแสงวาวโรจน์ขึ้นมา เขาเองก็นึกถึงคำประกาศที่เด็ดเดี่ยวเต็มไปด้วยอำนาจครอบงำของลูกพี่ตอนที่อยู่ปีหนึ่งเหมือนกัน เขามองหลิงหลานอย่าง เว้าวอน รอคอยคำตอบที่แน่ชัดของลูกพี่
“ต้นไม้หวังหยุดนิ่งแต่สายลมกลับไม่หยุดพัด[1]! ต่อให้พวกเราไม่อยากลงมือ คนอื่นก็ไม่ปล่อยพวกเราไปเหมือนกัน ในเมื่อเป็นแบบนี้ ไม่สู้ลงมือก่อนดีกว่า” หลิงหลานเอ่ยอย่างเย็นชา ทั วทั้งร่างพลันเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก ไอชั่วร้ายไร้รูปสายหนึ่งเล็ดรอดออกมาจางๆ ทำให้หานจี้จวินเกือบจะโดนแช่แข็ง ต่อให้เป็นฉีหลง เวลานี้ก็รู้สึกกดดันอย่างมหาศาล
ยิ่งความสามารถของหลิงหลานสูงขึ้น ก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของลูกพี่ตัวเอง บางทีเมื่อก่อนความสามารถห่างชั้นกันมากเกินไป เลยไม่ค่อยรู้แน่ชัดเกี่ยวกับความสามารถของลู กพี่หลาน ถึงแม้ฉีหลงไม่เคยสอบถามหลิงหลานมาก่อน แต่ในใจเขากลับรู้ดีว่า ลูกพี่ต้องเข้าสู่ระดับเขตแดนแล้วอย่างแน่นอน
ไม่ต้องสงสัยเลยแม้แต่น้อยว่าความจริงเรื่องลูกพี่เลื่อนขั้นเป็นระดับเขตแดนนี้ได้ทำลายสถิติของสหพันธรัฐอีกครั้ง แต่ฉีหลงก็รู้ว่าในเมื่อลูกพี่ไม่พูด เขาย่อมต้องมีเหตุผลของเขา า ด้วยเหตุนี้เขาเลยเก็บความลับข้อนี้ไว้ในใจลึกๆ ไม่ได้แพร่งพรายให้คนผู้ใด ต่อให้เป็นหานจี้จวินเพื่อนสนิทที่สุดของเขา เขาก็ไม่บอกเหมือนกัน
ศูนย์บัญชาการกลุ่มหุ่นรบเหลยถิง หลินจื้อตงนั่งจัดการงานของกลุ่มหุ่นรบเหลยถิงอยู่ในห้องหัวหน้ากลุ่มด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ นับตั้งแต่ที่เฉียวถิงไปกองทัพ ที่สามแล้ว ในที่สุดเขาก็ได้รับตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มตามใจหวัง กลายเป็นโฆษกตัวแทนของเหลยถิง และได้รับประสบการณ์รู้สึกถึงความพึงพอใจที่ได้กุมอำนาจปกครองไว้อย่างแท้จริง
“ติ๊ดๆๆ!” ออปติคัลคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานส่งเสียงเตือนออกมา หลินจื้อตงเอ่ยอย่างมีชีวิตชีวาว่า “มีเรื่องอะไร”
“หัวหน้ากลุ่ม กลุ่มหุ่นรบหลิงเทียนส่งจดหมายท้าประลองมา” คำพูดของผู้ช่วยเขาดังมาจากในออปติคัลคอมพิวเตอร์
“จดหมายท้าประลอง?” หลินจื้อตงตกตะลึงกับข่าวนี้จนเกือบจะนั่งไม่อยู่ เขารีบยันโต๊ะไว้แล้วสูดลมหายใจลึก “เข้ามา” หลิงเทียนทำบ้าอะไรกันเนี่ย พวกเขาไม่ได้ท้าประลองอีกฝ่าย อีกฝ่ายก็เลยมาท้าประลองแทน? นอกจากนี้อีกฝ่ายก็เป็นกลุ่มอำนาจอันดับหนึ่งแล้ว ท้าประลองกลุ่มอำนาจอันดับสองอย่างพวกเขา คิดจะทำอะไรกันแน่?
ผู้ช่วยเดินเข้ามาในห้องหัวหน้ากลุ่ม ก่อนจะมอบการ์ดที่ทำจากกระดาษให้หลินจื้อตง
หลินจื้อตงเปิดอ่านดู ก็เห็นคำพูดประโยคหนึ่งเขียนไว้อย่างงดงามราวกับหงส์ร่อนมังกรรำไว้ด้านใน
จดหมายท้าประลอง:
เป้าหมายที่ท้าประลอง: กลุ่มหุ่นรบเหลยถิง!
ผู้ท้าประลอง: กลุ่มหุ่นรบหลิงเทียน!
ลงนามสุดท้าย: หลิงหลาน เวลา: วันที่ 20 เดือน 5 ปีปฏิทินดารา 4746
“จดหมายท้าประลองจริงๆ…” หลินจื้อตงมองจดหมายท้าประลองในมืออย่างอึ้งๆ ทันใดนั้นเขาก็มีความคิดแล่นวาบขึ้นมา นึกได้ว่าอีกฝ่ายปรารถนาอะไร
หลินจื้อตงบันดาลโทสะในใจ เขาตบโต๊ะฉับพลันก่อนจะกัดฟันกรอดกล่าวว่า “หลิงหลาน ความโลภของนายใหญ่เกินไปแล้วนะ! ถึงกับกล้าอยากได้เหลยถิงของพวกเรา พยายามจะควบรวมพวกเราเข้าด้วย ยกัน”
ที่แท้ในโรงเรียนทหารชายที่หนึ่ง มีกฎข้อบังคับเกี่ยวกับการยื่นจดหมายท้าประลอง ถ้ากลุ่มอำนาจที่อยู่อันดับต่ำท้าประลองกลุ่มอำนาจที่อยู่อันดับสูง หากได้รับชัยชนะก็จะสับเปลี่ยนตำ ำแหน่งกับอีกฝ่าย หากพ่ายแพ้ นอกจากจะต้องจ่ายเงินค้ำประกันสงครามสำหรับการยื่นคำร้องขอท้าประลองแล้ว ก็ไม่มีค่าชดเชยอื่นอีก นี่เป็นจดหมายท้าประลองที่เห็นได้บ่อยที่สุด แปดสิบ เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของการท้าประลองหุ่นรบภายในโรงเรียนล้วนมาจากประเภทนี้
แต่ยังมีอีกประเภทหนึ่งที่ค่อนข้างหายาก นั่นก็คือกลุ่มอำนาจอันดับสูงท้าประลองกลุ่มอำนาจอันดับต่ำ การท้าประลองแบบนี้ก็คือการควบรวม พูดอีกอย่างก็คือ ถ้าเกิดกลุ่มอำนาจอั นดับสูงชนะละก็ กลุ่มอำนาจอันดับต่ำจะต้องรวมเข้าไปอยู่ในกลุ่มอำนาจอันดับสูงอย่างไม่มีเงื่อนไข ถ้าเกิดกลุ่มอำนาจอันดับต่ำเอาชนะได้ ก็จะสับเปลี่ยนตำแหน่งกัน
การท้าประลองเหล่านี้หมายถึงการท้าประลองหุ่นรบ ทุกกลุ่มจำเป็นต้องปฏิบัติตามอย่างไม่มีเงื่อนไข ก็เหมือนที่เฉียวถิงท้าประลองหลิงเทียน กลุ่มอำนาจอันดับสูงท้าประลองกลุ่มอำนาจอ อันดับต่ำ ตั้งใจว่าจะควบรวมหลิงเทียนเข้ามาด้วยกัน เพียงแต่สุดท้ายหลิงเทียนมีแผนการเหนือกว่า เหลยถิงเลยโดนหลิงเทียนคว้าตำแหน่งกลุ่มอำนาจอันดับหนึ่งไปแทน…
แน่นอนว่าในโรงเรียนทหารยังมีการท้าประลองที่ไม่ใช่การประลองหุ่นรบอยู่ด้วย ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่พวกหลิงหลานอยู่ปีหนึ่งเพิ่งจะก่อตั้งกลุ่มนักเรียนใหม่ก็โดนท้าประลองต่อสู้ม มือเปล่า การท้าประลองแบบนี้จะมีการวางเดิมพันกัน ขอเพียงทั้งสองฝ่ายยอมรับก็สามารถจัดได้ แต่ว่าไม่มีการบีบบังคับอะไร
คำพูดของหลินจื้อตงทำให้ผู้ช่วยของเขาตระหนักขึ้นมาได้เช่นกัน เขาทำหน้าตื่นตระหนกมองจดหมายท้าประลองที่ถูกหลินจื้อตงโยนทิ้งลงพื้นเพราะความโกรธเกรี้ยว ‘หลิงเทียนเตรียมควบรว วมเหลยถิงของพวกเขา? ประสาทหลอนหรือเปล่า? กลุ่มหุ่นรบเล็กๆ ที่เพิ่งก่อตั้งได้ไม่นานคิดจะแตะกลุ่มอำนาจอันดับหนึ่งที่ก่อตั้งหลายร้อยปีอย่างพวกเขาเนี่ยนะ?’
ผู้ช่วยลืมไปแล้วว่าบัลลังก์ของกลุ่มอำนาจอันดับหนึ่งโดนหลิงเทียนคว้าไปตั้งแต่หนึ่งปีก่อนแล้ว
เวลานี้เอง กลุ่มหุ่นรบต่างๆ ล้วนได้รับจดหมายท้าประลองจากหลิงเทียนเกือบจะพร้อมๆ กัน นี่ก็หมายความว่า การเตรียมความพร้อมปฏิบัติการรวมโรงเรียนทหารเป็นหนึ่งเดียวของหลิงเทียนไ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ว่าเวลานี้ไม่มีใครมองอนาคตหลิงเทียนในแง่ดีเลย กลุ่มหุ่นรบทั้งหมดล้วนคิดว่าหลิงเทียนคิดเพ้อฝันไปแล้ว…และก็มีกลุ่มหุ่นรบนับไม่ถ้วนเตรียมตัวลากห ลิงเทียนลงจากบัลลังก์ของกลุ่มอำนาจอันดับหนึ่งในคราเดียวด้วย ทำให้เขารู้ว่าการดูถูกกลุ่มหุ่นรบของทั้งโรงเรียนเป็นเรื่องที่โง่เขลาสุดขีด
การกระทำที่ดุเดือดของหลิงหลานทำให้หลิงเทียนกลายเป็นหนามในตาของกลุ่มอำนาจทั้งหมดในโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งทันที จนพวกเขาแทบอยากจะกำจัดทิ้งถึงจะมีความสุข กลุ่มหุ่นรบเล็ก ๆ บางกลุ่มที่เดิมทีมีความรู้สึกดีต่อหลิงเทียน คิดว่าหลิงเทียนพัฒนาขึ้นมาจากกลุ่มหุ่นรบเล็กๆ เหมือนกันน่าจะเข้าใจถึงความยากลำบากของพวกเขา และปกป้องพวกเขา แต่จดหมายท้าประ ะลองฉบับนี้ได้ทำลายความหวังของพวกเขา ท่าทีจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงทันที พวกเขาแทบอยากจะให้หลิงเทียนตกลงจากเมฆสูงกลายเป็นดินเลนเช่นเดียวกัน
ขณะทีทุกคนต่างร้องให้รุมตี หลิงเทียนกำลังเตรียมความพร้อมอย่างจริงจังสำหรับศึกแรก เป้าหมายแรกที่หลิงเทียนลงมือไม่ใช่กลุ่มเล็กๆ ที่อ่อนแอเหล่านั้น หากแต่เป็นกลุ่มหุ่นรบ บเหลยถิง กลุ่มอำนาจใหญ่ที่สุดของโรงเรียน
หลิงหลานจัดการแบบนี้ก็เพราะหวังว่าจะทำการโจมตีพวกเขาจนรับมือไม่ทันและเอาชนะพวกเขาในทันที ก่อนที่กลุ่มหุ่นรบแข็งแกร่งเหล่านี้จะเตรียมความพร้อมให้ดี เมื่อพวกเขาเอาชนะกลุ่ม อำนาจที่แข็งแกร่งเก่าแก่เหล่านี้ลงได้ก็เพียงพอที่จะข่มขู่กลุ่มหุ่นรบขนาดกลางและขนาดเล็กอื่นๆ มีผลเหมือนกับการเอาชนะได้โดยไม่ต้องรบ หลิงหลานไม่อยากให้หลิงเทียนต่อสู้อย ย่างหนักไปทีละรอบ พวกเขาไม่มีรากฐานที่แข็งแกร่งอย่างกลุ่มอำนาจเก่าแก่ที่มีผู้ควบคุมหุ่นรบที่เก่งกาจและเยอะมากพอที่จะทำการสับเปลี่ยนแทนที่กัน
“ออกมาแล้ว โหมดการประลองออกมาแล้ว” วันที่สอง ยังไม่ทันให้เหลยถิงได้หายใจ ออปติคัลคอมพิวเตอร์หลักก็ส่งโหมดการประลองมาให้หลินจื้อตงหัวหน้ากลุ่มเหลยถิง
“โหมดหน่วยรบชั้นยอดสิบสองคน!” หลินจื้อตงเห็นข่าวนี้ หัวใจก็สะดุดกึก จำนวนคนเท่านี้ไม่สามารถแสดงข้อได้เปรียบของเหลยถิงพวกเขาออกมาได้เลย ตอนนี้เหลยถิงขาดผู้ควบคุมหุ่นรบท ที่แข็งแกร่งอย่างเฉียวถิงที่สามารถใช้ทักษะของตัวเองปราบปรามฝูงชนที่มีความสามารถเก่งกาจล้ำเลิศได้ โหมดหน่วยรบชั้นยอดไม่เอื้ออำนวยต่อพวกเขามากๆ
เหลยถิงเรียกประชุมระดับหัวหน้าทีมขึ้นไปทันที ในการประชุม หลินจื้อตงเอ่ยถามว่า “พวกเราต้องส่งผู้ควบคุมหุ่นรบสิบสองคนที่แข็งแกร่งที่สุดไป แต่สิ่งสำคัญคือใครมีความมั่นใจว่าจะ ะเอาชนะหลิงหลานได้บ้าง”
ห้องประชุมเงียบกริบ ศึกประลองหุ่นรบเมื่อปีก่อน การควบคุมระยะไกลที่น่าทึ่งของหลิงหลาน รวมถึงทักษะตั้งชื่อคนซึ่งถูกยืนยันหลังจากจบงานนั้นล้วนทำให้พวกเขาไม่มีความมั่นใจเลย
“พอขาดหัวหน้ากลุ่มเฉียวถิงแล้ว พวกเราจะรับมือหลิงหลานไม่ได้เลยหรือไง?” หลินจื้อตงเอ่ยอย่างฉุนเฉียว
“ต่อให้เป็นหัวหน้ากลุ่มเฉียวถิง ก็ยังแพ้หลิงเทียนเลยไม่ใช่เหรอ?” มีคนเอ่ยประท้วงเสียงเบา
“นั่นเป็นเพราะพี่ชายฉันหลงกลแผนการพวกเขา ไม่งั้นพี่ฉันจะแพ้ไอ้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมหลิงหลานนั่นได้ยังไง? หัวหน้ากลุ่มหลิน นายวางใจ ปล่อยให้ฉันจัดการไอ้เด็กนั่นเอง” ชาน หนุ่มที่หัวแข็งดื้อรั้นคนหนึ่งลุกขึ้นมาตะโกนด้วยใบหน้าโกรธเกรี้ยว
หลินจื้อตงเห็นแบบนั้น หน้าผากก็ผุดขีดดำหลายเส้นทันที เฉียวหลินเป็นน้องชายของเฉียวถิง แต่พอเทียบกับพี่ชายที่เก่งกาจมีพรสวรรค์น่าทึ่งแล้ว เฉียวหลินคนนี้ทำให้ร่างกาย สายเ เลือดและพรสวรรค์ดีๆ ของเขาเสียเปล่า เขาอยู่ปีสามแล้ว แต่เพิ่งจะเข้าสู่ระดับผู้ควบคุมหุ่นรบระดับสูง ตอนเฉียวถิงอายุเท่านี้ก็เป็นผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษที่ไร้พ่ายแล้ว ถ้า าเกิดไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าของเฉียวถิง เขาไม่มีทางให้ไอ้สวะนี่ครองตำแหน่งหัวหน้าทีมแน่นอน
——————
[1] หมายถึงสภาพการณ์ที่ไม่เป็นไปดั่งใจหวัง