ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 364-2 บันดำลโทสะเพียงเพรำะหญิงงำมนำง หนึ่ง
ขอเพียงเป็นคนที่เคยได้ลิ้มลองแม้เพียงเล็กน้อยก็
น่าจะรู้ว่า สงครามระหว่างแว่นแคว้นไม่ใช่การที่ผู้น าทัพ
ตายไปคนสองคนก็สามารถจัดการได้ ยิ่งไปกว่านั้นคิด
อยากจะลอบสังหารจอมทัพของกองทัพหนึ่งนั้นยากเย็น
เพียงใด ถึงแม้ว่าม่อซิวเหยาจะฆ่าเยียหลี่ว์เหยี่ยได้แล้วจะ
กล้ารับประกันได้อย่างไรว่าตนเองจะสามารถมีชีวิตรอด
ออกไปได้?
ม่อซิวเหยาที่เข่นฆ่าผู้คนไปทั่วมองเห็นคณะของ
เยียหลี่ว์เหยี่ยทั้งสามคนแล้วเช่นกัน จึงยิ้มเย็นเยียบ กวัด
แกว่งกระบี่เล่มยาวพุ่งมาทางเยียหลี่ว์เหยี่ย
เมื่อได้เห็นกระบี่ทอแสงสีเขียวที่อาบโลหิตแล้ว
เยียหลี่ว์เหยี่ยก็สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย “กระบี่เพลิง
อัคคี?!”书呆子
เฮ่อเหลียนเจินที่อยู่ด้านข้างมีสีหน้าด าทะมึนนาน
แล้ว เมื่อถูกม่อซิวเหยาบุกเข้ามาไล่ฆ่าในกองทัพแคว้น
เป่ยหรง ถ้าหากให้เขาหนีออกไปได้ คงได้อับอายขาย
ขี้หน้าไปทั่วแคว้นเป่ยหรงแล้ว เฮ่อเหลียนเจินแค่นเสียง
เย็น กวัดแกว่งกระบี่ตอบโต้ม่อซิวเหยากลับไป ความคิด
ของเยียหลี่ว์เหยี่ยนั้นเหมือนกับเฮ่อเหลียนเจิน เมื่อเห็น
เฮ่อเหลียนเจินลงมือ ก็ไม่ลังเลที่จะชักดาบออกมาแล้ว
โถมตัวเข้าไป ในเมื่อม่อซิวเหยาวิ่งแจ้นมาหาตนเอง ถ้า
หากว่าสามารถจับเขาเอาไว้ได้ เช่นนั้นก็จะเป็นประโยชน์
ยิ่งใหญ่ต่อแคว้นเป่ยหรง ที่ส าคัญกว่านั้นก็คือ หากว่า
สามารถฆ่าม่อซิวเหยาได้…ต าแหน่งของตนเองในราช
ส านักก็สามารถกล่าวได้ว่าแข็งแกร่งจนมิอาจโค่นล้มได้
แล้ว
“ม่อซิวเหยา เจ้าบังอาจมาก ไม่เห็นใครอยู่ใน
สายตาจริงๆ!” เยียหลี่ว์เหยี่ยเอ่ยเสียงเย็น เมื่อเห็นทั้ง书呆子
สองคนบุกเข้ามาโจมตี ม่อซิวเหยาไม่ตอบค าถาม เพียง
แค่ยิ้มเย็นอย่างไม่ใส่ใจ กระบี่เล่มยาวในมือวาดลงกลาง
อากาศ ปลดปล่อยปราณกระบี่อันเย็นยะเยือกออกมา
เดิมเฮ่อเหลียนเผิงก็ได้รับบาดเจ็บอยู่แล้ว ครานี้จึง
เพียงยืนมองอยู่อีกด้านหนึ่ง เมื่อเห็นเฮ่อเหลียนเจินและ
เยียหลี่ว์เหยี่ยประมือกับม่อซิวเหยาแล้วก็รู้ว่าทั้งสองคน
ไร้ซึ่งหนทางที่จะมีชัย ก าลังภายในของม่อซิวเหยากับ
สองคนนี้ห่างชั้นกันมากเกินไป ไม่ต้องพูดถึงการ
เปรียบเทียบสูงต่ า กระทั่งคุณสมบัติที่จะน ามา
เปรียบเทียบกันก็ไม่มี เขาก้มหน้ามองดูแผลบนแขนที่พัน
เอาไว้ ก็นึกถึงใบหน้าผุดผ่องงดงามดุจดั่งธิดาเทพแห่ง
ภูเขาหิมะ นัยน์ตาเฮ่อเหลียนเผิงมีประกายเยียบเย็นพาด
ผ่าน ยกมือขึ้นเรียกทหารที่อารักขาอยู่ข้างกายมากระซิบ
ออกค าสั่งสองสามประโยค ทหารอารักขาผงกศีรษะและ
หมุนกายจากไป书呆子
ม่อซิวเหยาเห็นเฮ่อเหลียนเจินและเยียหลี่ว์เหยี่ย
ต้านรับกระบี่ของตนเองด้วยความยากล าบาก ก็เผย
รอยยิ้มเย้ยหยันออกมาเล็กน้อย เบนสายตาไปยังเฮ่อเห
ลียนเจินพร้อมกวัดแกว่งกระบี่ลงไปครั้งหนึ่งโดยไม่ลังเล
กระบี่นี้ไร้ซึ่งความปราณีโดยสิ้นเชิง เฮ่อเหลียนเจินพอ
เห็นพละก าลังมหาศาลวาดลงมา ก็รู้ว่าไม่ใช่สิ่งที่ตนเอง
จะสามารถต้านทานได้ แต่ม่อซิวเหยาปล่อยเยียหลี่ว์เห
ยี่ยเอาไว้แล้วพุ่งเป้ามาทางเขาคนเดียว เขาไม่มีหนทางให้
หลบหลีกอีกแล้ว จึงท าได้เพียงพยายามกวัดแกว่งดาบ
ยาวขึ้นไปรับกระบี่นี้ของม่อซิวเหยาอย่างสุด
ความสามารถ
เสียงเคร้งดังขึ้นจากการแตกหักของดาบยาวที่ตีขึ้น
จากเหล็กชั้นดีที่มีน้ าหนักนับร้อยชั่ง แต่กระบี่เพิลงอัคคีที่
อยู่ในมือของม่อซิวเหยานั้นกลับวาดลงไปบนศีรษะเฮ่อ
เหลียนเจินโดยแทบจะไม่หยุดชะงักเลยแม้แต่น้อย ในไม่书呆子
ช้าเฮ่อเหลียนเจิน แม่ทัพที่มีชื่อเสียงแห่งแคว้นเป่ยหรงใน
ยุคหนึ่ง ผู้ที่พ่ายแพ้ในเงื้อมมือม่อซิวเหยาเมื่อสิบแปดปี
ก่อน และไม่ง่ายเลยที่จะรวบรวมขุมก าลังขึ้นมาใหม่ใน
สิบแปดปีหลังจากนั้น กลับจะต้องกลายเป็นวิญญาณที่
สิ้นชีพใต้คมกระบี่ทั้งที่ยังไม่ทันได้สร้างผลงานใดๆ เมื่อ
เห็นเฮ่อเหลียนเจินตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวกับ
การโจมตีที่มาอย่างไม่คาดฝันแล้ว นัยน์ตาม่อซิวเหยาก็มี
รอยยิ้มทอประกายโหดเหี้ยมกระหายเลือดพาดผ่าน
“ไปตายเสีย!”
“เคร้ง…”
มองดูแล้วคล้ายกับว่าเชื่องช้า แต่เอาเข้าจริงกลับ
เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาเท่านั้น ดาบยาวอีกเล่มขวางกระบี่
ที่มีอานุภาพของม่อซิวเหยาเอาไว้ พร้อมกับเฮ่อเหลียน
เจินถูกเยียหลี่ว์เหยี่ยที่อยู่ข้างๆ อาศัยจังหวะนั้นดึง
ออกมาอีกด้านหนึ่ง แม้ว่าจะหลบเลี่ยงความตายไปได้书呆子
แต่ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ล้วนหวาดกลัวจนขวัญหนีดี
ฝ่อ
เห็นเพียงแค่เฮ่อเหลียนเผิงจับดาบใหญ่สีทองอ่อน
เอาไว้ในมือเล่มหนึ่ง เพียงแต่ตอนนี้ดาบเล่มนั้นได้หักเป็น
สองท่อนเสียแล้ว มือที่จับดาบของเฮ่อเหลียนเผิงสั่น
ระริกไม่หยุด กระทั่งบาดแผลที่พันไว้เรียบร้อยบนแขน
อีกข้างหนึ่งก็ปริออกอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าเมื่อครู่เขาทุ่มเท
แรงกายแรงใจขวางเอาไว้เพื่อช่วยชีวิตเฮ่อเหลียนเจิน
ก าลังภายในที่วิ่งพล่านไปทั่วทั้งร่างจึงท าให้ปากแผลปริ
ออก
ม่อซิวเหยาหลุบตาลง มองกระบี่เพลิงอัคคีในมือ
ตนเองด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ ผ่านไปครู่หนึ่งถึงได้เงยศีรษะ
ขึ้นมามองเฮ่อเหลียนเผิง พลางเอ่ยว่า “ฝีมือดี ศิษย์
ของมู่หรงสยงหรือ” ถ้าหากว่าเฮ่อเหลียนเผิงไม่พูด เยี่ย
หลีก็มองไม่ออกถึงความเป็นมาของเฮ่อเหลียนเผิง แต่ม่อ书呆子
ซิวเหยาเพียงแค่ประมือกับเฮ่อเหลียนเผิงก็สามารถมอง
กระบวนท่าวรยุทธ์ของเขาออกได้อย่างชัดเจน จึงเอ่ย
เสียงเย็นว่า “ดูเหมือนว่าการฆ่ามู่หรงสยงในครานั้น ก็ไม่
นับว่าเป็นการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อเขา”
เห็นได้ชัดว่าเฮ่อเหลียนเผิงไม่ค่อยให้ความสนใจ
สถานะคู่แค้นที่ปลิดชีพอาจารย์ตนเองของม่อซิวเหยา
เท่าใดนัก เขากระชับมีดสั้นในมือ พลางเอ่ยเสียงเข้มว่า
“ไม่ต้องรีบร้อนติ้งอ๋อง ไม่ทราบว่าการมาเยือนในวันนี้
ของติ้งอ๋องหมายความว่าอย่างไร?”
“หมายความว่าอย่างไร?” ม่อซิวเหยาย้อนถาม
มองเขาด้วยรอยยิ้มที่แปลกประหลาดอยู่บ้าง “ข้า
หมายความว่าเช่นไร พวกเจ้าไม่รู้หรือ”
เยียหลี่ว์เหยี่ยปล่อยมือที่ประคองเฮ่อเหลียนเจินไว้
และยืนเอ่ยเสียงขรึมอยู่ข้างกายเฮ่อเหลียนเผิง “ม่อซิว
เหยา อย่านึกว่าวรยุทธ์ของเจ้าแข็งแกร่งแล้วข้าจะกลัว书呆子
เจ้า ข้าไม่เชื่อหรอกว่า อาศัยแค่เจ้าเพียงคนเดียวจะ
สามารถรับมือกับทหารนับหมื่นของข้าได้?!”
ม่อซิวเหยาหัวเราะเสียงเย็น พลางเอ่ยว่า “หากไม่
รู้ ข้าก็จะบอกพวกเจ้าให้ ใครที่กล้ามีเจตนาท าร้ายอาหลี
พวกเจ้าล้วนต้องตายทุกคน!” กระบี่เพลิงอัคคีเปล่ง
ประกายแสงอันตรายออกมา ม่อซิวเหยากวัดแกว่งกระบี่
ตามใจครั้งหนึ่ง ธงที่ปักอยู่ในค่ายทหารที่อยู่ไม่ไกลนักก็
ล้มลงเสียงดังก้อง
หางตาเฮ่อเหลียนเผิงกระตุก และปาดคราบเลือดที่
รินไหลออกมาจากริมฝีปากทิ้งไป เอ่ยเสียงเย็นว่า
“ข้าน้อยอยากจะเปิดหูเปิดตาสักครั้งว่าติ้งอ๋องเก่งกาจ
มากเพียงใด!” เมื่อโบกมือ ชายชุดด าจ านวนนับไม่ถ้วนก็
ปรากฏกายขึ้นจากทั่วทุกมุมค่ายทหารและพุ่งตัวไป
ทางม่อซิวเหยา คนเหล่านี้ล้วนเป็นคนที่เฮ่อเหลียนเผิง
ฝึกฝนด้วยตนเอง เทียบกันแล้วฝีมือห่างชั้นจากหน่วย书呆子
กิเลนไม่มากนัก ชาวเป่ยหรงมีนิสัยชื่นชอบการฆ่าฟันติด
ตัวมาแต่ก าเนิด ยามนี้ทั่วทั้งค่ายทหารถูกม่อซิวเหยาฆ่า
จนโลหิตรินไหลเป็นสายธาร จึงยิ่งเป็นการกระตุ้นความ
ต้องการที่จะเข่นฆ่าอย่างโหดเหี้ยมในจิตใจของพวกเขา
แต่ละคนจึงพุ่งเข้าไปหาม่อซิวเหยาโดยไร้ซึ่งความลังเล
อย่างกล้าหาญ
แต่กลับเห็นม่อซิวเหยาผิวปากครั้งหนึ่ง เงาร่างใน
ชุดขาวก็กลายเป็นล าแสงสีขาวที่พุ่งไปทางกลุ่มคนเหล่านี้
ทุกที่ที่ไปเยือนล้วนมีประกายโลหิตสาดกระจายไปทั่ว
แขนขาขาดพิการจนนับไม่ถ้วน
แม้ว่าหยาจื้อจะกักขังม่อซิวเหยาเอาไว้ได้ชั่วคราว
แต่เยียหลี่ว์เหยี่ย เฮ่อเหลียนเจิน และคนอื่นๆ ที่ยืนดูการ
ต่อสู้อยู่อีกด้านล้วนมีสีหน้าย่ าแย่มากกว่าเดิม เฮ่อเหลียน
เจินเดิมก็สูญเสียเลือดเยอะเกินไป ไหนจะถูกม่อซิวเหยา书呆子
โจมตีจนได้รับบาดเจ็บภายใน จึงมีสีหน้าซีดเผือดมาก
กว่าเดิม แววตาก็เต็มไปด้วยเมฆหมอกแห่งความทุกข์
แม้จะบอกว่าเฮ่อเหลียนเผิงไม่เห็นคุณค่าของ
ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ได้รับการฝึกฝนพิเศษมาเหมือนกับเยี่ย
หลี แต่สุดท้ายแล้วทหารเหล่านี้ก็ไม่เหมือนกับทหาร
ทั่วไป กระทั่งในมือของเฮ่อเหลียนเผิงก็มีไม่ถึงพันกว่าคน
ก่อนหน้านี้สูญเสียไปร้อยกว่าคนเพราะเยี่ยหลี ทว่าดีร้าย
อย่างไรก็หยั่งเชิงเบื้องลึกของเยี่ยหลีมาได้บ้าง แต่ครานี้
เพียงแค่ชั่วเวลาพริบตาเดียว ก็สูญเสียผู้ใต้บังคับบัญชา
ไปเกือบร้อยคนในเงื้อมมือของม่อซิวเหยา จะไม่ให้สีหน้า
ของเฮ่อเหลียนเผิงย่ าแย่ได้อย่างไร
เฮ่อเหลียนเจินเอ่ยด้วยสีหน้าเย็นชา “ไม่ว่าจะเป็น
เช่นไร วันนี้ก็ไม่สามารถปล่อยให้ม่อซิวเหยารอดไปจาก
ที่นี่ได้!”书呆子
แรงคุกคามที่ม่อซิวเหยามีให้กับเขานั้นหนักหน่วง
มากจริงๆ ถ้าหากเป็นเมื่อสิบแปดปีก่อนที่ม่อซิวเหยายัง
เป็นเพียงเด็กหนุ่ม สิ่งที่ท าให้เขารู้สึกพ่ายแพ้ก็เป็นเพราะ
ตนประมาทเลินเล่อเกินไป จึงท าให้จิตใจรู้สึกไม่ยอมรับ
ล่ะก็ การได้พบหน้ากันในวันนี้กลับลบล้างความคิดที่มีมา
ตลอดของเฮ่อเหลียนเจินไปจนหมดสิ้น ม่อซิวเหยาใน
ยามนี้ไม่ใช่บุคคลที่เขาสามารถต่อกรด้วยได้อย่างแน่นอน
เมื่อสักครู่ เป็นความรู้สึกที่คาบเกี่ยวอยู่ระหว่างเส้นแห่ง
ความเป็นและความตาย ถึงแม้จะเป็นเมื่อสิบแปดปีก่อน
เขาก็ไม่เคยรู้สึกถึงมันเช่นเมื่อครู่นี้ ในเมื่อไม่สามารถ
เอาชนะม่อซิวเหยาได้ เช่นนั้นก็ต้องท าทุกวิถีทาง
เพื่อที่จะฆ่าเขาให้ได้!
ทหารเป่ยหรงที่มุงดูอยู่อีกด้านก็ถูกภาพเหตุการณ์
โลหิตไหลนองนี้ท าให้ตื่นตระหนกไม่น้อย ความจริงแล้ว
สถานการณ์ในตอนนี้ส่งผลกระทบมากกว่าขณะอยู่บน书呆子
สนามรบจริงๆ เสียอีก ในสนามรบทหารทุกคนล้วนก้ม
หน้าก้มตาต่อสู้สุดชีวิต แม้ว่าสถานการณ์รอบด้านจะ
ดุเดือดรุนแรงเพียงใดก็ไม่มีใครมีเวลาไปสนใจ ทว่ายามนี้
พวกเขากลับมองดูเหตุการณ์เบื้องหน้าที่สามารถเรียกได้
ว่าเป็นการสังหารหมู่อยู่ฝ่ายเดียว ชายชุดด าที่ดูเหมือนว่า
จะเก่งกาจมากในสายตาของทหารธรรมดาทั่วไปเหล่านั้น
เมื่ออยู่ข้างกายชายชุดขาวผมสีขาวแล้วก็ดูคล้ายจะ
เปราะบางทนรับแรงโจมตีไม่ได้อย่างไรอย่างนั้น เกล็ด
หิมะและสายฝนทั่วผืนฟ้าร่วงหล่นลงบนอาภรณ์สีขาว
ราวหิมะของม่อซิวเหยา เพิ่มกลิ่นอายฆ่าฟันบนใบหน้า
หล่อเหลาที่โหดเหี้ยมและกระหายเลือดให้มากขึ้นหลาย
ส่วน ราวกับอสุรกายกระหายเลือดที่ขึ้นมาจากนรกโล
กันต์