ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 364-3 บันดำลโทสะเพียงเพรำะหญิงงำมนำง หนึ่ง
“อ๊าก…ฆ่ามารร้ายผู้นี้เสีย!” ในที่สุดก็มีคนทนไม่
ไหวสติแตก ชูอาวุธขึ้นแล้วพุ่งไปทางเงาร่างคนในอาภรณ์
สีขาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดโลหิตโดยไม่สนใจสิ่งใด
อีก ทว่าน่าเสียดายต้องถูกปราณกระบี่ผ่าครึ่งร่างเป็นสอง
ส่วนทั้งที่ยังไม่ทันได้แตะถูกปลายเสื้อของฝ่ายตรงข้าม
เลยแม้แต่ปลายเล็บ
“พลธนู ยิง!” เยียหลี่ว์เหยี่ยออกค าสั่งเสียงขรึม
บางทีคนชุดด าของหยาจื้อเหล่านี้อาจจะกักตัวม่อซิว
เหยาเอาไว้ได้ จนถึงขั้นสามารถท าให้ม่อซิวเหยาใช้ก าลัง
ภายในจนหมดสิ้นและฆ่าเขาได้ในตอนท้ายที่สุด แต่นั่น
เป็นค าสันนิษฐานภายใต้ความคิดที่ว่าตัวม่อซิวเหยาไม่
คิดจะหนีไป แต่ที่ส าคัญยิ่งกว่าก็คือ แม้ว่าม่อซิวเหยาจะ
ไม่หลบหนีไป แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าสุดท้ายแล้วต้องสูญเสีย书呆子
ชีวิตหยาจื้อทั้งหมดเท่าไรจึงจะสามารถท าให้ก าลังภายใน
ในร่างม่อซิวเหยาหมดลงได้ อาจจะต้องใช้สองสามพัน
คน? พวกเขาไม่ได้มีคนมากมายขนาดนั้น เกรงว่าหากคน
ชุดด าคนสุดท้ายสิ้นชีพไปแล้ว คนที่จะได้ลิ้มลองคมกระบี่
เพลิงอัคคีคนถัดไปก็คงเป็นตาพวกเขาแล้ว
เพียงชั่วครู่ ลูกธนูก็ถูกยิงออกไปราวกับห่าฝน แม้
จะยิงตรงไปทางม่อซิวเหยา แต่ก็มีคนชุดด าจ านวนไม่
น้อยที่อยู่ใกล้ม่อซิวเหยามากเกินไป อีกทั้งเงาร่างของม่อ
ซิวเหยาก็ไม่อยู่กับที่ ความจริงแล้วนี่เป็นการยิงธนูฆ่าคน
แบบไม่เลือกหน้า ม่อซิวเหยายิ้มเยาะ คว้าคนชุดด าขึ้น
มาแล้วโยนออกไป ชั่วพริบตาคนชุดด าผู้นั้นก็ถูกยิงจน
กลายเป็นเม่น พอม่อซิวเหยาหันกลับมาก็กวัดแกว่ง
ปราณจากกระบี่เล่มยาวออกมา ลูกธนูที่ถูกยิงมาจากที่
ห่างไกลถูกยิงวกกลับไปยังคนที่ยิงพวกมันออกมาราวกับ
ถูกสิ่งใดขวางเอาไว้书呆子
“เยียหลี่ว์เหยี่ย เจ้ารนหาที่ตาย!” ม่อซิวเหยาเอ่ย
เสียงเข้ม
“ปกป้ององค์ชายเจ็ด!” ฝูงชนพากันตื่นตระหนก
ทหารสิบคนพุ่งไปขวางหน้าเยียหลี่ว์เหยี่ยเพื่อกันปราณ
กระบี่ที่เจือไปด้วยโทสะของม่อซิวเหยา ทหารสิบกว่าคน
ที่เข้ามาต้านรับกระบี่เมื่อครู่นั้น เหลือเพียงสามสี่คนที่ยัง
อารักขาข้างกายเยียหลี่ว์เหยี่ย เคราะห์ดีที่ม่อซิวเหยาถูก
ลูกธนูที่ลอบโจมตีทางด้านหลังดึงความสนใจกลับไป มิ
เช่นนั้นชีวิตของเยียหลี่ว์เหยี่ยคงน่าเป็นกังวลแล้วจริงๆ
แม้ว่าจะเก็บชีวิตกลับมาได้ แต่เยียหลี่ว์เหยี่ยกลับมีสีหน้า
ขาวซีด มองไปทางเฮ่อเหลียนเจินที่หนีรอดจากหายนะ
เมื่อครู่นี้มาเหมือนตนเองแล้ว ก็เผยรอยยิ้มหดหู่ออกมา
อย่างอดมิได้ และไม่กล้าออกค าสั่งสุ่มสี่สุ่มห้าอีก书呆子
“สรุปว่าวรยุทธ์ของม่อซิวเหยานั้น…สูงส่งขนาด
ไหนกันแน่?” เยียหลี่ว์เหยี่ยมองชายในอาภรณ์สีขาวผมสี
ขาวโพลนแล้วอดที่จะพึมพ าขึ้นมาไม่ได้
เฮ่อเหลียนเผิงที่กุมบาดแผลอยู่ก็พิงร่างเข้ากับ
ประตูกระโจม โลหิตที่รินไหลจากปากแผลไม่เพียงแต่ท า
ให้เขามีสีหน้าขาวซีด แต่ยังท าให้เวียนหัวเล็กน้อยอีกด้วย
“ม่อซิวเหยาในตอนนี้ เกรงว่าคงเรียกได้ว่าเป็นอันดับ
หนึ่งในใต้หล้าแล้ว สองปีกว่าก่อนหน้านี้ เขาฆ่าอาจารย์
ของกระหม่อมและยังต้องประมือกับเหลยเจิ้นถิงและห
ลิงเถี่ยหานที่ร่วมมือกัน ถ้าหากว่าเป็นตอนนี้…เกรงว่า
แม้ว่าจะเป็นช่วงยุคทองของอาจารย์กระหม่อมก็ไม่แน่ว่า
จะเป็นคู่ต่อสู้ของเขา” มีคนประเภทหนึ่งที่ถูกเรียกว่า
อัจฉริยะ กระทั่งสวรรค์ก็ยังอดอิจฉาไม่ได้ และก็เห็นได้
อย่างชัดเจนว่าม่อซิวเหยาเป็นคนประเภทนั้น书呆子
ขณะที่ทั้งค่ายทหารแคว้นเป่ยหรงถูกม่อซิวเหยาไล่
ฆ่าจนอกสั่นขวัญแขวน นอกประตูค่ายก็มีเสียงอึกทึก
ครึกโครมดังลอยมา
เห็นเพียงเงาร่างหนึ่งแดงหนึ่งขาวสองคนลอยเข้า
มาจากด้านนอก ดูเหมือนว่าทั้งสองเงาร่างที่ยิ่งใหญ่ก าลัง
พุ่งทะยานไปยังทิศทางของม่อซิวเหยา
“ม่อซิวเหยา!” เสียงของเฟิ่งจือเหยานั้นฟังดูลน
ลาน และโชคดีที่เขาเอ่ยขึ้นก่อน มิเช่นนั้นเกรงว่าคง
ถูกม่อซิวเหยาเหยียบย่ าอย่างน่าเวทนาเหมือนคนชุดช า
ชาวเป่ยหรงพวกนั้นที่ถูกม่อซิวเหยาแกว่งไกงกระบี่เข้าใส่
ไปแล้ว
ม่อซิวเหยาเก็บกระบี่ กวาดตามองเฟิ่งจือเหยาและ
หานหมิงเย่ว์ที่ร่อนตัวลงใกล้ๆ ตนอย่างไม่สบอารมณ์
พลางเอ่ยว่า “ใครใช้ให้พวกเจ้าเข้ามาวุ่นวายด้วยกัน?”
หานหมิงเย่ว์ยิ้มจางโดยไม่เอ่ยวาจาใด เขาเพียงแค่ตาม书呆子
เฟิ่งจือเหยามาช่วยเท่านั้นเอง และก็รู้ว่าม่อซิวเหยาคงจะ
ไม่รับน้ าใจจากตนเอง จึงเลือกที่จะไม่เอ่ยอันใด
เฟิ่งจือเหยาโมโหจนเส้นผมเกือบจะตั้งชัน คว้า
ตัวม่อซิวเหยาเอาไว้และเอ่ยว่า “ยังไม่ไปอีก อยากตาย
อยู่ที่นี่หรือ!” หากในสถานการณ์ปกติ เฟิ่งจือเหยาคงจะ
จับม่อซิวเหยาเอาไว้ไม่อยู่ เพียงแต่ว่าตอนนี้ หลังจาก
ที่ม่อซิวเหยาอาละวาดเข่นฆ่าผู้คนไปรอบหนึ่งแล้ว โทสะ
และความโหดเหี้ยมก็จางหายไปไม่น้อย รวมถึงมี
ความรู้สึกเหนื่อยล้าหลายส่วนรางๆ แม้ว่าม่อซิวเหยาจะ
เป็นยอดฝีมือที่มีวรยุทธ์เป็นอันดับหนึ่งในใต้หล้า แต่วันนี้
ก็มียอดฝีมือของแคว้นเป่ยหรงที่ตายภายในเงื้อมมือเขา
ไม่น้อยกว่าร้อยคน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่อิดโรย เขา
เพียงตั้งใจจะระบายโทสะในใจลงบนร่างชาวเป่ยหรง
และถือโอกาสเตือนพวกเขา แต่ไม่ได้วางแผนจะรวมชีวิต书呆子
ของตนเองเข้าไปด้วย แม้ว่าเฟิ่งจือเหยากับหานหมิงเย่ว์
จะไม่มา ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง เขาก็จะจากไปเอง
ครานี้เมื่อถูกเฟิ่งจือเหยาจับเอาไว้ เขาจึงไม่อยู่ที่นี่
ต่ออีก กวาดตามองเยียหลี่ว์เหยี่ยด้วยสายตาดูหมิ่นแวบ
หนึ่ง พลางเอ่ยว่า “ไปกันเถิด”
และส าแดงวิชาตัวเบาลอยออกไปนอกประตูค่าย
ก่อนเป็นคนแรกอ
“ม่อซิวเหยา!” เยียหลี่ว์เหยี่ยที่ถูกสายตาดูหมิ่น
เช่นนั้นจึงโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที ตวาดเสียงดังว่า “ฆ่า!”
หานหมิงเย่ว์ที่ถูกทิ้งอยู่ข้างหลังสุดถอนหายใจ
อย่างจนปัญญา แกว่งไกวกระบี่รับลูกธนูที่ยิ่งมา พลาง
ทะยานร่างเหินไปทางด้านนอก
เฟิ่งจือเหยากล้าบุกเข้ามาในค่ายทหารแคว้นเป่ย
หรงกับหานหมิงเย่ว์ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เตรียมการอันใด书呆子
มาเลย ทั้งสามคนออกมาจากค่ายทหารแล้วก็ยังคงถูก
ทหารเป่ยหรงตามติดอยู่ด้านหลังไม่ปล่อย เพียงแต่ตาม
ออกมาได้ไม่ถึงสองสามลี้ก็เห็นทหารตระกูลม่ออยู่บน
หลังม้าจัดขบวนทัพรอต้อนรับอยู่ฝั่งตรงข้ามแล้ว พวกม่อ
ซิวเหยาสามคนทิ้งตัวลงท่ามกลางทหารตระกูลม่อ และ
หันกลับมามองกองทัพใหญ่แคว้นเป่ยหรงที่ขับเคี่ยว
ตามมา ซึ่งขณะนี้ทั้งสองกองทัพก าลังคุมเชิงกันอยู่
“ม่อซิวเหยา จะต้องมีสักวันที่ข้าจะให้เจ้าสิ้นชีพ
อย่างน่าเวทนา!” เยียหลี่ว์เหยี่ยตวาดเสียงลั่นเมื่อเห็นม่อ
ซิวเหยาที่สวมอาภรณ์สีขาวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบ
เลือดนั่งอยู่บนหลังม้า ม่อซิวเหยาแค่นเสียงเบา ชี้กระบี่
เล่มยาวไปทางเยียหลี่ว์เหยี่ย เอ่ยเยาะเย้ยว่า “นี่คือสิ่งที่
ข้าอยากจะพูดกับเจ้า วันนี้ข้ามอบบทเรียนให้เจ้าครั้ง
หนึ่ง หากว่ามีครั้งหน้าอีก ข้าจะเอาชีวิตอันไร้ค่าของเจ้า
ไปด้วย! กลับค่าย!”书呆子
เมื่อเห็นม่อซิวเหยาจากไปพร้อมกับกองทัพตระกูล
ม่อที่ล้อมรอบกาย เยียหลี่ว์เหยี่ยก็มีสีหน้าเขียวคล้ า
“กลับ!”
ขบวนของเยียหลี่ว์เหยี่ยกลับมาในกระโจม วันนี้ม่อ
ซิวเหยาก่อเรื่องในค่ายทหารแคว้นเป่ยหรง มีพลทหาร
สิ้นชีพและได้รับบาดเจ็บสองร้อยกว่านาย หยาจื้อที่เฮ่อ
เหลียนเจินและเฮ่อเหลียนเผิงฝึกฝนเป็นพิเศษสิ้นชีพและ
บาดเจ็บสูงถึงสี่ห้าร้อยกว่านาย กระบี่เพลิงอัคคีตัดเหล็ก
ได้ง่ายดายราวกับตัดดินโคลน ไม่ต้องพูดถึงการแทงถูก
จุดส าคัญ กระทั่งปราณกระบี่ถูกตรงบริเวณใดก็ได้รับ
บาดเจ็บสาหัสใกล้ตายได้ทันที ทหารที่ได้รับบาดเจ็บ
เหล่านั้นก็ไม่ต่างอะไรกับตายไปแล้ว หลังจากนี้คงไม่
สามารถเข้าสู่สนามรบได้อีก นี่ยังไม่ใช่เรื่องที่ย่ าแย่ที่สุด
เมื่อเทียบกับกองทัพใหญ่ที่มีทหารนับล้าน การสูญเสีย
ทหารไปร้อยกว่าคนแทบจะสามารถละเลยไม่ใส่ใจได้ แต่书呆子
การสังหารหมู่ครั้งนี้สร้างเงามืดในใจให้กับทหารแคว้น
เป่ยหรงต่างหากที่เป็นเรื่องหนักหนาสาหัสที่สุด อาศัยแค่
ติ้งอ๋องเพียงคนเดียว ก็สามารถสังหารคนไปทั่วค่ายทหาร
ที่มีทหารในกองทัพนับล้านจนโลหิตเจิ่งนองเป็นสายธาร
ได้แล้ว นี่ท าให้ทหารเป่ยหรงที่เดิมก็รู้สึกกดดันเพราะ
ชื่อเสียงกองทัพตระกูลม่อเกิดความหวาดกลัวต่อนาม
ของติ้งอ๋องมากยิ่งขึ้น
“องค์ชายเจ็ด” ภายในกระโจมใหญ่ เฮ่อเหลียนเผิง
คุกเข่าอยู่บนพื้น เพิ่งจะได้รับบาดเจ็บหนักแต่กลับไม่
สามารถพักผ่อนดีๆ ได้ ท าให้ใบหน้าแข็งแกร่งและเด็ด
เดี่ยวของเขาดูไร้เรี่ยวแรงและอ่อนแออยู่หลายส่วน เยียห
ลี่ว์เหยี่ยจ้องมองเขาด้วยสีหน้าเย็นชา พลางเอ่ยว่า “เจ้า
มีอันใดจะกล่าว?” พูดไปพูดมาเรื่องในวันนี้เกิดขึ้นเพราะ
เฮ่อเหลียนเผิงไปหาเรื่องเยี่ยหลี เดิมเยียหลี่ว์เหยี่ยก็ไม่
เห็นด้วยกับการกระท าของเฮ่อเหลียนเผิงอยู่แล้ว แต่书呆子
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากจะจัดการกับเยี่ยหลี แต่เพราะเยี่ยหลี
ที่มีฐานะเป็นถึงพระชายาติ้งอ๋องจะต้องมียอดฝีมือคอย
ปกป้องอยู่ข้างกายนับไม่ถ้วนแน่นอน ความน่าจะเป็นที่
จะประสบความส าเร็จนั้นน้อยเกินไปจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้น
จุดจบของคนที่ลงมือกับเยี่ยหลียังถูกทิ้งเอาไว้อยู่ตรงนั้น
อีกด้วย
เห็นได้ชัดว่าแผนการของเฮ่อเหลียนเผิงล้มเหลว
แต่กลับท าให้ม่อซิวเหยาตามมาล้างแค้นด้วยความบ้า
คลั่งแทน ในครั้งนี้ สิ่งที่พวกเขาสูญเสียไปไม่ใช่ชีวิตทหาร
เพียงแค่ไม่กี่ร้อยคน แต่เป็นขวัญก าลังใจของกองทัพใหญ่
แห่งแคว้นเป่ยหรง ในสถานการณ์เช่นนี้เกรงว่าถ้าไม่ได้
ชัยชนะที่น่าตื่นตะลึงในการท าสงคราม คงไร้ซึ่งหนทางที่
จะกู้คืนกลับมา
เฮ่อเหลียนเผิงนิ่งเงียบ ก้มศีรษะลง พลางเอ่ยว่า
“กระหม่อมไม่มีสิ่งใดจะกล่าว องค์ชายโปรดลงอาญา”