ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 365-1 ทหำรที่เหลือรอดกับทหำรที่เก่งกำจ ตง ฟำงฮุ่ยสิ้นชีพ
เยี่ยหลีไม่ได้สนิทสนมคุ้นเคยกับโจวหมิ่นมากนัก
เพียงแต่เคยพบหน้ากันในค่ายของจางฉี่หลัน เขามักจะ
ได้รับมอบหมายภารกิจส าคัญจากจางฉี่หลัน จางฉี่หลัน
ปฏิบัติต่อผู้คนด้วยความตรงไปตรงมาและเที่ยงธรรม ใน
เมื่อสามารถดันโจวหมิ่นให้ขึ้นมาเป็นผู้น าทหารเพียง
ล าพังได้ อย่างน้อยก็เป็นการยืนยันให้เห็นว่าทางด้าน
ความสามารถของโจวหมิ่นจะต้องไม่มีปัญหาใดแน่นอน
เยี่ยหลีมองบุรุษหนุ่มที่มีสีหน้าจริงจัง ร่างกายบึกบึนเงียบ
ขรึมตรงหน้าที่เพิ่งจะอายุผ่านสามสิบปีแล้วผงกศีรษะ
เอ่ยว่า “แม่ทัพโจวไม่ต้องมากพิธี”
ซุนเย่าอู่เห็นโจวหมิ่นมาถึงเร็วขนาดนี้ก็มีสีหน้าไม่
น่ามองเล็กน้อย อาการมึนเมาที่ปรากฏบนใบหน้าเมื่อครู่
ก็เลือนหายไปสิ้นทันที นัยน์ตาเรียวเล็กเผยประกายชาญ书呆子
ฉลาดออกมา มองไปทางโจวหมิ่น แย้มรอยยิ้มที่ท าให้
ผู้คนเห็นแล้วไม่สบายใจพลางเอ่ยว่า “เหตุใดแม่ทัพโจ
วจึงมาได้รวดเร็วเพียงนี้ ค่ายทหารของท่านแม่ทัพอยู่ห่าง
จากที่นี่ไม่ใกล้เลยนะ”
โจวหมิ่นขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะเอ่ยรายงานกับเยี่ย
หลี ราวกับว่าไม่ได้ยินการลอบเย้ยหยันของซุนเย่าอู่
“พระชายา ยามนี้ฟ้าก็มืดแล้ว ไม่ทราบว่าพระชายาจะ
เข้าพักที่นี่คืนหนึ่งชั่วคราว หรือจะไปที่ค่ายทหารกองทัพ
ตระกูลม่อพ่ะย่ะค่ะ”
เยี่ยหลีพอเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่าทั้งสอง
กองทัพแล้ว ทหารที่เหลือรอดมาได้ของต้าฉู่เหล่านี้ย่อมมี
ท่าทางอิจฉาริษยาจนถึงขั้นเกลียดชัง รวมไปถึงเห็นแล้ว
ขัดหูขัดตาไปเสียทุกเรื่องต่อทหารตระกูลม่อ ในทาง
กลับกันทหารที่เก่งกาจของกองทัพตระกูลม่อก็ขัดหูขัด
ตาต่อความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยของทหารต้าฉู่ที่书呆子
เหลือรอดมาได้จากการถูกชาวเป่ยหรงโจมตีเช่นกัน ซุน
เย่าอู่จึงมีท่าทีหน้าไหว้หลังหลอก ต่อหน้าปฏิบัติตาม ลับ
หลังกลับต่อต้านค าสั่งของโจวหมิ่นอยู่เนืองๆ โจวหมิ่
นเองก็ไม่เห็นความส าคัญของถูกทหารที่เหลือรอดเหล่านี้
เจ้าไม่ยินดีใช่หรือไม่ เช่นนั้นข้าก็จะไม่ใช้งานเจ้า เจ้าอยู่ที่
ไหนแล้วสบายก็อยู่ที่นั่นไปเถิด
เยี่ยหลีครุ่นคิด พลางเอ่ยว่า “ตอนนี้ฟ้าก็มืดแล้ว
ไม่ต้องไปรบกวนการพักผ่อนของเหล่าแม่ทัพนายกองที่
นั่นหรอก พวกข้าพักที่นี่คืนหนึ่งก็แล้วกัน ถ้าหากว่าใน
ค่ายทหารของแม่ทัพโจวไม่มีเรื่องอันใด ก็อยู่ที่นี่เถิด
พรุ่งนี้เช้าข้ามีเรื่องจะหารือด้วย”
โจวหมิ่นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้พูดอันใดให้มาก
ความ พยักหน้าตอบว่า “พ่ะย่ะค่ะ พระชายา”
เมื่อเห็นเยี่ยหลีออกค าสั่งเช่นนี้แล้ว สายตาของซุน
เย่าอู่ก็มีแววล าพองใจพาดผ่าน เดินเข้าไปหาเยี่ยหลี แย้ม书呆子
รอยยิ้มประจบเอาใจ “เชิญพระชายา กระหม่อมไม่ทราบ
ว่าพระชายาจะมา ภายในค่ายจึงไม่มีสาวใช้คอย
ปรนนิบัติ กระหม่อมจะส่งคนไปหาสักสองคนมา
ปรนนิบัติพระชายาเดี๋ยวนี้”
เยี่ยหลีหยุดฝีเท้า มองซุนเย่าอู่นิ่งๆ พลางเอ่ยถาม
ว่า “ดึกขนาดนี้แล้ว แม่ทัพซุนวางแผนจะไปหาสาวใช้
จากที่ใดหรือ”
ซุนเย่าอู่เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ละแวกใกล้เคียงภูเขาห
ลิงจิ้วนี้มีหมู่บ้านอยู่มากมาย การจัดหาเด็กสาวสองสาม
คนเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก ได้ปรนนิบัติพระชายาก็นับว่า
เป็นวาสนาของพวกนางแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่ต้องหรอก ออกมาข้างนอก ข้าไม่ค่อยพิถีพิถัน
มากนัก หากแม่ทัพซุนไม่มีเรื่องใดแล้วก็พักผ่อนเร็ว
หน่อยเถอะ” เอ่ยจบก็ไม่สนใจสีหน้าของซุนเย่าอู่อีก เยี่ย书呆子
หลีก้าวเข้าไปในค่ายทหาร ซุนเย่าอู่ตะลึงค้างก่อนจะรีบ
ก้าวขึ้นไปน าทางให้กับเยี่ยหลี
เช้าวันรุ่งขึ้น ตอนที่เยี่ยหลีก้าวเข้ามาในกระโจม
ใหญ่กลางค่ายทหารนั้นก็มีคนอยู่ไม่น้อยแล้ว กระทั่งแม่
ทัพนายกองของกองทัพตระกูลม่อที่อยู่ห่างไกลออกไป
สิบลี้ก็มาถึงกันถ้วนหน้า ทหารของทั้งสองฝ่ายต่างนั่ง
เรียงกันเป็นแนวแบ่งแถวกันอย่างชัดเจน ไม่ต้องมองสี
เครื่องแบบก็สามารถมองออกได้ในครั้งแรกว่าใครเป็น
ผู้ใต้บังคับบัญชาของโจวหมิ่น ใครเป็นคนของซุนเย่าอู่
เยี่ยหลีขมวดคิ้วเล็กน้อย “แม่ทัพซุนอยู่ที่ใด”
ทุกคนต่างมองหน้ากัน ในที่สุดก็มีพลทหารนาย
หนึ่งลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยว่า “เรียน…เรียนพระชายา ท่าน
แม่ทัพซุนยังไม่ตื่น…”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทหารตระกูลม่อทุกคนล้วนเผยสี
หน้าเหยียดหยามออกมา คนที่มีนิสัยโผงผางหน่อยก็อด书呆子
ไม่ได้ที่จะเย้ยหยัน “ตะวันใกล้จะโด่งฟ้าแล้วยังไม่ตื่นอีก
แม่ทัพซุนมีความสามารถในการนอนมากจริงๆ มิน่าเล่า
…”
อีกฝ่ายหนึ่งเผยสีหน้าไม่พอใจ มีบางคนทนไม่ไหว
บ่นออกมาว่า “ไม่ได้ท าสงครามสักหน่อย จะตื่นเช้า
ขนาดไปไยกัน?”
เยี่ยหลีหลุบตาลงอย่างไม่ใส่ใจ หลังจากนั้นเพียงชั่ว
ครู่ก็เงยหน้าขึ้น เอ่ยเสียงขรึมว่า “ไปเชิญแม่ทัพซุนให้ลุก
ขึ้นมา แล้วโบยสี่สิบไม้”
ภายในกระโจมหลังใหญ่พลันเงียบลงทันที ทหาร
ตระกูลม่อทุกคนมีสีหน้าว่าสมควรจะเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว
กระทั่งสีหน้าของโจวหมิ่นก็ผ่อนคลายลงมาก เขาทนมอง
การประพฤติตนเช่นนี้ของซุนเย่าอู่ต่อไปไม่ไหวจริงๆ แต่
ด้วยต าแหน่งของเขาไม่ได้สูงไปกว่าซุนเย่าอู่ อีกทั้ง
สถานะของทหารที่เหลือรอดมาของต้าฉู่เหล่านี้ค่อนข้าง书呆子
พิเศษ แม้ว่าเขาจะทนมองต่อไปไม่ไหว แต่ก็ท าได้เพียง
ลืมตาข้างหนึ่ง หลับตาลงข้างหนึ่ง การกระท าเช่นนี้ของ
พระชายาจึงท าให้พวกเขารู้สึกว่าได้ระบายโทสะออกมา
ไม่น้อย
ผ่านไปครู่หนึ่ง ซุนเย่าอู่ก็ถูกคนลากออกมา กดลง
กับพื้นนอกกระโจมและเริ่มโบยเสียงดังพลั่กๆๆ แต่ที่ท า
ให้ผู้คนค่อนข้างประหลาดใจก็คือ ซุนเย่าอู่ที่ดูดีแต่
ประจบสอพลอเบื้องสูง กดขี่ข่มเหงผู้ใต้บังคับบัญชาผู้นี้
กลับไม่มีเสียงร้องออกมาสักแอะเมื่อถูกไม้พลองโบยลง
มา สายตาของเยี่ยหลีกวาดผ่านเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชา
ของซุนเย่าอู่ราวกับคิดสิ่งใดอยู่
เมื่อถูกโบยเรียบร้อยแล้ว ซุนเย่าอู่ก็ถูกคนลากเข้า
มา การโบยในครั้งนี้มีหลินหานเป็นผู้เฝ้าจับตาดูการ
ลงโทษ ย่อมไม่มีการออมแรงให้เด็ดขาด เสื้อผ้าบริเวณ
แผ่นหลังของซุนเย่าอู่จึงมีคราบเลือดอยู่จางๆ ก่อนถูกคน书呆子
วางไว้บนพื้นก็หมอบอยู่บนพื้นทั้งอย่างนั้น “กระหม่อม..
กระหม่อมคาระพระชายา”
เยี่ยหลีก้มมองเขา เอ่ยเรียบๆ ว่า “แม่ทัพซุน ข้า
ลงโทษเจ้าด้วยการโบยเช่นนี้ เจ้ายอมรับหรือไม่”
ซุนเย่าอู่ตะลึงค้าง ยิ้มเจื่อน พลางเอ่ยต่อว่า “พระ
ชายาสั่งลงโทษข้าน้อยด้วยการโบย กระหม่อมมิกล้าไม่
ยอมรับ” เยี่ยหลีเลิกคิ้ว เอ่ยยิ้มๆ “มิกล้าไม่ยอมรับ?
เช่นนั้นก็ยังคงไม่ยอมรับสินะ?” ซุนเย่าอู่รีบเปลี่ยนค าพูด
ทันที “ยอมรับ กระหม่อมยอมรับด้วยใจจริงพ่ะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้นเจ้าลองกล่าวมาสิว่า เหตุใดข้าจึงต้องโบย
เจ้า?” เยี่ยหลีถาม
“นี่…” ซุนเย่าอู่ตะลึงค้าง จะบอกว่าตนเองตื่นสาย
แล้วสินะ แต่ก็รู้สึกว่าไม่น่าจะเป็นเพราะเหตุนี้ ความจริง
แล้วซุนเย่าอู่มีค าตอบอยู่ในใจตั้งแต่แรกเริ่ม เพียงแต่ไม่
กล้าเอ่ยออกมาต่อหน้าเยี่ยหลีเท่านั้นเอง书呆子
เยี่ยหลีไม่แม้แต่จะมองเขา เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่า
“เจ้าคิดว่าเพราะโจวหมิ่นไม่พอใจพวกเจ้า ข้าถึงได้โบย
เจ้า? หรือว่า…เป็นเพราะเรื่องเมื่อคืนวาน?” ซุนเย่าอู่
หน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเยี่ยหลีกล่าวได้ตรงใจ
เยี่ยหลีส่ายศีรษะ เอ่ยว่า “ข้าโบยเจ้าเพราะว่าวันนี้
เจ้าตื่นสาย”
ซุนเย่าอู่ตะลึงค้าง ไม่อยากจะเชื่อว่าเหตุผลจะ
ง่ายดายถึงเพียงนี้ และเป็นธรรมดาที่จะไม่เชื่อเช่นกัน
ว่าโจวหมิ่นจะไม่ใส่ร้ายป้ายสีตนเองต่อหน้าพระชายาติ้ง
อ๋อง แต่ก็ได้ยินเยี่ยหลีเอ่ยต่อว่า “แม่ทัพโจว หากมา
สายในการประชุมระดับแม่ทัพของกองทัพตระกูลม่อจะ
มีวิธีการจัดการเช่นไร”
โจวหมิ่นมีสมาธิ จิตใจไม่วอกแวก เอ่ยอย่างจริงจัง
ว่า “เรียนพระชายา ไร้เหตุผลเหมาะสมที่ท าให้มาสาย
โบยสี่สิบไม้พลองพ่ะย่ะค่ะ”书呆子
เยี่ยหลียิ้มหวานมองไปทางซุนเย่าอู่ พลางถามว่า
“แม่ทัพซุน การตื่นสายถือว่าเป็นเหตุผลที่เหมาะสม
หรือไม่” ซุนเย่าอู่เอ่ยด้วยความละอายใจ “กระหม่อม
ส านักผิดแล้ว กระหม่อมยอมรับอย่างจริงใจ” เยี่ยหลี
ผงกศีรษะและออกค าสั่ง “ประคองแม่ทัพซุนขึ้นมาเถิด”
จั๋วจิ้งและฉินเฟิง เข้าไปประคองซุนเย่าอู่คนละข้าง
ก่อนให้เขานั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ด้านข้างโดยไม่อนุญาตให้
ปฏิเสธ ซุนเย่าอู่เพิ่งจะถูกโบยมาสี่สิบไม้พลอง เหงื่อเย็น
รินไหลไม่หยุดเพราะความเจ็บปวด เมื่อแตะถูกเก้าอี้ก็คิด
จะลุกขึ้นยืนตามปฏิกิริยาทั่วไป แต่กลับถูกฉินเฟิงกดด้วย
แรงที่ไม่หนักไม่เบาให้นั่งกลับลงไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รู้
ว่าคราวนี้พระชายาติ้งอ๋องคิดจะจัดการตนเองแล้ว ซุน
เย่าอู่จึงท าได้เพียงแค่นั่งหน้าเศร้าอยู่บนนั้นต่อไป
เยี่ยหลีมองซุนเย่าอู่คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มอยู่แวบ
หนึ่งแล้วหันกลับไปมองทุกคน พลางเอ่ยเสียงเรียบ “จาก书呆子
วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะเริ่มนั่งบัญชาการและรักษาการณ์
ค่ายทหารที่ภูเขาหลิงจิ้ว กิจธุระในค่ายทหารยังคงมีแม่
ทัพโจวและแม่ทัพซุนเป็นผู้รับผิดชอบ ทุกเรื่องที่เกิดขึ้น
ก่อนหน้านี้ ข้าจะถือเสียว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่…
หากเกิดเรื่องใดที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้นอีก…หลินหาน
กฎระเบียบกองทัพตระกูลม่อ”
หลินหานกวาดตามองซุนเย่าอู่และคนอื่นๆ ครั้ง
หนึ่ง เอ่ยด้วยสีหน้าเฉยชาว่า “รวมกลุ่มกันก่อเรื่องโบย
หนึ่งร้อยไม้พลอง ดื่มสุราในยามศึกสงครามโบยห้าสิบไม้
พลอง ไม่ปฏิบัติหน้าที่และพักผ่อนให้ตรงเวลาโบย
สามสิบไม้พลอง…บกพร่องต่อหน้าที่โบยหนึ่งร้อยไม้
พลอง เตะถ่วงให้การศึกสงครามล่าช้าตัดศีรษะ ไม่เคารพ
ค าสั่งทางการทหารตัดศีรษะ เมื่อถึงคราวท าศึกแต่หดหัว
อยู่ในกระดองตัดศีรษะ…” เมื่อได้ยินค าว่าตัดศีรษะ书呆子
ติดกันไม่หยุดก็ท าให้คนทั้งกลุ่มมีสีหน้าซีดเผือดไป
ในทันที