ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 365-2 ทหำรที่เหลือรอดกับทหำรที่เก่งกำจ ตง ฟำงฮุ่ยสิ้นชีพ
รอจนกระทั่งหลินหานท่องจบ เยี่ยหลีก็เอ่ยว่า
“นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สิ่งเหล่านี้ก็เป็นกฎระเบียบของ
กองทัพพวกท่านเช่นกัน ข้าไม่ลงโทษนายทหารทั่วไป ถ้า
หากว่ามีผู้ฝ่าฝืนกฎ ข้าจะใช้วิธีการเช่นนี้ลงโทษพวกท่าน
แทนผู้ใต้บังคับบัญชาที่กระท าผิด”
เอ่ยจบเยี่ยหลีก็ให้ทุกคนถอยออกไป ซุนเย่าอู่ที่เดิน
รั้งท้ายนั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ท่าทางอึกๆ อักๆ อยากจะพูด
แต่ก็ไม่กล้า เยี่ยหลีคล้ายกับรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ตั้งแต่แรก ก็
แย้มรอยยิ้มกว้าง มองไปที่เขา พลางเอ่ยยิ้มๆ “แม่ทัพซุน
มีอันใดจะกล่าวหรือ” ซุนเย่าอู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เอ่ยว่า
“ความหมายของพระชายาเมื่อครู่นี้คือ….หลังจากนี้พวก
เราจะเหมือนกับทหารตระกูลม่อแล้วใช่หรือไม่”书呆子
เยี่ยหลีเลิกคิ้ว เอ่ยถาม “แม่ทัพโจวหักเบี้ยหวัด
ทหารของพวกท่านเข้ากระเป๋าตัวเองหรือ”
ซุนเย่าอู่มีสีหน้าระทมทุกข์ นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา
กองทัพตระกูลม่อไม่ได้ปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างไร้ความ
ยุติธรรมแน่นอน แม้ว่าหลายเดือนมานี้พวกเขาจะนั่งอยู่
ในค่ายทหารโดยไม่มีเรื่องอันใด การรบทัพจับศึก เฝ้า
รักษาการณ์ล้วนมีกองทัพตระกูลม่อรับไปจัดการทั้งหมด
แต่โจวหมิ่นก็ไม่ได้หักเบี้ยหวัดทหารของพวกเขาเข้า
กระเป๋าตัวเองสักหนึ่งเฟิน[1] รับเงินและเสบียงอาหาร
เหมือนกับผู้อื่น แต่ฝ่ายหนึ่งกลับนอนหลับไปพร้อมกับ
อาวุธ เตรียมพร้อมที่จะสู้รบท าสงครามตลอดเวลา อีก
ฝ่ายหนึ่งวันๆ ไม่ท าอะไรจับเห็บหมัดอยู่ในค่ายทหาร ขอ
เพียงแค่เป็นผู้ที่จิตใจมีความละอายต่อสิ่งที่ไม่ถูกต้องสัก
เล็กน้อยล้วนรู้สึกอับอายทั้งนั้น书呆子
“กองทัพตระกูลม่อดูแคลนกองทัพทหารที่พ่ายแพ้
ของพวกเรา” ผ่านไปพักใหญ่ ซุนเย่าอู่ถึงได้เอ่ยออกมา
ประโยคหนึ่ง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เยี่ยหลีก็หัวเราะเสียงเบา ผ่านไป
เนิ่นนานถึงได้มองไปที่ซุนเย่าอู่แล้วเอ่ยว่า “แม่ทัพซุน
สภาพการณ์เท่าที่ข้าเห็นเมื่อคืนวาน แม้ว่าจะตัดศีรษะ
ท่านก็นับว่ายังเป็นโทษสถานเบา ท่านรู้หรือไม่ว่าเหตุใด
ข้าจึงไม่ลงโทษท่าน ท่านคงไม่คิดว่าข้ามีเมตตาปราณี ฆ่า
ท่านไม่ลงหรอกนะ?”
“มิกล้า มิกล้า…….” ซุนเย่าอู่เอ่ยอย่างขลาดกลัว
อาศัยเพียงแค่การที่เขาถูกคุมให้นั่งลงอยู่นิ่งๆ โดยขยับตัว
ไม่ได้กว่าครึ่งชั่วยามเมื่อครู่นี้ เขาก็รู้แล้วว่าฝีมือในการ
ทรมานผู้คนของพระชายาจะต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
ห่างไกลกับค าว่ามีเมตตาปราณีคนละโยชน์จริงๆ
เยี่ยหลีมองเขายิ้มๆ พลางเอ่ยว่า “มิกล้าก็ดี”书呆子
ซุนเย่าอู่หดคอไม่กล้าส่งเสียง ในที่สุดก็เข้าใจแล้ว
ว่าพระชายาติ้งอ๋องที่มีชื่อเสียงอยู่ข้างนอกนั้นไม่อาจ
ล่วงเกินได้จริงๆ และไม่อาจหลอกตบตาได้เช่นกัน มิน่า
แม่ทัพที่มีสายตาแหลมคม วิจารณญาณยอดเยี่ยมของ
กองทัพตระกูลม่อเหล่านั้นถึงได้เลื่อมใสนางอย่างที่สุด
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ซุนเย่าอู่ก็ไม่ได้มีท่าทางหวาดกลัวหัวหด
จนท าให้คนรู้สึกลับๆ ล่อๆ อีก เขาเงยศีรษะมองเยี่ยหลี
พลางเอ่ยว่า “พระชายา ขอเพียงแค่กองทัพตระกูลม่อย
อมรับพวกเราด้วยความจริงใจ พวกเราก็จะทุ่มเท
แรงกายแรงใจเพื่อต าหนักติ้งอ๋องอย่างสุดความสามารถ
พ่ะย่ะค่ะ” ซุนเย่าอู่มองพระพระชายาติ้งอ๋องที่นั่งหน้า
เรียบเฉยอยู่บนเก้าอี้ด้วยความกระสับกระส่าย ไม่แน่ใจ
ว่าการพนันในครั้งนี้ของตัวเองนั้นถูกหรือผิดกันแน่
เนิ่นนานถึงได้ยินเยี่ยหลีเอ่ยด้วยน้ าเสียงราบเรียบ
ว่า “แม่ทัพซุน ท่านรู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าถึงไม่ได้ลงโทษ书呆子
ท่านยามที่ได้เห็นเหตุการณ์เช่นนั้นเมื่อคืนในค่ายทหาร”
ซุนเย่าอู่ตะลึงค้าง แต่กลับไม่กล้าเล่นลูกไม้อีก ตอบกลับ
อย่างตรงไปตรงมาว่า “กระหม่อมมิทราบ พระชายา
โปรดชี้แนะ” เยี่ยหลีเอ่ย “นั่นเป็นเพราะตลอดทางที่ข้า
ผ่านมานั้น ประชาชนที่อยู่ในละแวกอันใกล้กับค่ายทหาร
ของท่านยังอยู่อย่างปลอดภัย จึงท าให้รู้ได้ว่า แม้ว่าท่าน
จะตามใจผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ก็ยังมีขอบเขตอยู่บ้าง และ
ยิ่งเป็นเพราะ แม้ว่าตอนที่ท่านออกมาต้อนรับข้า ทั่วทั้ง
ร่างจะเต็มไปด้วยกลิ่นสุรา แต่นั่น…เป็นเพราะท าสุราหก
รดตนเอง ไม่ได้เมาสุราจริงๆ หนานโหวเคยเอ่ยถึงท่าน
กับข้า เพียงแต่ว่าในตอนที่ได้พบกันนั้นท่านท าให้ข้า
ผิดหวังอยู่บ้าง”
ซุนเย่าอู่ก้มศีรษะ ยิ้มเจื่อน พลางเอ่ยว่า “ที่แท้
หนานโหวยังมีชีวิตอยู่ แม่ทัพที่พ่ายศึกมาอย่างกระหม่อม
มิกล้าให้ท่านโหวต้องนึกถึง” ที่แท้ยามที่ซุนเย่าอู่ยัง书呆子
เยาว์วัยเคยรับใช้หนานโหวมาก่อน แม้ว่าจะเป็นเวลาไม่
นาน และเป็นเพียงแค่หัวหน้าทหารราบเล็กๆ คนหนึ่ง
หนานโหวกลับค่อนข้างมีความประทับใจต่อเขา เห็นได้
ชัดว่าไม่น่าจะเป็นบุคคลที่ไร้ความสามารถ
เยี่ยหลีมองเขา เอ่ยขึ้นว่า “ข้าเข้าใจความหมาย
ของท่าน แต่ว่าข้าก็หวังว่าท่านจะเข้าใจเช่นกันว่า
กองทัพตระกูลม่อมิเคยดูแคลนผู้แข็งแกร่ง เมื่อพวกท่าน
รบแพ้ ไปรบใหม่ก็สิ้นเรื่อง หากครั้งที่แล้วพวกท่านแพ้
แล้วครั้งหน้าชนะ ก็จะไม่มีใครดูแคลนพวกท่านอีก ค า
โบราณกล่าวเอาไว้ได้ดี แพ้ชนะเป็นเรื่องปกติส าหรับการ
ศึกสงคราม ความล้มเหลวเกิดขึ้นได้เสมอ อย่าได้ย่อท้อ
เมื่อปราชัย แต่ตอนนี้…พวกเขามีเหตุผลที่จะดูแคลนพวก
ท่านจริงๆ”
ซุนเย่าอู่พึมพ าเสียงเบาอย่างไม่เต็มใจว่า “แม่
ทัพโจวจัดให้พวกข้าท าเรื่องจิปาถะอย่างการเก็บกวาดสิ่ง书呆子
ที่ถูกทิ้งเอาไว้ในสนามรบ พวกเรามีโอกาสได้กลับไปสู้รบ
เสียที่ไหนกัน”
เยี่ยหลีหัวเราะเสียงเบา เอ่ยว่า “นับตั้งแต่บัดนี้เป็น
ต้นไป ท่านกับแม่ทัพโจวน าทัพคนละทัพไปรักษาการณ์
ด่านในแต่ละฝั่ง เช่นนี้ ถ้าหากว่าแพ้อีกล่ะก็…” ซุนเย่าอู่
นัยน์ตาเป็นประกาย เอ่ยเสียงดังฉะฉาน “ถ้าหากว่าแพ้
อีก ตั้งแต่นี้ข้าน้อยยินยอมถอดเกราะกลับไปท านา ทหาร
ที่อยู่ในมือของข้าน้อยก็จะมอบให้พระชายาเป็นผู้จัดการ
พ่ะย่ะค่ะ”
เยี่ยหลียิ้ม เอ่ยอย่างพึงพอใจว่า “ดีมาก ค าไหนค า
นั้น”
“ค าไหนค านั้น กระหม่อมขอลา”
เมื่อโบกมือให้ซุนเย่าอู่ถอยออกไปแล้ว จั๋วจิ้งก็เอ่ย
ขึ้นมาด้วยความกังวลใจอยู่บ้างว่า “พระชายา ซุนเย่าอู่ผู้
นี้ใช้การได้หรือพ่ะย่ะค่ะ” ไม่ใช่จั๋วจิ้งดูแคลนผู้อื่น แต่书呆子
เพราะเหตุการณ์ที่ได้เห็นเมื่อวานนั้นย่ าแย่มากเกินไป
กระทั่งวินัยของทหารก็ยังไม่มี ทหารก็เกียจคร้าน ไร้ซึ่ง
ความมุ่งมั่นในการสู้รบ การที่มอบค่ายทหารค่ายหนึ่งให้
เขารักษาการณ์นั้นท าให้คนรู้สึกวางใจไม่ได้อยู่บ้าง
เยี่ยหลีเอ่ยยิ้มๆ “คนคนนี้น่าสนใจอยู่บ้าง เจ้าเคย
เห็นเขาท าสงครามมากี่ครั้งกัน มีค าค าหนึ่งที่กล่าวได้
ถูกต้อง ไม่ใช่ความผิดของสงคราม ไม่ใช่ว่าเขาไร้
ประโยชน์ แต่เหตุการณ์ในยามนั้น ท าให้เขาไร้ซึ่งหนทาง
ในการพลิกสถานการณ์กลับคืนมาได้ อีกทั้ง คนคนหนึ่ง
สามารถรวบรวมทหารที่เหลือรอดมาได้กว่าหลายหมื่น
นาย และยังสามารถควบคุมพวกเขาไม่ให้สร้างความ
เดือดร้อนต่อประชาชนได้ คนคนนี้ต้องมีความสามารถ
อยู่บ้าง” เยี่ยหลีเคาะสมุดบันทึกที่อยู่ใต้มือและเลื่อนไป
ให้จั๋วจิ้ง书呆子
ฉินเฟิงเอ่ยอย่างไม่เข้าใจว่า “เช่นนั้นก่อนหน้านี้
เขาก าลังท าสิ่งใดหรือ” ถ้าหากว่าผู้ที่มาเยือนไม่ใช่พระ
ชายาที่มีอัธยาศัยดี แต่เป็นคนเช่นหลี่ว์่จิ้นเสียนกับจาง
ฉี่หลัน เกรงว่าคงจะลากซุนเย่าอู่ออกไปตัดศีรษะทันที
เยี่ยหลีเอ่ยยิ้มๆ “คงจะเป็นเพราะรู้สึกว่าโจวหมิ่นดูแคลน
พวกเขา นี่จึงถือเป็นวิธีการประท้วงประเภทหนึ่ง ส าหรับ
เรื่องที่ว่าเขาจะใช้การได้หรือไม่นั้น ก็ต้องดูผลงานที่เขา
แสดงให้เห็นในภายหลังแล้ว ถ้าหากว่าไม่เลวจริงๆ ก็ถือ
ว่ากองทัพตระกูลม่อมีขุนพลพยัคฆ์เพิ่มขึ้นอีกคน ถ้าหาก
ว่าใช้การไม่ได้ ค่อยจัดการเขาก็ยังไม่สาย”
จั๋วจิ้งเอ่ยยิ้มๆ ขณะวางสมุดบันทึกลง “น่าสนใจอยู่
บ้างจริงๆ ซุนเย่าอู่ผู้นี้น าทหารไปสู้รบจนเกือบจะแย่ง
เมืองลั่วโจวกลับมาได้หลายครั้ง แต่น่าเสียดายที่ก าลังรบ
ไม่เพียงพอ ด้านหลังว่างเปล่าจึงถูกทัพใหญ่เป่ยหรงไล่
ตามจนวิ่งหนีไปทั่ว เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาจึงยังต้องเที่ยว书呆子
ออกไปรวบรวมทหารอีกห้าหกหมื่นนายที่เหลือรอดมาได้
ด้วย”
ฉินเฟิงเลิกคิ้ว เอ่ยยิ้มๆ ว่า “ดูท่าจะมี
ความสามารถอยู่หลายส่วนจริงๆ พระชายาสายตาเฉียบ
คม”
เยี่ยหลียิ้ม เอ่ยด้วยน้ าเสียงราบเรียบ “หวังว่าเขา
จะไม่ท าให้ข้าผิดหวัง”
ความสามารถของซุนเย่าอู่นั้นไม่เลวอย่างที่คิด
เอาไว้จริงๆ แม้ว่าก าลังรบของทหารในมือของเขา
ทั้งหมดจะไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับกองทัพตระกูลม่อ
แต่ภายหลัง สงครามที่สู้รบกับชาวเป่ยหรงอยู่หลายครั้งก็
ชนะมากแพ้น้อย ทหารของต้าฉู่ก็ไม่ได้ย่ าแย่สุดจะทน
อย่างที่ผู้อื่นคิดเช่นนั้นจริงๆ รอจนเหอซู่น าทหารสอง
แสนกว่านายมาถึง แม่ทัพนายกองทุกคนของกองทัพ
ตระกูลม่อก็ค่อยๆ ยอมรับทหารที่พ่ายแพ้ศึกสงครามใน书呆子
มือของซุนเย่าอู่กลุ่มนี้อย่างช้าๆ เมื่อมีทหารสองแสนนาย
ของเหอซู่มาสมทบ ภูเขาหลิงจิ้วที่เป็นแนวหน้าก็
แข็งแกร่งจนไม่สามารถตีแตกได้ในทันที หลังจากเยี่ยหลี
ปรึกษาหารือกับแม่ทัพทุกคนแล้ว ก็ปรับปรุงแนวป้องกัน
ใหม่ ทัพใหญ่ที่มีทหารสามแสนกว่านายถูกแบ่งออกเป็น
สามกองทัพโอบล้อมพิทักษ์อาณาเขตนอกด่านเฟยหง
เป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว อีกทั้งยังย้ายทหารจ านวนห้า
หมื่นให้กับซุนเย่าอู่ที่มีก าลังรบอ่อนแอที่สุด จึงท าให้ซุน
เย่าอู่ซาบซึ้งในพระคุณเป็นอย่างยิ่ง และรู้สึกเลื่อมใสใน
ตัวพระชายาติ้งอ๋องผู้นี้อย่างสุดจิตสุดใจทันที
กล่าวกันว่าเฮ่อเหลียนเผิงกระทั่งบาดแผลก็ไม่ทัน
รักษาให้หายดี ก็น าทหารของตนมายังค่ายทหารแคว้น
เป่ยหรงที่อยู่ไม่ไกลจากภูเขาหลิงจิ้วแล้ว เพิ่งจะผ่านไป
ไม่กี่วัน เมื่อเห็นบาดแผลดีขึ้นพอสมควร ก็น าทหารมาท้า
ทายอยู่นอกค่ายกองทัพตระกูลม่อ ค่ายทหารกองทัพ书呆子
ตระกูลม่อที่ภูเขาหลิงจิ้วแบ่งออกเป็นสามค่ายใหญ่ที่
พึ่งพาอาศัยกันและกัน จึงเป็นธรรมดาที่เฮ่อเหลียนเผิงจะ
ไม่รู้ว่าเยี่ยหลีอยู่ในค่ายไหนกันแน่ เพียงแค่น าทหารไปยั่ว
ยุยังค่ายที่ใกล้กับค่ายทหารแคว้นเป่ยหรงมากที่สุด
เท่านั้น ยามนี้สถานที่แห่งนี้กลับเป็นที่ของผู้ช่วยซุนเย่าอู่
ตอนนี้ซุนเย่าอู่เต็มไปด้วยความฮึกเหิมในการปฏิบัติ
หน้าที่แล้วจะยอมให้เฮ่อเหลียนเผิงมาตบหน้าตนเองได้
เช่นไร จึงจัดกองก าลังทหารออกไปรับมือกับฝ่ายศัตรู
ทันที