Reverend Insanity เทพปีศาจหวนคืน - บทที่ 2121ความอิจฉาของสวรรค์
เทพปีศาจหวนคืนบทที่ 2121ความอิจฉาของสวรรค์
ตู้จื่อเซียวเสียชีวิตณจุดนั้นขณะที่วิญญาณอมตะดวงหนึ่งลอยขึ้นมาจากซากศพของเขา
วิญญาณอมตะดวงนี้มีลักษณะเหมือนผลึกคริสตัลทรงกลมขนาดเท่ากําปั้นมนุษย์
“วิญญาณอมตะดวงนี้อนุญาตให้ผู้ใช้วิญญาณระดับมนุษย์เช่นตู้จื่อเซียวส่งอิทธิพลต่อภัยพิบัติงั้นหรือ?”หลี่เสี่ยวไปทําความสะอาดสนามรบและพบวิญญาณอมตะดวงนี้
การกระตุ้นใช้วิญญาณอมตะพลังงานอมตะเป็นสิ่งจําเป็นแต่วิญญาณอมตะบางดวงก็เป็นข้อยกเว้น
“ดูเหมือนวิญญาณอมตะที่แปลกประหลาดดวงนี้จะสามารถใช้งานโดยผู้ใช้วิญญาณระดับมนุษย์” ซูฉีอันกล่าว
“วิญญาณอมตะดวงนี้ไม่ธรรมดาให้ข้าตรวจสอบมัน”เสนาบดีซูใช้วิธีบนเส้นทางแห่งข้อมูลของเขา
ถ้ำสวรรค์วรรณกรรมเป็นถ้ำสวรรค์บนเส้นทางแห่งข้อมูลแม้มันจะแยกตัวออกจากโลกภายนอกแต่ผู้คนที่อยู่ภายในยังสามารถติดต่อกับโลกภายนอก
เสนาบดีซูเป็นบุคคลสําคัญของราชสํานัก ด้วยอํานาจของเขา เขาสามารถเข้าถึงข้อมูลลับมากมาย
ในไม่ช้าเขาก็ได้รับคําตอบ “นี่คือวิญญาณอมตะความอิจฉาของสวรรค์!” “วิญญาณอมตะความอิจฉาของสวรรค์?” นี่เป็นครั้งแรกที่ซูฉีฮันเคยได้ยินชื่อนี้
เสนาบดีซูอธิบาย “มันเป็นวิญญาณอมตะบนเส้นทางสวรรค์ ยังมีวิญญาณอมตะที่คล้ายคลึงกับ มันเช่นวิญญาณอมตะความโศกเศร้าของสวรรค์และ
อื่นๆ โดยทั่วไปวิญญาณอมตะบนเส้นทาง สวรรค์ไม่สามารถใช้งานได้แม้จะเป็นผู้อมตะระดับเก้าก็ตาม
“ท่านพ่อ มีสิ่งใดผิดพลาดหรือไม่ เราเห็นตู้จื่อเซียวใช้งานวิญญาณอมตะดวงนี้กับตาของพวก เราเอง” ซูฉีฮันกล่าว
เสนาบดีซูส่ายศีรษะ “ข้ายังกล่าวไม่จบ วิญญาณอมตะความอิจฉาของสวรรค์ค่อนข้างพิเศษ มันสามารถใช้ความรู้สึกอิจฉาของผู้คนเพื่อกระตุ้นการทํางาน แต่ราคาที่ต้องจ่ายก็ไม่น้อย มัน
แลกมาด้วยอายุขัย ดังนั้นตู้จื่อเซียวจึงเปลี่ยนจากชายหนุ่มเป็นชายวัยกลางคนก่อนจะกลายเป็น ชายชรา”
ซูฉีฮันตกตะลึง “ข้าจ่าได้ว่าตํานานมนุษย์คนแรกกล่าวถึงบางสิ่งที่คล้ายคลึงกันนี้ อย่าบอกว่า
วิญญาณความแข็งแกร่งและวิญญาณสติปัญญาก็เป็นวิญญาณบนเส้นทางสวรรค์?”
เสนาบดีซูเผยรอยยิ้มบาง “ข้าไม่แน่ใจเช่นกัน วิญญาณบนเส้นทางสวรรค์ไม่สามารถใช้งาน โดยผู้บ่มเพาะ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือวิญญาณชะตากรรม พวกเจ้าเห็นสงครามชะตากรรมด้วย ตาของตนเองมาแล้ว”
ซูฉีฮันขมวดคิ้ว “ข้าคิดว่าวิญญาณอมตะดวงนี้จะมีประโยชน์ต่อเสี่ยวไป๋ แต่ผู้ใดจะคิดว่ามันจะ
เป็นวิญญาณอมตะบนเส้นทางสวรรค์ วิญญาณอมตะความอิจฉาของสวรรค์ใช้ความรู้สึกอิจฉาเป็น เชื้อเพลิง แต่สามีของข้าเป็นคนดีและสูงส่ง เขาจะมีความรู้สึกเช่นนี้ได้อย่างไร สิ่งสําคัญก็คือค่า ใช้จ่ายของมันแพงเกินไป มันกลืนกินอายุขัย!”
เสนาบดีซูกล่าว “เสี่ยวไป๋ วิญญาณอมตะความอิจฉาของสวรรค์เป็นของเจ้า เจ้าจะจัดการกับ มันอย่างไรนั่นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้า หากเจ้าเสนอวิญญาณดวงนี้ต่อราชสํานัก ตามกฎ เจ้าจะได้รับการชดเชยที่เหมาะสม
ดวงตาของซูฉีฮันส่องประกายขึ้น
หลี่เสี่ยวไป๋ไตร่ตรอง “ข้าสามารถใช้มันแลกเปลี่ยนกับวิญญาณอมตะบนเส้นทางแห่งข้อมูลได้
หรือไม่?”
เสนาบดีซูแสดงสีหน้าล่าบากใจ “นี่…”
ซูฉีฮันคว้าแขนเสื้อของบิดา “ท่านพ่อ วิญญาณอมตะความอิจฉาของสวรรค์เป็นวิญญาณ
อมตะระดับเจ็ด เราจะรับความสูญเสียและแลกกับวิญญาณอมตะระดับหกบนเส้นทางแห่งข้อมูล
เท่านั้น”
เสนาบดีซูดีดหน้าผากของบุตรสาว “เด็กโง่ เจ้ากําลังดูถูกราชสํานัก เจ้าคิดว่าผู้อมตะโง่งั้น หรือ? แม้วิญญาณอมตะความอิจฉาของสวรรค์จะเป็นวิญญาณอมตะระดับแปด มันก็ยังมีค่าเพียง เล็กน้อย มันด้อยกว่าวิญญาณอมตะระดับหกบนเส้นทางแห่งข้อมูลมาก”
เพื่อประโยชน์ของชายคนรัก ซูฉีฮันยังไม่ยอมแพ้ “ท่านพ่อ ท่านเป็นเสนาบดีที่ยิ่งใหญ่!” เสนาบดีซูถอนหายใจ “ข้าจะช่วยคิดหาวิธีและหาโอกาสให้เสี่ยวไป๋”
ซูฉีฮันเผยรอยยิ้มสดใสกดดันต่อ “ท่านพ่อ ข้ามั่นใจว่าท่านทําได้!”
เสนาบดีซูเผยรอยยิ้มขมขื่น “เด็กน้อย ข้าไม่เคยเห็นเจ้ามั่นใจในตัวพ่อของเจ้าเช่นนี้มาก่อน” หลี่เสี่ยวไปสงบนิ่งมาตลอด เขาคิด ‘พ่อตามีคู่แข่งทางการเมืองมากมาย หากข้าขอให้เขา แลกเปลี่ยนวิญญาณอมตะจากราชสํานัก เขาจะเผชิญหน้ากับอุปสรรคมากมาย โอกาสประสบ
ความสําเร็จต่ามาก แม้เขาจะทําสําเร็จ เขาก็จะสูญเสียอํานาจทางการเมืองและต้องจ่ายราคาส่วน
ต่าง นั่นไม่ใช่วิธีการที่ฉลาด’
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลี่เสี่ยวไป๋จึงเปิดปากกล่าว “ท่านพ่อตา เสี่ยวฮัน อย่าพึ่งยอมแพ้ ข้าจะลอง ขายวิญญาณอมตะความอิจฉาของสวรรค์ในสวรรค์สีเหลือง บางทีอาจมีบางคนต้องการมัน” เสนาบดีซูพยักหน้า “นั่นเป็นความคิดที่ดี แต่เสี่ยวไป๋ อย่ามองโลกในแง่ดีเกินไป แม้วิญญาณ อมตะบนเส้นทางสวรรค์จะหายาก แต่มันยากที่จะใช้งาน นี่เป็นความจริงที่ทุกคนรู้ดี เหตุใดผู้
อมตะต้องแลกเปลี่ยนวิญญาณอมตะที่ไม่สามารถใช้งาน?”
ซูฉีฮันถอนหายใจ “นั่นเป็นเรื่องจริง”
หลี่เสี่ยวไปพยักหน้า “ข้าจะลองดู”
เสนาบดีซูแนะนํา “อย่าพยายามมากเกินไป การนําวิญญาณอมตะวางขายในสวรรค์สีเหลืองมี ค่าธรรมเนียม…”
ทันใดนั้นการแสดงออกของหลี่เสี่ยวไป๋กลับเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน “มีคนซื้อวิญญาณอมตะ
ความอิจฉาของสวรรค์!”
“อันใด!?” เสนาบดีซูตกตะลึง
ซูฉีฮันกรีดร้องด้วยความดีใจ “พวกเขาจ่ายเท่าใด?”
หลี่เสี่ยวไป่กล่าวด้วยความตื่นเต้น “ข้า…ข้าจะทําธุรกรรม พวกเขาเสนอวิญญาณอมตะกําแพง
กวีระดับเจ็ดให้ข้า นี่เป็นข้อเสนอที่ข้าไม่สามารถปฏิเสธ!”
การก้าวเข้าสู่ขอบเขตอมตะของหลี่เสี่ยวไป๋ไม่มีปราณสวรรค์พิภพเหลืออยู่ นั่นทําให้เขาไม่
สามารถหลอมรวมวิญญาณอมตะ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากพลังอํานาจของวิญญาณอมตะความ
อิจฉาของสวรรค์
หลี่เสี่ยวไป๋ไม่มีสุดยอดกายา เขาได้รับเพียงแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงเท่านั้น
แต่ในการทําธุรกรรมครั้งนี้ หลี่เสี่ยวไป๋กลับได้รับวิญญาณอมตะดวงแรกของเขาและมันยังเป็น
วิญญาณอมตะระดับเจ็ด
เสนาบดีซูรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ “มีคนซื้อวิญญาณอมตะบนเส้นทางสวรรค์จริงๆ พวกเขายังแลก
เปลี่ยนกับวิญญาณอมตะบนเส้นทางแห่งข้อมูลในระดับเดียวกัน ช่างโง่เขลานัก!”
คนโง่ที่เสนาบดีซูกล่าวถึงไม่ใช่ผู้ใดนอกจากฟางหยวน
ฟางหยวนให้ความสนใจกับสถานการณ์ของหลี่เสี่ยวไปมาตลอด แม้ตู้จื่อเซียวและวิญญาณ อมตะความอิจฉาของสวรรค์จะอยู่นอกเหนือความคาดหมายของเขา แต่เขาก็ไม่เคยคิดที่จะเข้า แทรกแซง อย่างไรก็ตามวิญญาณอมตะเป็นเรื่องสําคัญสําหรับหลี่เสี่ยวไป๋ เขาต้องช่วยในเรื่องนี้
สวรรค์สีเหลืองเป็นตลาดที่ปลอดภัย ไม่มีผู้ใดสามารถตรวจสอบตัวตนของผู้ทําธุรกรรม ด้วยการใช้สระหลอมรวมสี่ธาตุแห่งความโศกเศร้า ฟางหยวนจึงประสบความสําเร็จในการ หลอมรวมวิญญาณอมตะกําแพงกวีระดับเจ็ด
เขาต้องการใช้โอกาสนี้ส่งมอบวิญญาณอมตะกําแพงกวีให้กับหลี่เสี่ยวไป๋ แต่ผู้ใดจะคิดว่าหลี่ เสี่ยวไป๋จะขายวิญญาณอมตะความอิจฉาของสวรรค์ในสวรรค์สีเหลือง ด้วยเหตุนี้ฟางหยวนจึง
คว้าโอกาสนี้เอาไว้
การทําธุรกรรมเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วและราบรื่น
หลี่เสี่ยวไป๋ได้รับวิญญาณอมตะกําแพงกวีระดับเจ็ด แม้เขาจะเป็นผู้อมตะระดับหกแต่วิญญาณ อมตะกําแพงกวีระดับเจ็ดสามารถใช้เป็นวิญญาณหลักของเขา
ระหว่างเดินทางกลับ เสนาบดีซูลอบถอนหายใจกับตนเอง “โชคของหลี่เสี่ยวไป๋ไม่มีผู้ใดเทียบ
ได้จริงๆ!’
“ดังนั้นวิญญาณอมตะความอิจฉาของสวรรค์จึงเป็นสิ่งที่ทําให้ข้าโชคดี” ฟางหยวนได้รับ วิญญาณอมตะความอิจฉาของสวรรค์และพบว่าหม้อปรุงโชคของเขาเกิดการสั่นสะเทือนขึ้นเล็กน้อย
หลังจากตรวจสอบโชค เขาตระหนักถึงความจริงของเรื่องนี้
เมื่องมองไปที่เสาแสงสีเงินอีกครั้ง เมฆที่กระจัดกระจายอยู่รอบๆหลอมรวมกันและหมุนวน
อย่างช้าๆอยู่รอบเสาแสง ไม่เพียงพวกมันจะปกป้องเสาแสงแต่พวกมันยังลอยขึ้นไปต่อต้านเมฆ
สามก้อนที่อยู่ด้านบน
หัวใจของฟางหยวนสั่นไหว “ดูเหมือนวิญญาณอมตะความอิจฉาของสวรรค์ดวงนี้จะเป็นกุญแจ
ในการต่อต้านเหล่าเทพ?”
ฟางหยวนเร่งใช้วิธีบนเส้นทางแห่งปัญญาอนุมาน หลังจากนั้นเขาก็เริ่มปรับแต่งวิญญาณ
อมตะความอิจฉาของสวรรค์
วิญญาณอมตะความอิจฉาของสวรรค์ต่อต้านอย่างดื้อรั้นแต่มันไม่สามารถหยุดการปรับแต่ง
ของฟางหยวน
ครู่ต่อมาวิญญาณอมตะความอิจฉาของสวรรค์ก็ดูดซับพลังงานอมตะส่วนหนึ่งเข้าไปและปล่อยควันสีเทาออกมา
ดวงตาของฟางหยวนส่องประกายขึ้น“ข้าสามารถปรับแต่งวิญญาณอมตะความอิจฉาของสวรรค์ได้บางส่วน!ข้าสามารถใช้งานมันได้จริงๆ!นี่เป็นเพราะพลังงานแห่งเต๋าบนเส้นทางสวรรค์
ของข่างั้นหรือ?”
ฟางหยวนมีร่องรอยของพลังงานแห่งเต๋าบนเส้นทางสวรรค์มากกว่าหนึ่งหมื่นร่องรอยจากการ
กลืนกินถ้ำสวรรรค์ต่างๆ
เขาสามารถปรับแต่งและใช้งานวิญญาณอมตะความอิจฉาของสวรรค์ได้บางส่วนโดยไม่สูญเสียอายุขัย
ฟางหยวนยสงบจิตใจลงและค้นพบข้อมูลใหม่“แม้ข้าจะสามารถกระตุ้นใช้งานวิญญาณอมตะ
ความอิจฉาของสวรรค์แต่ข้ายังไม่สามารถใช้งานมันได้อย่างเต็มที่”
“นี่น่าจะเป็นเพราะร่องรอยของพลังงานแห่งเต๋าบนเส้นทางสวรรค์ของข้าหากข้าได้รับร่อง
รอยของพลังงานแห่งเต๋าบนเส้นทางสวรรค์มากขึ้น ข้าจะปรับแต่งและใช้งานมันได้อย่างเต็มที่หรือไม่?”
“เดี๋ยว!”
ทันใดนั้นแรงบันดาลใจก็พุ่งผ่านจิตใจของเขา
ฟางหยวนเลียริมฝีปากที่แห้งเล็กน้อย“วิญญาณอมตะความอิจฉาของสวรรค์เป็นวิญญาณ
อมตะบนเส้นทางสวรรค์วิญญาณชะตากรรมก็เช่นกันเนื่องจากข้าสามารถปรับแต่งและใช้งานวิญญาณอมตะความอิจฉาของสวรรค์ นั่นหมายความว่าข้าสามารถปรับแต่งและใช้งานวิญญาณชะตากรรมได้เช่นกันใช่หรือไม่?”
ภาคใต้
ภัยพิบัติกําลังโหมกระหน่ำผู้อมตะวูเจิ้นของตระกูลวูพยายามควบคุมสถานการณ์
เขาให้ความสําคัญกับรังไหมแสงที่ลอยอยู่กลางอากาศ
ทันใดนั้นรังไหมแสงก็ระเบิดคนที่อยู่ภายในกลายเป็นผู้อมตะ
มันคือวูจี้!
วูเจิ้นถอนหายใจ “วูจี้ เจ้าเลือกเส้นทางความแข็งแกร่ง”
วูจี้ไม่เสียใจเลยนางหัวเราะ“นี่คือเส้นทางที่ข้าต้องการ!
บนภูเขาเฉิงเหลียง
เฉิงเยี่ยนเฟยรวบรวมลูกๆของเขามาที่ห้องโถง
เขาเสียชีวิตบนภูเขาอี้เทียนแต่เนื่องจากวิญญาณชะตากรรมถูกทําลายเขาจึงสามารถฟื้น
คืนชีพด้วยความช่วยเหลือจากผู้อมตะของตระกูลเฉิง
ตอนนี้เขานั่งอยู่บนเก้าอี้หลักร่างกายของเขาเรืองแสงสีแดงเลือด
“ขอแสดงความยินดีกับท่านพ่อที่ประสบความสําเร็จในการก้าวเข้าสู่ขอบเขตอมตะท่านก้าว
ข้ามอาณาจักรมนุษย์ไปแล้วและกลายเป็นผู้อมตะบนเส้นทางแห่งเลือด!”เฉิงชิวหนิวบุตรชายคนโตของเฉิงเยี่ยนเฟยกล่าวเป็นคนแรก
หลังจากนั้นบุตรธิดาคนอื่นๆของเขาก็กล่าวแสดงความยินดีรวมถึงเฉิงซินซื่อ
เฉิงเยี่ยนเฟยโบกมือ “เส้นทางแห่งเลือดมีชื่อเสียงไม่ดีเก็บความจริงที่ว่าข้าเป็นผู้อมตะบนเส้นทางแห่งเลือดเอาไว้เป็นความลับข้าเรียกพวกเจ้ามาที่นี่เพราะข้าต้องการแจกจ่ายมรดกของครอบครัวก่อนที่ข้าจะปิดประตูฝึกตนยุคที่ยิ่งใหญ่มาถึงแล้วข้าต้องการให้พวกเจ้ากลายเป็นผู้อมตะและเป็นผู้นําของยุคที่ยิ่งใหญ่นี้”