Reverend Insanity เทพปีศาจหวนคืน - บทที่ 2175 การเคลื่อนไหวของตะวันเดือด
เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 2175 การเคลื่อนไหวของตะวันเดือด
โลกใบเล็กของเทพปีศาจปล้นสวรรค์ การต่อสู้ระหว่างคฤหาสน์วิญญาณอมตะดําเนินมาระยะหนึ่งแล้ว
มันรุนแรงมาก
“มาสู้กัน!”เจิ้งปู้ตู่ตะโกนและพุ่งเข้าหาเทพธิดาอวี้ซิ่วกับเทพธิดาหมิงห่าวราวกับมังกรที่ดุร้ายเทพธิดาอวี่ซิ่วและเทพธิดาหมิงห่าวแยกกันพวกนางถอยกลับและสร้างระยะห่างออกไป
เจิ้งปู้ตู่ก่นเสียงเย็นด้วยความไม่พอใจ
เขาเป็นหนึ่งในร่างแยกของฟางหยวนเขาเป็นผู้อมตะระดับแปดบนเส้นทางแห่งการเปลี่ยนแปลงเขามีท่าไม้ตายรอยสักเดิมทีพลังการต่อสู้ของเขายังไม่เท่ากับฉินติงหลิงหรือวูหยงแต่หลังจากใช้ท่าไม้ตายอมตะการเปลี่ยนแปลงเสรีพลังการต่อสู้ของเขาบรรลุกึ่งระดับเก้าทันที
ท่าไม้ตายอมตะการเปลี่ยนแปลงเสรีเป็นท่าไม้ตายของเทพปีศาจคลั่ง
ด้วยสิ่งนี้เขาสามารถกวาดล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า
กระทั่งเทพธิดาหมิงห่าวและเทพธิดาอวี่ซิ่วก็ยังไม่กล้าต่อสู้ระยะประชิดกับเจิ้งปู้ตู่
หลังจากรับมือเจิ้งปู้ตู่สองสามรอบเทพธิดาหมิงห่าวและเทพธิดาอวี่ซิ่วก็ไม่ต้องการต่อสู้กับเจิ้งปู้ตู่อีกศัตรูแข็งแกร่งเกินไป
อย่างไรก็ตามเทพธิดาทั้งสองเป็นผู้อมตะบนเส้นทางแห่งปัญญา ดังนั้นพวกนางจึงเลือกที่จะหลบเลี่ยงการโจมตีของเจิ้งปู่ดู่
ฟางหยวนมอบท่าไม้ตายอมตะการเปลี่ยนแปลงเสรีให้กับเจิ้งปู้ตู่นี่เป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดเพราะมันทําให้เจิ้งปู้ตู้กลายเป็นตัวตนกึ่งระดับเก้าอีกคนเมื่อเจิ้งปู้ตู้เคลื่อนไหวเขาสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ทันที
เมื่อฟางหยวนร่วมมือกับเจิ้งปู้ตู้เพื่อจัดการเทพธิดาหมิงห่าวและเทพธิดาอวี่ซิ่ววังสวรรค์จึงสูญเสียความได้เปรียบสถานการณ์กลายเป็นชะงักงันอีกครั้ง
เจิ้งปู้ตู้ขมวดคิ้ว‘สองคนนี้ลื่นไหลมากข้าไม่สามารถใช้ข้อได้เปรียบของข้าจัดการพวกนางความร่วมมือของพวกนางก็ยอดเยี่ยมเกินไป กระทั่งร่างหลักกับข้าจะมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด
พวกเราก็ยังไม่สามารถประสานงานกันได้ในระดับเดียวกับพวกนาง บางทีมันอาจเป็นเพราะพวกนางเป็นผู้อมตะบนเส้นทางแห่งปัญญา!’
“บึ้ม บึ้ม บึ้ม บึ้ม!”
ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างดุเดือด
ร่างหลักของฟางหยวนยังแสดงออกอย่างเย็นชาขณะที่เทพธิดาหมิงห่าวและเทพธิดาอวี่ซิ่วลอบวางแผน
“ฟางหยวนยังไม่ได้ใช้ความสามารถทั้งหมดเขาอนุมานระหว่างต่อสู้เขากําลังค้นหาตําแหน่งที่ตั้งมรดกที่แท้จริงของเทพปีศาจปล้นสวรรค์”เทพธิดาอวี่ซิ่วตระหนักถึงการกระทําของฝ่ายตรงข้าม
เทพธิดาหมิงห่าวกัดฟันแน่น“เขายังมีร่างแยกบรรพชนทะเลปราณที่เป็นอีกหนึ่งตัวตนกึ่งระดับเก้าหากเขาส่งร่างแยกนี้ออกมาเราจะลําบากแต่ฟางหยวนเป็นคนเจ้าเล่ห์เขาจะเพิกเฉยต่อเราและเล็งเป้าไปที่เมืองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์!”
วังสวรรค์รู้ตัวตนที่แท้จริงของบรรพชนทะเลปราณแล้ว
ปรากฏว่าฉินติงหลิงรู้ความลับนี้มานานแล้วแต่นางไม่ได้เปิดเผยเขาในเวลานั้นระหว่างการต่อสู้ไล่ล่าฟางหยวนวังสวรรค์ยังไม่รู้ว่าบรรพชนทะเลปราณเป็นร่างปลอมของฟางหยวนแต่หลังจากบรรพชนทะเลปราณถือกําเนิดขึ้นจากผลไม้ปราณของวังสวรรค์ พวกเขา
จึงค้นพบเบาะแสบางอย่างจากกระบวนการนี้
ด้วยเหตุนี้เมื่อบรรพชนทะเลปราณขอกําลังเสริมจากวังสวรรค์เพื่อต่อสู้กับฟางหยวนฉินติงหลิงจึงไม่ตอบรับ
เทพธิดาอวี่ซิ่วถ่ายทอดเสียง“ฉินติงหลิงไม่ได้เปิดเผยตัวตนของบรรพชนทะเลปราณก่อน
หน้านี้ นั่นมาให้ฟางหยวนเข้าใจผิดและไม่น่าบรรพชนทะเลปราณออกมาในเวลานี้”เทพธิดาหมิงห่าวพยักหน้า“เราไม่สามารถฆ่าฟางหยวนที่นี่แต่เราก็ไม่สามารถปล่อยให้เขาได้รับมรดกที่แท้จริงของเทพปีศาจปล้นสวรรค์เราต้องทําลายมัน!”ฟางหยวนพยายามอนุมานเขาไม่ได้ต่อสู้อย่างเต็มกําลัง
เจิ้งปู้ตู้ถูกส่งออกมาเพื่อหยุดตัวตนกึ่งระดับเก้าของวังสวรรค์ท้ายที่สุดฟางหยวนก็สามารถทํางานร่วมกับร่างแยกของเขาได้ดีกว่าลั่วเว่ยหยิน
ในเวลาเดียวกันวังสวรรค์ก็ให้ความสําคัญกับการทําลายมรดกที่แท้จริงของเทพปีศาจปล้นสวรรค์มากกว่าสําหรับถ้าสวรรค์นิรันดร
แท่นบูชาแห่งโชคกําลังเผชิญหน้ากับมืองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์การโจมตีทุกประเภทถูกปล่อยออกมาโดยไม่สนใจสิ่งใด
เห็นได้ชัดว่าเทพอมตะตะวันเดือดต้องการทําลายโลกใบเล็กของเทพปีศาจปล้นสวรรค์เช่นกัน
แม้ถ้าสวรรค์นิรันดรจะเป็นพันธมิตรกับฟางหยวนแต่พวกเขาสร้างความร่วมมือเพราะแรงกดดันจากวังสวรรค์เท่านั้น
พวกเขาไม่ต้องการเห็นฟางหยวนแข็งแกร่งขึ้น
โดยเฉพาะเมื่อความช่วยเหลือนี้มาจากเทพปีศาจปล้นสวรรค์
ท่าไม้ตายอมตะทหารถั่วศักดิ์สิทธิ์!
กองทัพทหารถั่วศักดิ์สิทธิ์พุ่งออกมจากเมืองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ราวกับสายฝนลั่วเว่ยหยินถูกกองทัพทหารถั่วศักดิ์สิทธิ์ปิดล้อม
การโจมตีของลั่วเว่ยหยินสามารถกําจัดทหารถั่วเพียงสิบส่วนนี่ทําให้เขาประหลาดใจมากแม้เขาจะเชี่ยวชาญด้านการป้องกันแต่วิธีการโจมตีของเขาก็ไม่ถือว่าอ่อนแอแต่เขากลับไม่สามารถกําจัดกองทัพทหารถั่วศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด
เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้คือท่าไม้ตายอมตะของเมืองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่าย้ายเนื้อเยื้อ
ท่าไม้ตายนี้จะแบ่งปันความเสียหายที่กองทัพทหารถั่วได้รับไปยังเมืองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องยากที่จะทําลายกองทัพทหารถั่วศักดิ์สิทธิ์
ลั่วเว่ยหยินใช้เวลานานก่อนจะสามารถตีฝ่าวงล้อมออกมาแต่เมื่อเขาเข้าใกล้เมืองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สายฟ้าจํานวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งเข้ามาหาเขา
ท่าไม้ตายอมตะสายฟ้าแห่งชีวิต!
หลังจากสายฟ้าระเบิดร่องรอยของพลังงานแห่งเต๋าบนเส้นทางแห่งไม้ก็เปลี่ยนสนามรบไปทีละน้อย
โชคดีที่โลกใบเล็กของเทพปีศาจปล้นสวรรค์ไม่ใช่ห้าภูมิภาคดังนั้นท่าไม้ตายนี้จึงไม่สามารถแสดงพลังอ่านาจของมันออกมาได้อย่างเต็มที่
ลั่วเว่ยหยินอดทนรับมือท่าไม้ตายอมตะสายฟ้าแห่งชีวิตก่อนจะเคลื่อนที่เข้าใกล้เมือง
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์มากถึงเรื่อยๆมา
อย่างไรก็ตามเมืองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ยังปลดปล่อยท่าไม้ตายบนเส้นทางแห่งภาพวาดออกภาพวาดกลายเป็นดอกไม้นกปลา แมลง และรูปแบบชีวิตที่หลากหลายกีดขวางลั่วเว่ยหยิน‘การโจมตีของข้าไม่สามารถทําลายท่าไม้ตายนี้ข้าไม่สามารถป้องกันตัวเช่นกัน นี่ค่อนข้างเป็นปัญหา’
เส้นทางแห่งภาพวาดถูกเก็บเป็นความลับโดยเทพอมตะบัวสวรรค์ ลั่วเว่ยหยินไม่คุ้นเคยกับมันและไม่สามารถหาสิ่งใด
ลั่วเว่ยหยินไม่สามารถทําลายการป้องกันของเมืองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ แท่นบูชาแห่งโชคก็เช่นกัน
แท่นบูชาแห่งโชคเป็นคฤหาสน์วิญญาณอมตะระดับแปดที่ถูกสร้างขึ้นโดยเทพอมตะตะวัน
เดือด มันแสดงพลังอํานาจอันยิ่งใหญ่ออกมาในสงครามชะตากรรม แต่ตอนนี้มันกลับไม่สามารถทำสิ่งใดกับเมืองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
เหตุผลก็คือเมืองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ใช้ท่าไม้ตายอมตะบนเส้นทางมนุษย์ที่เรียกว่าบ้านแตกครอบครัวตาย!
นี่เป็นท่าไม้ตายบนเส้นทางมนุษย์ที่ถูกคิดค้นขึ้นโดยเทพอมตะกลุ่มดาวในโลกภาพวาดของเมืองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
ขอทานฟางตี้เฉิงและเฉินซานพยายามทําความเข้าใจความลึกลับของมัน
“โลกภายนอกเกิดความวุ่นวายดูเหมือนมันจะเป็นการต่อสู้ครั้งใหญ่ ตอนนี้เมืองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์กําลังปลดปล่อยท่าไม้ตายออกไปอย่างต่อเนื่อง มันแสดงให้เห็นว่าศัตรูของเมือง
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แข็งแกร่งมาก”เฉินซานกล่าว
นี่คือสิ่งที่ดีสําหรับพวกเขา
ยิ่งเมืองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ปลดปล่อยท่าไม้ตายออกไปมากเท่าใด พวกเขาก็ยิ่งเข้าใจวิธีการบนเส้นทางแห่งไม้เส้นทางแห่งภาพวาดและเส้นทางมนุษย์มากเท่านั้น
‘ตอนนี้ร่างหลักของข้ากําลังโจมตีเมืองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือ?’ ขอทานฟางตี้เฉิงคาดเดา
‘หรือบางทีอาจมีบางคนต้องการช่วยเหลือผู้ที่ถูกขังอยู่ในภาพวาดสัตว์อสูรคํารามและภาพวาดปราณคลั่ง?’
ทันใดนั้นการแสดงออกของเฉินซานและขอทานฟางตี้เฉิงพลันเปลี่ยนแปลงไปพวกเขาผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจและมองไปยังท้องฟ้าของโลกภาพวาด
บนท้องฟ้าแสงสีทองควบรวมเป็นมือยักษ์สองข้าง
มือทั้งสองใหญ่โตเหนือจินตนาการ มือซ้ายคว้าภาพวาดปราณคลั่งขณะที่มือขวาคว้าภาพวาดสัตว์อสูรคาราม
เป็นเพียงเวลานี้ที่เจตจํานงของเทพอมตะบัวสวรรค์คํารามเสียงดัง โลกภาพวาดปลดปล่อยพลังออกมาเพื่อต่อต้านมือยักษ์ทั้งสองข้าง
โลกใบเล็กของเทพปีศาจปล้นสวรรค์
การต่อสู้ดําเนินมาถึงช่วงเวลาสําคัญโลกใบเล็กแห่งนี้กําลังจะถูกทําลายล้าง
เจิ้งปู้ตู่กัดฟนแน่น เขารู้สึกกังวลอยู่ภายใน“ร่างหลักยังไม่พบที่ตั้งมรดกที่แท้จริงของเทพปีศาจปล้นสวรรค์บางทีมันอาจไม่ทันกาล!’
“ถึงเวลาแล้ว” ภายในแท่นบูชาแห่งโชค ผีดิบอมตะตะวันเดือดมองฟางหยวนก่อนจะก้าวเท้าออกไป
ในเวลาต่อมา เขาปรากฏตัวขึ้นในสนามรบ!
“เทพอมตะตะวันเดือด!?”รูม่านตาของฟางหยวนหดเล็กลงแม้เขาจะคาดเดาไว้แล้วแต่หัวใจของเขายังสั่นไหว
แสงสีทองส่องประกายขึ้นในสนามรบเมืองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สั่นสะเทือนราวกับบางอย่างกําลังจะระเบิดออกจากภายในผีดิบอมตะตะวันเดือดคาราม
ในโลกภาพวาดผู้คนจํานวนนับไม่ถ้วนเห็นมือสีทองสองข้างสร้างรูขนาดใหญ่ขึ้นบนท้องฟ้ามือทั้งสองพุ่งออกจากเมืองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ก่อนจะสลายตัวและเผยให้เห็นร่างของปีศาจอมตะฉีเจียกับเหมาลี่ชิว“ข้ารอดแล้ว!” ปีศาจอมตะฉีเจียเต็มไปด้วยความประหลาดใจและความสุข“นายท่าน!”เหมาลี่ชิวเห็นผีดิบอมตะตะวันเดือดและหลั่งน้ำตา“ข้ารู้ว่านายท่านต้องมาช่วยข้าอะวู้…”
ร่างของเหมาลี่ชิวหดเล็กลงและกระโดดเข้าสู่อ้อมกอดของผีดิบอมตะตะวันเดือดทันทีผีดิบอมตะตะวันเดือดเผยรอยยิ้มและลูบศีรษะเหมาลี่ชิวว“เจ้ายังเหมือนเดิมเจ้าจะเห่าเหมือนสุนัขเมื่อเจ้าตื่นเต้น
“อะวู้…อะวู้…” เหมาลี่ชิวมองผีดิบอมตะตะวันเดือดและเห่าหอนพร้อมหลั่งน้ำตา“เทพอมตะตะวันเดือด?เขาฟื้นคืนชีพถึงระดับนี้แล้ว!”เทพธิดาหมิงห่าวตกใจมาก“อย่าสนใจเขาใช้กําลังทั้งหมดขัดขวางฟางหยวนเราต้องทําลายโลกใบนี้!”เทพธิดาอวี่ซิ่วเตือน