Reverend Insanity เทพปีศาจหวนคืน - บทที่ 2198 กลุ่มดาวปะทะตะวันเดือด
เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 2198 กลุ่มดาวปะทะตะวันเดือด
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจของกลุ่มผู้อมตะ!
ตราประทับตงฮันเหล่าโปสามารถสังหารเทพปีศาจจิตวิญญาณ!
เจิ้งปู้ตู้กล่าวได้ถูกต้องในสถานการณ์ปัจจุบันพวกเขาอาจสามารถสังหารเทพปีศาจจิตวิญญาณ
เว้นเพียงมันจะเกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้น
“มันเป็นเรื่องยากที่จะหลบหนีจากเทพปีศาจจิตวิญญาณที่ไร้สติแต่การกําจัดเขาโดยตรงก็เป็นทางเลือกหนึ่งเช่นกัน
‘สถานที่แห่งนี้ถูกควบคุมโดยเทพปีศาจจิตวิญญาณมีความหวังเพียงเล็กน้อยที่จะหลบหนี
แต่การต่อสู้กับเทพปีศาจจิตวิญญาณและฆ่าเขาจะต้องเป็นการต่อสู้แห่งชีวิตและความตายอย่างแน่นอน
ทุกคนคาดเดา
การแสดงออกของบรรพชนทะเลปราณกลายเป็นมืดครึ้ม“ความจริงก็คือแม้เราจะสามารถหลบหนีออกจากประตูแห่งชีวิตและความตาย แล้วเขาจะไม่ไล่ล่าเรางั้นหรือ?เมื่อเวลานั้นมาถึงเราต้องสู้กับเทพอมตะกลุ่มดาวและเทพปีศาจจิตวิญญาณพร้อมกัน!เราควรใช้โอกาสนี้กําจัดเทพ
ปีศาจจิตวิญญาณก่อน!”
หัวใจของทุกคนสั่นสะท้านขึ้น
“เป็นเช่นนั้นจริงๆ” ลั่วเว่ยหยินพึมพํา“เราต้องต่อสู้กับวังสวรรค์เพื่องานวิจัยชีวิตนิรันดร์หากเราสามารถกําจัดเทพปีศาจจิตวิญญาณที่นี่ ภัยคุกคามจากวังสวรรค์จะลดลงครึ่งหนึ่ง”
“ฮึม!” เจิ้งปู้ตู้ก่นเสียงเย็น“แล้วเราจะรอสิ่งใดอยู่อีก?ทุกคนยิ่งนาน เทพอมตะกลุ่มดาวก็ยิ่งได้เปรียบนางจะเข้าใกล้งานวิจัยชีวิตนิรันดร์มากขึ้นไม่ว่าเราจะเลือกทางใดเราก็ต้องตัดสินใจทันที”
ผีดิบอมตะตะวันเดือดขมวดคิ้วกล่าว“มันอาจไม่ง่ายเช่นนั้นฟางหยวน เทพอมตะกลุ่มดาวเป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับหนึ่งบนเส้นทางแห่งปัญญา นางจะทิ้งช่องโหว่ที่เห็นได้ชัดเช่นนี้ไว้ได้อย่างไร?
ข้ากังวลว่าอิทธิพลของเทพอมตะกลุ่มดาวที่มีต่อเทพปีศาจจิตวิญญาณอาจมีเวลาจํากัดเมื่อเวลาหมดลงเทพปีศาจจิตวิญญาณอาจหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ด้วยตนเองในเวลานั้นเทพปีศาจจิต
วิญญาณอาจกลายเป็นพันธมิตรของเรา”
“หากเราต่อสู้กับเทพปีศาจจิตวิญญาณจริงๆไม่ว่าเราจะชนะแพ้ หรือเสมอทั้งสองฝ่ายย่อมได้รับบาดเจ็บสุดท้ายเทพอมตะกลุ่มดาวจะกลายเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด”
ทุกคนเงียบ
คํากล่าวของผีดิบอมตะตะวันเดือดสมเหตุสมผลพวกเขาไม่สามารถประเมินแผนการของเทพอมตะกลุ่มดาวต่าเกินไป
“ตะวันเดือด เจ้าคิดว่าเทพปีศาจจิตวิญญาณจะหลุดจากการควบคุมเมื่อใด?” ฟางหยวนถาม “ลองเดาต่อไป หากเทพอมตะกลุ่มดาวตั้งใจทิ้งช่องโหว่นี้และหลอกล่อให้เราคิดเช่นนี้ แม้นางจะ
ควบคุมเทพปีศาจจิตวิญญาณได้ในช่วงเวลาสั้นๆแต่หากนางได้รับงานวิจัยชีวิตนิรันดร์ในช่วงเวลานี้เราจะทําอย่างไร?”
“เช่นนั้นเจ้าต้องการสู้จนตัวตายในสถานการณ์นี้งั้นหรือ?”ผีดิบอมตะตะวันเดือดมองฟางหยวน
บรรยากาศกลายเป็นตึงเครียด
ในจังหวะนี้เฉินซานพลันส่งเสียงตะโกน“ข้าทําสําเร็จท่าไม้ตายของข้าเสร็จสมบูรณ์แล้ว!”เทพอมตะสวรรค์พิภพเร่งกล่าว“เฉินซาน มันมีโอกาสประสบความสําเร็จมากน้อยเท่าใด?”“แปดสิบส่วน!” เฉินซานรู้สึกตื่นเต้น“สัญชาตญาณของข้าบอกว่ามันมีโอกาสประสบความสําเร็จแปดสิบส่วน แม้มันจะยังมีช่องว่างให้ปรับปรุงแต่ตอนนี้มันเสร็จสมบูรณ์และสามารถใช้งานได้แล้ว!”
ฟางหยวนกล่าว“เช่นนั้นมาปกป้องเฉินซานและทดลองวิธีนี้กันเถอะ”ก่อนหน้านี้ฟางหยวนและคนอื่นๆประสบความสําเร็จในการปกป้องเทพอมตะสวรรค์พิภพ มัน
ไม่มีปัญหาที่พวกเขาจะปกป้องเฉินซานในเวลานี้
ท่าไม้ตายอมตะสวรรคทิ้งทางออกให้ผู้คนเสมอ!
หลังจากชั่วครู่ เฉินซานก็กระตุ้นใช้ท่าไม้ตายและทําให้เกิดเส้นทางสายแคบๆ
มันเป็นเส้นทางที่ทอดตัวยาวออกไปและคดเคี้ยว มันไม่สามารถเปรียบเทียบกับเส้นทางแห่งโชค แต่มันทะลวงผ่านประตูแห่งชีวิตและความตายและยังสามารถมองเห็นโลกภายนอกอย่างคลุมเครือที่ปลายทาง
กลุ่มผู้อมตะรู้สึกประหลาดใจและมีความสุข
เฉินซานหัวเราะ “สําเร็จ!”
เทพอมตะสวรรค์พิภพยิ้ม “ข้ามองเจ้าไม่ผิด”
“สมกับเป็นผู้อมตะที่โดดเด่นที่สุดของทะเลตะวันออก”บรรพชนทะเลปราณป้องหมัดกล่าว
“เราทุกคนติดหนี้เจ้าในครั้งนี้”ปีศาจอมตะฉีเจียสรรเสริญ“ไปกันเถอะ”เจิ้งปู้ตู้ก้าวออกไปเป็นคนแรกกลุ่มผู้อมตะไม่ลังเลที่จะติดตามไป
ท่าไม้ตายของเฉินซานพิเศษมากแม้แต่ประตูแห่งชีวิตและความตายก็ไม่สามารถหยุดพวกเขาจากการหลบหนีทันที
เมื่อกลุ่มผู้อมตะออกจากประตูแห่งชีวิตและความตาย พวกเขาเตรียมพร้อมสําหรับการต่อสู้
เทพปีศาจจิตวิญญาณคํารามอย่างบ้าคลั่งและพยายามออกจากประตูแห่งชีวิตและความตายแต่เขากลับไม่สามารถออกไป
“ดังนั้นเทพปีศาจจิตวิญญาณก็ไม่สามารถออกจากประตูแห่งชีวิตและความตายด้วยเหตุผลบางประการ”
“ไม่แปลกใจเลยที่เทพอมตะกลุ่มดาวล่อลวงให้เราเข้าไปข้างใน
“บางทีเทพปีศาจจิตวิญญาณอาจสามารถออกมาแต่วิธีการของเทพอมตะกลุ่มดาวเหนือกว่า”
กลุ่มผู้อมตะถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“เร็วเข้า ไปที่ค่ายกล เวลาผ่านไปนานแล้ว ผู้ใดจะรู้ว่าเทพอมตะกลุ่มดาวจะมีความคืบหน้ามากเพียงใด” ปีศาจอมตะฉีเจียเตือน
ก่อนที่กลุ่มผู้อมตะจะจากไป พวกเขาใช้วิธีการของตนเองเพื่อทําลายสุสานอมตะของวัง
สวรรค์
อย่างไรก็ตามท่าไม้ตายทั้งหมดกลับถูกดูดซับโดยประตูแห่งชีวิตและความตาย
“ไร้ประโยชน์ การจัดเตรียมของเทพอมตะกลุ่มดาวงดงามมาก สุสานอมตะแห่งนี้เชื่อมต่อกับประตูแห่งชีวิตและความตายหากเราต้องการทําลายสุสานอมตะเราต้องทําลายประตูแห่งชีวิตและความตายเป็นอันดับแรก”ผีดิบอมตะตะวันเดือดถอนหายใจและจากไป
“เราสามารถแยกสุสานอมตะออกจากประตูแห่งชีวิตและความตาย แต่ตอนนี้เราไม่มีเวลาไปที่ค่ายกลกันเถอะ!”ฟางหยวนหันหลังกลับและจากไปเช่นกัน
กลุ่มผู้อมตะติดตามไปอย่างใกล้ชิด
หลังจากแดนแรกกําเนิดพังทลายลงชั้นที่แปดและชั้นที่เก้าก็เชื่อมต่อถึงกัน
เมื่อกลุ่มของฟางหยวนไปถึงชั้นที่เก้าของถ้ําปีศาจคลั่ง ค่ายกลก็เหลืออยู่เพียงสามสิบส่วนเท่านั้น
น้ำแข็งลอยจํานวนมากละลายไปแล้วน้ำแข็งลอยที่เหลือขยายตัวขึ้นหลายเท่า
“บึ้ม!”
ในจังหวะนี้น้ำแข็งลอยก้อนหนึ่งระเบิดและกลายเป็นเศษน้ำแข็งจํานวนนับไม่ถ้วน
เศษน้ำแข็งส่วนใหญ่กระจายหายไป ส่วนเล็กๆลอยไปรวมตัวกับน้ำแข็งลอยก้อนอื่นๆ
“ตอนนี้ผีดิบอมตะตะวันเดือด เทพอมตะกลุ่มดาว และเทพปีศาจจิตวิญญาณกลายเป็นปรมาจารย์สูงสุดแล้ว หากงานวิจัยชีวิตนิรันดร์ถูกคนเหล่านี้ยึดครองนั่นจะเป็นความพ่ายแพ้ที่แท้จริง’
‘หากข้าไม่สามารถแข่งขัน ข้าอาจต้องทําลายน้ำแข็งลอยก้อนสุดท้ายและไม่ให้ปล่อยให้ผู้ใดได้รับสิ่งใดทั้งสิ้น
สายตาของฟางหยวนกลายเป็นเย็นชาขณะที่เขาพุ่งเข้าไปในค่ายกล
กลุ่มผู้อมตะพุ่งไปข้างหน้าเช่นกัน
นี่เป็นกลุ่มคนที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกยุคปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นฟางหยวนผีดิบอมตะตะวัน
เดือดเทพอมตะสวรรค์พิภพบรรพชนทะเลปราณเจิ้งปู้ตู่เฉินซาน ปีศาจอมตะฉีเจียและลั่วเว่ยหยินทุกคนล้วนเป็นตัวตนที่น่าสะพรึงกลัว
“ช่างน่ากลัวนัก!” ใบหน้าของฟางเจิ้งกลายเป็นซีดเผือดเขาสัมผัสได้ถึงเจตนาสังหารที่รุนแรงแม้ตนเองจะอยู่ในหอพิพากษาปีศาจก็ตาม
“อย่าแม้แต่จะคิด!” ภายใต้แรงกดดันมหาศาล ผู้อมตะของวังสวรรค์ยังพุ่งเข้าเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างไม่เกรงกลัว
ราชันเหม่ยนําราชันตงและคนอื่นๆเข้าไปกีดขวางเส้นทางของฝ่ายตรงข้าม
“หลีกไป!”ผีดิบอมตะตะวันเดือดตะโกนและผลักฝ่ามือสีทองส่งผู้อมตะหลายคนบินออกไป
แดนหูปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของบรรพชนทะเลปราณและสร้างกําแพงปราณกังขังกระเรียนหยกเขียวหร่านตันและเทพธิดาวิญญาณพิสุทธิ์เอาไว้
จักรพรรดิเจ็ดปราณปีศาจและพยัคฆ์ปีศาจหมายเลขเก้าสิบห้าพุ่งเข้ามาหยุดเฉินซานและปีศาจอมตะฉีเจีย
“สารเลว!”ปีศาจอมตะฉีเจียใช้ท่าไม้ตายอมตะซี่ซี่ปราบปรามจักรพรรดิเจ็ดปราณปีศาจเฉินซานโจมตีอย่างรุนแรงเช่นกัน
จักรพรรดิเจ็ดปราณปีศาจถูกสังหารโดยปีศาจอมตะฉีเจียและเฉินซานพยัคฆ์ปีศาจหมายเลขเก้าสิบห้าถูกแยกร่างออกเป็นชิ้นๆ
แม้สมาชิกวังสวรรค์จะแข็งแกร่งแต่พวกเขายังอ่อนแอเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มของฟางหยวน
อย่างไรก็ตามพวกเขายังบรรลุเป้าหมาย พวกเขาทําให้การเคลื่อนไหวของฟางหยวนและคนอื่นๆช้าลง
“วังสวรรค์มีสุสานอมตะและประตูแห่งชีวิตและความตาย ผู้อมตะของวังสวรรค์จะฟื้นคืนชีพขึ้นมาในไม่ช้ามันไม่มีประโยชน์ที่จะเสียเวลาต่อสู้กับพวกเขา”
“เราต้องยึดครองส่วนหนึ่งของค่ายกล
ลั่วเว่ยหยินและเจิ้งปู้ตู้แนะนํา
แสงดาวส่องประกายขึ้นและส่งลั่วเว่ยหยินกับเจิ้งปู้ตู่ถอยห่างออกไป
เทพอมตะกลุ่มดาวมองไปรอบๆและถอนหายใจ“ค่ายกลนี้เกี่ยวข้องกับผลลัพธ์สุดท้ายพวกเจ้าไม่สามารถเคลื่อนไหวโดยประมาทเราจะทําอย่างไรหากความพยายามทั้งหมดของเทพ
ปีศาจไร้ขอบเขตถูกทําลาย”
การแสดงออกของฟางหยวนกลายเป็นเย็นชาขณะที่ผีดิบอมตะตะวันเดือดเผยรอยยิ้มกล่าว“ในกรณีนี้ข้าอาจรอมัน แต่ตอนนี้เราไม่ควรเสียเวลากลุ่มดาวมาจัดการเรื่องของเราก่อน”
เทพอมตะกลุ่มดาวกล่าว “ข้าอยากเห็นทักษะของเจ้าเช่นกันเชิญ!”
หลังกล่าวจบคําละอองดาวก็บินออกไปและกลายเป็นกระดานหมากรุกขนาดใหญ่จุดศูนย์กลางของกระดานหมากรุกแสงดาวคือค่ายกลวิญญาณอมตะของถ้ําปีศาจคลั่งผู้อมตะ
ทั้งหมดยืนอยู่ในกระดานหมากรุกแสงดาวนี้
“กระดานหมากรุกกลุ่มดาว!”ดวงตาของผีดิบอมตะตะวันเดือดส่องประกายแหลมคม
เทพอมตะสวรรค์พิภพยิ้ม“กระดานหมากรุกกลุ่มดาวไม่เคยเปิดเผยวิธีการนี้มาก่อน”
เทพอมตะกลุ่มดาวตอบเทพอมตะสวรรค์พิภพ“สิ่งนี้ได้รับการแก้ไขหลายครั้งหลังจากข้ากลับ
สู่สถานะจักรพรรดิเต๋าโปรดพิจารณา”
บรรพชนทะเลปราณโจมตีโดยไม่รอให้นางกล่าวจบ
พลังปราณปะทุขึ้นและทําให้พื้นที่รอบๆสั่นสะเทือนขณะที่แสงดาวเลือนหายไปเทพอมตะกลุ่มดาวโยนตัวหมากออกมา
ชิ้นหมากรุกกลายเป็นเทพธิดาเก้าวิญญาณ นางอยู่ในร่างนกหัวขวานพุ่งเข้าโจมตีบรรพชนทะเลปราณ
บรรชนทะเลปราณต่อสู้กับนางหลังจากผ่านไปสามหรือสี่รอบก็ยังไม่ปรากฏผลแพ้ชนะที่ชัดเจนเทพธิดาเก้าวิญญาณแข็งแกร่งขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากค่ายกล
ในการปะทะรอบที่ห้าเทพธิดาเก้าวิญญาณกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบและเริ่มตกอยู่ในอันตรายแต่ในจังหวะนี้ตัวหมากตัวอื่นเช่นหว่านซื่อหงเพ่ยกังซุ้ยและคนอื่นๆก็ถูกโยนเข้ามาในสนามรบและสร้างความโกลาหนขึ้นทันที
หลังจากชั่วครู่ ผีดิบอมตะตะวันเดือดก็มองเห็นความลับที่อยู่เบื้องหลังสิ่งนี้
สมาชิกวังสวรรค์ล้วนเป็นแกนกลางของค่ายกลเทพอมตะกลุ่มดาวเป็นผู้ควบคุมหลักและประสานงานกับพวกเขาได้อย่างยอดเยี่ยม
ผู้อมตะของวังสวรรค์เข้าสู่ค่ายกลมากขึ้นเรื่อยๆวังสวรรค์กลายเป็นฝ่ายชิงความได้เปรียบ
ผีดิบอมตะตะวันเดือดก่นเสียงเย็นเขาหลบหนีจากสนามรบที่วุ่นวายและพุ่งเข้าหาเทพอมตะกลุ่มดาวโดยตรง
ครั้งนี้เทพอมตะกลุ่มดาวไม่ได้หลบเลี่ยง นางเผชิญหน้ากับผีดิบอมตะตะวันเดือดอย่างตรงไปตรงมาการต่อสู้ระหว่างสองเทพอาจกล่าวได้ว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
แสงดาวและแสงสีทองระเบิดไปทั่วสนามรบ
ทั้งสองต่อสู้กันอย่างเท่าเทียม!