กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1033.2 เรื่องนอกประเด็น
หลังจากที่เหวยเซ่อมาเยี่ยมเยือนก็มีผู้ฝึกตนใหญ่จากหลิวเสีย ทวีปมาอีกคนหนึ่ง คือจิงเฮาที่มีฉายาว่าชิงกงไท่เป่ า เขาเร่งรุดมาถึง ด้วยความตื่นเต้นดีใจ ในฐานะเทพเซียนบนยอดเขาที่เป็ นอันดับหนึ่ง ของหลิวเสียทวีป ก่อนหน้านี้สัมผัสได้ถึงภาพเหตุการณ์ผิดปกติของ นทีสสวรรค์ก็ใช ้วิธีการที่มีเฉพาะของผู้ฝึ กตนใหญ่ขอบเขตบิน ทะยานอย่างไม่ลังเลรายงานให้ทางศาลบุ๋นทราบและจดลงบันทึกก่อน หลังจากนั้นศาลบุ๋นก็อนุญาตให้เดินทางมานอกฟ้ าได้ เพียงแต่ว่า เวลามีจากัด มิอาจอยู่นอกฟ้ าได้เกินหนึ่งชั่วยาม
แต่พอจิงเฮาเห็นซิ่วไฉเฒ่าที่อยู่ข้างกายอวี๋เสวียนก็เกือบจะ… เกือบจะหมุนตัวเดินจากไปแล้วจริงๆ
คราวก่อนในการประชุมของศาลบุ๋นแค่ชมความครึกครื้นบน เกาะยวนยางอยู่ไกลๆ เท่านั้น อย่างมากก็แค่พูดประโยคไม่น่าฟังสอง สามประโยคกับแขกในจวนหรือไม่ก็สหายบนภูเขาเท่านั้น
ทว่าเจ้าจั่วโย่วผู้นั้นกลับตามมาหาเรื่องถึงที่ แม้จะส่งกระบี่ ออกมาแค่ครั้งเดียวกลับทาให้จิงเฮาที่ถูกขนานนามว่า “สิบแปด มรรคกถาล้วนอยู่ในขั้นสูงสุด” ได้รับบาดเจ็บไม่เบา
บัณฑิตนิสัยย่าแย่เช่นนี้ ต่อให้เจ้าจั่วโย่วจะมีเวทกระบี่ที่สุดยอด เลิศล้าแค่ไหนก็ยังเป็ นอริยะปราชญ์ผู้มีเทวรูปตั้งวางอยู่ในศาลบุ๋น ไม่ได้อยู่ดี
อวี๋เสวียนแสร ้งทาเป็ นมองไม่เห็นสหายจิงเฮาที่อยู่ในสภาวะ กระอักกระอ่วน เพียงแค่ใช ้เสียงในใจยิ้มถามว่า “ซิ่วไฉเฒ่า เกิดอะไร ขึ้น ผินเต้าจาได้ว่าจิงเฮาแค่โดนกระบี่จากจั่วโย่วไปทีเดียว แต่ลูก ศิษย์คนนั้นของเจ้าไม่ใช่คนที่ชอบพลิกบัญชีเก่าเสียหน่ อย โดยทั่วไปแล้วถามกระบี่กับคนอื่นเสร็จก็จบเรื่อง ต่อให้ถูกพลิกบัญชี บางเรื่องขึ้นมาใหม่ จิงเฮาก็คงไม่ถึงขั้นเห็นหน้าเจ้าก็อกสั่นขวัญผวา แบบนี้หรอกกระมัง?”
นี่ถือว่าอวี๋เสวียนพูดจาอย่างคลุมเครือมากแล้ว ด้วยนิสัยการเข้า สังคมของจิงเฮา ขอแค่มีโอกาสจะต้องพยายามมาตีสนิทเหวินเซิ่งอ ย่างแน่นอน แล้วก็ต้องอยากจะพลิกเปิดเรื่องเก่าๆ บางเรื่องด้วย
จิงเฮาที่น่าสงสาร บุคคลอันดับหนึ่งบนภูเขาของธวัลทวีปได้แต่ ลังเลสองจิตสองใจอยู่ไกลๆ รู ้สึกล าบากใจสุดขีด
ก็จริงนะ หากแค่โดนซ ้อมไปรอบหนึ่ง จิงเฮาก็คงแค่ทาตัวเป็ นคน ใบ้กินหวงเหลียนอดทนข่มกลั้นกับเจ้าจั่วโย่วผู้นั้นไป
ประเด็นสาคัญคือจั่วโย่วจากไปได้ไม่นานเท่าไรก็มีบุคคล ยิ่งใหญ่ที่ทาให้จึงเฮาจาต้องโขกหัวค านับมาเยือน อีกฝ่ายก็เป็ นผู้ฝึก
กระบี่คนหนึ่งเหมือนกันแต่มีความเกี่ยวข้องกับ ภูเขาชิงกงที่ตั้งภูเขา บรรพบุรุษของส านักเขาอย่างมาก
หากจะบอกว่าในอาณาเขตของสู่โบราณคือสถานที่ที่คนผู้นี้ บรรลุมรรคา ถ้าอย่างนั้นภูเขาชิงกงก็คือสถานที่แห่งการฝึกตนของผู้ ฝึกกระบี่คนนี้
นี่จึงเป็ นเหตุให้แท้จริงแล้วสายของจิงเฮาถือเป็ นคนที่มา “ขอพัก อาศัย” เพียงแต่ว่าเจ้าของที่แท้จริง นับแต่ศึกพิฆาตมังกรปิดฉากลงก็ หายตัวไปนานถึงสามพันปี นานวันเข้าสานักแห่งหนึ่ง นอกจาก บรรพจารย์อย่างจิงเฮาแล้วก็ไม่มีใครรู ้เรื่องวงในที่น่าตกตะลึงนี้อีก
ซิ่วไฉเฒ่ายิ้มตาหยีกล่าว “พี่ใหญ่อวี๋ไม่รู ้อะไร ตอนนั้นอยู่ใน ศาลบุ๋น เท้าหน้าของจั่วโย่วเพิ่งจะเดินพ้นไป เท้าหลังของเฉินเซียนจ วินก็ตามมาติดๆ เท่ากับเป็ นการราดน้าเย็นลงบนหัวของจิงเฮาอีก รอบ จิงเฮาย่อมตกใจไม่เบา”
อวี๋เสวียนยิ่งประหลาดใจ “หมายความว่าอย่างไร เล่าให้ฟังหน่อย สิ”
ซิ่วไฉเฒ่ากล่าว “บรรพจารย์ของสายจิงเฮามีความเกี่ยวพัน กับเฉินเซียนจวินไม่น้อยความสัมพันธ ์ของทั้งสองฝ่ ายค่อนข้าง คล้ายคลึงกับ…กู้ชิงซงกับลู่เฉิน ดังนั้นหากฝ่ ายหลังออกมาจากภูเขา จิงเฮาก็ต้องยกภูเขาบรรพบุรุษลูกนั้นให้วัตถุกลับคืนสู่เจ้าของเดิม ต่อให้จิงเฮาไปเรียกร ้องโวยวายกับศาลบุ๋นก็ยังไม่มีประโยชน์”
อวี๋เสวียนกระจ่างแจ้งทันใด ที่แท้ภูเขาชิงกงแห่งนั้นก็เคยเป็ น พื้นที่ประกอบพิธีกรรมของเฉินชิงหลิวคนพิฆาตมังกรมาก่อน?
ดังนั้นเมื่อคนพิฆาตมังกรเผยกายบนโลกอีกครั้งในช่วงเวลาที่มี การประชุมศาลบุ๋น ผู้ฝึกลมปราณที่หวาดหวั่นที่สุดในใต้หล้านี้ก็คง จะเป็ นจิงเฮาที่คิดว่าตัวเอง “คุณธรรมไม่เหมาะสมกับตาแหน่ง อีกทั้ง ฝีมือก็สู้คนอื่นเขาไม่ได้” แล้ว
แล้วก็จริงดังคาด หลังจากที่เฉินชิงหลิวมาหาถึงที่ ในใจของจิง เฮาก็ตัดสินใจได้ทันทีมีเรื่องด้วยไม่ได้ จะหลบก็หลบไม่พ้น ถ้าอย่าง นั้นก็ย้ายสานักออกมาจากอาณาเขตภูเขาชิงกงไปเสียเลย เจ็บนาน ไม่สู้เจ็บแปบเดียว แม้ว่าส านักจะต้องสูญเสียพลังต้นก าเนิดอย่าง มหาศาล แต่ถึงอย่างไรก็ดีกว่าต้องอยู่อย่างอกสั่นขวัญแขวนทุกเมื่อ เชื่อวัน
คิดไม่ถึงว่าเฉินเซียนจวินที่ตอนแรกมีความคิดจะ “เก็บภูเขา” ไป จริงๆ คล้ายจะเปลี่ยนใจกะทันหัน ความนัยในค าพูดของเขาก็เท่ากับ ว่าได้ยกภูเขาชิงกงให้กับจิงเฮาแล้ว
แต่เขาก็พูดอย่างเป็ นนัยๆ ถือว่ามีข้อเรียกร ้องเล็กๆ สองข้อต่อจิง เฮา ข้อหนึ่งคือลูกศิษย์ที่ถูกจิงเฮาจับขังเอาไว้ เขาเฉินชิงหลิวถูก ชะตา เจ้าต้องคืนสถานะเจ้าส านักให้อีกฝ่าย
ตอนนั้นเฉินชิงหลิวบอกว่าหากเจ้าไม่เต็มใจก็ช่างเถิด
แน่นอนว่าจิงเฮาไม่กล้าไม่เต็มใจ ต่อให้ส่วนลึกในใจของตนจะ ไม่ยินยอมแค่ไหน แต่หัวที่อยู่บนบ่าก็ยังต้องพยักหน้ารับอยู่ดี
ข้อเรียกร ้องอย่างที่สองของเฉินชิงหลิวในตอนนั้นก็คือบอกว่าใน อนาคตอาจจะมีสหายบนภูเขาของเขามาเที่ยวเยือนธวัลทวีป หากถือ โอกาสมาเป็ นแขกที่ภูเขาชิงกงก็ให้จิงเฮาให้การดูแลหน่อย
ผู้อาวุโสบนภูเขาที่เฉินเซียนจวินบอกว่าเป็ น “พี่น้องที่รัก” คน นั้นมีฉายาว่า “ราชามังกรน้อยแห่งภูเขาลั่วพั่ว
ยังบอกอีกว่าวันหน้าหากจิงเฮาได้พบเจอสหายท่านนี้จะต้องรู ้ว่า เป็ นเขาในปราดแรกที่เห็นอย่างแน่นอน
ดังนั้นภายหลังจิงเฮาจึงอาศัยช่องทางและวิธีการต่างๆ บอกให้ ลูกศิษย์คนสนิทที่ไว้ใจได้สองสามคนไปเยือนแจกันสมบัติทวีปด้วย ตัวเองเพื่อสืบข่าวของภูเขาลั่วพั่ว ผลคือรายงานที่ส่งกลับมายังภูเขา ชิงกงกลับทาให้จิงเฮาเดือดดาลอย่างหนัก ออกคาสั่งที่ใช ้ถ้อยค า เข้มงวดรุนแรงจนแทบจะเป็ นการประณาม ไม่เพียงแต่ด่าพวกเขาเสีย จนไม่เหลือชิ้นดี ยังทิ้งท้ายไว้ในจดหมายลับด้วยว่า สืบใหม่!
ที่แท้ทางฝั่งของภูเขาลั่วพั่วแจกันสมบัติทวีปก็มีผู้ฝึกลมปราณที่ มีลักษณะเป็ นเด็กชายชุดเขียวอยู่จริง เพียงแต่ว่าจากรายงานลับ ฉบับแรกบอกว่า เขากลับเป็ นแค่เจียวน้าขอบเขตก่อกาเนิดที่เดินลง ลาน้าในอุตรกุรุทวีปได้สาเร็จเท่านั้น แค่เจียวน้าเขียนดินตนหนึ่งเนี่ย
นะ?ก็ไม่แปลกที่จิงเฮาจะเดือดดาลปานฟ้ าผ่า พวกเจ้าโง่เขลาเบา ปัญญาก็เลยคิดว่าอาจารย์ของพวกเจ้าโง่เหมือนกันหรือ?
รายงานฉบับที่สอง เนื้อหาละเอียดกว่าเดิม แม้แต่เรื่องที่ว่าร่าง จริงของคนที่ชื่อเฉินหลิงจวินผู้นั้นคือเจียวน้าน้อยก็ถูกขุดคุ้ยออกมา ด้วย อันดับแรกก็เป็ นที่แคว้นหวงถึงแคว้นใต้อาณัติของสกุลเกาต้า สุย มีแม่น้าอวี่เจียงอยู่สายหนึ่ง เฉินหลิงจวินสนิทสนมกับเทพวารีของ แม่น้าสายนั้นมาก คือเด็กชายชุดเขียวที่…นิสัยร่าเริงโดดเด่นอย่าง มาก เพียงแต่ว่าภายหลังได้เจอกับอิ่นกวานหนุ่มที่ตอนนั้นยังไม่ ร่ารวย จึงถือว่าเป็ นหนึ่งใน “ผู้อาวุโส” ที่ติดตามเฉินผิงอันไปฝึกตน อยู่ที่ภูเขาลั่วพั่วก่อนใคร
นี่จึงทาให้จิงเฮาที่มากไปด้วยกลอุบายยิ่งตกตะลึงระคน คลางแคลงใจคนพิฆาตมังกรคนหนึ่งกับเจียวน้าขอบเขตก่อกาเนิด ตัวหนึ่ง เรียกกันเป็ นพี่เป็ นน้องใครจะเชื่อ?
เพียงแต่ตีให้ตายอย่างไรจิงเฮาก็ไม่เชื่อ แต่เขาจะทาอย่างไรได้ เล่า? จะต้องให้ตัวเองถูกตีตายก่อนจริงๆ ก็คงไม่ได้กระมัง?
สรุปก็คือไม่ว่าความจริงจะเป็ นเช่นไรก็ล้วนหนีไม่พ้นภูเขาลั่วพั่ว และเฉินผิงอัน
ในเมื่อหนีไม่พ้นเฉินผิงอัน ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ได้มาพบกับเหวิน เซิ่ง จิงเฮาก็ยิ่งใจฝ่อมากกว่าเดิม
หลี่เซิ่งแทบไม่เคยสอดมือเข้าแทรกกิจธุระของศาลบุ๋น หย่าเซิ่ง อยู่ในใต้หล้าเปลี่ยวร ้างดังนั้นทุกวันนี้คนที่ดูแลศาลบุ๋นอย่างแท้จริงก็ คือซิ่วไฉเฒ่าที่คล้ายจะมารับหน้าที่เป็ นลูกพี่ใหญ่ชั่วคราวคนนี้แล้ว
ซิ่วไฉเฒ่ายิ้มเอ่ย “พี่ใหญ่อวี๋ ก่อนหน้านี้ที่ท่านถูกสหายเซียนฉา ด่า ก็ไม่ถือว่าเขาใส่ร ้ายท่านจริงๆ”
อวี๋เสวียนเอ่ยอย่างจนใจ “ไม่ยื่นมือไปตบหน้าคนที่ยิ้มให้ ใน ฐานะผู้ฝึ กตนท าเนียบ มักมีการเข้าร่วมงานพิธีเป็ นประจ า มิอาจ ปฏิเสธได้ แล้วยังต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงสุราประเภทต่างๆ เมื่ออยู่บน โต๊ะสุราก็เลี่ยงที่จะพูดจาตามมารยาทกับคนอื่นไม่ได้หรอก”
หลิวเสียทวีปหนึ่งในเก้าทวีปของใต้หล้าไพศาลถือเป็ นสถานที่ที่ มีภูเขาสายน้างดงามเป็ นอันดับหนึ่ง ผู้ฝึกตนบนภูเขาที่ฝึกตนประสบ ความสาเร็จต่างก็ชอบไปท่องเที่ยวที่นั่น ผู้ฝึ กตนของทวีปอื่นที่ไป สร ้างคฤหาสน์หรือที่พักส่วนตัวไว้ที่นั่นก็มีมากมายเกินจะนับได้ไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่รักของถ้าสวรรค์เทียนอวี่ที่ขึ้นชื่อว่าชอบต้อนรับ ขับสู้แขก งานเลี้ยงสุราของภูเขาชิงเสินถ้าสวรรค์จู๋ไห่กับงานเลี้ยง ซานฝูของถ้าสวรรค์เทียนอวี่ต่างก็มีชื่อเสียงกันอย่างมาก อวี๋เสวียน มักจะออกเดินทางไปข้างนอกบ่อยๆ ส่วนจิงเฮาก็เป็ นพวกชอบร่วมวง ความครึกครื้น ไม่ถือว่าเป็ นสหายกับอวี๋เสวียน แต่ก็ถือว่าคุ้นหน้าคุ้น ตากันดี จิงเฮาบอกกับคนอื่นว่าตัวเองเป็ นเพื่อนของอวี๋เสวียน อวี๋ เสวียนเองก็ไม่อาจจ้างให้รายงานขุนเขาสายน้าฉบับหนึ่งเขียน ปฏิเสธเรื่องนี้โดยเฉพาะได้
จิงเฮายังคงบากหน้ามาเอ่ยแสดงความยินดีกับอวี๋เสวียนอยู่ หลายคา จากนั้นก็เอ่ยขออภัยเหวินเซิ่ง
ซิ่วไฉเฒ่าไม่ได้ตีหน้ายักษ์ใส่อีกฝ่าย แค่หัวเราะหึหึไม่ต่อคา
ไม่เสียแรงที่เป็ นจิงเฮาซึ่งบอกว่าเคยร่วมงานเลี้ยงสุราน้อยใหญ่ เป็ นพันงานแล้ว พอต้องเผชิญกับสถานการณ์จริงๆ ก็ทุ่มสุดตัวไม่สน อะไรอีกแล้ว พูดคุยแย้มยิ้มกับอวี๋เสวียน มีบางครั้งที่พูดสอดแทรกถึง ความเก่งกาจทั้งที่อายุยังน้อยของอิ่นกวานหนุ่ม คุยอยู่นานเกือบครึ่ง ชั่วยามกว่าจะบอกลากลับไป
ซิ่วไฉเฒ่านั่งอยู่บนน้าเต้า ดื่มเหล้าอยู่กับตัวเอง เขาเริ่มกระอัก กระอ่วนจนอยากแคะเล็บแทนอวี๋เสวียนกับจิงเฮาแล้ว
ระหว่างนั้นจิงเฮาปลุกความกล้าพูดเป็ นเชิงบอกกับเหวินเซิ่งที่อยู่ ด้านข้างว่า ภูเขาชิงกงบ้านตนยินดีต้อนรับเฉินอิ่นกวานและสหายห ลิงจวินให้ไปเป็ นแขกที่เรือนอันซอมซ่อ ขอแค่บอกกล่าวกับพวกเขา ล่วงหน้าสักคา เขาจิงเฮาจะต้องออกไปรอต้อนรับแขกผู้สูงศักดิ์ที่เขต ชายแดนของหลิวเสียทวีปแน่นอน
ซิ่วไฉเฒ่านับถืออีกฝ่ ายยิ่งนัก ต้องการขอบเขตก็มีขอบเขต ต้องการหนังหน้าก็มีหนังหน้า จ าต้องพูดว่าต าแหน่งบางอย่างต้อง เป็ นคนอย่างพวกจิงเฮาเท่านั้นถึงจะนั่งลงไปได้
ซิ่วไฉเฒ่าจึงเอ่ยประโยคที่มีสองความหมาย “ถึงอย่างไรก็เป็ นผู้ ฝึกตนที่ประสบความสาเร็จบนยอดเขาซึ่งหาได้ยาก วันๆ จะเอาแต่
ปิดหูปิดตาไม่สนใจเรื่องนอกบ้านไม่ได้ หากเรื่องในบ้านจัดการได้ดี แล้วก็ควรจะเก็บเรื่องนอกภูเขามาสนใจสักหน่อย”
เห็นเพียงว่าจิงเฮามีสีหน้าเครียดขรึมขึ้นมา ลุกขึ้นประสานมือ คารวะ ค้อมเอวค้างอยู่นานไม่ยอมยืดตัวขึ้น ทั้งยังเอ่ยอย่างหนักแน่น ว่า “น้อมรับคาสั่งสอนของเหวินเซิ่ง!”
เรื่องนอกภูเขาที่เหวินเซิ่งกล่าวถึง แน่นอนว่าต้องเป็ นเรื่องในใต้ หล้าแล้ว
เข้าใจแล้ว ทางฝั่งของใต้หล้าเปลี่ยวร ้างมิอาจขาดผู้ฝึกตนสาย ภูเขาชิงกงของตนได้บนสมุดคุณความชอบของศาลบุ๋นควรจะต้องมี ชื่อของผู้ฝึกตนภูเขาชิงกงอยู่ด้วย
พอจิงเฮาจากไป บรรยากาศก็กลับคืนมาเงียบสงบดังเดิม
อวี๋เสวียนถามอย่างสงสัย “ซิ่วไฉเฒ่า สหายหลิงจวินผู้นั้นคือ เทพเซียนจากที่ใดกัน?”
ล้วนเป็ นจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ที่เข้าใจมนุษย์และสังคมจนชานาญ เข้าขั้นแล้ว อวี๋เสวียนจึงฟังความนัยนอกเหนือจากประโยคนี้ของจิ งเฮาออกได้ทันที เห็นได้ชัดว่าเขามองสหายหลิงจวินผู้นี้ในฐานะที่ เท่าเทียมกับเฉินผิงอัน
ซิ่วไฉเฒ่ายิ้มกล่าว “ร ้ายกาจนักล่ะ ร ้ายกาจมากเลย ก่อนหน้านี้ มรรคาจารย์เต๋าไปเที่ยวเยือนที่ตั้งเก่าของถ้าสวรรค์หลีจูก็เป็ นสหายห ลิงจวินผู้นี้ที่ออกหน้ามารับรองแขกแทนภูเขาลั่วพั่ว ครั้งแรกที่ได้เจอ
เจ้าแห่งถ้าเชียวก็เชื้อเชิญให้เจ้าอารามผู้เฒ่าไปเป็ นแขกบนภูเขา รับประกันว่าเขาจะต้องกินอิ่ม เจอกับมรรคาจารย์เต๋าก็ยิ่งไม่ทาตัวต่า ต้อยและไม่เย่อหยิ่ง ซื่อตรงองอาจอย่างยิ่ง โน้มน้าวให้มรรคาจารย์ เต๋าเปลี่ยนชื่อเสียใหม่”
อวี๋เสวียนท าสีหน้าตกตะลึง “อะไรนะ?!”
ต่อให้ตอนนี้เลื่อนเป็ นขอบเขตสิบสี่แล้ว ขึ้นสู่ที่สูงมองไปยังทิศ ไกลได้แล้ว แต่อวี๋เสวียนก็ยังไม่กล้าบอกว่าตัวเองสามารถงัดข้อกับ เจ้าแห่งถ้านี้เชียวได้ ถึงขั้นที่ว่าต่อให้ผ่านไปอีกร ้อยพันปีก็ยังเป็ น เช่นนี้
แล้วนับประสาอะไรกับที่ต่างก็พูดกันว่านักพรตเฒ่าจมูกโคหน้า เหม็นแห่งอารามกวานเต๋าอย่างตงไห่ผู้นั้นขึ้นชื่อว่ามีแค้นต้องชาระ เป็ นคนที่เจ้าคิดเจ้าแค้นที่สุดแล้ว
เกินครึ่งมรรคาจารย์เต๋าน่าจะขี่วัวออกเดินทาง ถ้าอย่างนั้นคาที่ บอกว่า “รับรองกินอิ่ม” ของสหายหลิงจวินผู้นี้ก็ไม่ใช่เป็ นการท้าทาย ต่อหน้าหรอกหรือ?
ประโยคที่ว่า “ออกจากถ้าไร ้ศัตรูเทียมทาน จุดที่ละเว้นคนได้ไม่ เคยละเว้นใคร” ไม่ใช่คาพูดวางโตโอหังที่เอ่ยอ้างขึ้นมาเองเท่านั้น ปี นั้นก็เพราะว่าเจอกับมรรคาจารย์เต๋า เจ้าแห่งถ้าขี้เขียวชายหาดลั่ว เป่าท่านนี้ถึงได้เสียเปรียบครั้งใหญ่ หาไม่แล้วท่ามกลางกาลเวลาอัน ยาวนานในยุคบรรพกาล “นักพรต” ในโลกมนุษย์ที่ต้องเคยประสบ
เรื่องยากลาบากด้วยน้ามือของผู้อาวุโสท่านนี้มาก่อนก็มีอยู่ไม่น้อย เลยจริงๆ
ส่วนที่บอกให้มรรคาจารย์เต๋าเปลี่ยนชื่อ เป็ นเพราะสาเหตุใดกัน เล่า?!
ใต้หล้าจะมีวีรบุรุษผู้กล้าที่องอาจห้าวหาญ…ไม่กลัวตายขนาดนี้ เลยหรือ?
ซิ่วไฉเฒ่า “พี่ใหญ่อวี๋มีเวลาว่างเมื่อไหร่ก็ลองไปเที่ยวเยือนภูเขา ลั่วพั่วด้วยตัวเองดู ก็จะรู ้ว่าขนบธรรมเนียมของที่นั่นบริสุทธิ์เรียบง่าย และจริงใจในการต้อนรับแขกถึงเพียงใด”
อวี๋เสวียนพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนที่จะได้ยินวีรกรรมของสหายห ลิงจวิน เจินเหรินผู้เฒ่าเคยคิดว่าภูเขาลั่วพั่วแห่งแจกันสมบัติทวีปจะ ไปหรือไม่ไปก็ได้ แต่ตอนนี้เขารู ้สึกว่าจาเป็ นต้องไปเยือนสักหน่อย แล้ว
มิอาจจินตนาการได้เลย ไม่รู ้เลยว่าต้องเป็ นดินและน้าแบบใดถึง ได้เลี้ยงดูวีรบุรุษที่หยิ่งทระนงในศักดิ์ศรีเช่นนี้ออกมาได้ ทาไมถึงได้ รู ้สึกว่าเมื่อเทียบกับกู้ชิงซงแล้วก็มีแต่จะเหนือกว่าไม่มีด้อยกว่ากัน นะ?
ผู้ฝึ กตนในใต้หล้า มีทั้งเขาอวี๋เสวียน ซิ่วไฉเฒ่าที่อยู่ข้างกาย และยังมีคนอย่างลู่เฉินต่างก็ถือว่าเป็ นคนที่ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ล้วน พูดคุยด้วยง่ายอย่างแท้จริง
แต่ก็มีผู้ฝึ กตนที่ค่อนข้างชอบเอาจริงเอาจังอย่างเจ้าแห่งถ้าปี้ เซียว อวี๋โต้วและเจิ้งจวี จง เกากู ฯลฯ เจ้าลองไปพูดล้อเล่นต่อหน้า พวกเขาดูสิ?
ครั้งนี้อวี๋เสวียนผสานมรรคาค่อนข้างจะกะทันหัน อยู่เหนือการ คาดการณ์ของผู้คนบวกกับที่ทางฝั่งของใต้หล้าไพศาลนี้ ผู้ฝึกตน คิดอยากจะบินทะยานไปนอกฟ้ าก็มีกฎอยู่มากมาย อีกทั้งผู้ฝึกตนบน ยอดเขาบางส่วนที่มีความสัมพันธ ์ไม่ดี ความสัมพันธ ์เลวร ้ายหรือ ธรรมดาอย่างมากกับศาลบุ๋นก็ไม่ยินดีจะรายงาน จะขอร ้องศาลบุ๋น แผ่นดินกลางเพราะเรื่องนี้ ส่วนใหญ่จะคิดว่ารอให้วันใดอวี๋เสวียนก ลับมายังส านักในทวีปแดนเทพแผ่นดินกลางเสียก่อนแล้วค่อยไป เยี่ยมเยือนก็ยังไม่สาย
ดังนั้นนอกจากกู้ชิงซงและผู้ฝึ กตนที่หน้าหนาอย่างจิงเฮาแล้ว สหายบนภูเขาที่ขอบเขตเท่าเทียมกับอวี๋เสวียนจึงแทบไม่มีใครโผล่ หน้ามาในวันนี้
จุดที่จิ๋วไฉเฒ่าผสานมรรคาคือแผ่นดินของสามทวีปอย่างใบถง ทักษินาตยและฝูเหยา ต่อให้ตัวอยู่นอกฟ้ า แต่คิดจะเรียกคนมาก็ยัง ไม่ยาก
เพียงแต่ว่าภูเขาสายน้าของสามทวีปเต็มไปด้วยหลุมบ่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ฝึ กตนใหญ่สองขอบเขตอย่างบินทะยานและ เซียนเหรินก็ยิ่งร่วงโรยแทบจะสูญหายกันไปหมดแล้ว
อวี๋เสวียนลองถามหยั่งเชิงซิ่วไฉเฒ่าอย่างเกรงใจ “ไม่อย่างนั้นให้ ผินเต้าบอกกล่าวแก่สหายรักที่อยู่ในทวีปแดนเทพแผ่นดินกลางสัก สองสามประโยคดีไหม?”
ใบหน้าซิ่วไฉเฒ่าเต็มไปด้วยความลังเล “แบบนี้ไม่ค่อยดี กระมัง?”
ใต้หล้านี้มีเหตุผลให้ไปขอของขวัญร่วมแสดงความยินดีจากคน อื่นเสียที่ไหน
นี่จะต่างจากฮว่อหลงเจินเหรินที่บอกว่า “ตัวพวกเจ้าไม่มาเยือน ยอดเขาพาตี้ไม่เป็ นไรแต่ซองแดงของทุกท่านต้องมาถึง เพราะต่อให้ ซองแดงจะบางแค่ไหนก็ยังถือเป็ นน้าใจ ตรงไหน?
อวี๋เสวียนจึงผลักเรือตามน้าด้วยการพยักหน้า เปลี่ยนคาพูดเสีย ใหม่ว่า “ไม่ค่อยดีจริงๆ นั่นแหละ”
ซิ่วไฉเฒ่าก็รีบเปลี่ยนคาพูดทันทีเหมือนกัน “อันที่จริงก็ดีมากนะ เพราะนี่ก็เป็ นเรื่องน่ายินดีที่ยิ่งใหญ่มาก เป็ นเรื่องที่พบเจอได้แค่ครั้ง เดียว ยากยิ่งกว่าการเป็ นเจ้าบ่าวเสียอีก”
อวี๋เสวียนสะอึกอึ้งพูดไม่ออก
ทุกวันนี้ลูกศิษย์ปิดสานักคนนั้นของเจ้ายากจนมากเลยหรือ?
หากจาไม่ผิด ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่นอกฟ้ า เขากับป๋ ายจิ่งก็ได้ กาไรกันไปไม่น้อยเลยนี่นา
ถอยไปพูดหนึ่งก้าว หากไม่มีเงินจริงๆ เฉินผิงอันก็กล้าทาเรื่อง อย่างการขุดเจาะลาน้าใหญ่ที่ใบถงทวีปด้วยหรือ?
ซิ่วไฉเฒ่ายึดคอมองไปยังทิศไกล ยิ้มเอ่ยว่า “โอ้โห คนของใต้ หล้ามืดสลัวมาแล้ว พี่ใหญ่อวี๋ อิจฉานัก อิจฉานัก สหายเยอะจริงๆ เลยนะ”
อวี๋เสวียนเหลือบตามองไปยังทิศไกล ยิ้มเอ่ยว่า “ไม่เคยเจอกันมา ก่อนด้วยซ้า จะถือเป็ นสหายได้อย่างไร”
ซิ่วไฉเฒ่านั่งขัดสมาธิ เอากาเหล้าเคาะหัวเข่า “ครั้งนี้สิบคนแห่ง ใต้หล้าใหม่ล่าสุดของใต้หล้ามืดสลัว จ านวนตัวส ารองมีค่อนข้างเยอะ เลยสินะ?”
อวี๋เสวียนพยักหน้ารับ “มากถึงยี่สิบเอ็ดคน”