กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1038.1 สวรรค์เป็ นใจ
[ภาค 14 สยบคลื่นลม] บทที่ 1038.1 สวรรค์เป็ นใจ
พระจันทร ์เสี้ยวส่องแสงสว่างไปทั่วเก้าทวีป
ในวัดนิกายวินัยที่อยู่ในอาณาเขตอวี๋โจวต้าหลี แสงจันทร ์ลอด ทะลุหน้าต่างเหมือนจะอ่านตารา บนกระดาษที่คุณภาพค่อนข้าง ย่าแย่แผ่นหนึ่งบนโต๊ะเขียนประโยคหนึ่งไว้ว่า “อยู่ห่างจากความฝันที่ กลับตาลปัตร”
ตรงริมลาคลองใกล้กับภูเขาไฉอวี้พรรคกิ่งไผ่ เฉินจิ้วจือเค่อฝ่ าย นอกตกปลาอยู่ที่ตอนบนของแม่น้า ตอนล่างมีนักพรตหนุ่มคนหนึ่ง โยนคันเบ็ดตกปลาลงน้า ฮา ตกปลาใต้ลมจะต้องตกได้ปลาตัวใหญ่ แน่นอน
อาเภอฉางหนิงเมืองหลวงแคว้นอวี้เซวียน ในเรือนแห่งหนึ่งที่ ปลูกดอกไม้ไว้เต็มลานเรือน แสงจันทร ์ส่องประกายสุกสกาว มีสตรีที่ วาดดอกพุดตานไว้เหนือคิ้ว ทั้งคนและแสงจันทร ์ต่างก็งดงาม เพริศพริ้ง
ชั้นหนึ่งของเรือนไม้ไผ่ภูเขาลั่วพั่ว เฉินผิงอันที่สวมชุดเขียวดับ ตะเกียงอ่านต ารา เดินออกมาจากเรือน ดึกมากแล้วผู้คนพากันเข้า นอน เขาเดินมาที่ม้านั่งหินริมหน้าผาเพียงลาพัง ทั่วร่างเต็มไปด้วย แสงจันทร ์
แสงจันทร ์สกาวสายลมเย็นฉ่า เสียงต้นสนพัดดังดั่งระลอกคลื่น ประหนึ่งเสียงจากสวรรค์
ริมหน้าผาของสันเขาที่อยู่ห่างจากภูเขาเหอฮวานไปไม่ไกล นอกจากเงินเหรินผู้พิทักษ์แคว้นที่มีรูปโฉมเหมือนเด็กของแคว้นชิง ซึ่งแล้วก็ยังมีเจ้าประมุขผู้เฒ่าสกุลจางเขตเทียนเฉาที่ทั้งเส้นผมและ หนวดเคราล้วนเป็ นสีขาว รวมไปถึงเซียนกระบี่หญิงจางไฉ่ฉิน ผู้ฝึก กระบี่เด็กหนุ่มจางอวี่เจียว ชีกู่ผู้ถวายงานสกุลจางที่หนวดเพิ่มพุงยื่น เป็ นผู้ฝึกยุทธขอบเขตร่างทอง ลูกศิษย์หญิงหลวี่โม่ จินหลวี่ผู้ฝึกตน หญิงสายของยอดเขาฉุยชิงพรรคจินแชว และยังคนนอกอีกคนหนึ่ง นางคือผู้ฝึกลมปราณเด็กสาวที่มาจากเมืองเฟิงเล่อซึ่งตั้งอยู่ตรงตีน เขาของภูเขาเหอฮวาน มีนามว่าหนีชิง ฉายา “ชิงหนี” นางสะพายร่ม กระดาษน้ามันคันหนึ่งเอียงๆ พร ้อมด้วยห่อสัมภาระผ้าฝ้ ายหนึ่งใบ
มียันต์ส่งข่าวส่องประกายแสงแหวกม่านราตรีมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อทยอยรายงานข่าวให้กับทางสันเขาแห่งนี้ทราบ กองทัพของแต่ ละฝ่ ายบุกรุดหน้าไปอย่างมีระเบียบประดุจผ่าลาไม้ไผ่ ราบรื่นกว่าที่ คาดการณ์ไว้มาก เฉิงเฉียนยิ่งมั่นใจว่าจ้าวฝูหยางลูกศิษย์ทรยศของ พรรคจินแชวต้องกลายเป็ นตะพาบในไหแล้วอย่างแน่นอน
และเวลานี้เอง นอกหน้าผาก็มีริ้วกระเพื่อมสายไหวเหมือนลมพัด ริ้วน้า
มีเงาร่างของนักพรตวัยกลางคนสวมกวานดอกบัวไว้บนศีรษะคน หนึ่งโผล่มา หลังจากเผยกายอยู่นอกหน้าผา นักพรตก็ก้าวหนึ่งก้าว มาทางหน้าผาหิน พลิ้วกายหยุดยืนนิ่ง
เดิมทีเขาสามารถมาถึงที่แห่งนี้อย่างเงียบเชียบได้ ดังนั้นริ้ว กระเพื่อมของปราณวิญญาณที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้จึงเป็ นเหมือนการ ทักทายจากเขา เป็ นการเคาะประตูบ้านบอกให้เจ้าบ้านได้รู ้ว่ามีแขก มาเยี่ยมเยือน
ทว่าพวกชีกู่ก็ยังตกใจสะดุ้งโหยง เข้าใจผิดคิดว่าเป็ นนักฆ่าของ ภูเขาเหอฮวานที่เป็ นหมาจนตรอกแอบแฝงกายมาที่นี่ ต้องการจะ ต่อสู้ให้พินาศวอดวายกับพวกเขา
เพียงแต่รอกระทั่งชีกู่มองเห็นการแต่งกายของนักพรตอย่าง ชัดเจนก็พอจะวางใจลงได้บาง ทว่าพอมองให้ชัดอีกครั้ง เห็นกวาน เต๋าบนศีรษะของอีกฝ่าย แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ตาลาย ชีกูก็รู ้สึกเหมือน หัวใจแล่นมาจุกอยู่ที่ลาคอ ไม่รู ้ว่าควรจะทาตัวอย่างไรดี
อาศัยดูจากกวานเต๋าที่พบเห็นบนภูเขาได้ไม่บ่อยนักก็มั่นใจใน ระบบสืบทอดของอีกฝ่ ายได้แล้วว่าต้องมาจากนครหนันหัวแห่งป๋ า ยอวี้จิงอย่างแน่นอน
จางฉงกลับมีสภาพดีกว่าชีกู่เล็กน้อย ผู้ฝึกตนใหญ่บนยอดเขา อย่างสมชื่อเช่นเขา ในชีวิตนี้ได้เห็นอะไรมาไม่น้อย นั่นก็ยิ่งไม่ต้อง
พูดถึงการอยู่ใกล้กันในระยะประชิดเช่นนี้เลยหลังจากขบคิดอยู่ครู่ หนึ่งก็กุมหมัดเอ่ยว่า “จางฉงแห่งเขตเทียนเฉาคารวะเฉาเทียนจวิน”
ในใต้หล้าไพศาล นอกจากอารามเต๋าขนาดเล็กไม่กี่แห่งของ ส านักโองการเทพที่ควันธูปบางเบาแทบจะโรยราแล้ว นักพรตที่มี คุณสมบัติจะสวมกวานเต๋เช่นนี้ก็มีแค่สองสายเท่านั้น นั่นคืออารามห ลิงเฟยแห่งแจกันสมบัติทวีปและส านักชิงเหลียงของอุตรกุรุทวีป เฉิง เฉียนและจางฉงที่เป็ นเซียนดินโอสถทองต่างก็เคยเข้าร่วมสงคราม ครั้งนั้นกันมาก่อน จึงจ านักพรตผู้นี้ได้ทันทีว่าเป็ นเทียนจวินเฉาหรง เจ้าอารามผู้เฒ่าของอารามหลิงเฟยที่อยู่ทางทิศใต้ และเขาก็ยิ่งเป็ น หนึ่งในลูกศิษย์ผู้สืบทอดที่เจ้าลัทธิลู่แห่งป๋ ายอวี้จิงทิ้งไว้ที่ใต้หล้า ไพศาล
เพียงแต่ว่าก่อนที่อารามหลิงเฟยจะเลื่อนขั้นเป็ นตาหนักเต๋า เฉา หรงก็ได้ปลดประจ าการจากต าแหน่งเจ้าอาราม ลงจากภูเขาออกไป ท่องพเนจรแล้ว
เฉาหรงคารวะตามขนบลัทธิเต๋า คลี่ยิ้มกลับคืน ไม่คิดจะดูแคลน จางฉงเพียงแค่เพราะอีกฝ่ ายเป็ นผู้ฝึกตนโอสถทอง เขายิ้มบางๆ เอ่ย ว่า “คารวะสหายจาง”
ฝ่ ายเฉิงเฉียนแห่งยอดเขาฉุยชิง พอเจอกับเทียนจวินลัทธิเต๋าผู้ ซึ่งฉายประกายเจิดจ้าในศึกของนครมังกรเฒ่าผู้นี้ ไม่พูดพร่าทา เพลงก็คารวะด้วยพิธีการใหญ่ที่พบเห็นได้ไม่บ่อยนักทันที
นั่นคือพิธีการสามค านับเก้ากราบ เจินเหรินผู้พิทักษ์แคว้นของ แคว้นชิงซึ่งที่มีรูปโฉมเป็ นเด็กคุกเข่าก้มกราบอยู่บนพื้น สองมือวาง ทับกันแนบพื้น เพียงแต่ว่าแนบหน้าผากติดหลังมือซ ้ายขวาไม่ติดพื้น ในลัทธิเต๋าที่เรียกว่าการ “เว้นศีรษะ
เฉิงเฉียนที่คุกเข่ากล่าวเสียงดังกังวาน “เฉิงเฉียนแห่งยอดเขา ฉุยชิง เจ้าประมุขพรรคจินแชวคนปัจจุบันคารวะบรรพจารย์เจิ้ง!”
เฉาหรงคือนามแฝง ชื่อจริงคือเจิ้งเจ๋อ ฉายา “เทียนรุ่ย” เจิ้งเจ๋อที่ มีชาติก าเนิดมาจากรัฐนี่เคยเป็ นขุนนางผู้รวบรวมบทกวีคนหนึ่ง
ความลับพวกนี้มีบอกเฉพาะในทาเนียบหยกทองของอารามหลิง เฟยเท่านั้น แต่ไหนแต่ไรมาอารามหลิงเฟยก็มีกฎระเบียบเข้มงวด ระดับขั้นเคร่งครัด ใครเล่าจะกล้าแพร่งพรายความลับของบรรพจารย์ ออกไป
เพียงแต่เพราะพรรคจินแชวมี “ความสัมพันธ ์ควันธูป” ส่วนนั้น อยู่กับอารามหลิงเฟยเฉิงเฉียนที่เป็ นเจ้าประมุขคนปัจจุบันถึงได้ สามารถอาศัยการบอกเล่าปากต่อปากของเจ้าประมุขแต่ละรุ่นมารู ้ ความลับข้อนี้
เฉาหรงยื่นฝ่ ามือข้างหนึ่งออกมากดลงบนความว่างเปล่าสอง สามที เอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “ลุกขึ้นเถิด”
เผชิญหน้ากับศิษย์หลานสายของตัวเอง เฉาหรงกลับไม่มีสีหน้า เมตตาปราณีให้เห็นแล้ว
ขณะเดียวกันเฉาหรงก็ใช ้เสียงในใจเอ่ยว่า “เฉิงเฉียน เมื่อครู่นี้ อาจารย์เจ้าลัทธิได้ออคาสั่งด้วยตัวเองอยู่ที่ยอดเขาโพโม่ว่า อนุญาต ให้บรรพบุรุษบุกเบิกภูเขาพรรคจินแชวพวกเจ้าได้ฟื้นคืนสถานะบน ท าเนียบนักพรตของอารามหลิงเฟย วันหน้าพรรคจินแชวของพวก เจ้ากับอารามหลิงเฟยก็ถือว่าเป็ นครอบครัวเดียวกันแล้ว ศาลบรรพ จารย์ดั้งเดิมล้วนอยู่ที่นครหนันหัวแห่งป๋ ายอวี้จิง”
เผชิญหน้ากับเจิ้งเจ๋อบรรพจารย์ที่ไม่เคยพบเจอหน้ากันมาก่อน เฉิงเฉียนใช ้พิธีการเว้นศีรษะที่หน้าผากไม่แนบติดพื้นไม่ใช่ว่าไม่ แสดงความเคารพต่อเฉาเทียนจวินมากพอ แต่เป็ นเพราะพรรคจิน แชวสืบทอดควันธูปต่อเนื่องมานานหลายปีโดยที่ไม่อาจ “นับบรรพ บุรุษกลับเข้าสกุล” กับอารามหลิงเฟยได้เสียที ดังนั้นพอเจอกับเจิ้ง เจ๋อ เฉิงเฉียนถึงได้คารวะด้วยพิธีการเช่นนี้
เฉาหรงย่อมรับพิธีการนี้ไว้อย่างเป็ นธรรมชาติ
เฉิงเฉียนโอสถทองคือวัตถุดิบที่สามารถสร ้างได้จริงๆ
ในใจของเฉิงเฉียนมีคลื่นแห่งความตกตะลึงถาโถม ได้ยินว่า “อาจารย์เจ้าลัทธิ” เคยเผยกายที่ยอดเขาโพโม่ ต่อให้เป็ นเฉิงเฉียนที่ มีจิตแห่งมรรคาแข็งแกร่งดุจหินผาก็ยังตื่นเต้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ใน ทะเลสาบหัวใจเกิดคลื่นยักษ์ชัดโหม แต่เขากลับพยายามยึดจิตแห่ง มรรคาให้มั่น สีหน้าภายนอกยังคงเคร่งขรึม หันหน้าไปทางยอดเขา โพโม่แล้วก้มกราบคารวะด้วยพิธีการใหญ่อีกครั้ง คราวนี้เอา หน้าผากแนบพื้น โขกเสียงดังตึงๆ
เฉาหรงผงกศีรษะยอมรับการกระท าของเขา
หากจะพูดถึงคลื่นมรสุมที่จะกลายเป็ นการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ใน อาณาเขตของภูเขาเหอฮวานในค่าคืนนี้ สืบสาวราวเรื่องกันแล้วอัน ที่จริงก็คือ ‘ความขัดแย้งภายใน” ที่เกิดขึ้นในสายเต๋าของบ้านตัวเอง
เฉิงเฉียนผู้นี้ให้ความเคารพครูบาอาจารย์เป็ นที่สุด เพียงแค่ เพราะจ้าวหยางที่ถูกตัดชื่อออกจากทาเนียบพรรคจินแชวมายึดครอง ภูเขาเหอฮวาน ถึงกับกล้ากระทาการล้าเส้นแอบซ่อนภาพเหมือน ของลู่เฉินเอาไว้ ทั้งยังสร ้างกวานเต๋าดอกบัวขึ้นมาโดยพลการ ดังนั้น เฉิงเฉียนถึงได้ทิ้งถ้อยคาอามหิตเปี่ยมไปด้วยปราณสังหารว่า “ผู้ที่ไร ้ ความสามารถนี้สวมชุด นี้มีโทษสมควรตาย
ก่อนหน้านี้ลู่เฉินพูดถึงเรื่องนี้กับเฉาหรง แม้ถ้อยคาที่ใช ้จะ เหมือนค าสัพยอก ปากบ่นว่าเจ้าตะพาบน้อยเฉิงเฉียนสร ้างปัญหา ใหญ่ให้กับตน
แต่เฉาหรงรู ้ดีอยู่แก่ใจว่าอาจารย์ชื่นชมเฉิงเฉียนอยู่หลายส่วน
เฉาหรงเหลือบมองหลวี่โม่ ตามคากล่าวของอาจารย์ เมื่อสาม พันปีก่อน นางเคยเป็ นสาวใช ้คอยช่วยแต่งกายอยู่ข้างกายของคน รู ้จักเก่าคนหนึ่ง ซื่อสัตย์ภักดีอย่างมาก
ผู้ฝึกยุทธหญิงในชาตินี้ เพียงแค่เพราะหลวี่โม่ถูกลู่เฉินที่กลับมา พบกันอีกครั้งหลังจากลากันไปนาน แต่พอเจอหน้ากลับกลายเป็ น คนไม่รู ้จักกันเป่าลมใส่เบาๆ ในตรอกเก่าโทรมของเมืองเฟิงเล่อ หลวี่
โม่ที่กาลังสับสนไม่เข้าใจก็ได้รับ โฉมหน้าดั้งเดิม” กลับคืนมา ได้ ผลัดรกเปลี่ยนกระดูก ครอบครองฐานกระดูกเขียนดินที่เป็ นกิ่งทอง ใบหยก นับแต่นี้ไปก็จะมีต้นทุนในการหันไปฝึกวิชาเซียน
เกี่ยวกับหลวี่โม่และตะพาบหินที่อยู่ในศาลราชามังกรทะเลสาบ ร ้อยบุปผา อาจารย์มีการเตรียมการเอาไว้แล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กสาวของเมืองเล็กที่มีฉายาว่าชิงหนีที่ อาจารย์ให้ความใส่ใจเป็ นพิเศษ ส่วนจะเก็บกวาดเรื่องนี้อย่างไรก็ต้อง ให้ลูกศิษย์อย่างเฉาหรงเป็ นคนช่วยแบ่งเบาภาระให้กับอาจารย์แล้ว
เฉิ งเฉี ยนลุกขึ้นยืนแล้วไม่ส่งเสียงใด เขาถึงขั้นไม่กล้า คาดการณ์ไปเองด้วยว่าตอนเจ้าลัทธิลู่ควรจะอยู่ที่ใด
เฉาหรงใช ้เสียงในใจกล่าวต่ออีกว่า “โชคและเคราะห์ไร ้ประตูมี แต่คนที่ไปเรียกมันมาเอง อาจารย์เจ้าลัทธิมาเยือนที่แห่งนี้ด้วยตัวเอง เป็ นเพราะความจริงใจของพวกเจ้าสองคน
เฉิงเฉียนผงกศีรษะรับตามขนบลัทธิเต๋าอย่างเงียบงัน ถือเป็ นการ คารวะกลับคืนต่อค าชมของบรรพจารย์ท่านนี้อย่างจริงใจ
เพียงแต่คาว่า “พวกเจ้าสองคน ของเฉาหรงทาให้เฉิงเฉียนที่ ฉลาดอย่างถึงที่สุดเข้าใจได้ทันที ทางฝั่งของภูเขาเหอฮวานนั้น เกิน ครึ่งคงไม่ต้องให้เขาเป็ นคนลงมือเก็บกวาดท าความสะอาดเรือนด้วย ตัวเองแล้ว
ก่อนหน้านี้เฉาหรงที่อยู่บนยอดเขาโพโม่ก็ได้ร่ายวิชาอภินิหาร มองภาพบรรยากาศรอบกายของจ้าวฝูหยางที่จวนอินอวินอยู่ไกลๆ หากอาจารย์ไม่ได้มา “ขวางทาง” เจียวภูเขที่เดิมทีควรจะล้อมพัน ภูเขาได้สาเร็จตัวนี้ บนหน้าผากมีเขาฉิวงอกออกมาก็จะมีรูปโฉม ของมังกรปรากฏขึ้นแล้ว
หากจะว่ากันถึงคุณสมบัติในการฝึกตน จ้าวฝูหยางมีคุณสมบัติ ที่ดีมากจริงๆ มองไปทั่วภูเขาสายน้าของแจกันสมบัติทวีปก็ถือเป็ น ระดับต้นๆ
หลังจากที่กลุ่มของจางไฉ่ฉินและผู้ถวายงานชีกูรู ้สถานะอันเลื่อง ลือของนักพรตผู้นี้แล้วก็รีบพากันคารวะเฉาเทียนจวิน เฉาหรงยิ้ม บางๆ คารวะกลับคืนพวกเขาไปทีละคน
เฉาหรงเปิดปากกล่าว “กองทัพของแต่ละแคว้นตั้งใจวางแผนกัน มาเนิ่นนาน เรื่องของการล้อมปราบภูเขาเหอฮวานเป็ นดั่งลูกธนูที่ หลุดออกจากสายแล้ว เรื่องมาถึงขั้นนี้ ผินเต้าก็ไม่กล้าสั่งให้พวกเจ้า ถอนกาลังกลับคืน ดังนั้นกองกาลังของแต่ละฝ่ ายสามารถทาตาม ก าหนดการเดิม รุดหน้าไปถึงเมืองเฟิงเล่อที่ตั้งอยู่ตีนเขาของภูเขา เหอฮวานได้ แต่บนภูเขาเหอฮวาน เซียงจวิน เวินจื่อซี่แห่งตาหนักห ลิงเฟย สิงจื่อแห่งอารามจินเซียน ตอนนี้พวกเขาทั้งสามคนอยู่ในจวน เฝิ่นหวานกันแล้ว ถึงเวลานั้นจะมีคาอธิบายให้กับฮ่องเต้แคว้นชิงซิ่ง และสกุลจางเขตเทียนเฉาอย่างแน่นอน ผินเต้าจะอยู่ที่นี่จนถึงเที่ยงวัน
หากไม่พอใจกับผลลัพธ ์ ไม่ว่าจะเป็ นใครก็ล้วนสามารถมาขอ คาอธิบายจากผินเต้าได้ที่นี่”
นี่เท่ากับเป็ นข้อสรุปแบบตอกปิดฝาโลงที่เทียนจวินลัทธิเต๋ามีต่อ คลื่นมรสุมครั้งนี้แล้ว
ประโยคนี้ของเฉาหรงถือว่าพูดอย่างเกรงใจกันอย่างมากแล้ว เขาพูดว่า “ไม่กล้า” ก็อย่าว่าแต่คนเก่าแก่ในยุทธภพอย่างจางไฉ่ฉิน และซีกู่ที่ไม่เชื่อเลย เกรงว่าแม้แต่จินหลวี่และเด็กสาวที่ยังพบเห็นเรื่อง ทางโลกมาไม่มากอย่างชิงหนีก็ไม่มีทางเชื่อเหมือนกัน
เฉิงเฉียนย่อมไม่มีความเห็นต่างใดๆ
จางฉงขมวดคิ้วน้อยๆ แต่กลับไม่ได้เอ่ยอะไร
“จะโทษก็ต้องโทษตาหนักหลิงเฟยของผินเต้าที่สั่งสอนลูกหลาน ได้ไม่ดี จ้าวผู้หยางถึงได้มีการกระทาเหล่านี้”
กล่าวมาถึงตรงนี้ เฉาหรงก็เอ่ยเย้ยหยันตัวเองว่า “ก็เหมือนอย่าง นิยายเทพเชียนบางเล่มที่เป็ นที่นิยมในหมู่ชาวบ้านล่างภูเขา ดู เหมือนว่าภูตที่มีรากฐานมีที่มา เวลาเจอกับเรื่องอะไรก็มักจะมีทางให้ ถอยหนีเสมอ”
จางฉงหัวเราะ หัวคิ้วของผู้เฒ่าคลายออกได้แล้ว
จ้าวฝูหยางออกจากพรรคจินแชวมาตั้งกี่ปีแล้ว แล้วนับประสา อะไรกับที่พรรคจินแชวก็ไม่ใช่ภูเขาเบื้องล่างของตาหนักหลิงเฟย ไม่ ว่าจะโทษใครก็โทษไปถึงหัวของต าหนักหลิงเฟยไม่ได้
เฉาเทียนจวินพูดเช่นนี้ก็เท่ากับเป็ นฝ่ ายดึงความรับผิดชอบที่มี ต่อภูเขาเหอฮวานซึ่งเต็มไปด้วยมลพิษสกปรกมาไว้ที่ตัวเอง นี่ก็ถือว่า เขามีคุณธรรมมากพอแล้ว
เฉาหรงกล่าวต่ออีกว่า “ต่อจากนี้ตาหนักหลิงเฟยจะบุกเบิกพื้นที่ ประกอบพิธีกรรมอยู่ที่นี่ อาณาเขตของพื้นที่ประกอบพิธีกรรมจะเล็ก หรือใหญ่ก็ต้องดูว่าหลังจากนี้พวกเจ้าเจรจากันอย่างไร เจ้า ต าหนักเซียงจวินเตรียมจะซื้อภูเขาบางส่วนมาจากพวกเจ้า ส่วนเรื่อง ราคาหากสองฝ่ ายต่อรองกันไม่สาเร็จก็ให้เรื่องราวยุติแต่เพียงเท่านี้ ไม่มีการบังคับใจกัน หากเจรจาได้ส าเร็จ ตกลงท าการค้ากันได้ก็ย่อ มดีที่สุด วันหน้าหากมีวาสนาต้องกัน พื้นที่ประกอบพิธีกรรมแห่งนี้ก็ จะรับลูกศิษย์จากแคว้นทั้งหลายที่อยู่โดยรอบซึ่งรวมแคว้นชิงซิ่งเป็ น หนึ่งในนั้นมา”
จางฉงโล่งอก การกระทาของเฉาเทียนจวินและพื้นที่ประกอบ พิธีกรรมมีความจริงใจเชื่อถือได้จริงๆ ถือว่าเป็ นการมอบบันไดลงที่ดี ให้กับราชสานักแคว้นทั้งหลายและสกุลจางเขตเทียนเฉาของเขา ไม่ ว่าจะด้วยเหตุผลส่วนตัวหรือเหตุผลส่วนรวมก็ไม่ถือว่าทาให้คนอื่น ลาบากใจ ไม่อย่างนั้นเฉาหรงก็ไม่จาเป็ นต้องออกหน้า แค่ให้บรรพ จารย์เซียงจวินพาพวกจ้าวฝูหยางจากไปเงียบๆ ก็พอแล้ว ไหนเลย
จะต้องออกมาเปลืองน้าลายพูดคุยกับโอสถทองเล็กๆ อย่างเขาจาง ฉงกัน
เฉาหรงใช ้เสียงในใจกล่าวว่า “สหายจาง ผินเต้ามีโอสถอยู่เม็ด หนึ่งที่พอจะมีประโยชน์อยู่บ้าง เดี๋ยวจะให้เซียงจวินน าไปมอบให้กับ สหายจาง”
จางฉงประหลาดใจอย่างมาก “ไม่มีความชอบมิอาจรับ ค่าตอบแทน เฉาเทียนจวินท าอย่างนี้คือ?”
ค าว่า “พอจะมีประโยชน์อยู่บ้าง” ของเฉาหรง ต่อให้เฉาหรง ไม่ได้บอกชื่อยาเม็ดนั้นจางฉงก็รู ้ดีว่าของขวัญที่มอบให้กันอย่างไร ้ สาเหตุนี้ต้องมีน้าหนักไม่เบาอย่างแน่นอน
เอ่ยประโยคที่ไม่น่าฟังสักคา เทียนจวินลัทธิเต๋าผู้ยิ่งใหญ่ ลูก ศิษย์ผู้สืบทอดของเจ้าลัทธิลู่จะเอายาวิเศษทั่วไปมามอบให้คนอื่นได้ หรือ?
เฉาหรงอธิบายด้วยรอยยิ้ม “ผินเต้ามีสหายอยู่คนหนึ่งที่เลื่อมใส สหายจางอย่างมากบอกว่าผู้อาวุโสเซียนดินอย่างสหายจางยิ่งมีอยู่ใน แจกันสมบัติทวีปมากเท่าไรก็ยิ่งมีประโยชน์มากเท่านั้น เขายังบอก ด้วยว่าขนบธรรมเนียมของหนึ่งแซ่หนึ่งตระกูล ยิ่งประตูบ้านกว้าง เท่าไรก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อขนบธรรมเนียมของแช่อื่นนอกบ้าน ได้มากเท่านั้น นอกจากนี้เซียงจวินลงจากภูเขาไปหาประสบการณ์ ไม่มาก จานวนครั้งที่คบค้ากับราชสานักล่างภูเขาก็น้อยนัก
ประสบการณ์ของนางย่อมไม่พออย่างเลี่ยงไม่ได้ วันหน้านางมาเปิด พื้นที่ประกอบพิธีกรรมอยู่ที่นี่ก็จะได้เป็ นเพื่อนบ้านกับสกุลจางเขต เทียนเฉาแล้ว ญาติห่างไกลไม่สู้เพื่อนบ้านใกล้เคียง เรื่องนี้คนทั้งบน และล่างภูเขารู ้กันมาแต่โบราณแล้ว คงต้องรบกวนให้สหายจางช่วย ตักเตือนเซียงจวินมากหน่อย พูดจาไม่น่าฟังกับนางหลายๆ ประโยค หลีกเลี่ยงไม่ให้เซียงจวินอาศัยระบบสืบทอดและขอบเขตมาท าอะไร ไม่รอบคอบ ไม่สนหัวสนท้าย”
จางฉงลังเลอยู่เล็กน้อยแล้วก็ไม่เล่นตัวอีก ยิ้มเอ่ยว่า “ถ้าอย่าง นั้นข้าก็จะทาหน้าหนารับของขวัญหนักชิ้นนี้เอาไว้ ขอบคุณเฉา เทียนจวินแล้ว”
เพียงแต่ว่าโอสถทองเฒ่าอดจะรู ้สึกคลางแคลงใจไม่ได้ ในเมื่อ เป็ นสหายกับเฉาเทียนจวิน ไฉนถึงได้เรียกตนว่า ‘ผู้อาวุโส’ เล่า?
นึกไปถึงการเดินทางของจางไฉ่ฉินกับหยางหงโปก่อนหน้านี้ รวมไปถึงวิถีแห่งการรับรองแขกของภูเขาลั่วพั่ว โอสถทองเฒ่าอย่าง จางฉงที่แค่ฟังเสียงพิณก็รู ้ถึงความหมายงดงามที่ซ่อนอยู่ ในใจจึงเริ่ม มีการคาดเดาได้แล้ว
แต่ในความเป็ นจริงแล้วเฉาหรงก็แค่หาข้ออ้างมามอบยาให้อีก ฝ่ายเท่านั้น
ส่งถ่านท่ามกลางหิมะให้กับจางฉงที่อายุขัยกาลังจะถึงขีดจากัด ปักบุปผาลงบนผ้าแพรให้กับอื่นกวานหนุ่มแห่งภูเขาลั่วพั่ว
นี่ก็น่าจะเป็ นสาเหตุที่ทาไมเฉาหรงถึงเป็ นที่ชื่นชอบของคน มากมายบนยอดเขา
จางฉงกล่าว “ผู้เยาว์คิดไปคิดมา รู ้สึกว่าหากไม่พูดก็จะไม่สบาย ใจ คงยังต้องถามค าถามที่ทาลายบรรยากาศกับเฉาเทียนจวินแล้ว”
เฉาหรงคาดเดาความคิดของอีกฝ่ ายได้แล้วจึงพูดอย่าง ตรงไปตรงมาว่า “จ้าวฝูหยางจะถูกเซียงจวินพาไปปิดประตูทบทวน ความผิดอยู่ที่ตาหนักหลิงเฟย หากไม่ผิดไปจากที่คาด เขาน่าจะ กลายเป็ นลูกศิษย์ผู้สืบทอดของผินเต้า”
ขณะเดียวกันเฉาหรงก็สกัดกั้นฟ้ าดิน แล้วหยิบม้วนภาพแห่ง กาลเวลาที่เรียกได้ว่าเป็ น “ของเลียนแบบ” ออกมาม้วนหนึ่ง เป็ น ของขวัญก่อนจากลาของลู่เฉินผู้เป็ นอาจารย์ เพียงแต่ก าชับกับเฉา หรงว่าแค่ให้จางฉงดูก็พอแล้ว
ในม้วนภาพแห่งนี้ไม่มีเฉินเหรินเด็กหนุ่มสะพายกระบี่ แล้วก็ไม่มี นักพรตหนุ่มที่ถือไม้ เท้าไผ่เขียวเดินขึ้นเขา จ้าวหยางล้อมภูเขาได้ สาเร็จราบรื่น เปลี่ยนจากงูกลายเป็ นเจียว ภูเขา อวี่ฉุนจือคนรักก็ เลื่อนเป็ นขอบเขตก่อกาเนิดตามไปด้วย
จางฉงดูภาพม้าวิ่งแห่งกาลเวลานั้นจบแล้ว ในที่สุดก็ปล่อยวาง ได้ “ผู้เยาว์ไม่มีค าถามใดๆ อีกแล้ว”
เฉาหรงเก็บม้วนภาพมา สลายวิชาอภินิหารทิ้งไป ใช ้เสียงในใจ ยิ้มเอ่ยว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ดี”
จากนั้นเฉาหรงก็หันไปมองผู้ฝึกยุทธหญิง “หลวี่โม่ ที่ศาลราชา มังกรทะเลสาบร ้อยบุปผามีโชควาสนาบนภูเขารอคอยเจ้าอยู่ จะไป หรือไม่ไปก็ตามใจเจ้า เวลาที่กาหนดคือครึ่งปี หากเกินเวลาโอกาส ที่ว่านี้ก็จะหายไป”