กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1139.3 เหมือนตำรำ เหมือนเครื่องหมำยวรรคตอน
บทที่ 1139.3 เหมือนตำรำ เหมือนเครื่องหมำยวรรคตอน
ทะเลใต้ บนพื้นผิวน้ำที่กว้ำงขวำงสงบนิ่งเหมือนแก้วใสสีเขียวมรกต
สตรีคนหนึ่งที่มวยผมทรงวิญญำณงูทะยำนลมอยู่เคียงข้ำงคนหนุ่มชุดขำว มุ่งหน้ำไปยังช่องทำงกุยชวีของเปลี่ยวร้ำง
นำงยิ้มถำม “หลิวโยวโจวส่งเทียบเชิญมำให้เจ้ำแล้ว และพวกเรำเองก็ถือว่ำผ่ำนทำงมำพอดี ทำไมไม่ไปร่วมวงควำมครึกครื้นสักหน่อยล่ะ”
เฉำสือส่ำยหน้ำ “ข้ำตอบปฏิเสธเขำไปแล้ว”
โต้วเฝิ่นเสียเอ่ยหยอกเย้ำ “ไม่เห็นเขำเป็ นสหำยถึงเพียงนี้เลยหรือ?”
เฉำสือกล่ำว “ไม่เหมำะที่ข้ำจะไปปรำกฏตัวที่นั่น”
โต้วเฝิ่นเสียพยักหน้ำ “ไปถึงภูเขำเฉวียนเจียวแล้วต้องเจอเจ้ำหมอนั่นแน่นอน เอำชนะอีกรอบก็ได้จำนวนพอหนึ่งมือนับพอดี”
เฉำสื่อเอ่ย “หำกยังมีกำรประลองกันอีกก็ต้องเป็ นหมัดที่อยู่ขอบเขตอื่นแล้ว”
โต้วเฝิ่นเสียถำม “หมำยควำมว่ำอย่ำงไร?”
เฉำสือกล่ำว “ยำกที่จะอธิบำยให้ชัดเจนได้”
โต้วเฝิ่นเสียจึงไม่ซักไซ้ต่อ นำงพลันร้องเอ๊ะ ยื่นมือมำป้ องตรงหว่ำงคิ้ว “ไฉนจำงเถียวเสียถึงมำปรำกฏตัวที่นี่ล่ะ? อีกคนนั่นคือเทพเซียนจำกที่ใด?”
ห่ำงไปประมำณร้อยลี้ มีคนที่คล้ำยมำรอให้พวกเขำผ่ำนมำทำงนี้อยู่พอดี หรือว่ำจะเป็ นปรมำจำรย์ผู้ฝึกยุทธที่เข้ำตำจำงเถียวเสียได้ คิดอยำกจะขวำงทำงเพื่อถำมหมัดกับศิษย์น้องเฉำ?
เฉำสือกล่ำว “ศิษย์พี่หญิงรออยู่ที่นี่ก่อน ข้ำจะไปที่นั่นเพียงลำพังสักรอบ”
โต้วเฝิ่นเสียพยักหน้ำอย่ำงไม่ลังเล “เจ้ำเองก็ระวังตัวด้วย”
เฉำลือพยักหน้ำ สูดลมหำยใจเข้ำลึกหนึ่งครั้ง เรือนกำยก็พุ่งแหวกอำกำศจำกไป
จำงเถียวเสียอดีตบุคคลอันดับหนึ่งบนวิถีวรยุทธของใต้หล้ำไพศำลหันไปฝึกตนกลำงทำง ควบฝึกเวทคำถำ มีฉำยำว่ำหลงป๋ อ หลังจำกนั้นมำผู้เฒ่ำก็ไม่เรียกตัวเองว่ำผู้ฝึ กยุทธด้วยควำมภำคภูมิใจอีก
เกือบหนึ่งร้อยปีที่ผ่ำนมำ น้อยครั้งมำกที่จำงเถียวเสียจะปรำกฏตัวอยู่บนบกของทวีปต่ำงๆ เขำมักจะออกทะเลไปตกปลำเพียงล ำพัง มีเพียงผู้ฝึกลมปรำณบนทะเลเท่ำนั้นที่ถึงจะบังเอิญพบเจอร่องรอยของเขำได้
ทว่ำวันนี้จำงเถียวเสียกลับยืนอยู่กลำงทะเลเมฆที่ห่ำงจำกพื้นผิวทะเลไม่เกินจั้งกว่ำคนที่เหวี่ยงคันเบ็ดตกปลำคือบุรุษเปลือยเท้ำร่ำงก ำย ำ ปล่อยเส้นผมสยำย
อันที่จริงเฉำสือรู้แต่แรกแล้วว่ำคนผู้นี้เป็ นใคร ถึงได้บอกให้ศิษย์พี่หญิงโตัวรออยู่ข้ำงหลัง
บุรุษผู้นั้นยิ้มเอ่ย “เฉำสือ ได้เจอกันอีกแล้วนะ”
เฉำสือพลิ้วกำยอยู่ริมขอบของทะเลเมฆ กุมหมัดเอ่ยอยู่ไกลๆ “เฉำลือคำรวะผู้อำวุโส ทั้งสองท่ำน”
จำงเถียวเสียโบกมือบอกเป็ นนัยแก่เฉำสือว่ำไม่ต้องเกรงใจ
บุรุษถือคนเบ็ดด้วยมือข้ำงหนึ่ง มืออีกข้ำงตบของบำงอย่ำงที่อยู่ข้ำงเท้ำ เอ่ยว่ำ “วิถีทำงโลกในทุกวันนี้ต่ำงก็พูดกันว่ำมรรคำหยุดอยู่ที่ลู่เฉิน บทกวีหยุดอยู่ที่ป่ ำยเหย่ ยันต์หยุดอยู่ที่อวี๋เสวียน หมัดหยุดอยู่ที่เฉำสือ”
เฉำสือกล่ำว “ตอนนี้ยังไม่กล้ำรับ”
จำงเถียวเสียยิ้มอย่ำงชอบใจ คนหนุ่มก็ควรต้องมีควำมมั่นใจเช่นนี้
บุรุษพยักหน้ำ “นิสัยนี้ของเจ้ำถูกใจข้ำมำกกว่ำจริงๆ ไม่เหมือนคนบำงคน”
เฉำสือค่อนข้ำงจะสงสัย ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็ยังคงถำมออกไปว่ำ “ผู้อำวุโสได้รับบำดเจ็บหรือ?”
บุรุษพยักหน้ำ “บำดแผลเล็กน้อย ไม่เป็ นอะไรมำก”
เฉำสือถำม “ผู้อำวุโสตั้งใจมำหำข้ำหรือ?”
บุรุษเอ่ย “ถือว่ำใช่ แล้วก็ไม่ใช่”
จำงเถียวเสียคิดจะเปิดปำกพูด บุรุษคนนั้นก็เอนร่ำงมำด้ำนหลังน้อยๆ หันหน้ำไปมองผู้ฝึกยุทธขอบเขตปลำยทำงที่อยู่ในขั้นเทพมำเยือนผู้นี้ จำงเถียวเสียก็กลืนคำพูดกลับลงไปทันที
วันนี้เขำจำงเถียวเสียไม่มีสิทธิ์พูด
พริบตำนั้นเฉำสือก็กลับมำอยู่ข้ำงกำยโต้วเฝิ่นเสีย
เงำร่ำงหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียงกลับพุ่งไปบนทะเลเมฆอย่ำงเงียบเชียบ เส้นเอ็นหัวใจของโต้วเฝิ่นเสียขึงตึง สีหน้ำมืดทะมึน นำงถึงกับมีควำมรู้สึกเหมือนเพิ่งไปเดินวนหน้ำด่ำนประตูผีมำรอบหนึ่ง
เฉำสือเอ่ย “ไม่เป็ นไร”
บุรุษนวดคลึงปลำยคำง “เฉำชุดขำวตัวดี ท ำไมข้ำถึงไม่รู้เลยว่ำผู้ฝึกยุทธคนหนึ่งถึงกับสำมำรถ…สหำยหลงป๋ อ มันพูดว่ำอะไรแล้วนะ สง่ำงำมละมุนละไมหรือ?”
จำงเถียวเสียยิ้มเจื่อนพูดไม่ออก
ตรงจุดตกปลำในทะเลเมฆ สตรีผู้หนึ่งโผล่จำกควำมว่ำงเปล่ำมำอยู่ข้ำงกำยบุรุษ เท้ำของนำงเตะของบำงอย่ำงหล่นลงไปในน้ำ พูดบ่นว่ำ “แสร้งท ำเป็ นนำยท่ำนใหญ่อะไรกัน”
ถึงกับเป็ นหัวหัวหนึ่ง
จำงเถียวเสียหนังตำกระตุก
บุรุษโบกมือไปทำงเฉำสือ “ไปท ำธุระของเจ้ำเถอะ”
จำงเถียวเสียรู้สึกประหลำด มักจะรู้สึกว่ำสำยตำที่คนรักของบุรุษท่ำนี้มองเฉำสือให้ควำมหมำยเหมือนแม่ยำยมองลูกเขยอย่ำงไรอย่ำงนั้น?
ออกเดินทำงไปกับเฉำสือต่ออีกครั้ง โตัวเฝิ่นเสียมึนงงไปอย่ำงสิ้นเชิง แต่ก็ไม่กล้ำเปิดปำกถำมง่ำยๆ กลัวว่ำจะไปละเมิดข้อห้ำมเข้ำ
เฉำสืออธิบำย “คือผู้ที่ช่วยเปิดเส้นทำงวิถีวรยุทธสู่สวรรค์ให้กับโลกมนุษย์”
โต้วเฝิ่นเสียหน้ำซีขำวเป็ นหิมะไปในชั่วพริบตำ
เฉำสือกล่ำว “ผู้อำวุโสไม่ได้มีเจตนำร้ำย”
โต้วเฝิ่นเสียเอ่ยอย่ำงอ่อนใจ “ต่อให้จะไม่มีเจตนำร้ำย ข้ำก็ตื่นเต้นอยู่ดีนั่นแหละ”
เฉำสือกล่ำว “ตื่นเต้นหรือไม่ก็ล้วนไม่มีประโยชน์”
โต้วเฝิ่นเสียอึ้งตะลึง หันหน้ำไปมองสีหน้ำของเฉำสือผู้เป็ นศิษย์น้อง นำงจึงเข้ำใจได้โดยพลัน “ศิษย์น้องเฉำ ปลอบคนอื่นไม่เป็ นก็อย่ำปลอบเลย จริงๆ นะ”
เฉำสือยิ้มบำงๆ “ก็ได้”
โต้วเฝิ่นเสียใจกล้ำขึ้นได้หลำยส่วน “ศีรษะนั่น?”
เฉำฮือกล่ำว “ข้าเดำว่ำคือขอบเขตสิบสี่ใหม่คนหนึ่งของใต้หล้ำบำงแห่ง”
โต้วเฝิ่ นเสียเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะเริ่มท่องพึมพำว่ำ “ไม่ตื่นเต้น ไม่ตื่นเต้น”
ขอบเขตสิบสี่คนหนึ่งที่เพิ่งจะผสำนมรรคำได้แค่ไม่กี่วันกลับถูกสังหำรทั้งอย่ำงนี้หรือ? ถูกคนผู้นั้นเด็ดหัวทิ้งทั้งอย่ำงนี้?
ริมทะเลเมฆ สตรีนั่งลงข้ำงกำยบุรุษ เอ่ยว่ำ “น่ำเสียดำยที่ไม่ส ำเร็จ หำไม่แล้วก็จะเป็ นคู่ที่เหมำะสมกันมำกจริงๆ”
บุรุษพยักหน้ำ “ร้อนใจอะไรเล่ำ ไม่ต้องออกเรือนนั่นแหละดี”
สตรีถำม “ป๋ ำยจิ่งอยู่ที่ฝูเหยำทวีป จะไปพบหน่อยหรือไม่?”
บุรุษเอ่ยอย่ำงมีโทสะ “พบกะผำยลมอะไรล่ะ เสียแรงที่พวกเรำเชื่อใจนำงถึงเพียงนั้น คนเชื่อถือไม่ได้!”
สตรีเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “วิถีทำงโลกที่เป็ นเช่นนั้น สงครำมที่เป็ นเช่นนั้น จะโทษนำงไม่ได้หรอก”
บุรุษเอ่ยอย่ำงอัดอั้น “ข้าไม่สน หำกป๋ ำยจิ่งกล้ำมำ ข้ำจะต้องท ำให้นำง…. “
สตรียื่นสองนิ้วไปหยิกแขนบุรุษแรงๆ “ลองพูดให้เหล่ำเหนียงได้ยินสิ? จะท ำอะไร?”
บุรุษเงียบไม่ตอบ
เฉำสืออืมรับหนึ่งที ก่อนเอ่ยว่ำ “ควำมเป็ นไปได้ของอย่ำงหลังมีมำกกว่ำ หำกอำจำรย์อยู่ที่นี่ด้วยจะมองออกได้แม่นยำยิ่งกว่ำนี้”
หัวใจของโต้วเฝิ่นเสียสะท้ำนสะเทือน “สตรีผู้นั้นอำจจะเป็ นผู้ฝึกยุทธขั้นเทพมำเยือนหรือ?!”
เฉำสือกล่ำว “เทพมำเยือนระดับยอดเขำหรือระดับสมบูรณ์แบบบอกได้ยำก”
โต้วเฝิ่นเสียหันหน้ำไปมอง สตรีร่ำงสูงใหญ่ได้เดินเลี้ยวเข้ำไปในตรอกอีกเส้นหนึ่งแล้ว เห็นเพียงใบหน้ำด้ำนข้ำงที่มีเหลี่ยมมุมชัดเจนของนำง หำกจะบอกว่ำในใต้หล้าไพศำลทุกวันนี้ เดินอยู่บนถนน จู่ๆ มีผู้ฝึกตนขอบเขตสิบสี่หน้ำใหม่โผล่มำ โต้วเฝิ่นเสียบังเอิญเจอ ก็ยังไม่ถึงขั้นทำให้นำงต้องตกตะลึงถึงขนำดนี้
โต้วเฝิ่นเสียข่มกลั้นควำมตกตะลึงและควำมอยำกรู้อยำกเห็นในใจลงไป เดินเข้ำไปในเหลำสุรำ เปิดผนึกดินของเหล้ำหมักเซียนไหหนึ่งออก ก้มหน้ำลงสูดกลิ่น กลิ่นหอมโชยมำปะทะจมูก คุ้มค่ำกับที่เงินจ่ำยไปจริงๆ เฉำสือไม่ดื่มเหล้ำ นำงจึงรินเหล้ำให้ตัวเองแค่ชำมเดียว ยิ้มถำมว่ำ “หำกประมือกัน โอกำสชนะเป็ นอย่ำงไร?”
เฉำสือส่ำยหน้ำ “เรื่องทำนองนี้บอกได้ยำก แพ้ชนะไม่มีอะไรที่แน่นอน”
โต้วเฝิ่นเสียดื่มเหล้ำหมดหนึ่งชำมแล้วก็พูดอย่ำงปลงอนิจจังว่ำ “แต่ละคนต่ำงก็ออกจำกภูเขำกันมำหมดแล้ว”
เห็นว่ำเฉำสือไม่ได้สนใจสตรีผู้นั้นเป็ นพิเศษ โต้วเฝิ่นเสียก็ถำมว่ำ “คิดอะไรอยู่หรือ?”
เฉำสือเอ่ยเสียงเบำ “กังวลว่ำอยู่ที่ต้ำตวน เพียนเพียนกับอำเสียนจะคุ้นชินหรือไม่”
โต้วเฝิ่นเสียหัวเรำะเสียงดัง ไม่เสียแรงที่เป็ นอำจำรย์ของผู้อื่น นำงถำมหยั่งเชิงว่ำ “ถ้ำอย่ำงนั้นก็ดื่มเหล้ำสักหน่อยไหม?”
คิดไม่ถึงว่ำเฉำสือจะมองไปที่โต๊ะเหล้ำแล้วถึงกับไม่ปฏิเสธ “สำมำรถจิบนิดๆ หน่อยๆ ได้ เปลี่ยนจำกชำมใหญ่เป็ นจอกเหล้ำแทน”
กำรกระทำนี้ของเฉำสือผิดปกติอย่ำงมำก ทำเอำโต้วเฝิ่นเสียคิดอยำกจะรับลูกศิษย์กับเขำสักคน
คนกลุ่มหนึ่งเดินขึ้นเรือรำตรีมำ พอมำถึงบนเรือ หลิวเสี้ยนหยำงเห็นอะไรก็แปลกใหม่ไปหมด คิดจะไปเยือนตำมนครแห่งต่ำงๆ ล้วนต้องมีเอกสำรท ำเนียบ
ครำวกก่อนจับผลัดจับผลขึ้นมำบนเรือรำตรี เฉินผิงอันถำมเจ้ำของเรือจำงว่ำสำมำรถเปิดร้ำนไว้ที่นครเถียวมู่ได้หรือไม่ อำจำรย์ผู้เฒ่ำบอกว่ำไม่มีปัญหำ ยินดีต้อนรับอย่ำงยิ่ง
เพียงแต่ว่ำครำวนี้เฉินผิงอันเดินทำงไปเยือนฝูเหยำทวีป ถือยันต์ขึ้นเรือที่ริมชำยหำดของอำณำเขตขุนเขำตะวันตกถึงได้รู้ว่ำ นครหลิงซีที่เป็ นหนึ่งในสี่นคร มีอีกชื่อหนึ่งว่ำนครตี้อี เจ้ำนครหญิงผู้นั้นได้ออกจำกเรือรำตรีไปแล้ว อีกทั้งก่อนจะลงจำกเรือนำงได้พูดคุยกับเจ้ำของเรือจำงเรียบร้อยแล้วว่ำจะมอบนครหลิงซีให้เฉินผิงอันจัดกำร
หำกไม่ยินดีจะสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงกับเรื่องนี้ก็ปล่อยนครแห่งนี้ทิ้งไว้ไม่ต้องไปสนใจ หำกจะร้ำงก็ปล่อยให้มันร้ำงไป วันหน้ำรอให้มีตัวเลือกเจ้ำนครที่คิดว่ำเหมำะสม เฉินผิงอันก็แค่บอกกล่ำวกับเจ้ำของเรือจำงสักคำก็พอ
เฉินผิงอันลังเลอยู่พักใหญ่ เขำไม่กล้ำรับช่วงต่อนครหลิงซีมำจริงๆ แต่หำกจะให้เขำช่วยดูแลแทนระยะเวลำหนึ่งกลับไม่ใช่ปัญหำมำกนัก
เข้ำมำในนครหลิงซี นับแต่โบรำณมำบุ๋นก็ไร้อันดับหนึ่ง ทว่ำเจ้ำนครคนก่อนดันตั้งชื่อว่ำนครตี้อี จิตใจของนำงจะสูงส่งเย่อหยิ่งถึงเพียงใด แค่คิดก็พอจะรู้ได้
หลิวเสี้ยนหยำง เสี่ยวโม่และเซี่ยโก่วก็เริ่มไปเดินเล่นเหมือนกัน เฉินผิงอันยืนอยู่ในระเบียงของสะพำนหงเฉียวเพียงล ำพัง พูดในใจไปหนึ่งประโยค
เจ้ำของเรือจำงและภิกษุหนุ่มคนหนึ่งก็มำที่นี่ ภิกษุพนมสองมือท่องภำษำธรรมหนึ่งประโยค เฉินผิงอันก็ยกมือไหว้คำรวะกลับคืน
ภิกษุยิ้มเอ่ย “ไม่ทรำบว่ำอื่นกวำนจะถำมอะไร?”
เฉินผิงอันกล่ำว “บนภูเขำต่ำงก็พูดกันว่ำกำรสละร่ำงไปเกิดใหม่ของผู้ฝึกตน หำกชำติหน้ำคิดอยำกจะจ ำอดีตชำติได้ ขึ้นเขำไปสืบทอดวำสนำบนมรรคำต่ออีกครั้งก็ไม่ต่ำงจำกกำรงมหำเข็มสีทองในมหำสมุทร ไม่อำจหวนคืนได้ชั่วนิรันดร์”
ภิกษุหนุ่มรอฟังประโยคถัดไปเงียบๆ
เฉินผิงอันเอ่ยต่ออีกว่ำ “ข้าอยู่อยำกจะถำมท่ำนหลวงจีนเรื่องหนึ่ง โฉวเหมียวแห่งก ำแพงเมืองปรำณกระบี่ได้ไปเกิดใหม่หรือไม่ หำกเขำได้เกิดใหม่ ทุกวันนี้เขำอยู่ที่ใด”
ภิกษุหนุ่มคล้ำยจะมีกำรคำดกำรณ์ได้ล่วงหน้ำก่อนแล้ว จึงยิ้มบำงๆ เอ่ยว่ำ “บำงทีอำจอยู่ไกลสุดขอบฟ้ ำ เดินย่ำจนรองเท้ำสึกก็ยังหำไม่พบ หรือบำงทีอำจอยู่ใกล้เพียงตรงหน้ำ ได้มำโดยไม่ต้องเปลืองแรงแม้แต่น้อย”
ไม่คิดว่ำนี่คือคำพูดที่ไร้ประโยชน์อะไร เฉินผิงอันรออยู่ครู่หนึ่ง แน่นอนว่ำเขำอยำกได้คำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่ำนี้ ต่อให้เป็ นแค่เบำะแสหยำบๆ ที่พร่ำเลือนก็ยังดี ทว่ำหลวงจีนกลับขอตัวกลับไปแล้ว พูดแค่ประโยคเดียวว่ำ “ปล่อยให้เป็ นไปตำมวำสนำ”
อำจำรย์จำงก็ไม่อยู่ต่อเหมือนกัน พร้อมใจกับภิกษุออกไปจำกนครหลิงซี
เฉินผิงอันยิ่งไม่รั้งพวกเขำเอำไว้ ยืนพิงรำวรั้ว ในใจรู้สึกวูบโหวงอยู่บ้ำง
อยำกจะเจอโฉวเหมียวอีกครั้งเหลือเกิน ไม่ว่ำจะรับตัวขึ้นเขำ หรือจะไปที่นครบินทะยำนของใต้หล้ำห้ำสีด้วยกัน ก็ล้วนสำมำรถกลับมำฝึกตน กลับมำฝึกกระบี่ได้อีกครั้ง
ชีวิตคนเหมือนตำรำ เหมือนเครื่องหมำยวรรคตอน