the first order สู่รุ่งอรุณเเห่งมวลมนุษย์ - ตอนที่ 434 ผู้บัญชาการกรมคนใหม่แกก็ตายแล้ว
กองร้อยเจียนเตารู้ว่าพวกตนยังไม่ได้ทำอะไรมากเลย ที่
พวกเขามอง อย่างมากก็กำจัดไปสองกองร้อย เริ่นเสี่ยวซู่
ฆ่านายทหารไปคน ส่วนที่ว่าเริ่นเสี่ยวซู่ฆ่าได้ยังไงนั้น กองร้อยเจียน
เตาชาชินจนคร้านจะสนใจแล้ว
พวกเขาคิดว่านี่เป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว เทียบกับเรื่องที่พวกเขาทำ
ก่อนหน้านี้แล้วไม่นับว่าเป็นอะไรได้
แต่ว่าสำ หรับสมาคมตระกูลจงแล้วมันได้เป็นเช่นนั้นเลย
ตอนนี้สมาคมตระกูลจงเรียกให้นายทหารชั้นยอดจากแนวหน้าไปทำ
หน้าเป็นผู้บัญชาการกรมทหารราบคนใหม่ยังป้อมปราการ 144
ผลงานนายทหารหนุ่มคนนี้ที่แนวหน้านั้นไร้ที่ติ เบื้องบนของ
สมาคมตระกูลจงถึงกับตั้งใจให้เขาหน้าที่รักษาที่มั่น 128 บนเขาอู่
ชวนแต่สุดท้ายเพื่อจัดการปัญหาคามือ พวกเขาก็สั่งให้เขากลับ
จากแนวหน้าไปดำเนินปฏิบัติการตีล้อมที่แนวหลังเสียได้
มีคนเสนอว่าควรจะจัดทหารอีกกรมแบบเต็มอัตราไปล้อม
โจมตีที่แนวหลังด้วย
แต่ว่านายพลคนหนึ่งของศูนย์บัญชาการปัดข้อเสนอนี้ทิ้ง
“ป้อมปราการ 178 ไม่มีกองเรือ ถึงแนวป้องกันชายฝั่งใต้ของแม่น้ำ
เป่ยวานจะถูกสมาคมตระกูลชิ่งถล่มทำลายไปแล้ว แต่ว่าทางน้ำ
ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของเราอยู่ บนแม่น้ำไม่มีเรือไหนอีก แล้วถึง
มียังไงพวกเราก็เห็นอยู่แล้ว ดังนั้นกองกำลังกองกำลังป้อมปราการ
178 ที่ป้วนเปี้ยนอยู่หลังบ้านเราต้องเป็นกองกำลังที่ขึ้นเรือที่ท่าเรือ
หลังเขาเฉียงวาน เรือนั่นอย่างมากก็บรรจุได้สามร้อยคน นี่เป็น
ข้อมูลที่เราต้องเอามาคิดด้วย”
“อืม กรมทหารที่ 1237 จากป้อมปราการ 144 ก็ไม่ได้อ่อนแอ
อะไรด้วย ถ้าจงจิงยังใช้กำลังทหารทั้งกรมใต้บัญชาจัดการนี้ไม่ได้
งั้นเขาก็คงไม่ได้มีฝีมือจริง” นายพลวัยกลางคนพูดเสียงนิ่งตอนนี้เองทุกคนก็หยุดชะงักการพูดคุยไป สิ่งที่นายพลพูลสื่อ
ถึงการขัดแย้งภายในระหว่างฝ่ายต่างๆ ของสมาคม
ก็เป็นดั่งสมาคมส่วนใหญ่อื่นๆ รากฐานพวกเขาก็มีรอบ
แตกแยก ไม่อย่างนั้นคงไม่มีคนแอบลอบขนทรัพย์สินออกไปแล้ว
จงเฉิงจงเซียงที่มาจากตระกูลจงสายหลัก ตอนนี้ถือเป็น
บ้านใหญ่ ส่วนนายทหารหนุ่มนามจงจิงผู้นี้มาจากสายรองที่สี่ ถือว่า
กำลังแข่งขันกัน
ในท้ายที่สุด นายพลผู้หนึ่งจากสายจงจิงก็ว่า “ศัตรูมีมือ
สไนเปอร์ด้วย พวกเราต้องส่งมือสไนเปอร์ชั้นยอดสุดของเราไปที่
ป้อมปราการ 144 เหมือนกัน ยังไงการรบที่เขาอู่ชวนยังไม่ถึง
จุดเดือด”
ถือเป็นการแลกเปลี่ยนกันแล้ว ซึ่งนายพลคนอื่นๆ ก็รับทราบไป
กลายๆ
ป้อมปราการ 144 อยู่ห่างจากเขาอู่ชวนไปห้าร้อยกิโลเมตร
สมาคมตระกูลจงได้สร้างถนนคอนกรีตง่ายๆ เชื่อมสองสถานที่นี้ไว้ด้วยกัน แต่เพราะการเคลื่อนของเปลือกโลกบวกกับขาดการดูแล
ถนนตอนนี้เลยเป็นหลุ่มเป็นบ่อเต็มไปหมด
ตอนนี้จงจิงมีมือสไนเปอร์ที่เก่งกาจที่สุดของสมาคมตระกูล
จงเดินทางมากับเขาด้วย
รถออฟโรดขับบนถนนด้วยความเร็วเพียงห้าสิบกิโลเมตรต่อ
ชั่วโมง
จงจิงออกเดินทางตั้งแต่กลางคืน เพราะขนของมาไม่มาก จะ
ถึงพื้นที่ของป้อมปราการ 144 ภายในบ่ายวันต่อไป
จงจิงใจร้อนอย่างยิ่ง เขาอยากรีบจัดการภัยร้ายในแนวหลังให้
เสร็จๆ ไปให้ไวที่สุด เขาจะได้กลับไปแนวหน้าซึ่งเป็นที่เหมาะที่
สุดกำลังการเก็บเกี่ยวผลงานเลื่อนขั้น
เขาโทรติดกับรองผู้บัญชาการกรมที่ 1237 เตรียมการอะไร
ต่างๆ ตั้งแต่ยังไปไม่ถึงป้อมปราการ อับดับแรกเขาสั่งให้รอง
ผู้บัญชาการกรมของตนไปค้นตามโรงงานใกล้เคียงคร่าวๆ เสีย
ระหว่างที่อ่านรายงานอยู่นั้น จงจิงพบว่าผู้บัญชาการกรมคนที่แล้วพลาดจะตรวจค้นตามโรงงานไป เขาคิดว่ากองกำลังฝ่ายศัตรูต้อง
ซ่อนอยู่ในสักโรงงานหนึ่งแน่ๆ
ดังนั้นรองผู้บัญชาการกรมจึงส่งกองร้อยออกไปตรวจค้น
โรงงานยี่สิบกว่าแห่งในพื้นที่
และก็เป็นไปตามคาด คืนนั้นระหว่างเดินทาง รองผู้บัญชาการ
กรมของเขาก็รายงานมาว่าปะทะกับกองกำลัง 178 ที่โรงหลอม
สัมฤทธิ์
จงจิงถอนหายใจยกใหญ่ เป็นอย่างที่เขาเดาไว้ หลังจากนั้นเขา
ก็ถามถึงผลการรบ แต่รองผู้บัญชาการกรมกับบ่ายเบี่ยง บอกเพียง
ว่าเพราะมีหลายโรงงานเกิน กองกำลังที่ออกไปตรวจค้นเลยต้อง
แบ่งแยกกันไป เขาพูดว่ามีที่ไปตรวจโรงหลอมสัมฤทธิ์นั้นเป็นแค่
กองร้อยเดียวเลยพ่ายแพ้ต่อศัตรูไป…
จงจิงเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะถามถึงจำ นวนผู้เสียชีวิตฝ่ายศัตรู
และก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีผู้เสียชีวิตเลย…
ที่จริงกองนั้นยังไม่ทันได้ถึงโรงหลอมสัมฤทธิ์ ร่างแยกเงาของ
เริ่นเสี่ยวซู่ก็จัดการเหี้ยนเกือบทั้งกองร้อยแล้ว ร่างแยกเงาพุ่งไปในขบวนของศัตรูและทำการฆ่าพลสื่อสารกับทำลายชุดวิทยุเป็นอันดำ
แรก จากนั้นก็เริ่มฆ่าฟันอยู่ในกองทหาร ก่อนจะบอกให้กองร้อย
เจียนเตาออกมาทำการเก็บกวาดพื้นที่
แต่ว่ายังไม่ใช่แค่นั้น ร่างแยกเงายังคนไล่ตามล่าทหารสมาคม
ตระกูลจงที่หนีเข้าแดนรกร้างไป สุดท้ายกองร้อยที่มาเยือนโรง
หลอมสัมฤทธิ์ก็ถูกสังหารไปจนหมดสิ้นทั้งๆ ที่ยังไม่เห็นประตู
ทางเข้าโรงงานด้วยซ้ำ
ผ่านไปครึ่งชั่วโมงรองผู้บัญชาการกรมเพิ่งจะรู้ตัวเพราะติดต่อ
กองร้อยนั้นไม่ได้ แต่กว่าจะรู้ตัวกองร้อยเจียนเตาก็ทำการ
ส่งผู้อพยพออกไป ระเบิดโรงงานทิ้ง และหนีจรลีเรียบร้อย ไม่รู้แล้ว
ว่าหายไปไหน
นี่ต้องขอบคุณที่ว่าแนวหน้ามีสงครามกันอยู่ด้วย ไม่อย่างนั้น
กองกำลังป้อมปราการ 144 ไม่ใช่อะไรที่เริ่นเสี่ยวซู่สามารถเอาชนะ
ได้เลย แต่ที่เริ่นเสี่ยวซู่กล้าโจมตีสมาคมตระกูลจงในเขตพื้นที่
พวกเขาเองก็เพราะด้วยเหตุผลนี้แลจงจิงเริ่มกังวลใจหนักแล้ว จะให้เขาดุด่ารองผู้บัญชาการของ
เขาคาโทรศัพท์ก็ไม่เหมาะสม อย่างไรเขาก็เพิ่งรับตำแหน่งมาสดๆ
ร้อนๆ จะมีปากเสียงเลยคงไม่ได้ ถ้าอีกฝ่ายเกิดไม่ร่วมมือกับเขาขึ้น
มาหลังจากนี้คงเป็นปัญหาหนักกว่าเดิม
รองผู้บัญชาการเขาถาม “ไม่ทราบว่าจะให้ส่งทหารไปรับท่าน
ไหม อย่างน้อยถ้ามีอันตรายพวกเขาจะได้ปกป้องท่านได้…”
จงจิงขัดใจนัก ถึงเขาอยากใจเย็นตามแบบพวกเบื้องบน แต่เขา
ยังอายุน้อยเลยเก็บอารมณ์โมโหไม่อยู่เลยอดพูดค่อนแคะไปไม่ได้
“ไม่ต้องหรอก แกะรอยศัตรูต่อไป ต่อให้นานทำงานตัวเองดีๆ ไม่ได้
แต่เรื่องเลียนี่เก่งเชียว ถ้ายังระบุตำแหน่งทหารป้อมปราการ 178
ไม่ได้ในหนึ่งวัน ก็ไม่ต้องอยู่กรมทหารที่ 1237 ต่อแล้ว ฉันจะส่งนาย
ขึ้นเหนือไปทำเหมืองเอง”
ส่วนกองร้อยเจียนเตากำลังเดินทัพในแดนรกร้างไป
ทางตะวันตก ต้องขอบคุณจงจิงจริงๆ ทำเอาพวกเขาซ่อนสบายๆ ใน
โรงงานต่อไม่ได้แล้ว จางเสียวหม่านด่าเช็ดจงจิง “ไอ้เวรแซ่จงคน
ไหนแม่*ฉลาดจัดจนเดาที่ซ่อนเราได้วะ”“นายคาดอะไรไว้ล่ะ” เริ่นเสี่ยวซู่พูดเสียงนิ่ง “พวกเรามองอีก
ฝ่ายเป็นพวกโง่งมไปเรื่อยๆ ไม่ได้หรอกนะ ยังไงสักวันหนึ่งสมาคม
ตระกูลจงต้องรู้เรื่องเราอยู่ดี”
ทุกคนพลันได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังผ่านแดนรกร้าง พวกเขา
หมอบลงพื้นทันควัน บ้างก็ซ่อนในร่องน้ำ บ้างก็ซ่อนหลังต้นไม้
พวกเขาไม่กล้าเดินทางผ่านถนนหลัก เพราะเป็นแบบนั้นคง
เป็นการแส่หาความตายโดยแท้ แต่พวกเขาเดินทัพเลียบ
ถนนสายหลักกันไม่ให้หลงทาง ถ้าเจอขบวนรถของสมาคมตระกูล
จงเข้า ก็อาจจะถึงกับปล้นอีกสักรอบได้ด้วย
เสบียงกรังพวกเขาจะหมดอีกแล้ว
รถออฟโรดคันหนึ่งบนถนนเร่งตัวขับผ่านพวกเขาไป เจียวเสี่ยว
เฉินพึมพำ “ไม่ใช่ขบวนรถแฮะ…”
น้ำเสียงเขาแฝงไปด้วยความผิดหวังอยู่ลางๆ
จางเสียวหม่านหัวเราะคิกคัก และด่าแบบยิ้มๆ เสียงต่ำว่า “รถ
มาจากทางแนวหน้า ถึงเป็นรถขบวนหนึ่งก็ว่างเปล่าอยู่ดีนั่นแหละ
เอ๊ะ เริ่นเสี่ยวซู่หายไปไหนแล้ว”พวกเขาหันไปมองรอบๆ และก็แปลกใจที่เห็นเริ่นเสี่ยวซู่นอน
หมอบอยู่บนเนินเขาแห่งหนึ่ง ตรงหน้าเขามีปืนสไนเปอร์กระบอกโต
มีเสียงปังดังสนั่น ฝุ่นดินตลบรอบตัวเริ่นเสี่ยวซู่ เขายิงกระสุนเพลิง
ใส่ถังน้ำมันของรถออฟโรด
ทุกคนเห็นรถระเบิดกลายเป็นลูกไฟกลางแดนรกร้าง ชิ้นส่วน
รถยนต์กระจายไปทั่วฟ้าก่อนจะหล่นลงมาตามพื้นเต็มไปหมด
จางเสียวหม่านกับคนอื่นๆ มองเริ่นเสี่ยวซู่เก็บปืนสไนเปอร์ลง
ไปด้วยความตะลึง พวกเขารู้อยู่แล้วว่าเริ่นเสี่ยวซู่ซุ่มยิงเป็น แต่ว่านี่
เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นกับตา แถมปืนสไนเปอร์นั่นอีก เริ่นเสี่ยว
ซู่มีพลังพิเศษกี่แบบกันแน่ สามเหรอ!
จางเสียวหม่านที่กำลังตาค้างกำลังคิดว่าเริ่นเสี่ยวซู่จะมีพลัง
มากกว่าสามแบบก็ได้
พอเริ่นเสี่ยวซู่กลับมาอยู่ข้างเขาแล้ว จางเสียวหม่านก็ถาม “ยิง
พวกเขาทำไมน่ะ…”
“แล้วทำไมไม่ยิงล่ะ” เริ่นเสี่ยวซู่คิดพักหนึ่งก่อนตอบ “ถ้าใช้รถ
ออฟโรด อย่างต่ำก็น่ายศร้อยตรี แบบนั้นจะไม่ฆ่าได้เหรอ”“ก็จริง…รีบเผ่นกัน ได้เวลาเปลี่ยนตำแหน่งที่อยู่แล้ว” จาง
เสียวหม่านพากองร้อยเจียนเตาหนีลึกเข้าไปในแดนรกร้าง สมาคม
ตระกูลจงแกะรอยพวกเขามาติดๆ ดังนั้นต้องหาที่กบดานเงียบๆ
เสียหน่อย
แต่พอข่าวการตายของจงจิงถูกรายงานไปถึงศูนย์บัญชาการ
ศูนย์บัญชาการของสมาคมตระกูลจงก็เงียบกริบ ได้ยินแต่เพียงเสียง
หัวใจเต้นของพวกเขา