the first order สู่รุ่งอรุณเเห่งมวลมนุษย์ - ตอนที่ 435 ไล่ล่า
จงจิงจากตระกูลรองสายที่สี่เป็นหนึ่งในทายาทรุ่นใหม่ผู้
มีอนาคตยาวไกล แต่เพราะจงเฉิงเป็นผู้มีพลังพิเศษ ส่วนเขาเป็นแค่
คนธรรมดา จึงถูกมองข้ามไป
แน่นอนว่าเพราะพวกเขาโดดเด่นเมื่อเทียบกับสมาชิกคนอื่นๆ
ในตระกูลจง แต่ถ้าเอาไปเทียบกับทุกคน ชิ่งเจิ่นที่อายุอานาม
ใกล้เคียงกันคงเป็นผู้มีความสำ เร็จเหนือผู้ใด เพราะตอนนี้เป็นผู้นำ
ของสมาคมตระกูลชิ่งคนหนึ่งแล้ว และเพราะการก่อรัฐประหารของ
ชิ่งเจิ่น สภาบริหารของสมาคมตระกูลจงจึงดูจะเป็นกังวลกับ
กองกำลังส่วนตัวของคนในตระกูลบ้างแล้ว กลัวว่าเรื่องที่เกิดใน
สมาคมตระกูลชิ่งจะเกิดกับสมาคมตนเช่นกัน
ตระกูลจงสายรองที่สี่รู้ดีว่าจงจิงเทียบกับจงเฉิงหรือจงเซียง
ไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ควรตายไปเช่นนี้!อีกอย่างจงจิงพามือสไนเปอร์ชั้นยอดสุดไปด้วยอีกสองนาย
พูดตามตรงแล้ว การฝึกมือสไนเปอร์นั้นมีราคาพอกับการฝึกนักบิน
รบของยุคก่อนภัยพิบัติเลยทีเดียว
“ฉันจะส่งกองพันลาดตระเวนไปป้อมปราการ 144” นายพลผู้
หนึ่งพูดด้วยสีหน้าหมองคล้ำ “กองกำลังจากป้อมปราการ 178 ต้อง
ไม่ได้กลับคืนถิ่น!”
“เห็นชอบ! การตามล่าในแดนรกร้าง ให้กองพันลาดตระเวน
จัดการดีกว่า อีกอย่างแนวหน้าที่เขาอู่ชวนไม่ต้องการพวกเขา ที่
สำ คัญกว่าคือพวกเราปล่อยให้ทหารป้อมปราการ 178 พวกนี้เจอ
แผนสำ รองเราไม่ได้” นายพลผู้นั่งปลายสุดของโต๊ะประชุมกล่าว
เสียงต่ำ
ทุกคนผวา แผนสำ รองนั่นของพวกเขาสำ คัญมากจริงๆ
อีกทั้งป้อมปราการ 144 เป็นยุ้งฉางของสมาคมตระกูลจง
เสบียงทหารของแนวหน้าอยู่ได้แค่สิบห้าวันเท่านั้น ถ้าพวกเขายังไม่
สามารถแก้ปัญหาการถูกแทรกซึมได้โดยเร็ว ต้องส่งผลกระทบกับ
สงครามที่แนวหน้าแน่“งั้นดำเนินการตามนั้น สั่งให้กองพันลาดตระเวนออกเดินทาง
ได้เลย ส่วนหน้าที่ผู้บัญชาการกรมทหารราบ ก็แนะนำให้จงหาน
รับหน้าที่ไป การพ่ายแพ่ที่แม่น้ำเมื่อวานพิสูจน์แล้วว่าจงหาน
ไม่เหมาะกับการเป็นผู้บัญชาการกองพลน้อย งั้นก็ลดขั้นเขาแล้วกัน
ให้ไปรายงานตัวที่ป้อมปราการ 144 แทน”
“เห็นชอบ แต่อย่าทำผิดโง่ๆ ซ้ำ สอง ให้กรมทหารที่ 1237
ส่งทหารมารับตัวเขาด้วย”
เหล่าแม่ทัพนายพลของสมาคมตระกูลจงหัวเสียหนัก
ถึงปัญหานี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของทั้งสมาคม แต่การ
มีกองกำลังป้อมปราการ 178 แทรกซึมมาอยู่แนวหลังก็เหมือนเป็น
หอกข้างแคร่ที่คอยทิ่มตำไม่หยุด
พวกเขากำลังจะเริ่มศึกสุดท้ายที่เขาอู่ชวนอยู่แล้ว แต่ก็ยังต้อง
ส่งกำลังไปแนวหลังอีก
แต่ว่ากองร้อยเจียนเตาหายวับไปกับอากาศ ไม่โผล่มาแถว
ป้อมปราการ 144 อีกตลอดเจ็ดวันพอกองพันลาดตระเวนของสมาคมตระกูลจงไป
ถึงป้อมปราการแล้ว พวกเขาก็เริ่มแกะรอยจากจุดที่จงจิงโดนโจมตี
ทหารเหล่านี้เป็นยอดฝีมือด้านการล่าคนใปแดนรกร้าง ดังนั้น
จะแกะรอยทั้งกองร้อยไม่ใช่เรื่องยาก
อย่างเช่นรอยเหยียบหญ้า ของเสียมนุษย์ หรือร่องรอยอื่นๆ ที่
สื่อว่าเคยมีอยู่ที่นี่มาก่อนล้วนเป็นเบาะแสให้พวกเขาได้
แต่พอตามรอยไปจนถึงธารสายเล็ก ร่องรอยก็หายวับไป
ทันควัน กองกำลังลาดตระเวนของสมาคมตระกูลจงรู้ทันทีว่า
กองร้อยเจียนเตาคงใช้ธารสายเล็กนี้หนีไปแล้ว ไม่อาจสืบต่อว่าศัตรู
เดินทางต่อไปยังทิศใด
ทำให้สมาคมตระกูลจงไม่สบายใจเอาเสียเลย
ก็เหมือนกับเห็นแมงมุมตัวเท่าฝ่ามืออยู่ในบ้านก็ไม่ค่อยกลัว
หรอกนะ แต่พอกะพริบตาแล้วมันก็หายวับไปก็…
สามวันให้หลัง โรงงานทหารสามโรงแถวป้อมปราการ 145 ก็
ถูกโจมตี โรงงานเหล่านี้ไม่ได้มีเทคโนโลยีก้าวหน้าอะไร เป็นแค่โรงงานที่คอยผลิดพวกกระสุนธรรมดา ระเบิดมือ หรือลูกกระสุน
ปืนครก
การป้องกันโรงงานทหารแน่นหนาไม่น้อย แต่กองกำลังลึกลับ
จากป้อมปราการ 178 ก็ยังจะระเบิดทั้งสามโรงงานทิ้งได้ในวันเดียว
แน่นอนว่ากองร้อยเจียนเตาโจมตีรวดเร็วเช่นนี้ได้เพราะ
มีผู้อพยพคอยช่วยเหลือ ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะไปหารายละเอียดลง
ลึกว่าควรโจมตีที่ไหนมาจากไหนล่ะ
หลังจากระเบิดโรงงานทิ้งแล้ว กองร้อยเจียนเตาก็ใช้ลำธารหนี
อีกครา แบบนี้พวกเขาก็จะหนีไปซ่อนที่ไหนก็ได้ในแดนรกร้าง
นายพลของสมาคมตระกูลระเบิดโทสะ “ดูเหมือนว่าป้อมปราการ
178 จะเตรียมการมาอย่างดี กองกำลังพวกนั้นจะบังเอิญข้ามแม่น้ำ
มาได้ยังไง เล็งเป้าไปที่โรงงานทหารพวกเราแบบนี้คือพวกตั้งใจลอก
ยุทธวิถีของสมาคมตระกูลชิ่ง! บอกพวกกองกำลังรักษาการณ์ตาม
ป้อมปราการพวกนั้นว่า ถ้ามีเรื่องเกิดขึ้นกับโรงงานทหารภายใต้การ
ดูแลพวกเขาล่ะก็ ฉันจะสั่งยิงเป้าให้หมด!”ทันใดนั้นทุกโรงงานทหารทางเหนืออยู่ๆ ก็ปิดพื้นที่แน่นหนา
ราวกับพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับศัตรูร้ายกาจอย่างไรอย่างนั้น
พวกเขาแบ่งกำลังรักษาการณ์ของป้อมปราการครึ่งหนึ่งไปคุ้มกัน
โรงงานทหาร
ส่วนกองพันลาดตระเวนของของสมาคมตระกูลจงก็มีฝีมือสม
ชื่อเสียง ระบุตำแหน่งของกองร้อยเจียนเตาได้ตลอด บางครั้ง
พวกเขาถึงกับเห็นเงาร่างถอยร่นของกองร้อยเจียนอยู่ลางๆ จาก
เหนือเนินเขา
กองพันลาดตระเวนสบถด่ากราดอยู่ในใจ ทำไมทหาร
ป้อมปราการ 178 พวกนี้ใช้ทางดีๆ ไม่เป็นวะ เหมือนเคลื่อนพลไป
มั่วซั่วตามใจไปหมดเลยล่ะ
ตอนแรกกองพันลาดตระเวนก็ไล่ล่าตามหลัง พอเห็นร่องรอย
ไร้ระเบียบก็นึกว่าพวกเขาตั้งใจล่อพวกตน แต่พอเกือบตามพวกเขา
ทันอยู่หลายครั้ง ก็พบว่าไอ้การเคลื่อนตัวอย่างไร้ระเบียบนั่น
ไม่ใช่พวกเขาตั้งใจทิ้งร่อยรอยไว้หลอกพวกตนอะไรทั้งนั้น แต่เหมือน
แค่ว่าพวกเขาเดินทางผิดเส้น ก็เลยหันเดินกลับทางเดิม!แต่ยิ่งคิดได้แบบนี้ กองพันลาดตระเวนสมาคมตระกูลจงก็ยิ่ง
รู้สึกหงุดหงิดใจ หลังจากโรงงานถูกโจมตีแล้ว พวกเขาก็ยิ่งมอง
ไม่ออกว่ากองร้อยเจียนเตาคิดอะไรอยู่กันแน่
ดังนั้นกองพันลาดตระเวนเลยใช้ทางลัดเพราะคิดอยากจะซุ่ม
โจมตีศัตรูเสีย แต่หลังจากรออยู่นาน กองร้อยเจียนเตาก็ไม่โผล่มา
ตอนนั้นเองพวกเขาถึงตระหนักได้ว่ากองร้อยเจียนเตากลับหลังหัน
ไปแล้ว
นี่มันบ้าอะไรเนี่ย ไม่ใช่พวกเขาต้องกลัวที่พวกตนไล่ตามหลัง
มาไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงถอยกลับไปทางเดิมเสียฉิบล่ะ!
ที่จริงกองร้อยเจียนเตาหันหลังไปเพราะฟู่หราวทำเหรียญ
ตำบลฉือชวนหาย พวกเขากลับทางเดิมเพื่อดูว่าจะหาเจอไหม
อย่างไรเหรียญนั่นก็มูลค่าหมื่นหยวน
แน่นอนว่ากองร้อยเจียนเตาไม่ได้ทำเป็นเหมือนเล่นเกม ตอน
ฟู่หราวขอกลับไปหาเหรียญที่ทำหายนั้น เขาถึงกับขออนุญาตจาก
เริ่นเสี่ยวซู่ก่อน จากนั้นเริ่นเสี่ยวซู่ก็บอกว่าเขาเองก็อยากถอยกลับ
ทางเดิมเช่นกันที่จริงกองร้อยเจียนเตายังมีมาตรการป้องกันอีกชั้น ซึ่งก็คือร่าง
แยกเงาที่ยังท่องไปในแดนรกร้าง จริงๆ แล้วถ้าจำ นวนคนน้อย
จะซ่อนตัวในแดนรกร้างก็ไม่ยากนัก หากกองร้อยเจียนเตามีจำ นวน
คนมากกว่านี้หน่อย คงไม่อาจใช้ยุทธวิธีการรบกองโจรได้แล้ว
“ทหารกลุ่มที่ไล่ตามเรามาเจ้าเล่ห์ไม่เบา ฉันว่าคุณภาพ
โดยรวมพวกเขาสูงกว่าทหารสมาคมตระกูลจงที่พวกเราเคยชนะ
มา” เริ่นเสี่ยวซู่ขมวดคิ้ว
ถ้าเป็นหน่วยทหารทั่วไป พวกเขาคงสลัดทิ้งไปได้นานแล้ว
แต่ว่ากองกำลังพวกนี้รับมือยากกว่ามาก เริ่นเสี่ยวซู่ลอบฝัง
เถาหนามดักพวกเขาก็แล้ว แต่สุดท้ายก็รั้งตัวพวกเขาไม่ได้สักนิด
พอศัตรูเห็นเถาวัลย์หน้าตาประหลาดซ่อนอยู่ในแถวพงหญ้า ก็เลี่ยง
ทางไปทันที
และต่อให้มีคนบังเอิญถูกเถาหนามเกี่ยว ทหารคนอื่นๆ ก็
จะช่วยเหลือเพื่อนสุดตัว เพราะอย่างนั้นจึงยากมากที่เถาหนาม
จะปลิดชีวิตใครได้“พวกเราปล่อยให้เจ้าพวกนั้นล่าเราต่อไม่ได้แล้ว นี่พวกเราก็
ใกล้ถึงระยะยิงปะทะบ่อยครั้งแล้วด้วย” จางเสียวหม่านคิดพักหนึ่ง
และว่า “พวกเราไม่สู้พวกเขาซึ่งหน้าเลยล่ะ”
“ไม่ได้” เริ่นเสี่ยวซู่ส่ายหัว “ฉันว่าพวกเขาก็มีมือสไนเปอร์
เหมือนกัน กองพันชั้นยอดจะไม่มีมือสไนเปอร์เลยเหรอ ฉันว่าเลี่ยง
พวกเขากันก่อนดีกว่า”
“งั้นยังไงต่อดี”