the first order สู่รุ่งอรุณเเห่งมวลมนุษย์ - ตอนที่ 483
ที่ค่าจ้างในป้อมปราการของสมาคมตระกูลหวังสูงกว่าใน
ป้อมปราการอื่นก็เพราะว่าการทำภารกิจที่นี่มันเสี่ยงอันตรายต่อ
มือสังหารมากกว่า หลังจากทำภารกิจเสร็จ มือสังหารต้องหนีให้พ้น
อำนาจทุกป้อมปราการภายใต้สมาคมตระกูลหวังอีก ถ้าเกิดว่า
หลังจากนี้ได้เข้าป้อมปราการสมาคมตระกูลหวังแล้วถูกกล้องวงจน
ปิดจับได้ ก็จะมีหมายจับส่งออกมาทันที
เริ่นเสี่ยวซู่สังเกตว่าตามตึกสูงจะมีกล้องวงจรปิดอยู่เป็นระยะๆ
ดูเหมือนว่าสมาคมตระกูลหวังจะคิดเรื่องที่ผู้มีพลังพิเศษอาจจะบิน
ได้หรือเคลื่อนไหวตามหลังคากับปีนกำแพงเรียบร้อย เริ่นเสี่ยวซู่
จึงพยายามหลบกล้องด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง
แต่เริ่นเสี่ยวซู่คิดว่าตราบใดที่กล้องวงจรปิดไม่ได้อยู่ทั่วทุก
ตารางนิ้ว ไม่ได้อยู่ทั่วตามทุกจุดบอด เช่นนั้นเขาก็ยังมีโอกาสให้ฉวย
อยู่ที่ล่างข้อความล่าสุด มันมีแผนที่โดยประมาณการของ ถนน
เสียนหยาง 476 แนบไว้ด้วย อ่านเข้าใจง่ายมาก
เริ่นเสี่ยวซู่ย่องไปตามทางไฟนีออน ช่วงที่ผ่านมา เขาเกือบถูก
กล้องจับภาพได้หลายรอบ โชคดีที่กล้องวงจรปิดหมุนช้าไม่น้อย เขา
จึงเข้าใกล้บริเวณเป้าหมายภารกิจได้ในที่สุด
เริ่นเสี่ยวซู่เจอตึกสูงสิบสองชั้นแห่งหนึ่ง และปีนขึ้นไปด้วย
มือเปล่า หลังจากมั่นใจแล้วว่าบนหลังคาไม่มีกล้องวงจรปิด ก็นอน
หมอบรออยู่ตรงนั้น
ตำแหน่งนี้ไม่ได้เหมาะที่สุดสำ หรับการส่องถนนเสียนหยาง
476 เพราะมีอาคารบางแห่งบังสายตาอยู่ ระยะก็อยู่ห่างตั้งเก้าร้อย
เมตร ปกติแล้วมือสไนเปอร์คงไม่เลือกซุ่มยิงจากระยะเท่านี้ อีกอย่าง
เป้าหมายคือก่อนอรุณที่ทรงพลังกว่าคนทั่วไป
ส่วนเหตุผลที่เริ่นเสี่ยวซู่ไม่เลือกตำแหน่งที่ดีที่สุด นั่นก็เป็น
เพราะว่า ขนาดเขายังรู้ได้ มือสังหารระดับ A คนอื่นๆ ก็ต้องรู้เช่นกัน
เกิดเขาไปแล้วเจอว่ามีคนที่ซุ่มอยู่เรียบร้อยแล้วจะทำอย่างไรถนนเสียนหยาง 476 เป็นอะพาร์ตเมนต์สูงห้าชั้น เริ่นเสี่ยวซู่
ไม่รู้ว่าพวกก่อนอรุณซ่อนตัวอยู่ที่ชั้นไหน จึงได้แต่รออย่างใจเย็น
พูดตามตรง ตอนนี้เริ่นเสี่ยวซู่ประทับใจกับอารามอันจิงไม่น้อย
เลย สงสัยนักว่าอีกฝ่ายไปรู้ที่อยู่ของก่อนอรุณที่หลบซ่อนตัวอย่าง
มิดชิดท่ามกลางฝูงผู้คนได้อย่างไร
เริ่นเสี่ยวซู่เรียกปืนสไนเปอร์ทมิฬออกมาจากอากาศธาตุ
จากนั้นก็สำ รวจรอบๆ ถนนเสียนหยาง 476 ผ่านกล้องสโคปอย่าง
เงียบงัน แต่เขาแปลกใจมากที่ว่ารอบๆ ไม่เห็นคนผิดปกติอะไรเลย
คนเดินผ่านตามถนนไม่ซ้ำ หน้า ไม่มีใครคอยเดินป้วนเปี้ยนอยู่แถว
นั้น
ด้วย
แต่มันแปลกๆ อยู่ เพราะว่าเขาอยู่ใกล้สุด เลยเป็นผู้ถือครอง
โทรศัพท์ที่มาถึงสถานที่เป้าหมายคนแรกนะ
เริ่นเสี่ยวซู่นั่งเหนือยอดตึกพร้อมกับปืนสไนเปอร์กระบอกโต
แล้วรอต่อไปอย่างสงบนิ่ง
คงไม่มีใครคิดหรอกว่าจะมีคนลอบเข้ามาอยู่กลางภารกิจ
ระดับ A แบบนี้ แถมไม่ได้มาทำภารกิจ แค่มาชมดูเรื่องวุ่นวายเฉยๆเอง
ทันใดนั้นเองเริ่นเสี่ยวซู่ก็ทำสีหน้าจริงจังขึ้นมา เขาเห็นคนห้า
คนเดินออกมาจากอะพาร์ตเมนต์ ท่วงท่ากองกำลังก่อนอรุณแห่ง
บริษัทหัวจ่งต่างจากชาวป้อมปราการทั่วไป คนธรรมดาอาจจะไม่
สังเกต แต่เริ่นเสี่ยวซู่ที่รับมือผู้มีพลังพิเศษกับทหารชั้นยอดอยู่
เป็นประจำ จะไม่สังเกตเห็นได้อย่างไร อีกอย่างก่อนอรุณอยู่กันเป็น
กลุ่มห้าคนตลอด และบังเอิญพวกเขาก็มีกันห้าคนพอดี
เริ่นเสี่ยวซู่ปรับตำแหน่งปืนสไนเปอร์ ผ่อนลมหายใจลง หยาง
เสียวจิ่นเคยบอกเขาว่า การควบคุมลมหายใจให้ได้ คือกุญแจสำ คัญ
ในการปลดเครื่องถ่วงรั้งร่างกาย
ถ้าไม่มีคนจากอารามอันจิงออกมาทำภารกิจ เช่นนั้นเขาก็
จะช่วยหยางเสียวจิ่นฆ่าคนของบริษัทหัวจ่งให้เอง
เขาว่างๆ อยู่พอดี
ทันใดนั้นเอง ก็มีพลุดอกไม้ยิงขึ้นฟ้าจากซีกตะวันตกของ
ป้อมปราการ พลุดอกไม้ไฟสวยงามตระการตาทำท้องฟ้าสว่างโรจน์ด้วยสีสัน เสียงปะทุดังเข้าหู ทำให้เหล่าชาวป้อมปรากรหันขวับมอง
ไปทางตะวันตก
ไม่ไกลนัก ก็มีไฟกะพริบวาบมาจากตึกสูงในเวลาเดียวกันกับที่
พลุระเบิดบนท้องฟ้า สมาชิกก่อนอรุณคนหนึ่งถูกยิงตายคาถนนเสีย
นหยาง
เริ่นเสี่ยวซู่ปรับกล้องสโคป และพบว่าตึกที่มาของแสงเป็นตึกที่
เหมาะที่สุดกับการซุ่มยิง ระยะยิงหกร้อยเมตร เห็นภาพตรงถนนเสีย
นหยางชัดเจน
มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งนอนอยู่เหนือยอดตึก เหมือนกำลังจะเล็งยิง
ไปที่เป้าหมายต่อไป เริ่นเสี่ยวซู่บอกได้เลยว่ามือสไนเปอร์ผู้นั้นใช้ปืน
สไนเปอร์บลาเซอร์ อาร์เก้าสาม แทคติคอล[1] ปืนสไนเปอร์ระบบ
ลูกเลื่อนครบฟังก์ชันที่เหมาะกับการยิงต่อเนื่องอย่างมั่นคง
ปัง! กระสุนอีกนัดแล่นไปด้วยระยะหกร้อยเมตร สมาชิกก่อน
อรุณอีกคนถูกยิงตายไป พวกเขายังไม่ทันได้หลบเข้าที่กำบังด้วยซ้ำ
เริ่นเสี่ยวซู่คิดอยู่พักหนึ่ง และพบว่ามือสไนเปอร์นี้เป็น
มือสังหารระดับ A อย่างแท้จริง ยุคสมัยนี้จะฝึกมือสไนเปอร์สักคนต้องใช้เงินมหาศาล ส่วนมือสไนเปอร์ที่ยิงกระสุนติดต่อกันอย่าง
รวดเร็วทั้งแม่นยำอีกย่อมไม่ใช่มือใหม่ เขาอาจจะเคยเป็นไพ่ไม้ตาย
ของหน่วยรบชั้นยอดสักแห่งก็ได้
แต่มีหรือบริษัทหัวจ่งจะรับมือได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่ามือ
สไนเปอร์จะซุ่มโจมตีเก่งกาจเพียงไร ก็คงไม่อาจล้างบางก่อนอรุณ
ทั้ง
กลุ่มได้โดยตัวคนเดียว
เริ่นเสี่ยวซู่ยังไม่ทันได้คิดอะไรมากกว่านั้น ก็เห็นว่าผ่านกล้อง
สโคปว่ามีคนใช้มือเปล่าปีนตึกที่มือสไนเปอร์ผู้นั้นอยู่จากอีกฝั่ง
พริบตาเดียว มือสไนเปอร์ก็ถูกสังหารไป
พละกำลังความเร็วของคนผู้นี้เหนือกว่ากองกำลังก่อนอรุณที่
เริ่นเสี่ยวซู่เคยปะมือด้วยมาก!
เริ่นเสี่ยวซู่ผงะ ข้อมูลของอารามอันจิงผิดแล้ว บริษัทหัวจ่งวาง
กองกำลังมากไว้กว่าหนึ่งกลุ่ม แถมยังมีแผนการตอบโต้แล้วด้วย!
หรือพูดอีกอย่างคือมีกองกำลังชั้นยอดรอซุ่มโจมตีอยู่!
คนของก่อนอรุณที่ถูกซุ่มยิงก่อนหน้าเป็นแค่เหยื่อล่อเท่านั้นพอเห็นว่าคนของบริษัทหัวจ่งในตึกฝั่งนู่นฆ่ามือสไนเปอร์แล้ว
เริ่นเสี่ยวซู่ก็เกิดลางสังหรณ์ขึ้นมา ไม่ใช่ว่ากองกำลังของบริษัทหัวจ่ง
จะเป็นหน่วยห้าคนตลอดเหรอ
แล้วคนที่เหลือหายไปไหน พอเขาส่องกล้องสโคปไปยังตึก
ฝั่งตรงข้าม ก็เห็นว่าทหารผู้นั้นหันมาฉีกยิ้มให้เขา แถมยังทำท่าเอา
นิ้วปาดคอตัวเองอีก
พริบตานั้นเอง ก็มีร่างเงาของคนผู้หนึ่งทะยานจากอีกตึกมายัง
บนหลังคาตึกที่เริ่นเสี่ยวซู่อยู่
แต่ว่าร่างเงาทมิฬทะมึนทึบยิ่งกว่าก็โผล่มาจากเงาหลังเขา
เพียงมือตวัดดาบ ก็ผ่าคนของบริษัทหัวจ่งที่ทะยานมากลายเป็นสอง
ซีก
ตั้ง
แต่ต้นจนจบ เริ่นเสี่ยวซู่ไม่แต่จะหันไปมองด้วยซ้ำ เพียงคง
จังหวะหายใจอยู่เช่นเดิม
ระยะหกร้อยสิบเจ็ดเมตร ความเร็วลมสิบห้า ความชื้น…
พอศัตรูทำท่าเอามืดปาดคอเสร็จ เริ่นเสี่ยวซู่ก็แค่นเสียงเย็น
แล้วลั่นไกออก ด้วยระยะทางเท่านี้ ยกเว้นแต่ว่าจะมีลมพายุพัดเข้ามา แรงปืนสไนเปอร์ต่อต้านยุทโธปกรณ์ [2]นี้ก็พอจะสามารถ
ไม่สนใจปัจจัยภายนอกอื่นๆ ได้
เพียงเปรี้ยงเดียว ก็พัดฝุ่นรอบกายเริ่นเสี่ยวซู่กระจุย ส่วนคน
ของบริษัทหัวจงผู้นั้นก็ถูกแรงเฉื่อยกระสุนจนตัวปลิว
เริ่นเสี่ยวซู่กลัวว่าศัตรูจะใส่เกราะกันกระสุน เลยเปลี่ยนมา
ใช้กระสุนเจาะเกราะที่ใช้เจาะรถถังด้วย
เห็นว่าศัตรูตายแน่นอนแล้ว เริ่นเสี่ยวซู่ก็เก็บปืนแล้วพึมพำว่า
“ปาดคอหาแม่มึ*เหรอ!”
พูดจบเริ่นเสี่ยวซู่ก็เคลื่อนตัวไปอีกทาง เสียงยิงปืนเขาดังสนั่น
ต้องทำให้คนมากมายสนใจแน่
ส่วนกองกำลังชั้นยอดจากบริษัทหัวจ่งอีกสามคนยังไม่ปราก
ฎกาย[1] Blaser r93 tactical ปืนสไนเปอร์ระบบลูกเลื่อนผลิตโดยบริษัท
บลาเซอร์ (Blaser) ในประเทศเยอรมัน
[2] Anti-materiel sniper rifle ปืนไรเฟิลซุ่มยิงต่อต้านยุทโธปกรณ์
หมายถึงปืนที่มีพลานุภาพมากพอจะทำลายยุทโธปกรณ์
ทางการทหารได้ เน้นกับการการทำลายยุทโธปกรณ์ (materiel)
มากกว่าจะเป็นคน (personnel)