the first order สู่รุ่งอรุณเเห่งมวลมนุษย์ - ตอนที่ 484 หลุดพ้นจากโชคชะตา!
เริ่นเสี่ยวซู่เข้าป้อมปราการ 63 มาเพียงเพราะอยาก
ชมความวุ่นวายเสียหน่อย เพราะเขาทำภารกิจระดับ A สำ เร็จไปก็
ไม่ได้รางวัลอะไรอยู่ดี ดูแล้วอารามอันจิงคงมีข้อบาดหมางกับบริษัท
หัวจ่ง เช่นนั้นเขาไม่เข้าไปยุ่งดีกว่า
แต่ว่ากองกำลังชั้นยอดของบริษัทหัวจ่งจำ เป็นต้องส่งคน
มาจัดการเขาด้วยเหรอ เขาทนไม่ได้หรอกนะ
เริ่นเสี่ยวซู่เก็บปืนสไนเปอร์ พร้อมกับย้ายตำแหน่งที่อยู่ ตอนที่
ปรับตำแหน่งนั้น ก็ยังไม่ละสายตาไปจากถนนเสียนหยาง แล้วก็ต้อง
แปลกใจที่เห็นคนปั้นน้ำตาลนั่งขายน้ำตาลปั้นให้กับเด็กๆ อยู่ข้าง
ถนน เขาใช้ทัพพีตักน้ำตาลกวนช้อนใหญ่มา จากนั้นก็วาดเป็นรูปลง
บนจานอลูมิเนียม
เพียงพริบตานั้น พอชายชราวาดรูปนกยูงที่สวยงามราวมีชีวิต
เสร็จ นกยูงน้ำตาลบนจานอลูมิเนียมก็พลันกระพือปีกบินขึ้นฟ้าไป!นกยูงน้ำตาลพลันกลายมามีชีวิต
นกยูงสีเหลือทองที่บินขึ้นฟ้า พลันทะยานลงไปหน้าคนของ
ก่อนอรุณทั้งสามที่ยังมีชีวิตรอดอยู่
แต่ชายชราไม่หยุดแค่นั้น เขาเอาทัพพีตักลงหม้ออีกครา
คราวนี้ตักน้ำตาลสีทองมาเต็มที่ แล้ววาดรูปมังกรลงบนจาน
อลูมิเนียม!
เริ่นเสี่ยวซู่ผงะ เป็นครั้งแรกเลยที่เขาได้เห็นสิ่งที่สุดวิเศษเช่นนี้
ราวกับตราบใดที่เชื่อว่ามันมีชีวิต คนจะวาดอะไรออกมาก็ได้!
ตอนที่เขาใช้กล้องสโคปส่องก่อนหน้านี้ ก็คิดเพียงว่าชายชรา
เป็นช่างฝีมือธรรมดา ที่มีเด็กหลายคนไปรอซื้อน้ำตาลจากชายชรา
ด้วยซ้ำ ตอนนั้นทุกอย่างยังดูปกติอยู่เลย
แต่ตอนนี้ ชายชรากำลังแสดงด้านสุดมหัศจรรย์ของโลกผู้
มีพลังพิเศษให้เริ่นเสี่ยวซู่เห็น!
มังกรอำพันไม่ได้เข้าโจมตีคนของก่อนอรุณ เพียงยืนพิทักษ์อยู่
ชายชรา ก่อนเขาจะเริ่มวาดพยัคฆ์อีกตัวหนึ่งแต่เริ่นเสี่ยวซู่รู้สึกว่าชายชราผู้นี้ถึงขีดจำ กัดแล้ว ดูเหมือนว่า
เขาจะวาดพยัคฆ์ตัวนี้อย่างยากลำบากนัก
ตอนนี้เอง ก็มีกลุ่มห้าคนกระโดดออกจากอาคารมาล้อมชาย
ชราวัย เริ่นเสี่ยวซู่แปลกใจ นี่ก็คงเป็นแผนการของบริษัทหัวจ่งสินะ
ในพริบตานี้ เริ่นเสี่ยวซู่ก็เข้าใจแล้วว่ากองกำลังก่อนอรุณถูก
ใช้เป็นแค่หมากล่อจับผู้มีพลังพิเศษ!
ตลอดทั่วทั้งพันธมิตรป้อมปราการ ทุกคนรู้ดีว่าบริษัทหัว
จ่งต้องการผู้มีพลังวิเศษมาก เริ่นเสี่ยวซู่เองก็เคยเจอก่อนอรุณ
มาก่อน ที่พวกเขาต้องการคือข้อมูลรหัสพันธุกรรมของพวกเหนือ
มนุษย์ พวกเขาอยากสร้างมนุษย์ที่ทรงพลังยิ่งกว่า เป็นเส้นทางแห่ง
วิวัฒนาการที่พวกเขาเลือกเดิน
ดังนั้นถ้าดูจากผิวเผินแล้ว ภารกิจนี้คืออารามอันจิงต้องการ
กำจัดบริษัทหัวจ่ง แต่ที่จริงแล้วมันคือกับดักที่บริษัทหัวจ่งวางไว้เพื่อ
ฆ่าผู้มีพลังพิเศษต่างหาก
ถึงบริษัทหัวจ่งจะเคยอยู่ที่แดนตะวันตกเฉียงใต้ แต่ชิ่งเจิ่น
รังเกียจพวกเขานัก เขาถึงกับเปิดศึกสู้บริษัทหัวจ่งจนขับไล่พวกเขาออกจากแดนตะวันตกเฉียงใต้ได้
ดังนั้นอิทธิพลของบริษัทหัวจ่งในแดนตะวันตกเฉียงใต้
จึงอ่อนแอมาก อย่างไรเสียศัตรูที่พวกเขากำลังเผชิญหน้าคือชิ่งเจิ่น
ที่ครอบครอบอำนาจทั้งกองทัพ ทั้งอย่างเชี่ยวชาญการศึก
แต่ว่าที่ราบตอนกลางคือถิ่นของบริษัทหัวจ่ง
อีกอย่างบริษัทหัวจ่งดูจะมีทหารดัดแปลงพันธุกรรมแล้ว
จำ นวนนับไม่ถ้วน มีวิธีการสร้างยอดมนุษย์เพิ่มอย่างมั่นคง เป็น
ความได้เปรียบที่องค์กรอื่นไม่อาจเทียบได้
ที่จริงมีแค่กลุ่มบริษัทชิงเหอที่พอเทียบกับเขาได้ แต่ว่ากลุ่ม
บริษัทชิงเหอก็ไม่มีผู้มีพลังพิเศษมากนัก ทั้งไม่ยังสนใจแย่งชิง
ทรัพยากรในภูมิภาคอีก ปกติแล้วถ้าไม่ถูกยั่วยุก่อน จะไม่โจมตีผู้อื่น
อีกอย่างพวกเขายังไม่มีจุดยืนทางการเมืองแน่ชัดด้วย
เริ่นเสี่ยวซู่กระโดดไปยังหลังคาอีกหลัง เขาได้ยินเสียงฝีเท้า
กระโดดตามไล่หลังมา ล้วนเป็นคนของบริษัทหัวจ่ง
ฝ่ายตรงข้ามเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆทั้ง
ป้อมปราการ 63 ตกอยู่ในความโกลาหล พอชาว
ป้อมปราการที่กำลังทอดน่องอยู่ยามค่ำคืนได้ยินเสียงยิงปืน พวกเขา
ก็กรีดร้องวิ่งหนีไปจากจุดที่เกิดการลอบสังหาร
พอรัตติกาลอันวุ่นวายมาเยือน ไฟนีออนหลากสีสันก็ดูทึมทึบ
ไปในพลัน
และทันใดนั้น เริ่นเสี่ยวซู่ก็ชะงักร่าง เรียกปืนสไนเปอร์ทมิฬ
กระบอกโตขึ้นมาอีกครา จากนั้นก็เล็งใส่คนของบริษัทหัวจ่งที่ล้อม
ชายชราไว้อยู่
เพราะเคลื่อนตัวหนีอย่างเร็วรี่ หัวใจจึงเต้นถี่รัว
เขาสูดลมหายใจลึก
ยามลั่นไกยิง ฮอร์โมน เลือด กล้ามเนื้อ และหัวใจในร่างล้วน
มีไว้เพื่อเจตจำ นงเดียว
ณ เวลานี้ แม้กระทั่งค่ำคืนโกลาหลก็กลายเป็นเงียบสงัด
เริ่นเสี่ยวซู่ลั่นไก เสียงดังสนั่น ควันดำหนาพวยพุ่งจาก
ปากกระบอกปืน กระสุนแล่นผ่านออกหมุนควงอย่างรวดเร็ว ก่อเป็น
พลังจลน์มหาศาลในช่องกระบอกปืนนั้น มีร่องเกลียวที่ทำมาเป็นพิเศษเรียกว่า
สันเกลียว ในกระบอกปืนสไนเปอร์ทมิฬนี้มีมุมและอัตราเกลียว
ลำกล้องอันเหมาะเจาะ พอกระสุนแล่นผ่านรังเพลิง มันก็จะเริ่มหมุน
วน ทำให้ตัวกระสุนสามารถเจาะผ่านปัจจัยภายนอกทั้งหลาย บวก
พลังงานจลน์มหาศาล ทำไมกระสุนแล่นไปได้ไกลขึ้นและแม่นยำขึ้น
หลุดพ้นจากโชคชะตาทั้งมวล!
กระสุนยาวทะลุผ่านระหว่างสองอาคาร ก่อนจะแล่นยิงใส่คน
ของบริษัทหัวจ่งผู้หนึ่งอย่างแม่นย่ำ กระสุนหมุนควงทะลวงผ่าน
กล้ามเนื้อเขา แรงเสียดมหาศาลป่นขยี้ใยกล้ามเนื้อราวเป็นใยฝ้าย!
ตาย!
เริ่นเสี่ยวซู่มองผ่านกล้องสโคปแล้วเห็นเด็กหนุ่มในชุดสูทกับ
เสื้อเชิ้ตสีขาวผู้หนึ่งบนถนนเสียนหยาง เพียงโบกมือทีเดียว เสา
ไฟเหล็กจากข้างถนนก็หักออก จากนั้นก็ลอยเข้ามาข้างเขาราวเป็น
อาวุธหนึ่ง
แต่เขายังไม่ทันได้รุดตัวไปช่วยชายชรา ก็พบว่ามีมือสไนเปอร์
ช่วยเขาฆ่าศัตรูแล้วเด็กหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะถามผ่านเครื่องมือสื่อสารที่หู
“พวกเราส่งมือสไนเปอร์คนอื่นมาด้วยเหรอ”
มีคนตอบกลับ “ไม่มี มีมือสไนเปอร์ระดับ A คนเดียวที่รับ
ภารกิจนี้มา แต่ว่าเขาตายไปแล้ว แต่ว่ามีมือสไนเปอร์ที่เพิ่งยิง
ล้างแค้นให้เขาแล้ว”
“แปลกแฮะ งั้นมือสไนเปอร์คนนี้มาจากไหนล่ะ” เด็กหนุ่ม
หันไปยังทิศของกระสุน
แต่ทันใดนั้น ก็มีสามร่างวูบผ่านหลังคาตึกนั้นไป เด็กหนุ่มพูด
อย่างเป็นกังวลกับหูฟัง “ฉันจะจัดการคนของบริษัทหัวจ่งที่ถนนเสีย
นหยางก่อน ส่วนมือสไนเปอร์ทิศเจ็ดนาฬิกาที่ถูกกองกำลังสนทยา
สามคนไล่ล่าอยู่ มีใครไปช่วยเขาได้บ้างไหม”
“สายไปแล้ว เขาอยู่ไกลเราเกินไป”
ทุกคนเลิกพูดคุยกัน เพราะระยะห่าง จึงได้แค่หวังว่ามือ
สไนเปอร์ผู้นั้นจะโชคดีรอดจากการจับกุมของบริษัทหัวจ่ง
การสู้รบวุ่นวายมาก แม้แต่สมาชิกอารามอันจิงเองก็ไม่ค่อย
เข้าใจนักว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ โลกนี้ไม่มีอัจฉริยะด้านกลยุทธ์แบบชิ่งเจิ่นเยอะหรอก คนส่วนใหญ่คือปรับแผนการไปตามเนื้อผ้า
ทั้ง
นั้น
ไม่ว่าจะเป็นอารามอันจิงหรือบริษัทหัวจ่ง ก็ล้วนเป็นเป็นเช่นนี้
แต่ว่าทั้งสองฝ่ายก็ไม่คิดหรอกว่ามือสไนเปอร์โผล่มาจาก
ความว่างเปล่าจะพลิกสถานการณ์กลับตาลปัตร
ตอนนี้เริ่นเสี่ยวซู่กำลังกระโดนผ่านอาคารบ้านเรือนไปจนถึง
ตะวันตก แต่ว่าจู่ๆ พวกเขาก็ชะงักร่าง
ไม่ใช่ว่าเขาหนีต่อไม่ไหว แต่เป็นเพราะเขาไม่อยากหนีต่อแล้ว
ต่างหาก