novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

War sovereign Soaring The Heavens - ตอนที่ 2418

  1. Home
  2. War sovereign Soaring The Heavens
  3. ตอนที่ 2418
Prev
Next

ตอนที่ 2,418 : จางยี่ลงมือ

 

 

หลังกลุ่มต้วนหลิงเทียนจากไปพร้อมกระดิ่งที่เป็นยอดสมบัติสวรรค์ เหล่าผู้คนที่มารวมตัวกันก็ไม่ได้เร่งรีบจากไปไหน ต่างสนทนาถกกันเรื่องพลังฝีมือต้วนหลิงเทียนที่เทียบได้กับเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์กันอย่างแตกตื่น

 

เพราะสุดท้ายแล้วครึ่งก้าวเซียนอมตะที่ร้ายกาจราวสัตว์ประหลาดแบบนี้ แทบจะสาบสูญไปจากระนาบโลกียะทั้งมวลแล้ว…

 

แต่วันนี้พวกมันกลับได้พบพานโดยบังเอิญ!

 

เรียกว่าวินาทีนี้ทุกคนล้วนเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับความเป็นมาของต้วนหลิงเทียนยกใหญ่

 

อย่างไรก็ตามในบรรดาผู้คนที่มารวมตัวกัน หลังจากที่คนของระนาบฉีอวิ๋นและโหมหลัวออกตัวบอกมาว่าไม่เคยพบเคยเจอหรือเคยได้ยินชื่อต้วนหลิงเทียนมาก่อนเลย ผู้คนจึงหันไปมองถามคนจากระนาบคงสิงและระนาบเหยียนหวงกันใหญ่

 

อย่างไรก็ตามคนที่มาจากระนาบทั้ง 2 ก็ได้แต่บอกว่าไม่เคยได้ยินข่าวใดๆเรื่องต้วนหลิงเทียนมาก่อนเลยเช่นกัน

 

“ข้าเองก็มาจากขุมพลังระดับกลางๆของระนาบเหยียนหวง…แต่ข้าไม่เคยได้ยินมากก่อนเลยว่าในระนาบเหยียนหวงของข้ามีตัวตนเช่นมันดำรงอยู่! แน่นอนว่าถ้าถามว่าระนาบเหยียนหวงของข้ามีครึ่งก้าวเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์ไหมข้าบอกได้แค่ว่าอาจจะมี…แต่นั่นเป็นคนของฮัวกั่วซาน และเรื่องนี้ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันแน่ชัด”

 

คนจากระนาบเหยีนหวงพอกล่าวถึงคำ ฮัวกั่วซาน ก็ทำให้บรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนไปทันที

 

“ระนาบเหยียนหวงเจ้าช่างร้ายกาจนัก แม้ข้าจะไม่ใช่คนของระนาบเหยียนหวง แต่นาม ‘ฮัวกั่วซาน’ ของระนาบเจ้าก็โด่งดังสะท้านมาถึงระนาบของข้า กล่าวได้ว่าขุมพลังนี้ไม่เป็นสองรองผู้ใดจริงๆ…”

 

ในบรรดาผู้ชม คนของระนาบคงสิงคนหนึ่งกล่าวออกมาเสียงขรึม ก่อนที่จะถามออกมาอย่างอดไม่ได้ “สหายท่านนี้…จากที่ท่านกล่าวเมื่อครู่ หมายความว่าอาจมีรุ่นเยาว์อัจฉริยะในฮัวกั่วซานที่บรรลุครึ่งก้าวเซียนอมตะแต่มีพลังเทียบได้กับเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์หรือ?”

 

“สหาย…แล้วชายหนุ่มชุดม่วงเมื่อครู่ ใช่มาจาก ฮัวกั่วซาน ของระนาบเหยียนหวงท่านหรือไม่?”

 

ทันทีที่ชายจากระนาบคงสิงกล่าวถามประโยคนี้ออกมา ทุกสายตาก็หันไปมองจ้องคนระนาบเหยียนหวงคนนั้นทันที

 

“ไม่ใช่แน่นอน”

 

ได้ยินคำถามของคนระนาบคงสิง รวมถึงเห็นสายตาที่มองมาจากทุกคน ผู้ที่มาจากระนาบเหยียนหวงคนนั้นได้แต่ส่ายหัวไปมา พลางกล่าวตอบคำอย่างมั่นใจ

 

“เพราะเท่าที่ข้ารู้มา ครึ่งก้าวเซียนอมตะของฮัวกั่วซานที่อาจมีพลังทัดเทียมกับเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์คนนั้น มิใช่ผู้ฝึกกระบี่!”

 

“ดังนั้นต่อให้ตัวข้าเองจะไม่เคยเจออัจฉริยะของฮัวกั่วซานผู้นั้นก็ตามที แต่ข้ามั่นใจได้เรื่องหนึ่งว่าชายหนุ่มชุดม่วงผู้นั้น ไม่ใช่อัจฉริยะจากฮัวกั่วซานที่ข้าเอ่ยถึงแน่นอน…”

 

คำกล่าวของคนจากระนาบเหยียนหวงนับว่ามีน้ำหนักไม่น้อย ทุกคนจึงเชื่อ

 

ครู่ต่อมา มันก็เริ่มกวาดตามองถามไปรอบๆ “แล้วระนาบของสหายทั้งหลายเล่า มีอัจฉริยะครึ่งก้าวเซียนอมตะที่น่าจะมีพลังทัดเทียมเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์บ้างหรือไม่?”

 

“ข้าบอกได้ว่าอาจจะมีเหมือนกัน”

 

ตอนนี้เองคนของระนาบฉีอวิ๋นพลันกล่าวตอบออกมา ก่อนที่จะเริ่มส่ายหัวเบาๆ “แต่ข้าก็เหมือนเจ้า ที่ถึงแม้ไม่เคยเจออัจฉริยะที่ว่า แต่ข้ามั่นใจว่าอัจฉริยะของระนาบฉีอวิ๋นของข้ามิใช่ชายหนุ่มชุดม่วงแน่นอน…”

 

“ส่วนในระนาบโหมหลัวของข้า ไม่เคยได้ยินว่ามีอัจฉริยะครึ่งก้าวเซียนอมตะที่มีพลังทัดเทียมเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์มาก่อนเลย…”

 

คนจากระนาบโหมหลัวกล่าวตอบ

 

“ส่วนของระนาบคงสิงข้า กล่าวไปก็มีอัจฉริยะที่มีโอกาสเทียบชั้นเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์ได้คนหนึ่งเหมือนกัน แต่ทว่าอัจฉริยะผู้นั้นเดินในมรรคาดาบมิใช่กระบี่ เช่นนั้นจึงมิน่าจะเป็นชายหนุ่มชุดม่วงคนนั้นไปได้”

 

คนของระนาบคงสิงก็ได้แต่ส่ายหัวไปมาเช่นกัน

 

“เช่นนั้นเห็นทีจะหลงเหลือความเป็นไปได้อยู่ 2 ประการเท่านั้น…”

 

ไม่รู้ว่าใครเป็นคนกล่าววาจาประโยคนี้ออกมา แต่นับว่าหลังกล่าวจบคำมันก็ดึงความสนใจจากผู้คนทั้งหมดไปทันที

 

“ชายหนุ่มชุดม่วงผู้นั้น อาจเป็นคนจาก 1 ใน 4 มหาระนาบโลกียะของพวกเรา เพียงแต่มันซุ่มเก็บตัวและไม่เคยเปิดตัวสู่สาธารณะจึงไม่มีผู้ใดในพวกเราล่วงรู้ถึงการคงอยู่ของมัน”

 

“ส่วนอีกประการหนึ่ง…ข้าสงสัยว่าชายหนุ่มชุดม่วงผู้นี้ อาจจะมาจากระนาบเซียน ที่เป็นระนาบขนาดย่อม!”

 

ขณะกล่าวถึงท้ายประโยค น้ำเสียงของมันก็เคร่งขรึมนัก

 

“อย่างแรกนั้นแน่นอนว่ามีความเป็นไปได้มากกว่า…”

 

คนของระนาบคงสิงกล่าวถึงตรงนี้ก็เงียบไปพักหนึ่ง ค่อยเอ่ยต่อด้วยสีหน้าปั้นยากว่า “เพราะมันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน ที่ระนาบโลกียะขนาดย่อมอย่างระนาบเซียน จะอุบัติตัวตนครึ่งก้าวเซียนอมตะที่มีพลังทัดเทียมกับเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์เช่นนี้ขึ้นมาได้!”

 

ระนาบเซียนนั้นเป็นระนาบโลกียะขนาดย่อม

 

หากไม่ใช่เพราะล่วงรู้วว่ากุญแจเปิดแดนลับต่างสวรรค์ดอกหนึ่งอยู่ในระนาบเซียน เกรงว่าพวกมันคงไม่เคยได้ยินเรื่องระนาบเซียนมาก่อนแน่…

 

ในฐานะที่เป็นคนของมหาระนาบโลกียะ ย่อมมีความดูแคลนระนาบโลกียะขนาดย่อมเป็นทุน และคิดว่าเป็นเพียงระนาบไร้อารยะเท่านั้น…

 

“ข้าก็คิดว่าเรื่องนี้มิน่าเป็นไปไม่ได้เช่นกัน…ครึ่งก้าวเซียนอมตะของระนาบขนาดย่อม ต่อให้จะมียอดสมบัติสวรรค์ในมือแต่อย่างดีก็คงเทียบได้แค่เซียนอมตะเสเพล 3 ทัณฑ์ และต่อให้โชควาสนามันจะท้าทายสวรรค์เพียงใด ก็มิน่าจะมีพลังฝีมือเหนือกว่าเซียนอมตะเสเพล 4 ทัณฑ์ไปได้”

 

คนของระนาบโหมหลัวเอ่ยเสริม

 

“นั่นสิ”

 

คนของระนาบฉีอวิ๋นพยักหน้าเห็นด้วย

 

“เฮ่ๆ…นี่พวกเจ้าลืมกันไปแล้วรึไร ว่าครั้งสุดท้ายที่แดนลับต่างสวรรค์เปิดออก เป็นผู้ใดได้มรดกของต้าหลัวจินเซียนไปครอง?”

 

ตอนนี้เองคนของระนาบเหยียนหวงผู้หนึ่งพลันเอ่ยขึ้นมา และวาจาของมันก็ดั่งน้ำเย็นที่ราดรดลงบนหัวผู้คนที่กำลังพูดกันปรามาสระนาบเซียนกันทันที ทำให้สติของพวกมันเสมือนถูกปลุกให้ตื่นขึ้นกลับมาแจ่มใสอีกครั้ง

 

“จริงสิ ครั้งสุดท้ายที่แดนลับต่างสวรรค์เปิดออก…ดูเหมือนว่าจะเป็นผู้ฝึกกระบี่นาม ฟงชิงหยาง ของระนาบเซียนที่ได้สืบทอดมรดกของต้าหลัวจินเซียน!”

 

ไม่นานในบรรดาเหล่าคนที่ดึงสติกลับมาได้ ก็มีคนผู้หนึ่งที่อดตบหน้าขาตัวเองดังฉาดไม่ได้ “ไฉนข้าถึงลืมมันไปได้!!”

 

วาจาของมัน ไม่ต่างหนึ่งหินหล่นสระก่อเกิดพันระลอกคลื่น

 

“ใช่ ข้าเองก็ลืมนึกถึงมันไปเลย!”

 

“ครั้งสุดท้ายที่แดนลับต่างสวรรค์เปิดออก ผู้ที่ได้รับมรดกของต้าหลัวจินเซียนไปครองเหมือนจะเป็นผู้ฝึกกระบี่จากระนาบเซียนจริงๆ…แถมพลังฝีมือของเจ้านั่นก็เห็นว่าร้ายกาจนัก กระทั่งตอนที่ยังไม่ได้รับมรดกของต้าหลัวจินเซียนพลังฝีมือก็ทัดเทียมเซียนอมตะเสเพล 5 ทัณฑ์เข้าไปแล้ว!”

 

“ยามนั้นเห็นว่าในบรรดาครึ่งก้าวเซียนอมตะที่เข้าไปช่วงชิงในมรดกสถานของต้าหลัวจินเซียน ก็มีครึ่งก้าวเซียนอมตะที่มีพลังทัดเทียมเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์ด้วยคนหนึ่ง…แต่สุดท้ายคนผู้นั้นก็สู้มันไม่ได้!’

 

“มีข่าวลือกันว่าเป็นฟงชิงหยางผู้นั้นได้รับยอดสมบัติสวรรค์ประเภทกระบี่มาครองระหว่างเดินทางตามรอยเบาะแส จนทำให้ความแข็งแกร่งยกระดับขึ้นไปอีกขั้น สุดท้ายก็แข็งแกร่งมากพอจะยืนหยัดเป็นผู้ชนะคนสุดท้าย จึงได้รับมรดกต้าหลัวจินเซียนไปครอง!”

 

“นอกจากนั้นยังมีข่าวลือกันหนาหูอีกอย่างว่า…ที่ไฉนมันได้รับมรดกของต้าหลัวจินเซียนไปครองในปีนั้น เพราะต้าหลัวจินเซียนที่ทิ้มรดกไว้ก็เป็นผู้ฝึกกระบี่เช่นกัน!”

 

…

 

เหล่าผู้คนจากมหาระนาบโลกียะทั้ง 4 เริ่มจ้อกันอย่างออกรส และหัวข้อสนทนาของพวกมันก็วนเวียนอยู่แต่ฟงชิงหยางของระนาบเซียน!

 

ในตอนนี้หลายคนไม่กล้าดูหมิ่นเหยียดหามระนาบโลกียะขนาดย่อมอีกต่อไป และไม่ตัดความเป็นไปได้ที่ระนาบเซียนจะมีครึ่งก้าวเซียนอมตะที่มีพลังทัดเทียมเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์ออก!

 

เพราะในอดีต ก็มีตัวตนอย่างฟงชิงหยางปรากฏให้เห็นเป็นตัวอยย่าง!

 

“ข้ายังจำได้ว่า…ครึ่งก้าวเซียนอมตะของระนาบเซียนที่เข้ามาในแดนลับต่างสวรรค์ปีนั้น ดูเหมือนจะมีแค่ฟงชิงหยางแค่คนเดียวเท่านั้น!”

 

“อืม เรื่องนี้สมควรเป็นแบบนั้นจริงๆ เพราะในบันทึกของนิกายข้าที่สืบทอดต่อกันมาแต่โบราณ ก็มีท่านบรรพชนที่ลงบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรเอาไว้…ว่าในบรรดาผู้ที่เข้ามาในแดนลับต่างสวรรค์จากระนาบเซียน มีเพียงฟงชิงหยางคนเดียวเท่านั้นที่เป็นครึ่งก้าวเซียนอมตะและอายุไม่ถึงร้อยปี…’

 

“ใช่แล้ว ท่านบรรชนของข้าก็บันทึกเรื่องนี้ไว้เช่นกัน เห็นว่าคนของระนาบเซียนแทบทั้งหมดล้วนเป็นเซียนอมตะเสเพล มีเพียงฟงชิงหยางคนเดียวที่ผ่าเหล่าเป็นครึ่งก้าวเซียนอมตะ! และท่านบรรพชนยังได้รู้จากเซียนอมตะเสเพลของระนาบเซียนอีกว่า…ในระนาบเซียนสมัยนั้น ทั้งแดนดินมีเพียงฟงชิงหยางคนเดียวเท่านั้นที่ทะลวงถึงครึ่งก้าวเซียนอมตะโดยที่อายุยังไม่ถึงร้อยปี!”

 

“หึ! ทั้งระนาบเซียนกลับมีครึ่งก้าวเซียนอมตะที่อายุไม่ถึงร้อยปีแค่คนเดียวรึ? ช่างน่าสังเวชนัก! นี่บอกให้รู้ว่ามรดกและทรัพยากรของพวกมันอ่อนด้อยกว่าพวกเรามาก! เพราะในมหาระนาบโลกียะของพวกเรา แม้ครึ่งก้าวเซียนอมตะอายุไม่ถึงร้อยปีจะมีไม่เยอะ แต่ในปีนั้นก็มีนับสิบ!”

 

…

กล่าวกันไปกล่าวกันมาสักพัก ไม่วายผู้คนก็วกกลับไปเรื่องที่ระนาบเซียนนั้นด้อยทรัพยากรและล้าหลังอีกครั้ง ถึงได้มีแค่ครึ่งก้าวเซียนอมตะอายุน้อยกว่าร้อยปีแค่คนเดียว

 

“เหอะ!”

 

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีผู้ที่มองขาดเอ่ยกับผู้คนออกมาด้วยน้ำเสียงค่อนแคะ “มีครึ่งก้าวเซียนอมตะที่อายุน้อยกว่าร้อยปีแค่คนเดียวแล้วจะอย่างไร? อย่าได้ลืมเลือนไปว่าพลังของมันถึงขั้นเทียบได้กับเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์!”

 

ทันใดนั้นเหล่าผู้ที่ดูแคลนระนาบเซียนก็เงียบปากกลงทันที

 

แน่นอนว่ายังคงมีคนที่อคติฝังหัวดูแคลนไม่เลิก “เจ้านั่นมันก็แค่มีโชคเท่านั้นล่ะ!”

 

“แล้วนี่…พวกเจ้าปักใจเชื่อกันไปแล้วจริงๆรึไง ว่าเจ้าหนุ่มชุดม่วงนั่นจะมาจากระนาบเซียนแน่นอนแล้ว?”

 

พอวาจาถามเสียดสีนี้ของมันดังขึ้น ก็คล้ายจะดึงสติทุกคนให้กลับมากระจ่างอีกครั้ง

 

“เจ้าหนุ่มชุดม่วงคนนั้นน่ะ…ข้าเชื่อว่า 9 ใน 10 สมควรมาจาก 1 ใน 4 ระนาบของพวกเราแน่นอน! เพียงแค่มันไม่เคยปรากฏตัวออกมาเท่านั้น พวกเราจึงไม่มีใครรู้จักมันและล่วงรู้ว่ามันมีตัวตนอยู่!”

 

พอกล่าวประโยคนี้จบ หลายคนก็เริ่มคล้อยตาม และคิดว่าสมควรเป็นแบบนี้จริงๆ!

 

ชายหนุ่มชุดม่วงที่ปรากฏตัวชิงยอดสมบัติสวรรค์ไป โดยที่ในมือก็ถือครองยอดสมบัติสวรรค์ประเภทกระบี่อยู่ก่อนแล้ว แถมพลังความแข็งแกร่งก็เทียบได้กับเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์ผู้นั้น สมควรมาจาก 1 ใน 4 ระนาบของพวกมันที่เป็นมหาระนาบโลกียะ…ไม่มีทางมาจากระนาบเซียนที่เป็นแค่ระนาบโลกียะขนาดย่อมแน่นอน!!

 

ต้วนหลิงเทียนย่อมไม่ได้รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่

 

และตอนนี้ด้านต้วนหลิงเทียนกับพวกทั้ง 4 ก็ได้มาถึงปลายทางของเบาะแสชิ้นที่ 2 แล้ว

 

สมบัติสถานแห่งนี้ หากไม่มีมรดกของต้าหลัวจินเซียน ก็สมควรมีเบาะแสนำไปสู่มรดกสถานของต้าหลัวจินเซียนซ่อนอยู่!

 

ฮูววว! ฮูวววว!!

 

…

 

สายลมแรงพัดกรรโชกมาไม่หยุด ฝุ่นทรายปลิดปลิวคละคลุ้งไปทั่ว

 

ในปัจจุบันกลุ่มต้วนหลิงเทียนกำลังลอยร่างอยู่เหนือทะเลทรายแห่งหนึ่ง

 

มองไปสุดลูกหูลูกตาเห็นแต่ทิวทัศน์ทะเลทรายอันเวิ้งว้าง ไม่อาจแลเห็นแม้จุดสิ้นสุดว่าทะเลทรายแห่งนี้มีขอบเขตกว้างใหญ่เพียงใด….

 

ที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ

 

ตอนนี้ไม่มีผู้ใดสามารถแผ่สำนึกเทวะชำแรกผ่านผืนทรายลงไปสำรวจใต้ดินได้เลย เพราะมีพลังไร้สภาพขุมหนึ่งคอยผลักไสปิดกั้นสำนึกเทวะเอาไว้!

 

กล่าวให้ชัดคือปิดกั้นวิญญาณ!

 

“กระบี่มา!”

 

ทันใดนั้นจางยี่พลันยกมือขึ้น ก่อนที่พลังเซียนต้นกำเนิดจะหลั่งไหลไปควบรวมผนึกสร้าง กระบี่ขึ้นมาเล่มหนึ่ง!

 

และรอบๆตัวกระบี่ที่มันควบรวมพลังสร้างขึ้น ก็ปรากฏเส้นสายอัสนีสีม่วงแล่นาบแปลบปลาบอยู่รอบๆ!

 

มองไปแล้วประหนึ่งใบกระบี่ของมันมีอสรพิษสีม่วงนับไม่ถ้วนกำลังเลื้อยละเล่นไปทั่วใบกระบี่!

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 2418"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

YOU MAY ALSO LIKE

6195c467JWIyB1ft
สนมโง่เจ้าจะหนีไปไหน
December 1, 2023
เขยที่โดนทิ้ง (แท้จริงแล้วเป็นประธานบริษัท!?)
เขยที่โดนทิ้ง (แท้จริงแล้วเป็นประธานบริษัท!?)
July 14, 2024
5f4e2a45Qp7UnuCV
ท้าลิขิตพลิกโชคชะตา
April 7, 2023
I-Can-Track-Everything-225×300-1
ข้าสามารถตรวจสอบได้ทุกสรรพสิ่ง I Can Track Everything
December 5, 2021
  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF