novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

War sovereign Soaring The Heavens - ตอนที่ 3592

  1. Home
  2. War sovereign Soaring The Heavens
  3. ตอนที่ 3592
Prev
Next

ตอนที่ 3592 : นิกายฟ้าจรัสแสง เย่เปยหยวน!

 

นอกจากนั้นค่ายที่ว่า ก็กระจายตัวไปทั่วระนาบสมรภูมิ ไม่ต่างอะไรจากค่ายพักของทหาร และจะมีค่ายกลเคลื่อนย้ายไปยังระนาบเทพเสมอ

  

‘ค่ายทหารที่ว่า ก็มีทั้งค่ายเล็กค่ายใหญ่…อย่างไรก็ตาม แต่ละค่ายจะเป็นค่าสำหรับคนในระนาบเทพใดระนาบหนึ่งเท่านั้น และมีเพียงผู้ที่อยู่ในระนาบเทพนั้นๆถึงจะเข้าไปได้ และค่ายทหารขนาดเล็กก็สามารถรองรับเทพที่เข้าพักได้แค่ 100 คนเท่านั้น หากครบแล้ว ต่อให้เป็นเทพที่มาจากระนาบเทพเดียวกันคิดจะเข้าไปก็ไม่อาจเข้าไปได้…และในค่ายก็ไม่อนุญาตให้ใครสู้กัน’

  

‘และต่อให้เป็นค่ายทหารขนาดเล็ก ก็สามารถเลือกจะใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายไปยังระนาบเทพใดก็ได้ใน 2 ระนาบเทพคู่ขนานที่ปะทะกัน’

  

ทั้งหมดเป็นสิ่งที่วารีเทพชำระโลกาได้กล่าวบอกต้วนหลิงเทียนเอาไว้ก่อนหน้า

  

นอกจากนั้นวารีเทพชำระโลกายังกำชับเขาอีกด้วย

  

เมื่อมาถึงระนาบสมรภูมิแล้ว เขาทำได้แค่พึ่งตัวเองเท่านั้น ไม่อาจเปิดโลกใบเล็กภายในกายได้ส่งเดช เพราะการทำแบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับเสี่ยงให้เทพเบญจธาตุและพฤกษาเทพกำเนิดชีพถูกเปิดเผย ที่สำคัญตอนนี้เหล่าเทพเบญจธาตุทั้ง 5 ของเขาก็อยู่ในช่วงย่อยพลังที่ดูดซับมาเพื่อเพิ่มพัฒนาร่าง

  

เพลิงเทพโกลาหลกำลังจะพัฒนาไปสู่ขั้นที่ 9

  

สำหรับเทพเบญจธาตุที่เหลืออีก 4 ธาตุรวมถึงวารีเทพชำระโลกา ก็กำลังพัฒนาไปสู่ขั้นที่ 8

  

และหากไม่มีอะไรผิดพลาด ทุกคนย่อมพัฒนาได้สำเร็จแน่นอน

  

แต่ถ้าถูกขัดจังหวะขณะพัฒนาร่างล่ะก็ เช่นนั้นการพัฒนาร่างก็จะล้มเหลวทันที

  

เช่นนั้นแล้ว เว้นเสียแต่จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันถึงความเป็นตาย ต้วนหลิงเทียนไม่คิดจะรบกวนเหล่าเทพเบญจธาตุเด็ดขาด

  

ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันถึงความเป็นความตายจริงๆ เขาก็ต้องพิจารณาด้วยว่าหากให้เหล่าเทพเบญจธาตุลงมือช่วยเหลือแล้วจะสามารถผ่านพ้นความตายได้หรือไม่…ถ้าไม่ได้ เขาก็ไม่คิดจะรบกวน

  

เพราะถึงเขาจะถูกฆ่าตาย และโลกใบเล็กภายในกายของเขาจะยุบตัวลงและกลายเป็นแดนลับอิสระ หายไปในห้ววงมิติผันผวน แต่เหล่าเทพเบญจธาตุก็จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆทั้งสิ้น เพราะทั้งหมดสามารถอาศัอยู่ในห้วงมิติแปรปรวนดังกล่าวได้

  

กล่าวได้ว่าถึงเขาตาและทั้งหมดตกเข้าไปในห้วงมิติแปรปรวนจริง การพัฒนาร่างของเหล่าเทพเบญจธาตุก็จะไม่ได้รับผลกระทบอะไร และดำเนินการต่อไปอย่างราบรื่น…

  

เช่นนั้นแล้วเว้นเสียแต่เขาจะพบพานวิกฤตที่ สามารถรอดพ้นได้ด้วยความช่วยเหลือของเหล่าเทพเบญจธาตุจริงๆ ต่อให้ต้องตาย ต้วนหลิงเทียนก็จะไม่รบกวนเหล่าเทพเบญจธาตุ เพราะถึงจะรบกวนขัดจังหวะการพัฒนาของทุกคนไป ก็ไร้ซึ่งความหมายใดๆ มิสู้ไม่รบกวนแต่แรก

  

ตลอดการเดินทางที่ผ่านมา ถึงแม้เหล่าเทพเบญจธาตุจำต้องพึ่งพาอาศัยร่างเขาเพื่อดำรงชีวิตอยู่ และอาศัยเขาในการปล้นชิงเทพเบญจธาตุอื่นๆ

  

อย่างไรก็ตาม เหล่าเทพเบญจธาตุได้ให้ความช่วยเหลือเขามามากแล้ว

  

ต้วนหลิงเทียนไม่ใช่คนเนรคุณ เขาไม่คิดจะลากคนอื่นให้พบพานเคราะห์ร้ายไปพร้อมกับเขาได้

  

ฟุ่บ!

  

ในทะเลทรายอันรกร้างกว้างใหญ่ต้วนหลิงเทียนอาศัยการเดินบนพื้น เมื่อพบเจอสิ่งกีดขวางก็กระโดดข้ามหรือปีนเอา และเมื่อพ้นจากพื้นีท่ทะเลทราย ไม่ว่าจะพื้นที่ป่ารกชัดหรือที่ราบภูเขา ต้วนหลิงเทียนก็อาศัย 2 ขาในการเดินทางทั้งสิ้น

  

แน่นอนว่าการเดินเท้าเช่นนี้ ย่อมไม่มีประสิทธิภาพและเคลื่อนตัวได้ช้ามาก

  

แต่จะให้ทำอย่างไรได้ เพราะเขาก็ไม่อาจเหินบินทำตัวเด่นไม่ใช่รึไง?

  

นอกจากนั้นระหว่างเดินทาง เขาก็เลือกจะอาศัยภูมิประเทศเพื่อซ่อนตัวเท่าที่จะทำได้ หากเหล่าเทพที่เหินร่างผ่านมาไม่ได้ใช้จิตสัมผัสในการตรวจสอบที่ทาง อาศัยแค่มองด้วยตาเปล่าก็ไม่มีทางงจะพบเจอตัวเขาได้

  

แต่ถ้าหากมีเหล่าเทพที่ใช้สำนึกเทวะตรวจสอบที่ทางล่ะก็ แน่นอนว่าต้องพบเขา

  

สุดท้ายแล้วเขาก็ยังเป็นแค่ครึ่งก้าวเทพเท่านั้น ไม่ได้บรรลุถึงขอบเขตเทพจริงๆ จิตวิญญาณเซียนอมตะของเขาก็ยังไม่แปรเปลี่ยนเป็นจิตวิญญาณเทพ

  

เรียกว่าตลอดการเดินทาง ใจต้วนหลิงเทียนเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ยังเต้นระส่ำระสายตลอดเวลา

  

เขาไม่อาจไม่กังวลว

  

เพราะถ้าหากจะกล่าวถึงห่วงโซ่อาหารในระนาบสมรภูมิแล้วล่ะก็…ตัวเขาสมควรเป็นสิ่งมีชีววิตที่อยู่ล่างสุดของห่วงโซ่อาหารแน่นอน!

  

‘หวังว่ามุ่งหน้าไปทางนี้เรื่อยๆ ข้าจะเจอค่ายทหารในเร็ววัน…’

  

ต้วนหลิงเทียนลอบกล่าวในใจ ‘ขอเพียงพบเจอค่ายทหารและเข้าไปได้ ข้าก็จะปลอดภัย…ในค่ายทหารมีค่ายกลที่ผู้แข็งแกร่งที่สุดจัดตั้งไว้ ไม่มีใครกล้าลงมือทำร้ายข้าในค่ายแน่’

  

วันแรกของการเดินทาง ต้วนหลิงเทียนไม่พบเจอใครเลย เขาสามารถเดินทางผ่านภูมิประเทศต่างๆได้อย่างราบรื่น

  

วันต่อมาก็ไม่พบเจอใคร

  

พอมาวันที่ 3 เขาก็พบเจอคนๆหนึ่งเหินร่างผ่านน่านฟ้าเหนือศีรษะเขาไปด้วยความเร็วสูง กระทั่งมองแทบไม่เห็นเงาด้วยซ้ำ ‘ความเร็วระดับนั้น…สมควรเป็นจอมราชันเทพขึ้นไปกระมัง?’

  

‘ต่อให้ไม่ใช่ อย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นราชาเทพขั้นสูงที่ร้ายกาจมาก’

  

ต้วนหลิงเทียนเคยพบเจอตัวตนระดับราชาเทพขั้นต่ำมาแล้ว ไม่ใชใครที่ไหนแต่เป็นหวู่หงชิงจ้าววิหารเฟิงฮ่าวสาจาหลัก และความเร็วของมันก็ไม่อาจเทียบคนที่เหินร่างผ่านไปเมื่อครู่ได้เลย

  

วันที่ 4 เขาก็ไม่พบเจอผู้ใด และไม่มีแม้แต่วี่แววค่ายทหาร…

  

วันที่ 5…

  

วันที่ 6…

  

…

  

หลังจากผ่านไป 1 เดือน ต้วนหลิงเทียนที่มุ่งหน้าเป็นเส้นตรงมาตลอดก็ไม่พบเจอค่ายทหารใดๆ แต่มีคนที่เหินร่างผ่านน่านฟ้าเหนือศีรษะเขาไปไม่น้อยกว่า 10 คน ในบรรดาคนเหล่านั้นคนทีอ่อนแอที่สุด ต้วนหลิงเทียนสามารถมองเห็นรูปร่างอีกฝ่ายได้คร่าวๆ

  

สำหรับที่แข็งแกร่งขึ้นมาหน่อย เขาเห็นได้แต่เงาเลือนลางเท่านั้น

  

ส่วนที่แข็งแกร่งมาก เขาไม่เห็นอะไรเลย ได้ยินแต่เสียงแหวกอากาศดังขึ้นตามหลังเท่านั้น…

  

ตลอดเดือนที่ผ่าน ต้วนหลิงเทียนก็ตระหนักได้ถึงงความกระจ้อยร่อยไร้สำคัญของตัวเอง เขาเชื่อว่าในบรรดาคนที่เหินร่างผ่านไป สมควรมีใครบางคนตรวจพบการคงอยู่ของเขาแน่นอน แต่แค่อีกฝ่ายไม่ได้สนใจเขา

  

เพราะในสายตาอีกฝ่าย เขาคงไม่ต่างอะไรจากมดตัวกระจ้อย

  

‘ให้ตายเถอะ ทรมาณจิตจริงๆ…นี่มันก็เดือนกว่าแล้ว จะไม่มีค่ายให้เห็นจริงๆหรือ?’

  

หลังผ่านไปหนึ่งเดือน แม้ร่างกายต้วนหลิงเทียนจะไม่ได้เหนื่อยล้าอะไร แต่ในแงง่ของจิตใจแล้วเขารู้สึกอ่อนล้านัก หากพบเจอสถานที่ปลอดภัยให้พักผ่อนล่ะก็ เขารู้สึกว่าตอนนี้เขาสามารถนอนแอ้งแม้งไม่ทำอะไรเพื่อพักผ่อนได้ถึง 2 ปี…

  

จิตใจอ่อนล้าต้องการพักอย่างแรง!

  

‘ขอให้เจอสักค่ายเถอะ…เจอเร็วหน่อยยิ่งดี’

  

ต้วนหลิงเทียนก็ยังคงใช้สองเท้าเดินทางงในระนาบสมรภูมิอ่างระแวดระวัง จิตใจเต็มไปด้วความตึงเครียดกังวลไปเสียทุกอย่าง ไม่กล้าผ่อนคลายความระวังแม้แต่นิดเดียว

  

พริบตาเดียว วันเวลาก็ล่วงเลยไปอีกครึ่งเดือน

  

และในวันนี้ ต้วนหลิงเทียนที่กำลังเดินทางอยู่ก็สัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวของอากาศและสายลมหอบหนึ่งที่พัดเข้ามาทางเขาด้วยความเร็วสูง ‘แย่แล้ว!’

  

แทบจะทันทีที่เขาร่ำร้องผิดท่าในใจ ร่างชราหนึ่งก็มาปรากฏตัวกลางอากาศเบื้องหน้าต้วนหลิงเทียน เป็นชายชราในชุดคลุมสีเขียว ผมยาวสีขาวอมเทา ใบหน้าแลดูอ่อนโยนมีเมตตา ดวงตาสีโคลนขุ่นมัวของอีกฝ่ายมองจ้องเขาด้วยความประหลาดใจอยู่บ้าง

  

แม้ชายชราลอยร่างกลางหาวอยู่ตรงนั้น แต่ต้วนหลิงเทียนรู้สึกเสมือนเบื้องหน้าไม่มีผู้ใดอยู่ หากไม่ใช่เพราะเขามองเห็นอีกฝ่ายด้วยสองตา เขาคงไม่อาจรับรู้การคงอยู่ของชายชราได้เลย

  

สิ่งนี้ทำให้เขาตระหนักได้ถึงความลึกล้ำยากหยั่งถึงของชายชราได้ชัดเจน…

  

“ผู้น้อยขอคารวะท่านผู้อาวุโส”

  

ไม่ทันที่ชายชราจะได้พูดอะไร ต้วนหลิงเทียนก็เร่งประสานมือโค้งคารวักทักทายอีกฝ่ายอย่างนอบน้อม

  

“เจ้าหนู เจ้ายังเป็นแค่ครึ่งก้าวเทพไม่แม้แต่จะบรรลุถึงขอบเขตเทพด้วยซ้ำ แต่เจ้าถึงกับกล้าเข้ามาในระนาบสมรภูมิเชียวหรือ?”

  

ชายชรามองถามต้วนหลิงเทียน แววตาฉายชัดถึงความประหลาดใจสงสัย

  

ได้ยินคำถามของชายชรา ต้วนหลิงเทียนก็คลี่ยิ้มแห้งๆ พลางกล่าวอธิบายออกมาด้วยน้ำเสียงขื่นขมทันที “เรียนท่านผู้อาวุโส ข้าไม่ได้มีเจตนาเข้ามาในระนาบสมรภูมิแต่อย่างใด…ข้าบังเอิญพบเจอตัวตนอันทรงพลัง 2 คนประมือกัน พลังของทั้งคู่ทำให้ห้วงมิติฉีกเปิดวุ่นวายไปทั่ว ข้าที่โชคร้ายจึงชพลัดหลงเข้าไปในห้วงมิติ จนมาโผล่ในระนาบสมรภูมิอย่างไม่คิดฝัน…”

  

คำพูดเหล่านี้ เป็นวารีเทพชำระโลกาตระเตรียมให้ต้วนหลิงเทียนใช้อธิบายต่อคนอื่นแต่แรก

  

“หืม? ประมือกันจนห้วงมิติฉีกเปิดไปทั่ว?”

  

พอได้ยินคำพูดของต้วนหลิงเทียน ลูกตาชายชราก็หดเล็กลงเร็วไว “เจ้า…เจ้าถึงกับพบเห็นตัวตนระดับอริยะเทพขึ้นไปประมือกัน?”

  

“สมควรเป็นอริยะเทพจริงๆ…”

  

ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า “เพราะข้าน้อยเคยได้ยินมาว่า ในระนาบเทพเรามีแต่ตัวตนระดับอริยะเทพขึ้นไปเท่านั้น ถึงจะมีพลังอำนาจมากพอฉีกเปิดและทลายห้วงมิติได้”

  

“มิน่าแปลกใจเลย ว่าไฉนเจ้าถึงไม่มีกลิ่นอายของป้ายสะสมแต้มรบ…ที่แท้เจ้าเข้าสู่ระนาบสมรภูมิในลักษณะนี้นี่เอง”

  

ชายชราส่ายหัวไปมา

  

โดยปกติแล้ว ผู้ที่เข้าสู่ระนาบสมรภูมิ ย่อมมาปรากฏตัวในค่ายทหารขนาดใหญ่ และจำต้องลงทะเบียยนเพื่อรับป้ายสะสมแต้มรบ…และป้ายสะสมแต้มรบนั่นไม่อาจเก็บเข้าแหวนพื้นที่ได้ แถมยังงแผ่กลิ่นอาบอกชัดว่ามาจากระนาบเทพแห่งใด ทั้งหมดเพื่อใช้ในการระบุตัวตนว่าเป็นของระนาบเทพไหน เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามสามารถเข่นฆ่าเก็บแต้มได้ถูก…

  

ชายชราเอง ก่อนหน้านี้ตอนที่ค้นพบต้วนหลิงเทียน มันก็รู้สึกแปลกใจแต่แรกว่าไฉนไม่อาจสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเฉพาะของป้ายแต้มรบระบุระนาบเทพ แถมอีกฝ่ายยังเป็นแค่ครึ่งก้าวเทพอีก ทำให้มันรู้สึกประหลาดใจพอสมควร

  

ครึ่งก้าวเทพ ไฉนมาโผล่ที่นี่ได้?

  

ที่แท้อีกฝ่ายเคราะห์ร้ายจับพลัดจับผลู ตกลงไปในห้วงมิติที่เปิดออกจากการปะทะกันของอริยะเทพ ทำให้ผ่านห้วงมิติผันผวนมาโผล่ในระนาบสมรภูมิอย่างช่วยไม่ได้

  

“ท่านผู้อาวุโส”

  

ต้วนหลิงเทียนมองงไปยังชายชรา ก่อนจะประสานมือโค้งกล่าวอย่างนอบน้อม “ตลอดเดือนกว่าที่ผ่านมา ผู้น้อยโชคดีที่รอดชีวิตมาได้ขณะพยายามตามหาค่ายทหาร…ไม่ทราบผู้อาวุโสจะกรุณาเมตตาข้าน้อยสักครั้ง พาข้าน้อยไปส่งที่ค่ายทหารได้หรือไม่?”

  

ไม่รอให้ชายชราตอบคำใด ต้วนหลิงเทียนก็เร่งกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “หากท่านผู้อาวุโสเมตตาช่วยเหลือข้าสักครั้ง ข้าต้วนหลิงเทียนจะจดจำความกรุณาของผู้อาวุโสไว้ในใจไม่ลืมเลือน วันหน้าข้าจักตอบแทนท่านให้จงได้”

  

“ต้วนหลิงเทียน?”

  

ชายชราคลี่ยิ้มบางๆ “ชื่อเจ้าอหังการดีนี่…”

  

“อย่างไรก็ตาม อาศัยเจ้าที่เป็นเพียงครึ่งก้าวเทพ จะตอบแทนข้าที่เป็นจอมราชันเทพขั้นกลางอย่างไรเล่า?”

  

ชายชราส่ายหัวไปมาด้วยรอยยิ้ม พลางกล่าว “ช่างเถอะ ได้พบพานถือเป็นพรหมลิขิต ในเมื่อข้าพบเจอเจ้าแล้ว และมาหาเจ้าด้วยความอยากรู้ เช่นนั้นข้าจะพาเจ้าไปส่งเอง”

  

“ด้วยความเร็วของข้า ราวๆ 2 วันก็สมควรพาเจ้าไปส่งยังค่ายทหารที่ใกล้ที่สุด”

  

ชายชรากล่าว

  

“ขอบคุณท่านผู้อาวุโสยิ่ง!”

  

คำพูดของชาชราทำให้ต้วนหลิงเทียนรู้สึกยินดีถึงขีดสุด เสมือนเขาได้ไขว่คว้าฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้าย ขณะก้าวข้ามหุบเหวแห่งความตาย…

  

ในขณะที่ชายยชราหอบหิ้วเขาเดินทาง ต้วนหลิงเทียนก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงซาบซึ้ง “ท่านผู้อาวุโส มิทราบท่านมีนามเลิศล้ำว่าอะไร แล้วมาจากระนาบเทพแห่งไหน รวมถึงขุมกำลังอันใดหรือ?”

  

“เจ้าหนู เจ้าถามเสียละเอียดยิบเช่นนี้ หรือเจ้าคิดจะตอบแทนข้าจริงๆ?”

  

ชายชราคลี่ยิ้มบางๆ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

  

“ขอท่านผู้อาวุโสโปรดบอกข้าน้อยด้วยเถอะ”

  

ต้วนหลิงเทียนเอ่ยถามด้วยสีหน้าแววตาจริงจัง

  

“ช่างเถอะ บอกเจ้าไปก็ไม่เสียหายอะไร…ข้าผู้เฒ่าเรียกว่า ‘เย่เป่ยหยวน’ มาจากดินแดนดาราพิศวง เป็นผู้อาวุโสของนิกายฟ้าจรัสแสงในดินแดนดาราพิศวง…”

  

ชายชราส่ายหัวพลางกล่าว

  

พอมันพูดจบ ก็ย้อนถามต้วนหลิวเทียนว่า “เจ้าเล่า เจ้าหนู…มาจากดินแดนดาราพิศวงเหมือนข้าหรือไม่?”

  

“ใช่แล้วผู้อาวุโส”

  

ต้วนหลิงเทียนกล่าวตอบ “เพียงแต่ข้ามาจากสถานที่เล็กๆในดินแดนดาราพิศวง จึงงมิเคยได้ยินชื่อเสียงเรียยงนามของผู้อาวุโสรวมถึงนิกายฟ้าจรัสแสงมาก่อน…เกรงว่าสำหรับผู้อาวุโสแล้ว ข้าน้อยเป็นเพียงแค่กบในบ่อเท่านั้น”

  

“เหอะๆ นิกายฟ้าจรัสแสงของเราผู้มิได้ยิ่งใหญ่อันใด เจ้าจะไม่เคยได้ยินมาก่อนก็เป็นเรื่องปกติ”

  

เย่เป่ยหยวนกล่าวสืบต่อด้วยรอยยิ้ม “อย่างไรก็ตามเจ้านับว่าโชคดียิ่ง ที่ได้มาเจอข้าที่มาจากดินแดนดาราพิศวงเช่นเดียวกัน…”

  

“นับว่าพวกเรามีวาสนากันไม่น้อย”

  

ต้วนหลิงเทียนพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ขณะเดียวกันก็สลักชื่ออีกฝ่าย และขุมกำลังต้นสังกัดของอีกฝ่ายเอาไว้ในใจอย่างไม่ลืมเลือน

  

เย่เป่ยหยวน

  

นิกายฟ้าจรัสแสง!

  

ตราบใดที่เขาสามารถออกจากระนาบสมรภูมิได้สำเร็จเพราะความช่วยเหลือของอีกฝ่าย วันหน้าเมื่อบรรลุถึงขอบเขตเทพและพลังฝีมือก้าวหน้าสูงพอแล้ว เขาจะย้อนกลับไปตอบแทนบุญคุณอันใหญ่หลวงครั้งนี้แน่นอน

  

เพราะความช่วยเหลือของอีกฝ่าย สำหรับเขาไม่ต่างอะไรจากบุญคุณช่วยชีวิตเลย

  

…

  

2 วันต่อมา

  

“ถึงแล้ว”

  

พอเสียงของเย่เป่ยหยวนดังขึ้น ต้วนหลิงเทียนก็พบว่าเบื้องหน้าไกลๆของพื้นที่ราบอันแห้งแล้งแห่งนี้ ปรากฏพื้นที่ส่วนหนึ่งปกคลุมไปด้วยม่านพลังสีทองโปร่งแสง และมีอาคารแลดูเก่าแก่โบราณ พร้อมเงาร่างงผู้คนมากมายอยู่ที่นั่น

  

“สหายน้อยหลิงเทียน…เมื่อถึงค่ายทหารแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”

  

หลังจากส่งต้วนหลิงเทียนเข้าไปในค่ายทหารอันปกคลุมไปด้วยม่านพลังสีทองโปร่งแสงแล้ว เย่เป่ยหยวนก็กล่าวคำอำลาเตรียมพร้อมจากไป…

 

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 3592"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

YOU MAY ALSO LIKE

1111
หนึ่งในใต้หล้า The Great Ruler
November 6, 2021
5fcf4219r5rUSyZ6
Scholar’s Advanced Technological System ระบบปั้นอัจฉริยะ
April 5, 2023
I-Can-Track-Everything-225×300-1
ข้าสามารถตรวจสอบได้ทุกสรรพสิ่ง I Can Track Everything
December 5, 2021
600ff4f0qBTFsl5k
เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า
March 6, 2026
  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF