การหวนคืนสู่ยุค 70 ของเศรษฐีนีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 580 มาตามคน
ทันทีที่คนเฝ้าประตูได้ยินที่คุณชายจูตะโกน พวกเขาก็รีบเร่งเข้า
มาตรวจสอบด้านในและเห็นว่าภายในห้องว่างเปล่า ทุกคนก็ตื่น
ตระหนก “เกิดอะไรขึ้น? คุณหนูอยู่ในนี้ตลอดเวลา ไม่ได้ออกไป แล้ว
ตอนนี้เธอ… ไปอยู่ที่ไหนแล้ว?”
“ฉันสิที่ต้องถาม! พวกแกมีสมองบ้างไหม? นี่พวกแกไร้ประโยชน์
จนไม่สามารถดูแลเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ได้เลยหรือ!!!”
คุณชายจูตะโกนสาปแช่งด้วยความโกรธ เขาโกรธจนแทบจะ
กระอักเลือดออกมา
และเวลานี้หัวใจของจูเหลียนเต้นรัวระส ่า เธอรีบเดินค้นหาทั่ว
ห้อง “พี่จะไปที่ไหนได้? เธอต้องอยู่ที่นี่แน่นอนแต่พวกเราแค่หาไม่พบ
บางทีเธออาจจะซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่ง รอให้เราคลายความระมัดระวัง
ลง แล้วฉวยโอกาสหนีออกไป!”
หร่วนปี้เฟิงเองก็คิดแบบนั้นด้วยเหมือนกัน
“ใช่ จูรุ่ยคงจะซ่อนอยู่ในห้องนี้แน่ เราต้องรีบค้นหาให้ทั่ว”
คุณชายจูตะโกนบอกให้ทุกคนค้นหาทุกซอกทุกมุม
อย่างไรก็ตามเมื่อค้นหาทุกมุมแล้ว แต่ก็ยังไม่พบจูรุ่ย เวลานี้
ความตื่นตระหนกก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกเขาจริง ๆ
“เกิดอะไรขึ้น เธอหายไปได้ยังไง!”
จูเหลียนยังคงไม่เชื่อและพยายามค้นหาต่อไป แต่กลับไม่พบ
สีหน้าของหร่วนปี้เฟิงเองก็บิดเบี้ยวไม่แพ้กัน เธอหันมองคุณชาย
จูก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “เราอย่ามัวหาแต่ในห้องเลยค่ะ ลองออกไปหา
ทั่วบริเวณบ้านดูกันเถอะ”
คุณชายจูพยักหน้าก่อนจะสั่งให้คนรับใช้ทั้งหมดออกตามหาจู
รุ่ย
แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีร่องรอยของจูรุ่ยเลยแม้แต่น้อย
“พ่อคะ เราทำยังไงดี? หรือเราควรออกไปตามหาข้างนอกดี
ไหม?” จูเหลียนยิ่งกังวล และถ้าหากว่าจูรุ่ยหายตัวไปจริง ๆ การหมั้น
หมายกับหลี่เจียหมิงจะเป็นอย่างไร? ความสัมพันธ์กับตระกูลหลี่จะ
เป็นอย่างไร?
คุณชายจูยังไม่ตัดสินใจ เขาหันกลับมาหาหร่วนปี้เฟิงก่อนจะ
ถามว่า “วันนี้มีใครมาหาจูรุ่ยบ้าง?”
“ฉันไม่ได้ไปพบเธอค่ะ”
หร่วนปี้เฟิงส่ายศีรษะ
จูเหลียนที่อยู่ด้านข้างก้มศีรษะลงอย่างสำนึกผิด เธอคาดหวังว่า
พ่อจะไม่ถามถึงตน แต่เมื่อเห็นสีหน้าของลูกสาวแล้ว คุณชายจูก็
คาดเดาได้ทันที “เสี่ยวเหลียน วันนี้ลูกมาพบจูรุ่ยใช่ไหม?”
“หนู… หนูมาพบเธอจริง ๆ แต่ตอนที่หนูมา พี่ยังอยู่ในห้อง และ
หลังจากนั้นหนูก็กลับออกมา ไม่ได้ปล่อยเธอไปเลยนะคะ พ่ออย่า
สงสัยหนูเลยนะ”
หร่วนปี้เฟิงรีบกล่าวคำ “ที่รัก เสี่ยวเหลียนจะปล่อยจูรุ่ยไปได้ยังไง
ล่ะคะ พวกเราก็กำลังตั้งตารอให้จูรุ่ยแต่งงานกับตระกูลหลี่อยู่
เหมือนกัน”
“อย่างนั้นก็อธิบายมาสิว่าจูรุ่ยหายไปไหน”
หร่วนปี้เฟิงและจูเหลียนชะงักไปชั่วขณะ พวกเธอไม่รู้ว่าควรจะ
ตอบกลับว่าอย่างไร
เวลานั้นเองมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของหร่วนปี้เฟิง เธอ
นึกถึงพานลี่ฮวาและคนพวกนั้น เธอหันมองคุณชายจูก่อนจะพูดว่า
“ที่รักคะ วันนี้พานลี่ฮวามาที่นี่และยังพาคนอื่นมาด้วย พวกเขา
ต้องการพบจูรุ่ย แต่เพราะจูรุ่ยไม่สามารถพบเจอใคร ฉันเลยส่งพวก
เขากลับไปแบบนั้น คุณคิดว่า… จะเป็นพวกเขาไหมคะ?”
“พานลี่ฮวา?”
จูเหลียนเองก็รีบพยักหน้าอย่างเร่งรีบ “ค่ะ เธอมาที่บ้านของเรา
หลายครั้ง และคราวนี้เธอบอกว่าจะรอจนค ่า แต่สุดท้ายพวกเขาก็รอ
ไม่ไหว กลับออกไปก่อน”
“แล้วทำไมคุณถึงไม่ต้อนรับแขกให้ดี?”
คุณชายจูมองลูกสาวคนเล็กด้วยแววตาที่ซับซ้อน
“ตอนนี้บริษัทของคุณพานกำลังรุ่งเรืองมาก คุณควรจะตีสนิท
กับเธอไว้ให้มาก”
แม้ว่าบริษัทเครื่องสำอางซวงฮวา จำกัด จะก่อตั้งเมื่อไม่นานมานี้
แต่ผู้คนในเมืองก่างเฉิงก็รู้จักกันแพร่หลาย อีกทั้งเครื่องสำอางของ
พานลี่ฮวาก็สร้างเม็ดเงินได้มากมาย หากยังพัฒนาต่อไปอย่างนี้ เธอ
อาจจะกลายเป็นหนึ่งในเศรษฐีของเมืองก่างเฉิง เพราะพวกผู้หญิง
ต่างชื่นชอบเครื่องสำอางของเธอมาก
ได้ยินอย่างนั้น จูเหลียนจึงกล่าวขึ้นว่า “พ่อคะ คุณพานไม่ได้
อยากจะคุยกับหนู ไม่ว่าหนูจะพยายามพูดคุยแค่ไหน เธอก็ไม่คิด
สนใจ เพราะสิ่งเดียวที่เธอต้องการคือพบเจอกับจูรุ่ย พี่สาวของหนู”
ใบหน้าของคุณชายจูยิ่งมืดมน
“ฮึ่ม ทำไมลูกถึงไม่มีความสามารถอะไรเลยฮะ”
“หนู…”
จูเหลียนไม่คิดเลยว่าพ่อของเธอจะต่อว่าตนเช่นนี้ เธอเองรู้สึก
เสียใจ ทั้งจูรุ่ยและถังซวงเองสนิทสนมกันมาก อีกทั้งถังซวงยังเป็น
หลานสาวของพานลี่ฮวา พานลี่ฮวาจึงอยากจะพูดคุยกับจูรุ่ย
มากกว่าเธออยู่แล้ว
หร่วนปี้เฟิงเห็นสถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้จึงรีบก้าวไปหา “ไม่
เป็นไรหรอกนะคะคุณ ตอนนี้ต่อว่าลูกไปก็ไม่มีประโยชน์ ตอนนี้เรา
ออกไปตามหาจูรุ่ยกันเถอะค่ะ”
คุณชายจูได้ยินแล้วก็กลับมามีสติอีกครั้ง “อื้ม เราต้องออกตาม
หาเธอ เมื่อพบก็คงต้องสั่งสอนสักหน่อย ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า
เด็กนั่นจะกล้าหนีไปอีกไหม”
“ที่รัก พวกเรา… จะไปที่บ้านของพวกเขาไหม?”
คุณชายจูส่ายศีรษะ “เราควรค้นหารอบ ๆ บ้านก่อน”
การบุกไปที่ตระกูลเฮ่อ เป็นทางเลือกสุดท้าย
หร่วนปี้เฟิงคิดจะพูดบางอย่าง แต่เมื่อเห็นแววตามั่นใจของ
คุณชายจู เธอจึงไม่ได้พูดอะไร และรีบออกไปตามหาทันที
แน่นอนว่าพวกเขาทั้งหมดต้องผิดหวัง หลังจากค้นหาอยู่นาน ก็
ยังไม่พบเจอจูรุ่ยแม้แต่เงา
“บัดซบ…”
เห็นความเกรี้ยวกราดของคุณชายจู หร่วนปี้เฟิงก็รีบกล่าว
ออกมาว่า “ที่รักคะ ฉันว่ามันต้องเกี่ยวกับพานลี่ฮวาแน่ ๆ ไม่อย่างนั้น
เรื่องราวจะดำเนินมาถึงจุดนี้ได้ยังไง หลังจากพวกเขามาที่บ้าน จูรุ่ยก็
หายตัวไป นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอนค่ะ”
“ใช่ค่ะ ถังซวงพาลูกพี่ลูกน้องของเธอมาด้วย ดูเหมือน
ลูกพี่ลูกน้องคนนั้นก็สนใจจูรุ่ย เขากับจูรุ่ยมีความสัมพันธ์ที่ไม่
ธรรมดา เป็นไปได้มากว่าจะเป็นพวกเขาที่ทำแบบนี้”
“ลูกพี่ลูกน้องของถังซวง?”
คุณชายจูได้ยินอย่างนั้นถึงกับขมวดคิ้วเครียด “แน่ใจหรือว่าจู
รุ่ยมีความสัมพันธ์กับผู้ชายคนนั้น?”
จูเหลียนไม่แน่ใจเลย แต่เธอก็ต้องกล่าวหนักแน่นไว้ก่อน พยัก
หน้ารับอย่างมั่นใจก่อนจะพูดเสียงแข็ง “ค่ะ ความสัมพันธ์ระหว่างจูรุ่ย
กับลูกพี่ลูกน้องของถังซวงไม่ธรรมดาแน่นอน”
“อย่างนั้นเราจะไปที่ตระกูลเฮ่อ”
ตอนนี้คุณชายจูตัดสินใจไปที่บ้านตระกูลเฮ่อทันที
หร่วนปี้เฟิงและจูเหลียนรีบตอบรับ “ค่ะ พวกเราไปกันเถอะ”
ขณะที่คุณชายจูและคนอื่น ๆ มาถึง ถังซวงกับคนอื่น ๆ ก็กำลัง
จะทานมื้อเย็นกันอยู่
เฮ่อจื่อกุยยืนพูดขึ้น “คุณจู ทำไมถึงมาที่นี่ได้ล่ะครับ พวกเรา
กำลังจะทานมื้อเย็น อยู่ทานด้วยกันไหมครับ?”
คุณชายจูรีบโบกไม้โบกมือ “คุณเฮ่อ พวกเราไม่ทานอาหาร
หรอกครับ เราแค่มาพาจูรุ่ยกลับบ้านครับ”
ปัง…
พานลี่ฮวาทุบตะเกียบลงโต๊ะด้วยความขุ่นเคือง
“คุณจู… นี่มันหมายความว่ายังไงคะ ทำไมคุณถึงบอกว่าจะมา
พาจูรุ่ยกลับบ้าน? เมื่อเช้าฉันไปที่บ้านของคุณเพื่อขอพบจูรุ่ย แต่
พวกคุณไม่ใช่แค่ปฏิเสธทั้งยังผลักไสฉันกลับ บอกกล่าวว่าจูรุ่ยไม่อยู่
บ้าน แต่เวลานี้พวกคุณกลับมาที่บ้านของฉันและบอกว่ามาตามหาจู
รุ่ยงั้นหรือคะ?”
ถังซวงที่อยู่ด้านข้างเผยท่าทางกังวลออกมาบ้าง
“เกิดอะไรขึ้นคะ? จูรุ่ยไม่ได้ออกไปข้างนอกหรอกหรือ? เรารอ
เธอกลับมาตั้งแต่เช้า เธอยังไม่กลับบ้านอีกหรือคะ?”