การหวนคืนสู่ยุค 70 ของเศรษฐีนีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 621 ฟ้าเปิด (1)
ผู้คนโดยรอบต่างตกตะลึงกับความสามารถของถังซวง แม้แต่ซู
ซานและโซเฟียยังรู้สึกตกใจ
“คุณถัง พวกของที่เธอใช้อยู่ตอนนี้ดีไม่เท่าของในชุดอย่างนั้น
หรือ?”
“ใช่ค่ะ ของที่ฉันใช้อยู่ตอนนี้เป็นแค่ของธรรมดา เทียบไม่ได้กับ
สมบัติล ้าค่าของร้านเราเลย” ถังซวงอธิบายด้วยรอยยิ้ม จากนั้นจึง
มอบของที่เพิ่งใช้ให้กับผู้หญิงคนนั้น
ผู้หญิงคนนั้นได้ยินเสียงพูดคุยของคนรอบข้าง ก็รู้ทันทีว่าตอนนี้
เธอจะต้องเปลี่ยนไปมากอย่างแน่นอน เพราะเหตุนี้เธอจึงแทบอดใจ
รอไม่ไหวที่จะส่องกระจก และเมื่อเห็นภาพปัจจุบันของตัวเองใน
กระจก เธอก็เอามือปิดหน้าด้วยความตกใจ ถ้าเงาในกระจกไม่มีการ
เคลื่อนไหวเหมือนกันกับเธอ เธอคงคิดว่าเงาในกระจกนั่นไม่ใช่เธอ
แน่ ๆ
“มัน… เหลือเชื่อมาก ฉันสวยขนาดนี้เลยหรือ”
เมื่อคนรอบข้างได้ยินต่างพากันหัวเราะ “ไม่ใช่ว่าเพราะคุณสวย
แต่เป็นเพราะเครื่องสำอางดีต่างหากที่ทำให้คุณสวยขนาดนี้”
พวกเธอต่างก็ตะลึงเพราะไม่เคยเห็นเทคนิคการแต่งหน้าและ
ประเภทของเครื่องสำอางที่หลากหลายแบบนี้มาก่อน
หญิงสาวคนนั้นกำเครื่องสำอางในมือเอาไว้แน่น ไม่แปลกใจเลย
ว่าทำไมของเหล่านี้ถึงมีราคาแพง ด้วยประสิทธิภาพดีขนาดนี้ เธอก็
ยอมประหยัดเก็บเงินซื้อมาใช้ สุดท้ายเธอโค้งคำนับถังซวง “ขอบคุณ
ค่ะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ”
ถังซวงโบกมือยิ้ม ๆ
ด้านซูซานก็อดไม่ไหว มองไปที่ถังซวงด้วยดวงตาเป็นประกาย
และกล่าวว่า “คุณถัง ฉันอยากจะซื้อของชุดนี้ ขายให้ฉันด้วยนะ”
“ได้แน่นอนค่ะ”
ถังซวงมองถังชุนหยานและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ชุนหยานอึ้งอะไร
อยู่อีก รีบไปเอาเครื่องสำอางชุดนี้ใส่ถุงแล้วเอามาให้คุณซูซานเร็ว
เข้า”
เมื่อถังชุนหยานได้ยินถังซวงกล่าวจึงได้สติ เธอรีบพยักหน้าและ
พูดว่า “ค่ะ ฉันจะเอาไปห่อเดี๋ยวนี้ค่ะ” เธอไม่คิดเลยจริง ๆ ว่า
เครื่องสำอางที่แพงขนาดนี้จะขายออก หญิงต่างชาติคนนี้รวยจริง ๆ
ในหัวของเธอมีความคิดมากมาย ทว่าการเคลื่อนไหวของเธอนั้น
รวดเร็วมาก เธอรีบห่อของให้เสร็จเรียบร้อยแล้วจึงมอบให้กับซูซาน
พร้อมรอยยิ้ม
น่าเสียดายที่ถังชุนหยานไม่เก่งภาษาอังกฤษมากเท่าไหร่นัก เธอ
จึงทำได้แค่มองซูซานโดยไม่ได้พูดอะไร
ถังซวงที่อยู่ด้านข้างก็เอ่ยขึ้นมา
“คุณซูซาน เครื่องสำอางชุดนี้เป็นของคุณแล้วค่ะ เนื่องจากเป็น
วันเปิดร้านวันแรกสินค้าทุกชิ้นจะลด 20% ค่ะชุดนี้ทั้งหมดเลยเหลือ
เพียง 16,000 หยวน ไม่ทราบว่าจะจ่ายเป็นอะไรดีคะ?”
เมื่อซูซานได้ยินก็รู้สึกว่าตัวเองประหยัดไปได้เยอะเลย
“จริงหรือ โชคดีจังเลย ฉันจะจ่ายเป็นเงินสดแล้วกันค่ะ”
ที่เธอมีเงินสดจำนวนมากขนาดนี้ก็เพราะพึ่งแลกเงินมาเพื่อจะ
เอาไว้ใช้ซื้อของที่ปักกิ่ง แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะใช้เงินเยอะขนาดนี้ในครั้ง
เดียว แต่เธอก็จ่ายเงินอย่างมีความสุข เพราะว่าตอนนี้เธอได้
เครื่องสำอางชุดนี้มาอยู่ในมือแล้วเป็นที่เรียบร้อย
หลังจากที่ได้ของแล้ว ซูซานอดไม่ได้ที่จะลูบ ๆ คลำ ๆ ตรงนี้ที
ตรงนั้นที ในขณะเดียวกันก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม “คุณถัง พวกคุณ
จ้างคนมาออกแบบกล่องใส่ของนี้โดยเฉพาะเลยหรือเปล่าคะ มันสวย
มาก ๆ เลย”
ถังซวงจึงดึงตัวถังเซวี่ยออกมา และกล่าวยิ้ม ๆ “มันเป็นฝีมือของ
ถังเซวี่ย น้องสาวของฉันออกแบบค่ะ แม้แต่การตกแต่งภายในร้านนี้
เด็กคนนี้ก็เป็นคนออกแบบด้วย เธอเป็นนักออกแบบน่ะค่ะ”
เมื่อได้ยินดังนี้ ซูซานอดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามองถังเซวี่ย และกล่าว
ชมว่า “เธอเป็นนักออกแบบนี้เอง อายุยังน้อยแต่มีพรสวรรค์มากจริง
ๆ ต่อไปถ้าฉันต้องการจะออกแบบอะไร ฉันมาจ้างเธอได้ไหม?”
“ได้แน่นอนค่ะ”
ถังเซวี่ยยิ้มพลางพยักหน้า
เมื่อคนบริเวณรอบ ๆ เห็นซูซานพกเงินเป็นจำนวนมากขนาดนั้น
ก็ตาตั้ง
ถังซวงจึงส่งสายตาให้ถังชุนหยานและถังเซวี่ยเป็นเชิงว่าให้ทั้ง
สองคนหยิบเงินเข้าไป
ถังเซวี่ยและถังชุนหยานก็รู้ความ พวกเธอรีบเอาเงินมาเก็บเอาไว้
ถังหลาน อวี๋มินและเมิ่งผิงทั้งสามคนก็บอกคนด้วยรอยยิ้มว่าไม่ให้
เบียดเสียดกันอยู่ตรงนี้เป็นเวลานาน ๆ
หลังจากที่โซเฟียเห็นซูซานซื้อของเสร็จแล้ว เธอก็เริ่มรู้สึกโอน
เอนขึ้นมาและเมื่อได้ยินว่าสินค้าชุดราคาสองหมื่นหยวนหมดแล้ว ก็
รู้สึกเสียใจขึ้นมาเล็กน้อย “โอ๊ย… เมื่อสักครู่นี้ฉันไม่น่าลังเลเลย”
เมื่อคนอื่น ๆ เห็นท่าทีที่เต็มไปด้วยความเสียดายของโซเฟียก็ทำ
หน้าอย่างกับเห็นผี
เครื่องสำอางชุดนี้ต่อให้ลดราคาแล้วก็ยังมีราคาถึงหกหมื่นหยวน
ถึงอย่างนั้นหญิงต่างชาติคนนี้ก็ยังรู้สึกเสียดาย ไม่รู้จริง ๆ ว่าพวกเธอ
รวยหรือฉลาดน้อยกันแน่
เมื่อถังซวงเห็นท่าทีนี้ของโซเฟียก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“โซเฟีย ถึงชุดสองหมื่นหยวนจะหมดแล้ว แต่ภายในร้านของเรายังมี
ชุดหนึ่งหมื่นหยวนอยู่นะคะ ไม่ทราบว่าคุณสนใจไหม”
เมื่อโซเฟียได้ยินก็พยักหน้าทันทีและพูดว่า “สนใจสิ เอามาให้
ฉันดูได้ไหม”
“ได้แน่นอนค่ะ”
ถังซวงจับของเข้าชุดด้วยตัวเอง ซึ่งมีครบถ้วนหลากหลาย
ประเภท ประสิทธิภาพก็ดีมากด้วย “โซเฟีย ฉันจะอธิบายการใช้และ
ประโยชน์ของของพวกนี้ให้ก่อนนะคะ”
หลังจากที่โซเฟียฟังคำแนะนำของถังซวงจบแล้ว ก็ซื้อสินค้ามา
หนึ่งชุดโดยไม่พูดพร ่าทำเพลง และตอนนี้เธอก็รู้สึกพึงพอใจมาก
เพื่อนอีกสองคนของจูรุ่ย ก็ซื้อสินค้าตัวที่เคยซื้อมาก่อน เพราะ
เห็นว่ามีโปรโมชันใหญ่มาก เทียบกับที่ก่างเฉิงเครื่องสำอางหนึ่งชุด
จะถูกกว่ามาก
“สวัสดีค่ะ จากราคาเดิมแปดพันหยวน ลดวันนี้เหลือหกพันสี่ร้อย
ค่ะ ไม่ทราบว่าต้องการจ่ายเป็นเงินสดด้วยหรือเปล่าคะ?”
ถังชุนหยานรับหน้าที่คิดเงิน
เมื่อทั้งสองได้ยินก็พยักหน้าและพูดว่าทันที “ค่ะ จ่ายเป็นเงินสด
ด้วยค่ะ”
จากนั้นเมื่อเห็นว่าอายุการเก็บรักษาค่อนข้างนาน พวกเธอจึง
ซื้อเอาไว้อีกชุดหนึ่ง
เมื่อเห็นคนที่อยู่บริเวณรอบ ๆ ต่างนิ่งอึ้ง เมื่อครู่ราคาหกหมื่น
หยวนก็ว่าเยอะมากแล้ว และสรุปว่าพวกเธอทุกคนต่างใช้เงินไปเยอะ
มาก พวกเธอรู้สึกเปิดโลกมากจริง ๆ
บทที่ 621 ฟ้าเปิด (2)
ไต้ชุ่ยจือก็ตกตะลึงเช่นกันว่าธุรกิจเครื่องสำอางกำไรดีขนาดนี้
เลยหรือ นี่เป็นราคาที่มีอยู่จริงหรือ มันเหลือเชื่อมาก ๆ
สุดท้ายจูรุ่ยก็ออกไปพร้อมกับพวกเพื่อนของเธอ และแน่นอนว่า
เธอเองก็ไม่พลาดซื้อเครื่องสำอางมาสองชุดเช่นกัน
หลังจากที่พวกของจูรุ่ยได้จากไปแล้ว ภายในร้านก็คึกคักขึ้นมา
แม้บางคนจะไม่สามารถซื้อของแพง ๆ ได้ แต่พวกเธอก็กัดฟันซื้อใน
ราคาหกร้อยกว่าหยวน
นอกจากนี้ยังมีเด็กสาวหน้าตาดีบางคนต้องการซื้อเครื่องสำอาง
ที่เพิ่งใช้ไป และก็อยากเห็นว่าหลังจากแต่งหน้าแล้วพวกเธอดูดีมาก
ขนาดไหน
ถังชุนหยานได้ยินก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม “สินค้าพวกนี้มีในสต็อก
ทั้งหมด กรุณาเข้าแถวทีละคนนะคะ ไม่ต้องเบียดกันนะ”
คนอื่น ๆ อดใจไม่ไหวซื้อตามเป็นที่เรียบร้อย เพราะการชักนำ
ของคนที่อยู่บริเวณรอบ ๆ ทว่าขณะที่ซื้อนั้นตื่นเต้น พอซื้อเสร็จแล้ว
กลับเสียดาย แต่อย่างไรก็ตามในเมื่อเสียเงินไปแล้ว ก็พูดอะไรไม่ได้
อีก
หนึ่งในนั้นก็คือไต้ชุ่ยจือ
เธอคิดมาตั้งแต่แรกว่าอย่างไรเธอก็ไม่มีทางใช้เงินมากมาย
ขนาดนั้นเพื่อซื้อครีมทาหน้าแน่นอน แต่พอรู้ว่าตัวเองจ่ายเงินและรับ
เครื่องสำอางมาแล้ว ตัวเธอเองก็ตกตะลึงเหมือนกัน
เธออดใจไม่ไหว ใช้เงินไปมากขนาดนั้นภายในครั้งเดียว แบบนี้
เธอจะอธิบายให้ผู้ชายในครอบครัวเธอฟังอย่างไรล่ะ
เมื่อคิดมาถึงตรงจุดนี้ เธอก็รู้สึกไม่ดีและอยากจะคืนของกลับไป
แต่เมื่อเห็นคุณนายจิงและคนอื่น ๆ ไต้ชุ่ยจือก็ไม่กล้าที่จะพูด เธอ
จึงรีบคว้าของแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว หากอยู่ต่อไปอีก เธอก็ไม่รู้ว่า
จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
หลังจากผ่านช่วงเช้าที่ยุ่งวุ่นวาย ผู้คนน้อยลงไปบ้างแล้ว ถัง
หลานและถังชุนหยานต่างก็ผ่อนลมหายใจออกมา “ในที่สุดก็ว่างสัก
ที”
หลังจากนั้นถังหลานก็นึกถึงซูเหนียนอวิ๋นและเกอชิงเหม่ยขึ้นมา
จึงรีบไปหาพวกเธอ และเมื่อเห็นว่าทั้งสองยังอยู่ที่ด้านหลังร้านก็อด
ไม่ได้ที่จะผ่อนลมหายใจ “อาจารย์ พี่คะ เมื่อกี้คนเยอะมากจนฉันกลัว
ว่าคนจะเบียดพวกคุณล้มไปแล้ว ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วค่ะ”
ซูเหนียนอวิ๋นหัวเราะออกมาเสียงดัง และพูดว่า “พวกเราเห็นว่า
คนเยอะมากก็เลยมาอยู่ที่หลังร้าน เธอไม่ต้องเป็นห่วงพวกเราหรอก”
เกอชิงเหม่ยเองก็พูดด้วยรอยยิ้ม “ใช่ พวกเราไม่เป็นอะไร
แน่นอน”
ถังหลานยังคงโทษตัวเองอยู่ อีกอย่างตอนนี้เกอชิงเหม่ยก็อายุ
ไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว เธอน่าจะพาเกอชิงเหม่ยและซูเหนียนอวิ๋นมาตรงนี้
ตั้งแต่แรก
แต่เกอชิงเหม่ยกลับไม่ได้รู้สึกอะไร เธอมองไปที่ถังหลานและพูด
ด้วยความตื่นเต้นว่า “ธุรกิจวันนี้น่าจะเป็นไปด้วยดี กิจการร้านซวงฮ
วาที่ก่างเฉิงเองก็ดีมากขนาดนั้น ที่ปักกิ่งเองก็ต้องดีไม่แพ้กันแน่”
ถังหลานอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
“ดีมากจริง ๆ ค่ะ ฉันยังรู้สึกประหลาดใจในกำลังซื้อของพวก
ลูกค้าอยู่เลย” หลังจากนั้นเธอก็อธิบายเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นให้
ฟัง และสุดท้ายก็พูดว่า “ตอนนี้ก็วางใจได้แล้วละค่ะ”
ขณะนี้เอง ถังหลานก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา เธอเห็นกิจกรรม
ในร้านวันนี้แล้วก็อดไม่ได้ที่จะมองที่เกอชิงเหม่ยและเอ่ยถาม “พี่คะ
เป็นไปได้ไหมที่ร้านปักผ้าของพวกเราจะจัดกิจกรรมแบบนี้บ้าง? ไม่รู้
ว่าจะดึงดูดลูกค้าได้บ้างไหม”
เมื่อก่อน ตอนแรกร้านปักผ้าของพวกเธอเจริญรุ่งเรืองมาก แต่
จนถึงตอนนี้ธุรกิจก็ยังทรงตัว
เกอชิงเหม่ยได้ยินก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงกล่าวว่า “ได้น่ะมันได้
แต่ถึงจะมีการลดราคา ก็ลดได้กับสินค้าชิ้นเล็กเท่านั้น ลดสินค้าชิ้น
ใหญ่ไม่ได้แน่นอน งานปักชิ้นใหญ่ต้องใช้ทักษะอย่างมาก ไม่
สามารถลดราคาลงได้มากเท่าไหร่”
“ฉันเองก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ ความจริงแล้วนอกจาก
กิจกรรมลดราคา พวกเราก็มอบผ้าเช็ดหน้าหรือถุงหอมสำหรับลูกค้า
ที่ซื้อของชิ้นใหญ่ก็ได้นะคะ ก็ถือว่าเป็นของสมนาคุณเหมือนกัน พี่
คิดว่ายังไงคะ?”
เกอชิงเหม่ยได้ยินก็ไม่ได้ออกความเห็นอะไร เธอพยักหน้าและ
พูดว่า “ก็ได้นะ”
ซูเหนียนอวิ๋นเห็นทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างเข้าขา และกล่าวยิ้ม
ๆ “สองคนยิ่งคุยก็ยิ่งพากันคึกนะ วันนี้เรามาช่วยซวงเอ๋อร์ไม่ใช่หรือ”
เมื่อถังหลานและเกอชิงเหม่ยได้ยินก็ยิ้มออกมา และไม่ได้พูด
อะไรอีก
อีกด้านหนึ่ง ถังซวงเห็นว่าภายในร้านไม่มีคนแล้ว เธอจึงกำลังจะ
เรียกทุกคนมาทานข้าวพร้อมกัน
ถังชุนหยานกลับกล่าวว่า “พี่สาวซวง พวกพี่รีบไปทานเถอะ
เดี๋ยวฉันอยู่ที่ร้านเอง”
“ไม่เป็นไรหรอกชุนหยาน เธอก็มาทานด้วยกันกับพวกเรา ปิด
ร้านแป๊บเดียวไม่เป็นอะไรหรอก”
ทว่าถังชุนหยานกลับยืนกราน
“พี่สาวซวง อีกเดี๋ยวอาจจะมีลูกค้าเข้ามาก็ได้นะคะ เพราะฉะนั้น
พี่ไปทานกันก่อนเถอะ ฉันจะอยู่ที่ร้านนี่แหละ”
เมื่อถังซวงเห็นท่าทีแน่วแน่ของถังชุนหยานก็รู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจ
จริง และหลังจากที่คิด เธอก็ให้คนอยู่ดูแลชุนหยานไว้ด้วย อีกอย่าง
จำนวนเงินที่ร้านได้มาในวันนี้ก็ค่อนข้างมาก เธอกลัวว่าจะมีคนเข้า
มาก่อเรื่องเพราะความอิจฉาตาร้อน
“พี่สาวซวง พวกพี่รีบไปเถอะ ซื้ออะไรมาฝากเราสักเล็กน้อยก็
พอแล้วค่ะ”
“อย่างนั้นก็ได้ งั้นพวกเราไปทานข้าวกันก่อนนะ”
หลังจากทานอาหารเสร็จ คุณนายจิงและสะใภ้ก็กลับมา ถังซวง
และถังเซวี่ยหิ้วกล่องอาหารกลับมาที่ร้านด้วย
เมื่อถังชุนหยานเห็นทั้งสองคนกลับมา ก็พูดอย่างตื่นเต้นว่า
“พี่สาวซวง เสี่ยวเซวี่ย เมื่อกี้มีลูกค้าเข้ามาด้วยค่ะ ดีนะที่พวกเรา
ไม่ได้ปิดร้าน”
เมื่อถังซวงเห็นท่าทีตื่นเต้นของถังชุนหยาน เธออดไม่ได้ที่จะ
กล่าวยิ้ม ๆ “เห็นว่าเธอดีใจ ฉันจะพูดอะไรได้ ต่อไปขาประจำก็คงจะ
เพิ่มมากขึ้น เพราะยังไงธุรกิจก็ไม่มีทางแย่ลง เธอได้ยุ่งจนหัวหมุน
แน่นอน”
ถังชุนหยานพูดด้วยจิตใจฮึกเหิม “ยุ่งมากขึ้นก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร
ค่ะ ลูกค้ายิ่งเยอะยิ่งดี”
“เอาละ ๆๆๆ เธอรีบไปทานข้าวเถอะ”
ถังเซวี่ยรีบเรียกถังชุนหยานมาทานข้าว แล้วนำอาหารไปให้คน
ที่คอยอยู่ดูแลร้านเหล่านั้น
“ขอบคุณ คุณถังเซวี่ย”
หลังจากที่พวกเขารับไปแล้วก็รีบหันหลังกลับไป
บทที่ 621 ฟ้าเปิด (3)
หลังจากที่ถังชุนหยานทานอาหารเสร็จ ก็กลับไปดูร้านอย่าง
ขยันขันแข็ง
เมื่อถึงช่วงเย็นถังซวงบอกถังชุนหยานให้กลับบ้าน
“พี่สาวซวง พี่กลับไปก่อนเลยค่ะ เดี๋ยวอีกสักพักฉันจะกลับแล้ว”
ครั้งนี้ถังซวงไม่ตามใจเธอ เธอดึงตัวชุนหยานออกไปทันที “นาน
กว่านี้เดี๋ยวฟ้าก็มืดพอดี พวกเรารีบกลับกันเถอะ ร้านมันก็อยู่นี่แหละ
ไม่หนีไปไหนหรอก งานน่ะทำเมื่อไหร่ก็ได้”
ถังชุนหยานถูกลากตัวกลับไปอย่างจำยอม
หลังจากที่ทั้งสามคนกลับถึงบ้านแล้ว ถังหลานก็เรียกพวกเธอมา
ทานอาหารด้วยรอยยิ้ม “พวกลูกกลับมากันได้สักทีนะ ถ้าอีกเดี๋ยวถ้า
ยังไม่กลับ แม่จะไปตามตัวกลับมาแล้ว”
“แม่คะ หนูหิวจังเลย”
ถังเซวี่ยเดินก้าวไปข้างหน้าด้วยใบหน้าออดอ้อน “พวกเรารีบไป
ทานข้าวกันเถอะ”
ถังหลานลูบศีรษะของถังเซวี่ยและพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
หลังจากทานอาหารเสร็จ ถังชุนหยานก็กลับไปที่พักและเริ่มทำ
เครื่องสำอางทันที
ถังซวงเห็นท่าทีขยันขันแข็งของถังชุนหยานก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า
“รีบนอนไวหน่อยนะ พรุ่งนี้ธุรกิจอาจไม่ได้ดีอะไรมาก ก็ไม่ต้องรู้สึกว่า
ตัวเองทำได้ไม่ดีล่ะ”
“เข้าใจแล้วค่ะพี่สาวซวง เดี๋ยวฉันจะรีบนอนไว ๆ”
“งั้นก็ดี งั้นฉันกลับก่อนล่ะ”
หลังจากที่ถังซวงกลับไปแล้ว เธอก็ไม่ได้พักทันที แต่กลับไป
พัฒนาผลิตภัณฑ์รักษาสิวต่อ
ทว่าถังซวงกลับคิดผิด วันรุ่งขึ้นกิจการภายในร้านนั้นดีมาก มี
ลูกค้ามาซื้อเครื่องสำอางเป็นจำนวนมาก และหลายคนก็มาเพราะ
เสียงร ่าลือเรื่องเมื่อวานที่ถังซวงแต่งหน้าให้ผู้หญิงคนนั้นได้
แพร่กระจายไป
เพียงแต่ทุกคนไม่ได้ซื้ออะไรมากมายเท่าไร เพราะราคาก็ติดอยู่
ตรงนั้น
เมื่อพานลี่ฮวากลับมาและรู้ถึงเรื่องนี้ แววตาเป็นประกายอย่างอด
ไม่ได้
“ซวงเอ๋อร์ เธอแสดงฝีมือได้ดีมาก ป้าว่าที่ก่างเฉิงก็คงไม่ต่างจาก
นี้ พวกเราสอนคนแต่งหน้าเลยก็ได้นะ ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจ ก็มาถาม
พวกเราได้”
ถังซวงได้ยินก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ได้แน่นอนค่ะ แต่คนที่จะมา
สาธิตก็ต้องมีความชำนาญนะคะ”
พานลี่ฮวาพยักหน้าและพูดว่า “ใช่ พวกเราจะต้องให้พนักงานไป
เรียนรู้ก่อน”
เมื่อพานลี่ฮวากล่าวจบก็อดไม่ได้ที่จะพูดกับถังซวงอย่างเศร้า ๆ
“ซวงเอ๋อร์ สมบัติของร้านมีแค่ที่ปักกิ่ง ที่ก่างเฉิงก็จำเป็นต้องมี
เหมือนกันนะ ป้าว่ายังไงก็ต้องมีคนซื้อ”
ถังซวงได้ยินก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ได้แน่นอนค่ะ กลับไปครั้งนี้หนู
จะให้ป้าก็เอากลับไปสักสองสามชุดนะคะ”
“ดีเลย”
ใบหน้าของพานลี่ฮวาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม หลังจากนั้นก็ถามถึง
เรื่องสำอางขึ้นมาอีก
“ซวงเอ๋อร์ ได้ยินมาว่าคนคนนั้นดูเหมือนคนละคนไปเลย
หลังจากที่เธอแต่งหน้าให้ มันมหัศจรรย์ขนาดนั้นเลยหรือ ป้าก็เคย
ใช้ของในร้านเรานะ ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงมากเท่าไหร่เลย”
ถังซวงก็นำของที่เธอผลิตขึ้นมาใหม่ทั้งหมดออกมาและพูดว่า
“ป้าสะใภ้ หนูผลิตสินค้าใหม่ที่จะช่วยทำให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้นมา
ค่ะ”
พานลี่ฮวาได้ยินตาก็เป็นประกาย
“จริงหรือซวงเอ๋อร์ งั้นเอามาแต่งหน้าให้ป้าหน่อยสิ”
ถังซวงไม่ปฏิเสธ “ได้ค่ะ งั้นเราไปที่ด้านหลังกันดีกว่า”
พานลี่ฮวากลับส่ายหัวและพูดกับถังซวง “ไม่ต้องหรอก ตรงนี้นี่
แหละ จะได้ให้คนอื่นเห็นด้วย”
ถังซวงเข้าใจความหมายของพานลี่ฮวา นั่นก็เพื่อให้คนได้เห็น
ประสิทธิภาพของเครื่องสำอางมากยิ่งขึ้น
“ก็ได้ค่ะ ถ้างั้นมาตรงนี้ดีกว่า แต่ว่าป้าสะใภ้ต้องลบเครื่องสำอาง
บนหน้าออกก่อนนะ”
“ไม่มีปัญหา”
ถังซวงลบเครื่องสำอางให้พานลี่ฮวาเป็นอย่างแรกหลังจากนั้นก็
ทาผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และในที่สุดเริ่มแต่งหน้า
ลูกค้าที่มาที่ร้านส่วนใหญ่มาเพราะเสียงร ่าลือเรื่องการแต่งหน้า
พอพวกเขาเห็นว่าจะมีการแต่งหน้ากันอีกครั้งก็พากันมาหมด
และต่อให้พานลี่ฮวาจะใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ถังซวงผลิต แต่
เพราะอายุมากแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะกลับไปเป็นเหมือนเด็กวัยรุ่น
ดังนั้นริ้วรอยร่องแก้มบนใบหน้าของเธอจึงค่อนข้างชัดเจน ถังซวงจึง
เริ่มด้วยคอนซีลเลอร์
ต่อจากคอนซีลเลอร์ ก็ทารองพื้น แต่งหน้า เขียนคิ้ว ทาไฮไลต์
อายแชโดว์ ทาตา ทาบลัชออน และจบด้วยทาลิปสติก
เมื่อแต่งหน้าเสร็จ คนที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็ตกใจ
“นี่… มันน่าทึ่งมาก ดูอ่อนเยาว์ไปหมดเลยอ่ะ”
“จริงด้วย ถึงแม้จะดูอ่อนเยาว์อยู่แล้วก็จริง แต่ว่าตอนนี้กลับดู
อ่อนเยาว์ยิ่งกว่าเดิมเสียอีก เครื่องสำอางร้านนี้น่าทึ่งขนาดนี้เชียว”
“ที่แท้ก็ดีอย่างนี้นี่เอง ถึงว่าทำไมถึงมีคนมาซื้อเยอะจัง”
คนที่ยังลังเลในตอนแรกก็ตัดสินใจกัดฟันซื้อมาหนึ่งชุดในทันที
เมื่อพานลี่ฮวาได้ยินเสียงวิจารณ์ของคนรอบตัวก็อยากรู้มากว่า
ตอนนี้ตนเองเป็นอย่างไร
ถังชุนหยานหยิบกระจกมาให้ทันทีอย่างรู้งาน
เมื่อพานลี่ฮวาเห็นภาพตัวเองในกระจกก็แทบไม่อยากจะเชื่อ
“ว้าว… ซวงเอ๋อร์ ป้ารู้สึกเหมือนตัวเองเด็กลงเลย” เมื่อกล่าวจบสี
หน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความหงุดหงิด “ซวงเอ๋อร์ มีของดีขนาดนี้
ทำไมถึงไม่เอาออกมาใช้ตั้งแต่แรก”
“ป้าสะใภ้ หนูก็เพิ่งผลิตได้เมื่อไม่นานมานี้เองค่ะ”
อันที่จริง… ก่อนหน้านี้เธอก็คิดไม่ถึง เพราะด้วยความที่ตัวเองก็
ไม่ค่อยได้แต่งหน้า จึงไม่ได้สนใจของพวกนี้
พานลี่ฮวาได้ยินก็ไม่ได้พูดอะไรให้มากความ กลับบอกให้ถังซวง
สอนเธอด้วย ว่าเมื่อครู่เธอแต่งอย่างไร
คนที่อยู่บริเวณรอบ ๆ เองก็จำไม่ได้เหมือนกัน พวกเขาทั้งหมด
พูดอย่างเห็นพ้องกันว่า “ใช่ ๆ สอนพวกเราหน่อยว่าแต่งยังไง”
“เดี๋ยวฉันจะเขียนอธิบายขั้นตอนต่าง ๆ ไว้ให้ อย่างไรก็ตามพวก
คุณก็ต้องฝึกเองให้มากขึ้นด้วยว่าต้องแต่งอย่างไร ยิ่งแต่งบ่อย ๆ ก็จะ
ยิ่งเก่งค่ะ”
หลังจากที่ถังซวงเขียนขั้นตอนเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ก็มีหลายคน
ที่อยากได้
ถังชุนหยานที่อยู่ด้านข้างรีบพูดว่า “เดี๋ยวฉันจะให้คนมาทำให้
พวกคุณต้องการอะไรขอให้บอกมาได้เลย”
“อืม งั้นเราก็ต้องซื้อของพวกนี้ด้วย”
หลังจากนั้นในร้านก็เริ่มยุ่งขึ้นมา แม้แต่พานลี่ฮวาเองก็ต้องมา
ช่วยด้วย
หลังจากรอได้สักพักหนึ่ง พานลี่ฮวาก็บอกเหตุผลที่เธอมาที่นี่กับ
ถังซวงด้วยสายตาเป็นประกายว่า “ซวงเอ๋อร์ ป้าได้ที่แสดงสินค้างาน
ฤดูใบไม้ผลิแล้วนะ”