ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ - เล่มที่ 18 บทที่ 537 หาเรื่องใส่ตัว
ข้อสันนิษฐานเรื่องบลัดดีแมรีทำให้หลินเมิ้งหยาตกอยู่ในอาการเงียบขรึม
หากมิใช่เพราะอาซิ่วเล่าว่าใบหน้าของซู่เหมยขาวซีด ทว่าร่างกายมีกลิ่นเลือดสดอยู่แล้วล่ะก็ เช่นนั้นนางคงไม่กล้าสันนิษฐานเช่นนี้
เมื่อหวนนึกถึงเรื่องที่อาซิ่วเคยเกือบถูกจับตัวไปแล้ว คาดว่าเรื่องนี้จะต้องเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน
ราวกับหลินเมิ้งหยามองเห็นโซ่ตรวนสีดำถมึงทึง
ไม่ว่าพวกพ่อค้ามนุษย์ พวกคนที่ไล่ฆ่าพวกนางหรือแม้กระทั่งคนที่จับหลงเทียนอวี้ไปแล้วใช้ยาเซินเซียนซ่านกับเขา หลินเมิ้งหยามั่นใจว่าคนเหล่านี้ล้วนอยู่ในขบวนการเดียวกัน
ซู่เหมยเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งเท่านั้น แต่กลับนำเลือดมาให้นางอาบเพื่อรักษาความเยาว์วัย
เช่นนั้นพวกเด็กสาวที่ได้รับการฝึกสอนเหล่านั้นเล่า?
หลินเมิ้งหยานึกภาพเด็กสาวที่ถูกฝึกด้วยวิธีการแปลกประหลาดเหล่านั้นไม่ออก
เกรงว่าพวกนางจะต้องกลายเป็นเครื่องมือสังหารเฉกเช่นเดียวกับชิงหูในเวลานั้นอย่างแน่นอน
“น่าเสียดาย ตอนนี้พวกเราถูกขังอยู่ที่นี่จึงมิอาจออกไปไหนได้ หากออกไปได้แล้วล่ะก็ คนพวกนั้นคงไม่กำเริบเสิบสานถึงเพียงนี้”
จั่วชิวอวี้ถอนหายใจอย่างนึกเสียดาย แต่คิดไม่ถึงเลยว่าคำพูดนี้จะเรียกสติของหลินเมิ้งหยาและหลงเทียนอวี้คืนมา
ใช่แล้ว เหตุที่พวกเขาถูกขังอยู่ที่นี่ไม่ใช่เพียงเพราะพวกผู้อาวุโสต้องการตัดสิทธิ์ในการเข้ารับตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุดแห่งหอป๋ายเฉา แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการขัดแข้งขัดขาพวก กเขาเอาไว้ ดังนั้นพวกคนเหล่านั้นจึงกล้าทำเรื่องอุกอาจเช่นนี้ในเมืองหลวงเก่า
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้ แผนการของพวกเขาแยบยลยิ่งนัก คาดว่าพวกหนานรุ่ยจะต้องมีพวกคนเหล่านั้นคอยสนับสนุน ดังนั้นพวกเขาจึงกล้าทำเรื่องเช่นนั้นกับท่านผู้อาวุโสสูงสุดคนก่อนและท่าน นอาจารย์หยวน ฮึ ดูเหมือนสิ่งที่พวกเขาต้องการล้มล้างจะมิใช่เพียงหอป๋ายเฉาเท่านั้น”
หลินเมิ้งหยามีสีหน้าเย็นชา นางสบถเสียงเย็น ดวงตาเผยความกังวลใจอยู่หลายส่วน
“พวกเรารีบออกไปจากที่นี่เถิด คาดว่าจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างแน่นอน”
หลงเทียนอวี้เอ่ยเสียงขรึม ลางสังหรณ์บอกเขาว่าแม้ตอนนี้เมืองหลวงเก่าจะเงียบสงบ แต่ภายใต้เงามืดไม่รู้ว่ามีคลื่นขนาดมหึมารอถาโถมอีกมากน้อยเพียงใด
“ไม่จำเป็นเพคะ แม้พวกเราจะไม่ทำอะไร แต่ข้างนอกนั่นจะต้องมีคนจัดการแทนอย่างแน่นอน ทุกคนอย่าเพิ่งร้อนใจไปเลย ในเมื่อพวกเราเข้ามาได้แล้ว เช่นนั้นจะต้องหยุดพวกเขาให้ได้ มิเช่นน นั้นตาเฒ่าเหล่านั้นคงเหิมเกริมยิ่งกว่านี้”
มองหลินเมิ้งหยาที่เชิดหน้ายืดอกตั้งตรง หลงเทียนอวี้และจั่วชิวอวี้รู้สึกสงสัยไม่น้อย
แต่ไหนแต่ไรมาหลินเมิ้งหยาไม่เคยขออะไรจากใคร แม้จะออกมาอยู่นอกจวน แต่ก็น้อยครั้งนักที่จะออกพบปะผู้คน
เพียงได้ยินคำพูดของนางก็รู้ได้ทันทีว่าหลินเมิ้งหยาลอบวางหมากเอาไว้แล้ว
แปลกจริงเชียว นางเตรียมการเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไร?
“เอาล่ะ พวกเจ้าอย่าคาดเดาอีกเลย เมื่อถึงเวลาพวกเจ้าจะรู้เอง พวกคนที่คิดจะเล่นกับข้า สักวันจะต้องพ่ายแพ้ พวกเราอยู่อย่างสงบสักสองสามวัน จากนั้นเวลาแห่งการก่อกวนจะมาถึง อา าซิ่ว เจ้าช่วยข้าสักเรื่องได้หรือไม่?”
อาซิ่วที่คิดว่าตนเองทำงานได้ไม่ดีพอรู้สึกหงุดหงิดยิ่งนักที่ไม่ได้ส่งคนตามซู่เหมยไป ดังนั้นเมื่อได้ยินคำขอของพี่สาวจวิ้นจู่ นางจึงดีใจเป็นอย่างยิ่ง
“พี่สาวจวิ้นจู่โปรดวางใจ ข้าจะทำออกมาอย่างสวยงามเลยเจ้าค่ะ”
ตบหน้าอกตัวเองเพื่อรับปาก หลินเมิ้งหยาหยักยิ้มน้อยๆ จากนั้นจึงกระซิบข้างหูของนาง
ดวงตาอาซิ่วกลิ้งกลอก ก่อนที่รอยยิ้มชั่วร้ายจะปรากฏบนใบหน้านวล
“ไม่มีปัญหา ข้ารับรองเลยว่าเรื่องนี้จะต้องสำเร็จ!”
กะพริบตาปริบๆ ให้หลินเมิ้งหยา เวลานี้มีเพียงพวกนางทั้งสองที่กำลังรู้สึกสนุกสนาน
มองตามอาซิ่วที่กำลังสาวเท้าออกจากห้อง หลินเมิ้งหยาหรี่ตาลง
“พวกเจ้าวางแผนอะไรกัน?”
คงมิพูดไม่ได้ว่าเพียงได้เห็นรอยยิ้มบนหน้าของหลินเมิ้งหยา หลงเทียนอวี้และจั่วชิวอวี้ต่างรู้สึกเหงื่อตก
ปกติแล้วนางเป็นคนสุขุมนุ่มลึกและเจ้าแผนการ แต่หากวันใดนางคิดจะก่อเรื่องขึ้นมา คาดว่าคนทั้งหอป๋ายเฉาคงอยู่ไม่สุขแน่
“พวกเจ้ารอดูเถิด อาซิ่วจะต้องจัดการได้อย่างงดงามเลยทีเดียวเชียว อีกเดี๋ยวข้าจะทำให้พวกเขาปฏิบัติต่อเราดั่งแขกผู้มีเกียรติ”
หลินเมิ้งหยาเอ่ยด้วยความมั่นใจ จั่วชิวอวี้หันไปสบตากับหลงเทียนอวี้ นางคิดจะทำอะไรกัน?
อาซิ่วออกไปได้เพียงไม่นานก็เกิดเสียงแผดร้องอย่างทรมานดังขึ้นที่ด้านนอก
หากฟังไม่ผิด เสียงเหล่านั้นเป็นเสียงของลูกศิษย์ผู้ทำหน้าที่เฝ้าประตู
หลินเมิ้งหยาพาหลงเทียนอวี้และจั่วชิวอวี้ออกไปยังที่เกิดเหตุ
อาซิ่วเผชิญหน้ากับลูกศิษย์เหล่านั้นด้วยใบหน้าใสซื่อไร้เดียงสา
มือเล็กประคองแมงป่องพิษเอาไว้ ขณะเดียวกันแมงป่องพิษก็ยืนนิ่งอยู่บนฝ่ามือของนางอย่างเชื่อฟัง
ผิดกับลูกศิษย์ทั้งสองที่นอนแทบเท้าของอาซิ่ว ดูเหมือนพวกเขาใกล้จะสลบเต็มที
“พวกเจ้าอย่าเข้ามานะ แมงป่องของข้ายังกินไม่อิ่มเลย”
อาซิ่วขยับปากส่งเสียงหวานใสเจื้อยแจ้ว หลินเมิ้งหยาปรายตามองทางด้านนอก ตอนนี้มีคนจำนวนไม่น้อยกำลังถูกดึงดูดมา
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาล้วนพยายามเสแสร้งแสดงความกล้าหาญทั้งสิ้น
ขี้ขลาดจริงเชียว แมงป่องเพียงตัวเดียวก็สามารถทำให้พวกเขาหวาดกลัวได้แล้ว แม้แมงป่องพิษจะมีพิษร้ายแรงถึงขั้นสามารถทำให้ตายได้ แต่ท่าทีที่แสดงออกมาของพวกเขากลับมิให้เกียรติใ ในความเป็นชายของตนเองเลยสักกระผีกเดียว
“อาซิ่ว เจ้ามาเล่นอะไรที่นี่?”
นัยน์ตาหลินเมิ้งหยาเปี่ยมสุขแม้จะอยู่บนความทุกข์ของผู้อื่น นางเสแสร้งแสดงท่าทางจิตใจดีพร้อมทั้งเอ่ยตำหนิเด็กสาว
“พี่สาวจวิ้นจู่ ท่านว่าร้ายข้าเสียแล้ว ข้าเพียงแค่อยากพาแมงป่องออกมาหาอาหารกิน แต่พวกเขาทั้งสองมิยอมให้ข้าออกมา ดังนั้นข้าจึงต้องจำใจใช้พวกเขาเป็นอาหารของพวกมัน”
อาซิ่วเอ่ยตอบเสียงใสซื่อ ทว่าอยู่ๆ แมงป่องในมือของนางก็ขยับ เกรงว่าอีกวินาทีต่อมาอาจจะกระโจนใส่คนเหล่านั้น
ขณะเดียวกันพวกลูกศิษย์ที่ไม่ได้เรื่องล้วนขยับเท้าถอยหลัง
“โอ้? ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ เจ้าพูดถูกแล้ว หากมิให้อาหาร เกรงว่ามันจะตายเอาได้ ถึงอย่างไรพวกเราก็ออกไปไม่ได้ มิสู้นำคนที่เฝ้าประตูมาเป็นอาหารให้มันจะดีเสียกว่า ไม่รู้ว่าร รายต่อไปจะเป็นผู้ใด?”
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเมิ้งหยางดงามดั่งบุปผาเบ่งบาน อาซิ่วเองก็มีหน้าตาน่ารักใสซื่อ
ทั้งที่พวกนางสองพี่น้องงดงามราวกับมวลผกา แต่ในสายตาของผู้อื่น พวกนางราวกับหลุดออกมาจากนรกโลกันต์
อย่าว่าแต่จะรวบรวมความกล้าเข้าไปรนหาที่ตายเลย แม้แต่จะขยับขาก้าวไปข้างหน้ายังมิกล้า
ดังนั้นพวกคนไร้ประโยชน์เหล่านั้นจึงมิกล้าขยับเข้ามา
อาซิ่วแกล้งเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แต่กลับทำให้คนเหล่านั้นตกใจจนตัวโยน
ขณะเดียวกันคนที่มีไหวพริบรีบแอบหนีออกไป คาดว่าคงไปตามคนมาช่วย
“คือ…คือ…ทูลจวิ้นจู่ เรื่องนี้มิเกี่ยวข้องกับพวกเรา พวกเราเพียงแค่ได้รับคำสั่งมาเท่านั้น ท่าน...ท่าน...ระงับโทสะก่อนเถิดขอรับ ได้โปรดบอกให้แม่นางคนนี้เก็บแมงป่องเถิด พวกเรา…คุยกันก่อน…ดีหรือไม่ขอรับ?”
ชายหนุ่มที่ดูมีตำแหน่งต่างจากทุกคนถูกผลักออกมาเจรจากับหลินเมิ้งหยา
ปรายตามองพวกกลุ่มคนไร้ประโยชน์ หลินเมิ้งหยารู้ดีว่าพวกเขาเพียงถูกส่งมาเป็นตัวตายตัวแทนเท่านั้น
สั่งอาซิ่วเก็บแมงป่อง ทว่าพวกเขาทั้งสี่ล้วนเว้นระยะห่างจากกันราวห้าเมตร
สุดท้ายหางตาพลันเหลือบไปเห็นเหล่าผู้อาวุโสทั้งห้าที่กำลังเร่งฝีเท้ามาที่นี่
พวกเขายังคงสวมใส่ชุดทางการสีขาวของหอป๋ายเฉา คาดว่าคงเพิ่งทำการแข่งขันเสร็จ ทว่ายังไม่ทันจะได้เปลี่ยนเสื้อผ้าก็ได้รับรายงานจากลูกศิษย์เสียก่อน
“คารวะผู้อาวุโส”
เมื่อพวกลูกศิษย์ได้เห็นอาจารย์ของตนเอง พวกเขาดีใจจนแทบกระโดด
เม็ดเหงื่อบนร่างกายที่ผุดออกมาเพราะถูกหลินเมิ้งหยากดดันพลันหายไป
ผิดกับสีหน้าขมขื่นของพวกผู้อาวุโส
แม้แต่ฉางเทียนหัวเองก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน หลินเมิ้งหยารู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
หรือพวกเขาจะพ่ายแพ้?
น่าสนใจ น่าสนใจยิ่งนัก
“นี่มันเรื่องอะไรกัน? เหตุใดพวกเจ้าจึงไม่อยู่ประจำตำแหน่ง?”
เฉียนอวี้หมิงตำหนิลูกศิษย์ตนเอง หลังจากผ่านเรื่องตู้จ่งมา เหล่าลูกศิษย์ของเขาล้วนหาทางหนีทีไล่ให้กับตนเองแล้ว เหตุเพราะหากวันใดตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นแล้วต้องตายไปโดย ยไร้ความผิดอย่างตู้จ่ง พวกเขารู้สึกว่าไม่คุ้มค่าเลยแต่น้อย
ดังนั้นนอกจากลูกศิษย์สกุลหมิงแล้วเขาก็ไม่มีลูกศิษย์ใดหลงเหลืออยู่อีก
ด้วยเหตุนี้เฉียนอวี้หมิงจึงโกรธแค้นพวกผู้อาวุโสคนอื่นยิ่งนัก แต่แน่นอนว่าคนที่เขาเคียดแค้นที่สุดเห็นจะเป็นพวกหลินเมิ้งหยา
“รายงานผู้อาวุโสเฉียน คือ….คือจวิ้นจู่คิดว่าการถูกกักบริเวณอยู่ที่นี่นั้นไม่สะดวกนัก ฉะนั้น….ฉะนั้นจึง….”
ชายหนุ่มผู้รับหน้าที่เจรจาเมื่อครู่ส่งเสียงละล่ำละลัก
เฉียนอวี้หมิงหันไปมองลูกศิษย์ที่นอนกองกับพื้นทั้งสองทางหน้าประตู ดวงตาเผยให้เห็นความเปรมปรีดิ์บนความทุกข์ของผู้อื่น
“ผู้อาวุโสหนาน หากลูกศิษย์ของท่านถูกวางยาตาย เช่นนั้นท่านก็ควรออกหน้าแทนพวกเขามิใช่หรือ?”
เตะส่งบอลไปให้จิ้งจอกเจ้าเล่ห์อย่างหนานรุ่ย แต่ใครจะรู้เล่าว่าหนานรุ่ยมิได้มีท่าทีตื่นตระหนก สายตาสบมองหลินเมิ้งหยา ก่อนจะเอ่ย
“จวิ้นจู่มีอารมณ์ขันยิ่งนัก พวกเขาทั้งสองเพียงแค่สลบไปเท่านั้น ข้าสั่งสอนพวกเขาได้ไม่ดีพอจึงทำให้จวิ้นจู่ต้องเห็นเรื่องน่าขันเข้าให้แล้ว”
หลินเมิ้งหยาที่ได้ยินคำพูดแก้ตัวของหนานรุ่ยมิได้รู้สึกมีโทสะ
แย้มยิ้มสง่างาม ราวกับไม่รู้สึกอึดอัดใจเลยแม้แต่น้อย
“ผู้อาวุโสหนานรอบคอบยิ่งนัก ใช่แล้ว พวกเขาทั้งสองเพียงแค่หมดสติเท่านั้น แต่เรื่องนี้จะโทษพวกเขาก็คงไม่ได้ เหตุเพราะแขกของข้าบุ่มบ่ามจนเกินไป แต่…ผู้อาวุโสหนาน เพียงเพราะ เรื่องของตู้จ่ง พวกท่านถึงกับขังพวกข้าเอาไว้ที่นี่ เกรงว่าตอนนี้ถึงเวลาที่พวกท่านจะอธิบายเรื่องนี้ให้แก่พวกข้าฟังแล้ว ด้วยอำนาจของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน พวกท่านไม่อาจคุมข ขังฟู่จวินของข้าและพี่ชายของข้าได้ นี่หรือว่าพวกท่านทำลงไปเพราะเรื่องส่วนตัวกันแน่?”
ดวงตาวาวโรจน์ วาจาคมกริบดุจใบมีด