จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1638 ไอ้หมาป่า
ผู้อาวุโสเจียงใช้แรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ผลการฝึกตนที่หลินหยุนปลดปล่อยออกมาก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นเช่นกัน
เมื่อผลการฝึกตนของเขาหมุนเวียนผลักดันอย่างสุดขีด
ผู้อาวุโสเจียงยังคงเพิ่มแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง
ร่างกายของหลินหยุนก็เริ่มสั่นเท่าขึ้นมา
ดูเหมือนว่าจะคุกเข่าลงกับพื้นได้ทุกเมื่อ
แต่ร่างกายของหลินหยุนยังคงยืนตัวตรง แม้ว่าจะสั่นเทาได้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ก็ไม่มีการโค้งงอใดๆ
หลังจากนั้นไม่นาน ผู้อาวุโสเจียงก็เก็บแรงกดดันกลับมา มองไปทางหลินหยุนแล้วถามว่า “รู้สึกอย่างไร?”
สูดหายใจเข้าลึกๆ หลินหยุนพยักหน้า และพูดขึ้นมาว่า “แข็งแกร่งมาก!”
ผู้อาวุโสเจียงพูดด้วยรอยิ้มว่า “นายคิดว่าจะต่อสู้กับเขาได้ไหม?”
หลินหยุนพูดขึ้นมาว่า “ไม่ใช่ปัญหาใหญ่”
ผู้อาวุโสเจียงแววตาเปล่งประกาย และพูดขึ้นมาว่า “ดูเหมือนว่านายจะมั่นใจในตัวเองมากจริงๆ แต่ว่า แม้ว่านายจะเอาชนะหวูตี๋ได้ ยังมีอีกหนึ่งคน นายก็ยังห่างไกล!”
หลินหยุนขมวดคิ้ว ถามอย่างค่อนข้างไม่ใจเข้าใจ “หวูตี๋เป็นคนอันดับที่หนึ่งแดนจิตปฐมในสถาบันไม่ใช่เหรอ?”
ผู้อาวุโสเจียงพูดขึ้นมาว่า “ในนามก็ใช่อยู่! เพียงแต่ว่าอีกคนหนึ่งอันตรายกว่าหวูตี๋ ผลการฝึกตนของเขาอ่อนกว่าหวูตี๋เล็กน้อย แต่หากเป็นการต่อสู้แบบเอาชีวิตรอด ในความคิดของฉัน คนตายก็ต้องเป็นหวูตี๋อย่างแน่นอน!”
หลินหยุนกลับไม่รู้ว่า สถาบันยังมีคนทรงพลังแบบนี้ด้วย
เมื่อผู้อาวุโสเจียงเห็นเช่นนี้ อดไม่ได้ที่จะพูดด้วยความประหลาดใจ “นายไม่รู้ว่าฉันพูดถึงใครเหรอ?”
หลินหยุนพยักหน้า และพูดว่า “ไม่รู้จริงๆ”
ผู้อาวุโสเจียงนิ่งไป จากนั้นก็รู้สึกตัว และพูดขึ้นมาว่า “รู้แล้ว เนื่องจากช่วงเวลาที่นายมาที่สถาบันนั้นยังสั้น คนคนนั้นก็เหมือนกัน แทบจะไม่ค่อยปรากฏตัวในสถาบันเลย”
“ยังเป็นชื่อที่ไม่ค่อยมีใครเอ่ยถึงอีกด้วย”
“นายไม่รู้ก็พอพูดไปได้”
“คนคนนี้ชื่อว่าหลางเลี่ย”
“ในบรรดาจิตปฐมของสถาบัน หลังจากที่ต่อจากหวูตี๋ หวูตี๋เป็นคนอันดับที่หนึ่ง เขาก็สมควรเป็นที่สอง แต่ความน่ากลัวของเขา ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้”
“การแข่งขันในอดีตของสถาบัน ได้มาถึงรอบสุดท้ายแล้ว”
“คนอื่นๆ ยินดีที่จะเลือกหวูตี๋ ก็ไม่มีทางเลือกหลางเลี่ย”
“เพราะว่าหลางเลี่ยก็เป็นเหมือนเผ่าหมาป่าอย่างแท้จริง”
“ตราบใดที่เขาลงมือ ก็ไม่มีทางเหลือทางรอด ไม่มีที่ว่างใดๆ!”
“ดังนั้นแม้ว่าจะมีผู้อาวุโสจะควบคุมการแข่งขันอยู่ข้างๆ”
“ก็จะเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นได้”
“แม้ว่าไม่ตาย ก็จะบาดเจ็บสาหัส”
“ดังนั้นฉันถึงบอกว่า หากหลางเลี่ยคนนี้ต่อสู้จนตายกับหวูตี๋ เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของคนที่จะรอดชีวิตก็คือหลางเลี่ย”
“และถ้าหากนายเข้าร่วมการประลองครั้งนี้ของสถาบัน หรือว่ายังไม่ทันได้เจอกับหวูตี๋ ก็จะถูกหลางเลี่ยคนนั้นฆ่าตาย”
“หลางเลี่ยคนนี้ เป็นคนที่ผู้หญิงคนนั้นพากลับมาด้วยตัวเองในปีนั้น และฝากไว้ในสถาบัน”
“ดังนั้นเขาก็เป็นคนขององค์ชายสามทุกกระเบียดนิ้ว!”
“ถ้าหากนายเจอกับหวูตี๋ อาจจะแค่อยากเอาชนะนาย แต่ไม่ฆ่านาย”
“แต่ถ้าเกิดนายเจอกับหลางเลี่ย เขาต้องฆ่านาย!”
หลินหยุนแววตาสั่นไหว และพูดขึ้นมาว่า “ผู้หญิงคนนั้นที่ผู้อาวุโสเจียงพูดถึง คือมารดาสนมขององค์ชายสามเหรอ?”
ผู้อาวุโสเจียงพยักหน้า และพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มว่า “นายฉลาดจริงๆ! ถูกต้อง ก็คือผู้หญิงคนนั้น! ผู้หญิงคนนั้นลือกันว่าเก่งกาจมาจากโลกภายนอก ดูเหมือนจะมีคุณงามความดีนับไม่ถ้วน!”
“แต่ไม่ใช่คนดีอะไรอย่างแน่นอน!”
“การตกอับของเธอ ฉันว่าก็เป็นเพราะทำเรื่องไม่ดีมากเกินไป!”
“สมควรที่เธอต้องตาย!”
เกี่ยวกับเรื่องมารดาสนมขององค์ชายสาม หลินหยุนไม่อยากรู้มากเกินไป จึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลินหยุนพูดขึ้นมาว่า “งั้นผู้อาวุโสตั้งใจจะช่วยเหลือผมอย่างไร?”
ผู้อาวุโสเจียงพูดขึ้นมาว่า “นายเพิ่มระดับอยู่ในบ่อเลี้ยงจิตวิญญาณนั้นยิ่งใหญ่ ตอนนี้ก็มาถึงขั้นจิตปฐมตอนปลายบริบูรณ์แล้ว ต้องการที่จะเพิ่มระดับในจิตปฐมตอนปลายต่อไปอีก นอกจากว่าใช้เวลาไปขัดเกลา บางทีก็อาจจะทำได้”
“ไม่อย่างนั้น นั่นมันเป็นไปไม่ได้!”
“ดังนั้นที่ฉันบอกว่าจะช่วยนาย คือวิธีการอีกทางหนึ่ง!”
“ก็คือทำให้นายสัมผัสถึงภัยคุกคามของความตาย และสัมผัสรสชาติของการตาย!”
“ถึงกับทำให้นายชินกับการตายด้วย”
“บางทีแบบนี้ นายถึงสามารถเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของหลางเลี่ยได้”
เมื่อหลินหยุนได้ยินเช่นนี้ก็อดไม่ได้ที่จะนิ่งอึ้งไป จากนั้นก็ส่ายหน้า และพูดขึ้นมาว่า “ถ้าหากเป็นแบบนี้ งั้นผู้อาวุโสก็ไม่จำเป็นต้องหนักใจแล้ว!”
เขายังต้องการให้คนอื่นทำให้เขาได้สัมผัสกับความรู้สึกของความตายเหรอ?
นั่นเป็นเพียงเรื่องตลกจริงๆ
สิ่งเหล่านั้นที่เขาประสบในชาติก่อนนี้ ขนาดตัวเขาเองก็จำไม่ได้ว่ากี่ครั้งแล้ว
บางทีอาจตัดสินด้วยจำนวนครั้งไม่ได้อีกต่อไป น่าจะพูดตามช่วงเวลา
ตั้งแต่ที่กลับมาถึงถ้ำจากหลังเขา หลินหยุนก็ส่งข้อความให้กับเว่ยหลี
ในไม่ช้า เว่ยหลีก็มาถึงในถ้ำของเขา
“ศิษย์น้อง นาย……”
ทันทีที่มาถึง เว่ยหลีก็นิ่งอึ้งไป
เพราะว่าลมปราณบนตัวของหลินหยุนในเวลานี้ แข็งแกร่งเหนือจินตนาการจริงๆ
นี่เขายังไม่ได้เริ่มปลดปล่อยแรงกดดัน
ความรู้สึกกดดันนี้ ทำให้เว่ยหลีไม่อยากเชื่อ
“ศิษย์น้องผลการฝึกตนของนาย ทำไมถึงได้ก้าวหน้าเร็วเช่นนี้? นี่นายเป็นจิตปฐมตอนปลายแล้วเหรอ?”
หลินหยุนพยักหน้าขึ้น และพูดว่า “ไปที่บ่อเลี้ยงจิตวิญญาณมาครั้งหนึ่ง ผลลัพธ์ก็ถือว่าไม่เลว!”
นิ่งไปชั่วครู่ หลินหยุนมองไปทางเว่ยหลีพูดขึ้นมาว่า “ศิษย์พี่ เชิญพี่มาในวันนี้ต้องการทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลของคนคนหนึ่ง”
เว่ยหลีสูดลมหายใจเข้าลึกๆพูดขึ้นมาว่า “ว่ามาเถอะ ตราบใดที่เป็นคนในสถาบัน ก็ไม่มีอะไรที่ฉันไม่รู้!”
หลินหยุนพยักหน้า และพูดขึ้นมาว่า “คนคนนี้ชื่อหลางเลี่ย”
เมื่อเว่ยหลีได้ยินเช่นนี้ก็อดไม่ได้ที่จะตกใจ จากนั้นก็สงบลงมา “เป็นเขานี่เองเหรอ!”
หลางเลี่ยและหวูตี๋ทั้งสองคน ทั้งหมดก็เป็นฝ่ายขององค์สาม
การแข่งขันกำลังจะเริ่มขึ้น
หลินหยุนต้องการทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลางเลี่ยที่ลึกลับอย่างยิ่ง
ก็พูดขึ้นมาในทันที “ถ้าพูดถึงคนอื่น ฉันรู้จักดีมาก แต่หลางเลี่ยคนนี้ พูดอย่างไม่ปิดบังศิษย์น้องเลย แม้ว่าฉันจะอยู่ในสถาบันเป็นเวลานาน ก็ไม่ค่อยรู้จัก!”
“คนคนนี้ แทบจะไม่ค่อยปรากฏตัวที่สถาบันเลย”
“ถึงกับไม่อยู่ศูนย์สวรรค์อีกด้วย!”
“แต่ตามล่าสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ในทะเลทรายทางตะวันตก!”
“ตัวของหลางเลี่ยเองออกมาจากทะเลทรายตะวันตก”
“มีข่าวลือว่าตอนที่มารดาสนมขององค์ชายสามโจมตีทะเลทรายตะวันตก เจอหลางเลี่ยคนนี้ในกลุ่มฝูงหมาป่า คนคนนี้มีนิสัยเหมือนหมาป่า บ้าคลั่งเป็นอย่างยิ่ง กระหายเลือดเป็นอย่างมาก!”
“ว่ากันว่าแม้ว่าจะเผชิญหน้ากับมารดาสนมขององค์ชายสาม ก็มีนิสัยดุร้าย”
“กัดเนื้อชิ้นหนึ่งจากแขนของเธอ”
“แน่นอนว่า นี่เป็นแค่ข่าวลือเท่านั้น”
“ผลการฝึกตนของมารดาสนมขององค์ชายสาม ตอนนั้นหลางเลี่ยไม่ใช่ผู้ฝึกตน ต่อให้ไม่ใช้ผลการฝึกตนให้เขากัด ก็ไม่สามารถทำร้ายเธอได้สักนิด”
“หลังจากที่หลางเลี่ยเข้าสู่สถาบัน ได้รับการสอนเป็นพิเศษโดยอาจารย์อาฟางเอี่ยน สอนแต่เคล็ดวิชาวกะท่องป่า ซึ่งเป็นหนึ่งในวิชาที่สูงที่สุดในสถาบันของพวกเรา”
“เวลานี้ไม่นานเกินไป ประมาณสองเดือน”
“งั้นหลางเลี่ยก็ได้เข้าสู่สำนักแล้ว!”
“จากนั้นเขาก็ออกจากสถาบัน! ย้อนกลับไปที่ทะเลทรายตะวันตกใหม่”
“ตั้งแต่นั้นมา จนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว กลับไปที่สำนักก็น้อยมาก ฉันรู้มีแค่สามครั้งเท่านั้น!”
“สองครั้งในนั้นเขาก็เข้าร่วมการประลองในสถาบัน!”
“สุดท้ายถูกจัดอันดับต่อหลังหวูตี๋”
“ครั้งก่อนที่เขากลับมาที่สถาบัน ก็เป็นสิบปีก่อน!”
“ศิษย์น้อง นายถามถึงหลางเลี่ยนี้ ได้รับข่าวอะไร ครั้งนี้เขาก็จะย้อนกลับมาที่สถาบัน เข้าร่วมการประลองเหรอ?”