ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 494 ลู่เจียวกล่าวเสียดสี
ตอนที่ 494 ลู่เจียวกล่าวเสียดสี
ในห้องเซี่ยอวิ๋นจิ่นมองลู่เจียวแล้วก็ทอดถอนใจกล่าวว่า “ข้าอาศัยบารมีเจียวเจียว อ๋องเยียนถึงกับมอบข้อมูลเหล่านี้ให้ข้า ข้ามีข้อมูลนี้ ก็ยิ่งมั่นใจในการสอบเซียงซื่อนี้ยิ่งขึ้น”
ลู่เจียวยิ้มกล่าวว่า “มาเกี่ยวข้องกับข้าได้อย่างไร ความจริงก็เป็นเพราะอ๋องเยียนเห็นความสามารถของเจ้าแล้วก็คิดจะให้เจ้าทำงานให้กับเขา จึงได้มอบข้อมูลเหล่านี้มาให้”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นยิ้มรับคำ “คนละครึ่งก็แล้วกัน”
ครึ่งหนึ่งเพราะเจียวเจียวช่วยชีวิตเขาไว้ ครึ่งหนึ่งเพราะคิดให้เขารับใช้
ในห้อง สองคนกำลังคุยกันอยู่ นอกห้อง หลินตงก็เข้ามารายงานว่า “คุณชายหลิวมาอีกแล้วหรือ”
คุณชายหลิวก็คือหลิวจื่อเหยียน ตอนนี้สุขภาพเขาดีแล้ว ก็ยิ่งตั้งใจศึกษาอย่างมาก
ด้วยความสามารถของเขา ย่อมมีชื่อติดประกาศในการสอบเซียงซื่อครั้งนี้
ก็ไม่รู้ว่าเขามาด้วยเรื่องอันใด
เซี่ยอวิ๋นจิ่นโบกมือให้หลินตงเชิญหลิวจื่อเหยียนเข้ามา
หลิวจื่อเหยียนถือของบางอย่างเข้ามา พอเข้ามาก็ยื่นกระดาษใบหนึ่งให้เซี่ยอวิ๋นจิ่น
“พี่อวิ่นจิ่น นี่คือข้อมูลของประธานคุมสอบในการสอบเซียงซื่อเมืองหนิงโจวครั้งนี้ พี่อ่านดู มีประโยชน์ต่อพี่ ประธานคุมสอบแต่ละคนล้วนมีลักษณะนิสัยส่วนตัว ดังนั้นเราก็แค่เขียนตอบตามนิสัยเขา ไม่เช่นนั้นก็จะสอบตกได้ง่าย”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวสบตากันแล้วก็มองไปยังหลิวจื่อเหยียนที่มีแต่แววตาแห่งความจริงใจ
ข้อมูลนี้สำหรับผู้เข้าสอบทุกคนแล้วเรียกได้ว่าราวกับส่งมอบถ่านหินร้อนมาให้ท่ามกลางหิมะหนาวเหน็บ หลิวจื่อเหยียนเองก็จะร่วมการสอบเซียงซื่อครั้งนี้ คนปกติเกรงว่าคงต้องพยายามเก็บซ่อนเอาไว้ แต่เขากลับมอบให้อย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
หากไม่เหนือความคาดหมาย ข้อมูลในมือหลิวจื่อเหยียนน่าจะได้มาจากหลิวโส่วฝู่ที่เมืองหลวง
ในห้อง หลิวจื่อเหยียนมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวที่เอาแต่มองเขา จึงถามอย่างแปลกใจว่า “พี่เจียว พี่อวิ๋นจิ่น เป็นอันใดไปหรือ”
ลู่เจียวยิ้มกล่าวว่า “ไม่มีอันใด เพียงแต่จื่อเหยียนช่างใจกว้าง พวกเราเลื่อมใส”
หลิวจื่อเหยียนยิ้มออกมาทันที “ของนี้ หากเป็นคนนอก ข้าย่อมไม่ให้ แต่พวกพี่ไม่ใช่ พี่เป็นพี่สาวกับพี่เขยข้าไม่ใช่หรือ”
ลู่เจียวกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นหัวเราะดังขึ้นพร้อมกัน ทั้งสองคนตัดสินใจแล้วว่า วันหน้าจะเห็นหลิวจื่อเหยียนเป็นดังน้องชายแท้ๆ
“จื่อเหยียนกล่าวได้ถูกต้อง”
ลู่เจียวกล่าวจบ ก็ถามอย่างห่วงใยว่า “เจ้าเองก็นำไปไตร่ตรองให้ดีๆ ต้องผ่านการสอบเซียงซื่อครั้งนี้ให้ได้”
“ข้าจะทำให้ได้” หลิวจื่อเหยียนยิ้มตอบ
ตอนบ่าย ลู่เจียวพาเฝิงจือกับหร่วนจู๋ไปบ้านตาเฒ่าถงข้างบ้านกล่าวคำไว้อาลัย บ้านตาเฒ่าถงที่เงียบเหงามาตลอด วันนี้คึกคักอย่างหาได้ยากยิ่ง
บ้านตระกูลถงมีเพียงถงอี้หนุ่มน้อยอายุสิบหกเพียงคนเดียว ดังนั้นเพื่อนบ้านก็พากันมาช่วยงาน ทุกคนจริงใจอย่างมาก
ถงอี้ซาบซึ้งใจทุกคนจนกล่าวคำขอบคุณไม่หยุด
แต่ก็มีคนสองคนที่เป็นดังไม้เขี่ยอุจจาระที่ไม่เป็นที่ต้อนรับของผู้คน
ข้างบ้านบ้านตระกูลซูก็คือไม้เขี่ยอุจจาระ
มารดาซูต้าไห่เอาแต่ไล่ถามถงอี้ “ก่อนหน้านี้ไม่เห็นได้ยินว่าตาเฒ่าถงป่วย เหตุใดอยู่ๆ มาป่วยหนักจากไป คงไม่ได้มีความนัยอันใดซ่อนอยู่กระมัง”
แม่เฒ่าซูกล่าวจบ แววตาก็เสไปจ้องมองถงอี้ หรือว่าถงอี้ละโมบในทรัพย์สินเงินทองทำร้ายตาเฒ่าถง
ถงอี้สีหน้าย่ำแย่อย่างยิ่ง บิดาบุญธรรมตาย เรื่องนี้มีความนัยจริง แต่เขาไม่อยากให้ผู้ใดรู้
คิดไม่ถึงว่ายายแก่นี่เอาแต่ไล่ถามเรื่องนี้ไม่เลิก
ถงอี้ไม่ทันได้พูดอันใด ยายเฒ่าซูก็เอ่ยขึ้นอย่างได้ใจว่า “ข้าว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำชัดๆ ในฐานะเพื่อนบ้าน พวกเราจะต้องสืบเรื่องนี้ให้กระจ่าง”
นางกล่าวจบก็หันไปมองเพื่อนบ้านคนอื่น “พวกเจ้าว่าจริงหรือไม่”
ความหมายของนางก็คือ ตาเฒ่าถงตายอย่างมีเงื่อนงำ ควรไปแจ้งทางการ
ถงอี้โมโหแทบตาย แต่เขาติดตามใช้ชีวิตกับตาเฒ่าถงมาแต่เล็ก นิสัยก็ค่อนข้างเงียบขรึมอยู่บ้าง ไม่ค่อยเข้าใจว่าจะรับมืออย่างไร สุดท้ายได้แต่อัดอั้นจนสีหน้าดำคล้ำ
ยายเฒ่าซูเห็นท่าทางเขาก็ยิ่งได้ใจ ยังคิดจะกล่าววาจายิ่งกว่าเดิม
ไม่คิดว่านอกประตูลู่เจียวกพาคนเดินเข้ามาพอดี พอเข้ามาก็กล่าวเสียดสียายเฒ่าซูทันทีว่า “จริงๆ เลย ที่ไหนก็ต้องมีไม้เขี่ยอุจจาระเช่นเจ้า เรื่องของคนอื่นเกี่ยวอันใดกับเจ้าด้วย”
ยายเฒ่าซูแอบอึ้งไปทันที ลู่เจียวเป็นคนร้ายกาจ นางไม่ยอมลงให้ก็ไม่ได้
คนเขาเป็นผู้หญิง แต่กลับเปิดกิจการใหญ่เพียงนั้นได้ ยังได้เป็นถึงรองประธานสมาคมการค้าชิงเหอ ยายเฒ่าซูแอบกลัวลู่เจียวอยู่ไม่น้อย
ดังนั้นพอได้ยินลู่เจียวกล่าววาจาเสียดสีนาง ก็เสียงอ่อยลงทันที “ข้าก็แค่แปลกใจ แม้ตาเฒ่าถงติดสุราราวกับชีวิต แต่สุขภาพเขาดีมาก อยู่ๆ มาป่วยตายไปได้อย่างไร เห็นชัดว่ามีเงื่อนงำใช่ไหม”
“คนเรากินธัญพืชทั้งห้ามีที่ไหนไม่ป่วย เจ้าไม่ป่วยหรือ เพื่อนบ้านคนไหนไม่รู้ว่าถงอี้กตัญญูเพียงใด ตาเฒ่าถงป่วยจากไป ตอนนี้เสียใจอย่างที่สุด เจ้าไม่คิดถึงจิตใจผู้อื่น นี่เจ้าคิดหาเรื่องผู้อื่นอย่างนั้นหรือ คนเขาไปล่วงเกินอันใดเจ้า”
ลู่เจียวกล่าวทีเดียวเป็นชุด ยายเฒ่าซูไม่รู้ว่าควรต่อปากอย่างไรต่อ ได้แต่กลอกลูกตายู่ปากกล่าวว่า “โอ๊ย ที่บ้านข้ามีงาน ข้าต้องกลับละ”
นางกล่าวจบก็พาสะใภ้เฉินเจาตี้ไปทันที เพื่อนบ้านด้านหลังพากันโล่งอก ทุกคนล้วนไม่ชอบยายเฒ่าซูและสะใภ้บ้านตระกูลซูสองคนนี้ สองคนนี้เอาแต่เกาะกินบ้านซูต้าไห่บุตรชายคนโต ไม่ยอมไปไหน
แต่ระยะนี้ชีวิตไม่ค่อยดีเท่าไร มักมีเรื่องอนุคิดครองตำแหน่งนายหญิงดูแลบ้าน น้องสะใภ้ล่อลวงพี่สามี
แน่นอนว่าล้วนเป็นอนุเปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้ออกมา
เพื่อนบ้านวันๆ ฟังกันจนเป็นเรื่องปกติ แอบด่าสมน้ำหน้า
ลู่เจียวเสียดสียายเฒ่าซูแล้วก็เดินไปจุดธูปให้ตาเฒ่าถง
ถงอี้มาขอบคุณนาง “ขอบคุณท่านมาก”
เขาซาบซึ้งใจลู่เจียวมากที่ไม่ได้พูดเรื่องบิดาบุญธรรมออกมา หากพูดออกมา บิดาบุญธรรมก็คงดูเลวร้ายอย่างยิ่ง
เช่นนี้ดีมาก เขารู้ว่าความจริงบิดาบุญธรรมของเขาใช้ชีวิตมาพอแล้ว หากไม่ใช่เขา เขาก็คงไม่อยากอยู่ต่อนานแล้ว ตอนนี้เขานับว่าได้สมดังหวังแล้ว
“เอาละ ฝังเขาให้ดีก็แล้วกัน”
คนตายไปแล้ว แม้ตาเฒ่าถงลงมือโหดเหี้ยมกับเซี่ยอวิ๋นจิ่น แต่คนก็ตายไปแล้ว
ถงอี้พยักหน้า ลู่เจียวคุยกับเพื่อนบ้านอีกสองสามคำก็พาคนกลับ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นถอนพิษแล้วพักผ่อนต่ออีกสามวัน ก็ไปอ่านตำราที่สำนักศึกษา
ลู่เจียวป้องกันว่าจะเกิดเรื่องอันใดขึ้นอีก ดังนั้นจึงจัดคนหลายคนอารักขาเขา ป้องกันคนตระกูลจางและตระกูลวังแอบปองร้ายเขาอีก
แต่เมื่อไม่มีตาเฒ่าถงบงการ สองตระกูลก็สงบเสงี่ยมลงมาก ไม่มีคนกล้าออกมาลอบปองร้ายเซี่ยอวิ๋น จิ่นอีก
เช่นนี้เซี่ยอวิ๋นจิ่นก็ไม่โดนผู้ใดลอบปองร้ายอีก
ตระกูลเซี่ยก็เข้าสู่สภาวะปกติ เซี่ยอวิ๋นจิ่นไปอ่านตำราที่สำนักศึกษาอำเภอชิงเหอ เจ้าหนูน้อยทั้งสี่อยู่บ้านเรียนหนังสือ ลู่เจียวนอกจากดูแลเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ก็จัดการกิจการการค้าตนเอง และรักษาผู้ป่วย
ในอำเภอชิงเหอคนไม่น้อยรู้แล้วว่านางคือหมอเทวดา หลายคนมาหานางถึงบ้าน ให้นางช่วยรักษาให้ พอเป็นเช่นนี้ ชื่อเสียงลู่เจียวก็ขจรไปไกล แม้แต่อำเภอข้างๆ ก็มีคนมาขอให้นางรักษา
พอเป็นเช่นนี้นางก็ยุ่งมากทั้งวัน พอดีกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นยุ่งกับการอ่านตำรา เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ก็ยุ่งกับการเรียน ไม่จำเป็นต้องให้นางมาดูแลมากนัก
พริบตาก็ผ่านไปหลายเดือน วันสอบเซียงซื่อมาถึงแล้ว