ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 557 หญิงไร้ยางอาย
ตอนที่ 557 หญิงไร้ยางอาย
ลู่เจียวกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดถึงเรื่องนี้ไว้แล้ว ดังนั้นจึงจัดเก็บห้องหนังสือไปแล้ว หนังสือในห้องเขาไม่เพียงแต่มีหนังสือการเกษตร บทวิพากษ์นโยบาย ยังมีหนังสือที่เกี่ยวกับการชลประทานและกฎหมาย และยังมีคำตอบต่างๆ มากมาย เช่นข้อสอบเรื่องการเกษตร ข้อสอบเรื่องบทวิพากษ์นโยบาย และข้อสอบเรื่องกฎหมายกับการชลประทาน อีกอย่างในข้อสอบเหล่านี้ยังมีเรื่องยกเลิกฟานอ๋องรวมอยู่ด้วย
การทำเช่นนี้ แม้ฮ่องเต้ส่งสายสืบเข้ามาลอบตรวจสอบ อย่างไรก็คงคิดว่าพวกเขาคาดเดาข้อสอบไว้มากมาย และคาดเดาถึงว่าการสอบเตี้ยนซื่อครั้งนี้จะมีหัวข้อยกเลิกฟานอ๋อง
เพียงแต่ลู่เจียวไม่รู้สถานการณ์ตระกูลหลิวทางนั้น ก่อนหน้านี้หลิวจื่อเหยียนอยู่ในห้องหนังสือสามวัน เขาอาจไม่ได้เตรียมรับมือกับสายสืบที่ฮ่องเต้ส่งมา
ถึงตอนนั้นฮ่องเต้ย่อมต้องอ้างเรื่องนี้กริ้วใส่หลิวโส่วฝู่เพื่อข่มบารมีหลิวโส่วฝู่ จัดการหลิวโส่วฝู่
จัดการหลิวโส่วฝู่ไปก็ไม่เป็นอันใด แต่เรื่องนี้ย่อมส่งผลต่อหลิวจื่อเหยียน หรืออาจส่งผลมาถึงเซี่ยอวิ๋นจิ่น
เพราะนางช่วยหลิวจื่อเหยียนไว้ พวกนางจึงมีสายสัมพันธ์อันดีกับตระกูลหลิว หากหลิวจื่อเหยียนได้ข้อสอบมา ย่อมต้องส่งมอบให้เซี่ยอวิ๋นจิ่น
ลู่เจียวคิดเช่นนี้แล้วก็ร้อนใจยิ่ง รีบเร่งให้ถงอี้รีบไป “ไปเร็ว จำไว้ หากห้องหนังสือตระกูลหลิวไม่เป็นระเบียบ เจ้าก็ช่วยจัดเก็บให้ดี”
“ขอรับ”
ถงอี้รับทะยานไปทันที
ในห้องรับรอง ลู่เจียวแอบนึกร้อนใจ เจ้าหนูน้อยทั้งสี่เห็นท่าทางลู่เจียวก็เป็นห่วงเอ่ยถามว่า “ท่านแม่ ท่านเป็นอะไรหรือ”
ลู่เจียวได้สติ วันนี้เดิมเป็นวันแห่งความยินดี ทุกคนกำลังเบิกบานใจ นางมีท่าทางเช่นนี้จะทำให้เจ้าหนูน้อยทั้งสี่เป็นห่วง
ลู่เจียวรีบยิ้มกล่าวว่า “แม่กำลังคิดว่าท่านพ่อเจ้าสอบได้เป็นจ้วงหยวน คืนนี้พวกเราเตรียมอาหารอะไรมาฉลองกันดี ฉลองให้ท่านพ่อเจ้าสักหน่อ ผู้เป็นจ้วงหยวนก็จะได้ตำแหน่งขุนนางในอีกไม่นานนี้แล้ว”
พอลู่เจียวกล่าว เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ก็ยิ้มเบิกบานใจ “ท่านพ่อจะเป็นขุนนางแล้ว”
ลู่เจียวเพิ่งกล่าวจบ ก็มีคนมาเคาะประตูห้องรับรอง จากนั้นก็มีคนผลักเข้ามา คนที่ก้าวเข้ามาเป็นหลินหรูเยว่จวนเฉิงเต๋อโหว
ลู่เจียวคิดไม่ถึงว่าหลินหรูเยว่จะมาที่นี่ จึงมองนางด้วยสีหน้าเย็นเยียบเอ่ยว่า “คุณหนูหลินมาได้อย่างไร”
หลินหรูเยว่ยิ้มบางพลางกล่าวว่า “มาแสดงความยินดีกับลู่เหนียงจื่อ คุณชายเซี่ยสอบได้เป็นจ้วงหยวน”
หลินหรูเยว่คิดถึงว่าก่อนหน้านี้ที่ได้เห็นผู้ชายบนหลังม้า นางก็อดใจสั่นเต้นโครมครามไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าเซี่ยโส่วฝู่ในชุดจ้วงหยวนจะโดดเด่นเพียงนั้น แม้แต่สตรีที่เคยผ่านการแต่งงานอย่างหลินหรูเยว่ เห็นความหล่อเหลาโดดเด่นของเขาก็ยังอดใจเต้นโครมครามไม่ได้
นางเห็นภาพเขาเช่นนี้แล้ว ก็ยิ่งตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องกำจัดลู่เจียว แย่งชิงชายผู้นี้มาให้ได้
ตอนนี้ที่นางมาก็คิดจะสานสัมพันธ์กับลู่เจียวและเด็กน้อยทั้งสี่
หลินหรูเยว่คิดเช่นนี้แล้วก็ยิ้มมองเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ในห้อง “นี่ก็คือลูกชายทั้งสี่ของเจ้าหรือ”
นางกล่าวจบ ก็ไม่รอให้ลู่เจียวตอบ แต่หันไปยิ้มทักทายเจ้าหนูน้อยทั้งสี่
“พวกเจ้าสบายดีหรือ พวกเราพบกันอีกแล้ว ยังจำน้าได้หรือไม่”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ขมวดคิ้วมองหลินหรูเยว่ จากนั้นทั้งสี่คนก็ผงะถอยหลังไปหลบหลังลู่เจียว
พวกเขามองออกว่ามารดาไม่ชอบหญิงผู้นี้ พวกเขาย่อมไม่ชอบนางเช่นกัน เห็นใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้มของหญิงผู้นี้แล้ว เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ก็รู้สึกไม่สบายตา ไม่ชอบใจอย่างยิ่ง
ต้าเป่าตีหน้าเคร่งขรึม กล่าวว่า “ไม่รู้จัก ไม่เคยพบ ท่านเป็นใคร”
หลินหรูเยว่ใบหน้าค้างเติ่ง หัวเราะเฝื่อนๆ สองทีแล้วก็ระบายยิ้มบางอีกครั้ง กล่าวว่า “ครั้งก่อนพวกเจ้าเข้าเมืองหลวงมา เจอกับโจรปล้น ข้าให้คนช่วยพวกเจ้าไว้ พวกเจ้าลืมแล้วหรือ”
ความจริงเจ้าหนูน้อยทั้งสี่จำนางได้ เพียงแต่เห็นว่าท่านแม่ไม่ชอบหญิงผู้นี้ ดังนั้นในใจก็ไม่คิดคุยกับนางไปด้วย
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ทำหน้าบึ้งตึง ไม่พูดไม่จา
ลู่เจียวกลับเอ่ยขึ้นว่า “ดังนั้นคุณหนูหลินมาก็เพื่อมาทวงบุญคุณกับพวกเราหรือ”
หลินหรูเยว่เห็นเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ไม่ยินดีจะเข้าใกล้นาง ในใจก็โมโหมาก แต่ก็ยืดตัวขึ้นมองลู่เจียว ใบหน้ายังคงยิ้มกล่าวว่า “ลู่เหนียงจื่อคิดมากไปแล้ว ข้าก็แค่ชอบเจ้าแฝดสี่ อยากคุยกับพวกเขา ลู่เหนียงจื่ออย่าได้คิดมาก”
ลู่เจียวสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม กล่าวว่า “ข้าก็ไม่ได้คิดมากอันใด เพียงแต่พฤติกรรมคุณหนูหลินยากจะไม่ให้คนคิดมากจริงๆ”
นางกล่าวจบก็ยิ้มเยาะมองหลินหรูเยว่ จากนั้นก็ไม่รอให้หลินหรูเยว่เอ่ยต่อ ก็กล่าวว่า “ข้าอยากขอคำแนะนำคุณหนูหลินสักเรื่อง ท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่เป็นคนฉลาดหรือถูกคนหลอกใช้ จนไม่รู้ตัวว่าเป็นคนโง่…”
หลินหรูเยว่สะดุ้งในใจ สีหน้าพลันแปรเปลี่ยน หญิงผู้นี้รู้ว่าครั้งก่อนเป็นแผนการของนาง เป็นไปได้อย่างไร หญิงผู้นี้ไม่ใช่หญิงบ้านนอกหรือ
ในใจหลินหรูเยว่เต้นแรง แต่สีหน้ายังคงไม่แสดงออก นางยิ้มมองลู่เจียวกล่าวว่า “ข้าไม่ค่อยเข้าใจลู่เหนียงจื่อหมายความว่าอย่างไร”
ลู่เจียวแค่นยิ้มกล่าวว่า “ไม่ เจ้าเข้าใจ แต่ข้าขอเตือนสักคำ เป็นคุณหนูในเมืองหลวงทำอะไรก็ควรระวังตัว รู้จักขอบเขตไว้เป็นดี”
ลู่เจียวกล่าวจบก็หันหลังพาเจ้าหนูน้อยทั้งสี่จากไป แม้เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ฟังไม่เข้าใจทั้งหมด แต่ก็พอฟังคำพูดลู่เจียวเข้าใจอยู่บ้าง หญิงผู้นี้คิดแผนชั่ว นางเป็นคนเลว
ตอนเจ้าหนูน้อยทั้งสี่เดินผ่านหลินหรูเยว่ ต่างถลึงตาใส่หลินหรูเยว่ พร้อมกับทำปากขมุบขมิบว่า “น่ารังเกียจ”
“หน้าไม่อาย”
“คิดอยากเป็นอนุท่านพ่อข้าใช่หรือไม่”
“ฝันไปเถอะ เชอะ”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ปีนี้หกขวบ แต่ผ่านการตั้งใจอบรมสั่งสอนของลู่เจียวกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นมาก็ฉลาดอย่างมาก เพราะลู่เจียวกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นอบรมสั่งสอนพวกเขาไม่ให้ไร้มารยาทต่อผู้อื่น ดังนั้นแม้พวกเขารังเกียจหลินหรูเยว่ แต่ก็มิได้แสดงออก
กระนั้นกลับไม่ส่งผลต่อพวกเขาในการแอบดูแคลนหลินหรูเยว่
หลินหรูเยว่ย่อมไม่พลาดความหมายที่เจ้าหนูน้อยทั้งสี่สื่อออกมา สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนย่ำแย่ลงทันใด มองคนที่เดินออกไปด้วยสีหน้าดำทะมึน
พอพวกเขาไปแล้ว นางก็ยกมือกวาดข้าวของในห้องรับรองทิ้งอย่างเหลืออด
ไอ้พวกไม่รู้จักดี รอให้ข้าแต่งกับบิดาพวกเจ้าก่อนเถอะ ดูว่าข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร
ลู่เจียวด้านนอกย่อมได้ยินเสียงในห้องรับรอง แต่นางคิดว่าหลินหรูเยว่โมโหนาง ไม่ได้คิดไปถึงเจ้าหนูน้อยทั้งสี่
ยามนี้คนร้านอาหารสลายตัวไปพอสมควรแล้ว คนที่มามุงดูความครึกครื้นสองข้างทางก็จากไปกันหมด แต่ยังเหลือคนอีกจำนวนหนึ่งกำลังคุยกันถึงสามคนที่ขี่ม้ารอบเมืองในวันนี้
“จ้วงหยวนไม่เพียงแต่มีความสามารถ ยังหน้าตาหล่อเหลา น่าเสียดายเขาแต่งภรรยามีลูกแล้ว ไม่เช่นนั้นย่อมต้องเป็นที่จับจ้องแย่งชิงของบรรดาขุนนางใหญ่ในราชสำนักไปเป็นบุตรเขยเป็นแน่”
“น่าเสียดาย น่าเสียดาย”
“หากปีนขึ้นไปสานสัมพันธ์กับขุนนางใหญ่ได้ เซี่ยจ้วงหยวนต้องก้าวไปได้เร็วอย่างแน่นอน”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ สีหน้าก็พลันรู้สึกว่าไม่ได้การแล้ว เชอะ ท่านพ่อเขาไม่คิดเป็นบุตรเขยผู้อื่นหรอก
บิดาชอบพวกเขา ไม่คิดอยากตะกายขึ้นไปสู่ตำแหน่งขุนนางใหญ่พวกนั้น
ลู่เจียวกลัวเจ้าหนูน้อยทั้งสี่พูดอะไรออกมา รีบกวักมือเรียกพวกเขา “เอาละ พวกเรากลับกันเถอะ”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่โมโหฮึดฮัดเดินตามนางขึ้นรถม้า
พอทุกคนขึ้นรถม้า เจ้าหนูน้อยทั้งสี่มองลู่เจียว กล่าวอย่างโมโหว่า “ท่านพ่อข้าไม่คิดเสียดายอยากเป็นบุตรเขยผู้อื่นหรอก เขาชอบแต่พวกเรา”