ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 568 อ๋องเยียนเชิญ
ตอนที่ 568 อ๋องเยียนเชิญ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ยินนางก็รับคำเบาๆ เขาเห็นว่านางหลับสนิท จึงอดใจไม่กล่าวกับนางว่าตนเองรู้สึกไม่สบาย ไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยให้ลู่เจียวตรวจอาการให้เขา
“นอนเถอะ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นยื่นมือไปโอบกอดลู่เจียวกล่อมนางนอน ลู่เจียวถูกเขาทำจนตื่นแล้ว ยามนี้มองเขากล่าวว่า “เป็นอย่างไรบ้าง ไม่มีอะไรใช่หรือไม่”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ยินลู่เจียวถามก็ไม่ได้ตอบอันใด
ลู่เจียวรู้สึกตัวตื่นเต็มที่ขึ้นมาทันที จ้องมองเขาถามว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้น”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองลู่เจียวกล่าวว่า “เจียวเจียว เจ้าช่วยตรวจให้ข้าหน่อย ข้าสงสัยว่าคืนนี้มีคนทำอะไรข้า”
ลู่เจียวพอได้ฟังก็ไม่รอช้า รีบพลิกตัวลุกขึ้นนั่งตรวจให้เซี่ยอวิ๋นจิ่น แต่ตรวจไปตรวจมาก็ตรวจไม่พบ ร่างกายเซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ได้มีอะไรผิดปกติ
นางเลิกคิ้วกล่าวว่า “ไม่เป็นไร เจ้าสุขภาพดีมาก ไม่มีคนวางยาหรือใช้พิษอะไรกับเจ้า”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ฟังคำพูดลู่เจียว ในใจก็แปลกใจพูดไม่ออก ในเมื่อไม่มีคนวางยาเขา ก่อนหน้านี้ทำไมเขาเจ็บจี๊ดที่ใจและยังหน้ามืดวิงเวียน หรือว่าเขาป่วยเป็นโรคปัจจุบันทันด่วนอันใด
สีหน้าเซี่ยอวิ๋นจิ่นดูย่ำแย่ลงทันที ลู่เจียวเห็นท่าทางเขาก็กุมมือเขาไว้อย่างเป็นห่วงมาก ถามอย่างห่วงใยว่า “เจ้าเป็นอะไรไป สีหน้าไม่ดีอย่างมาก”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองลู่เจียว คิดแล้วก็ตัดสินใจไม่เล่าเรื่องหลินหรูเยว่ให้นางฟังในตอนนี้ เขาต้องหาเหตุกับร่างกายเขาให้กระจ่างชัดก่อน ว่าเกี่ยวข้องกับหลินหรูเยว่หรือไม่ หากไม่ได้เกี่ยวข้องกับหลินหรูเยว่ หรือว่าเขามีโรคที่รักษาไม่ได้
ในใจเซี่ยอวิ๋นจิ่นเคร่งเครียด กุมมือลู่เจียวท่าทางเคร่งเครียดขึ้นมา หากเขาเป็นโรคที่รักษาไม่ได้จริง เจียวเจียวกับลูกๆ จะทำเช่นไร
เซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดเหลวไหลไปไกล ก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงฉยงหลินคืนนี้ให้ลู่เจียวฟัง แต่ข้ามตอนเด็ดดอกไม้ได้พบกับหลินหรูเยว่ไป
ลู่เจียวได้ฟังเซี่ยอวิ๋นจิ่นก็ไม่ได้คิดมาก เพียงแต่โมโหเช่นกันกับเขา
“อ๋องจิ้นรังแกกันเกินไปแล้ว แต่เขาเป็นโอรสฮ่องเต้ ข้างกายยังมียอดฝีมือมากมาย ตอนนี้พวกเราต้องอดทนไว้ก่อน”
สุดท้ายคนที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งก็คืออ๋องเยียน อ๋องจิ้นได้ใจอวดเบ่งเพียงแค่ตอนนี้เท่านั้น
เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ได้กล่าวอันใด เขาย่อมไม่ลงมือกับอ๋องจิ้นอย่างไร้การไตร่ตรอง แต่หากเปิดโอกาสให้เขา เขาย่อมไม่พลาดโอกาสอย่างแน่นอน เขาต้องจัดการท่านอ๋องผู้นี้ และเซียวถิงอีกคน
แต่เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ได้บอกความคิดเหล่านี้กับลู่เจียว เขาโอบลู่เจียวให้นางนอน
“ดึกแล้ว พวกเรานอนกันเถอะ มีเรื่องอะไรพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
ลู่เจียวรับคำอิงแอบในอ้อมกอดเซี่ยอวิ๋นจิ่นหลับไป แต่ตั้งจนจบไม่ได้คิดเลยว่าหลินหรูเยว่จะไปปรากฏตัวที่งานเลี้ยงฉยงหลิน
วันรุ่งขึ้น สองสามีภรรยาเพิ่งจะนอนตื่น เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ก็วิ่งเข้ามาตะกายข้างเตียง ถามเซี่ยอวิ๋นจิ่นถึงงานเลี้ยงฉยงหลินเมื่อค่ำวานนี้ เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ได้กังวลเรื่องความผิดปกติของร่างกายตนเองอีกแล้ว เขายิ้มเล่าเรื่องงานเลี้ยงฉยงหลินเมื่อค่ำวานนี้ ให้ลูกๆ ฟังรอบหนึ่ง
แน่นอนไม่ได้เล่าว่าอ๋องจิ้นหาเรื่องตนเอง และไม่ได้เล่าว่าได้พบกับหลินหรูเยว่ และเรื่องที่พบว่าร่างกายตนเองมีอาการผิดปกติ เขาเลือกแต่เรื่องสนุก ในนั้นมีเรื่องเด็ดดอกไม้ด้วย
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่แปลกใจ เลิกคิ้วกล่าวว่า “ทำไมคนสอบได้ต้องไปเด็ดดอกไม้ด้วย”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นยิ้มตอบว่า “นี่คือการให้เกียรติแก่สามอันดับแรก พร้อมกันนั้นยังเป็นการทดสอบดูว่าเจ้าเอาแต่เรียนหนังสือ ไม่ได้สนใจเรื่องอื่นหรือไม่”
“เช่นนั้นหากแยกแยะดอกไม้ไม่ออกจะทำเช่นไร”
ต้าเป่าถามด้วยสีหน้าจริงจัง ลู่เจียวหยอกเขาว่า “เช่นนั้นก็จะเสียหน้า วันหน้าคนเอ่ยถึง ก็จะบอกว่าแม้แต่ดอกไม้ จ้วงหยวนก็ไม่รู้จัก”
ต้าเป่าได้ฟัง ใบหน้าเล็กก็เคร่งขรึมขึ้นมาทันที “ท่านแม่ เช่นนั้นท่านแม่รีบสอนให้ข้ารู้จักดอกไม้เร็ว”
ท่าทางเขาทำเอาทุกคนในห้องนึกขำ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ แล้วก็มองลู่เจียวข้างๆ ในใจแอบอธิษฐานว่าขอให้ร่างกายตนเองอย่าได้เป็นโรคอันใดอย่างเด็ดขาด เขายังคิดมีชีวิตอยู่ต่อ ยังคิดมองดูเจ้าหนูน้อยทั้งสี่เติบโต เป็นเพื่อนเคียงข้างลู่เจียวตลอดไป
ทั้งครอบครัวกำลังหัวเราะคุยกันอย่างครึกครื้น เฝิงจือก็ส่งเสียงเข้ามาว่า “คุณชาย เหนียงจื่อ พ่อบ้านเซียวส่งคนมาบอกว่า นักเรียนเมืองหนิงโจวมาขออำลาคุณชาย พวกเขาจะกลับเมืองหนิงโจวแล้ว”
นอกจากคนที่สอบได้อยู่ต่อเพื่อรอจัดสรรตำแหน่งขุนนาง คนที่สอบไม่ได้ยามนี้ก็ต้องทยอยกันออกจากเมืองหลวงกลับบ้านเกิดตน
ก่อนหน้านี้นักเรียนเมืองหนิงโจวที่มาสอบ เคยมากินข้าวที่บ้านตระกูลลู่ ตอนนี้จะกลับก็ย่อมต้องมากล่าวอำลากับเซี่ยอวิ๋นจิ่น สองฝ่ายจะได้มีน้ำใจต่อกัน
เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ฟังก็พยักหน้าเล็กน้อยกล่าวว่า “รู้แล้ว”
เฝิงจือถอยออกไป เซี่ยอวิ๋นจิ่นเริ่มสวมเเสื้อผ้า ลู่เจียวเองก็ลุกขึ้นช่วยเขาสวม
“พวกเจ้าไปกินอาหารเช้ากันก่อน ไม่ต้องรอข้า”
“ได้ ข้าจะให้คนเอาข้าวยกไปให้เจ้าที่ด้านหน้า”
“อืม”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรับคำแล้วก็หันหลังออกไป ลู่เจียวสวมเสื้อผ้าเสร็จก็ตามเฝิงจือเข้ามาหวีผมให้นาง พอจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ก็พาเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ไปกินข้าวที่เรือนข้าง
เอ้อร์เป่า ซานเป่า ซื่อเป่าเอ่ยกับต้าเป่าว่า “ต้าเป่า เจ้าไม่ใช่ว่าจะสอบจ้วงหยวนหรือ เช่นนั้นวันหน้าก็ต้องรู้จักดอกไม้ให้มาก อย่าได้ไม่รู้จักดอกไม้ ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นที่ขบขัน น่าขายหน้ามาก”
ต้าเป่ากล่าวจริงจังว่า “อืม ข้าจะไม่ทำให้พวกเจ้าขายหน้า”
ลู่เจียวมองพวกเขาอย่างนึกขำ “เอาละ วันหน้ายังอีกยาวไกล พวกเราไปกินอาหารเช้ากันก่อนเถอะ”
แม่ลูกก็พากันไปกินข้าวที่โถงด้านข้าง
เรือนด้านหน้าเซี่ยอวิ๋นจิ่นกำลังยุ่งกับการทักทายนักเรียนที่เตรียมจะกลับเมืองหนิงโจว บรรดานักเรียนไม่ได้กลับพร้อมกัน แต่ส่วนใหญ่กลับกันวันนี้ ดังนั้นเซี่ยอวิ๋นจิ่นเพิ่งจะส่งไปสองสามคน ก็มีมาอีกสองสามคน จนกระทั่งใกล้เที่ยง จึงได้ส่งทุกคนกลับไปหมด
หลินตงรีบเทน้ำชาส่งให้เขา “คุณชาย ดื่มน้ำก่อน”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรับมานั่งลงดื่ม เพิ่งจะดื่มได้สองคำ นอกประตู พ่อบ้านเซียวก็นำจดหมายเข้ามา “คุณชาย มีคนนำจดหมายมาส่ง”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นวางถ้วยชาลง ยื่นมือไปรับจดหมายมาเปิดออกอ่าน จดหมายนี้เป็นของอ๋องเยียน เชิญเขาไปกินข้าวที่หอปาซ่าน
เซี่ยอวิ๋นจิ่นสอบจ้วงหยวนได้ ตามหลักควรอยู่เมืองหลวงต่อ แต่เขาไม่คิดอยู่สำนักศึกษาฮั่นหลินในเมืองหลวงเพื่อสั่งสมประสบการณ์ ในเมืองหลวงเต็มไปด้วยชนชั้นสูงศักดิ์ เขาไม่อยากให้ภรรยาต้องโดนรังแก ดังนั้นออกไปเป็นขุนนางท้องถิ่นจะดีกว่า แต่หากจะออกไปเป็นขุนนางท้องถิ่นย่อมต้องขอให้คนช่วย
ตอนนี้อ๋องเยียนเชิญเขาไปกินข้าว ย่อมต้องคิดถามเขาถึงแผนการจากนี้ เขากำลังจะขอให้อ๋องเยียนช่วยให้เขาได้ออกจากเมืองหลวงพอดี
เซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดแล้วก็จะทำทันที ลุกขึ้นเดินไปเรือนด้านหลัง
เรือนด้านหลัง ลู่เจียวกำลังจัดเตรียมอาหารตอนเที่ยง พอเห็นเซี่ยอวิ๋นจิ่นกลับมา ก็ถามอย่างห่วงใย ว่า “อวิ๋นจิ่น เจ้าอยากกินอะไร ข้าให้คนทำให้เจ้า อีกอย่างงานเลี้ยงบ้านเราจัดเมื่อไรดี”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นสอบจ้วงหยวนได้เป็นเรื่องมงคล แม้ว่าพวกเขาไม่ได้มีรกรากอยู่ในเมืองหลวง แต่ก็สนิทกับหลายตระกูล ดังนั้นยังควรต้องจัดงานเลี้ยงสักหน่อย
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเดินเข้ามาใกล้ กล่าวเบาๆ ว่า “เรื่องนี้ไม่รีบ อ๋องเยียนเชิญข้าไปกินข้าวที่หอปาซ่าน ข้าไปพบอ๋องเยียน ดูว่าจะจัดการเรื่องวันหน้าอย่างไรก่อน”