ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 631 ท่านหญิงมา
ตอนที่ 631 ท่านหญิงมา
ลู่เจียวใช้เวลาเจ็ดวัน สกัดสปอร์ตัวอ่อนเพนิซิลลิน จากนั้นนางใช้น้ำปลอดเชื้อแขวนลอยตัว นำตัวอ่อนใส่ขวดแก้วที่ปลอดเชื้อ เพาะเลี้ยงด้วยน้ำพุจิตวิญญาณในขวด
กล่าวตามตรง หากไม่มีน้ำพุจิตวิญญาณ คิดจะสกัดเพนิซิลลินเหลวค่อนข้างยาก แต่ลู่เจียวตัดสินใจแล้วว่าวันหน้าจะลองทำการทดลองใช้ของเหลวพื้นฐานอื่นแทนน้ำพุจิตวิญญาณ ไม่เช่นนั้นหากเพนนิซิลินเหลวนี้อาศัยแต่น้ำพุจิตวิญญาณนางมาเพาะเลี้ยง ไม่อาจทำได้ถาวร หากวันใดนางตายไป ก็จะผลิตไม่ได้อีก ดังนั้นนางต้องหาวิธีหาของเหลวพื้นฐานมาแทนน้ำพุจิตวิญญาณ
ในห้องวิจัย ลู่เจียวนอกจากเพาะเลี้ยงเพนิซิลลินเหลวแล้ว ยังสกัดเจี่ยออกจากน้ำเกลือเจี่ยเหยียนด้วย
นางกำลังยุ่งอยู่ในห้องด้านใน ด้านนอกก็มีคนมาเคาะประตู เฝิงจืออยู่ด้านนอก กล่าวว่า “ฮูหยิน ท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่มาแล้วเจ้าค่ะ”
ลู่เจียวมีสีหน้าแทบไม่อยากจะเชื่อ คิดว่าตนเองฟังผิด นางให้โจวเส้ากงนำจดหมายไปส่งจ้าวหลิงเฟิง ได้แค่สิบกว่าวัน ท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่ก็เร่งเดินทางจากเมืองหลวงมาแล้ว จริงหรือเท็จกัน
ลู่เจียวก้าวไปถึงประตู ดึงประตูออกถามเฝิงจือว่า “จริงหรือเท็จกันนี่”
“จริงเจ้าค่ะ ตอนนี้ท่านหญิงรออยู่ที่ห้องโถงเรือนด้านหน้าแล้ว”
ลู่เจียวรีบเดินตามเฝิงจือกับหร่วนจู๋ออกไป ทุกคนตรงไปยังห้องโถงกลางเรือนด้านหน้า
ในห้องโถง ท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่เดินไปมาอย่างร้อนใจ อารมณ์นางเริ่มไม่ปกติ ชายหนุ่มข้างกายรูปร่างผึ่งผายเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างเป็นห่วง
“ท่านแม่ ท่านอย่าได้ร้อนใจไป ครั้งนี้พวกเราต้องตามน้องพบ ดังนั้นท่านแม่อย่าได้ตื่นตระหนกเกินไป หากน้องเห็นท่านแม่เช่นนี้ ย่อมตำหนิตนเอง นางไม่ตำหนิท่านแม่อย่างแน่นอน”
ท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่ได้ฟังบุตรชายก็สงบใจลงได้ไม่น้อย นอกประตูลู่เจียวนำคนเดินเข้ามา คำนับท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่อย่างนอบน้อม “คารวะท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่ คารวะซื่อจื่อ”
เนี่ยเยี่ยหลิงซื่อจื่อจวนอู่กั๋งกงขุนนางระดับห้า สีหน้าท่าทางเข้มแข็งมุ่งมั่น กิริยาท่าทางหนักแน่นมีราศี เขาเป็นซื่อจื่อจวนอู่กั๋วกง ไม่เหมือนคุณชายรองเนี่ยเยี่ยเจินที่ไม่รู้แยกแยะดีชั่วแม้แต้น้อย
ท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่เห็นลู่เจียว ก็ยื่นมือไปดึงนางมาอย่างตื่นเต้น “เจียวเจียว เรื่องที่เจ้าบอกมาก่อนหน้านี้จริงหรือ เจ้าหาบุตรีข้าเจอแล้วหรือ บุตรีข้านางเป็นอย่างไรบ้าง หลายปีมานี้นางมีชีวิตที่ดีหรือไม่ ทนรับทุกข์มากมายหรือไม่”
กล่าวถึงสุดท้ายถึงกับร้องไห้ออกมา ลู่เจียวรีบดึงนางลงนั่ง กล่าวปลอบใจว่า “ท่านหญิง อย่าได้ร้อนใจไป ค่อยๆ ฟังข้าพูดก่อน”
ท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่ได้ฟังคำพูดลู่เจียว ก็สงบสติอารมณ์ลงได้เล็กน้อย แต่แววตายังคงแดงก่ำ สีหน้าเป็นกังวล คล้ายกลัวจะได้ยินเรื่องไม่ดีของบุตรีตนเอง
ลู่เจียวดึงมือนางมากล่าวว่า “ท่านหญิง ท่านฟังข้าก่อน ข้าไม่อาจแน่ใจว่าพี่อวี้เหยาข้าจะเป็นบุตรีท่านหรือไม่”
ลู่เจียวเพิ่งจะกล่าวจบ เนี่ยเยี่ยหลิงซื่อจื่อจวนอู่กั๋วกงก็มีสีหน้าสงสัย หญิงผู้นี้คงไม่ได้ถือโอกาสนี้ผูกสัมพันธ์กับน้องสาวเขากระมัง
เนี่ยเยี่ยหลิงอดเอ่ยถามไม่ได้ว่า “เหตุใดเจ้าเจ้าเรียกนางว่า พี่อวี้เหยาข้า?”
ลู่เจียวเงยหน้าเห็นสีหน้าสงสัยของเนี่ยเยี่ยหลิง ก็เข้าใจความคิดเขา นี่คิดว่านางรู้สถานะหลี่อวี้เหยาจึงคิดผูกสัมพันธ์กับหลี่อวี้เหยาหรือ
ลู่เจียวเม้มปากแค่นเยาะทันที “ซื่อจื่อคิดมากไปแล้ว ข้ากับพี่อวี้เหยาสาบานเป็นพี่น้องกัน ตอนนั้นยังไม่รู้ว่านางเป็นเซียงจวิน[1]จวนอู่กั๋วกง ตอนนั้นนางคลอดยาก เห็นว่าศพหนึ่งสองชีวิต ข้าจึงผ่าท้องนางเอาลูกออกมา รักษาชีวิตพวกนางแม่ลูกไว้ ต่อมาพี่สาวข้ายืนยันจะรับข้าเป็นน้องสาว ดังนั้นพวกเราจึงได้สาบานเป็นพี่น้องกัน”
นางกล่าวจบ ก็กล่าวอีกว่า “นับประสาอันใดกับตอนนี้ก็ยังไม่อาจพิสูจน์ได้ว่านางเป็นเซียงจวินจวนอู่กั๋วกงจริง”
ลู่เจียวโมโห ท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่ตกใจ รีบดึงมือนางมากุมไว้ หันหน้าไปถลึงตาใส่บุตรชายตนเอง “เจ้าหุบปากเดี๋ยวนี้ ตรงนี้ไม่มีธุระของเจ้า เหตุใดเอาแต่คิดถึงผู้อื่นแง่ร้ายเช่นนั้น”
ซื่อจื่อจวนอู่กั๋วกงเนี่ยเยี่ยหลิงแค่นยิ้มเฝื่อน กล่าวว่า “ท่านแม่ ข้ารู้ผิดแล้ว”
เขากล่าวจบก็หันหน้าไปขอโทษลู่เจียว “ฮูหยินเซี่ย ขอโทษด้วย”
ลู่เจียวไม่ได้คิดสนใจเขาอีก หันไปมองท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่กล่าวว่า “พี่หลี่ นาง…”
ลู่เจียวไม่ได้เรียกชื่อหลี่อวี้เหยาอีก เอ่ยแค่แซ่ด้านหน้า เพื่อป้องกันคำครหา
เพียงแต่นางเรียกเช่นนี้ ท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่ก็ฟังออก นางรีบเอ่ยห้ามลู่เจียวกล่าวว่า “เจียวเจียว เจ้าไม่ต้องคิดมาก เมื่อก่อนเจ้าเรียกบุตรสาวข้าอย่างไรก็เรียกเช่นนั้น”
หากเพราะพวกเขา ทำให้บุตรีห่างเหินกับลู่เจียว ไม่แน่บุตรีนางอาจไม่พอใจได้
ลู่เจียวคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เปิดเผยเรื่องราวสาบานเป็นพี่น้องกับหลี่อวี้เหยาตรงไปตรงมา ตอนนั้นคนจวนอู่กั๋วกงยังไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนกัน
“พี่อวี้เหยานางเป็นบุตรสาวของหลี่จวี่เหริน ออกเรือนกับคุณชายนายอำเภอ ตอนนี้มีบุตรีหนึ่งบุตรชายหนึ่ง นางเป็นคนดีมีเมตตามาก ความจริงครั้งก่อนตอนข้าเข้าเมืองหลวงได้เห็นท่านหญิง ก็คิดถึงนาง แต่เพราะไม่เคยได้ยินว่าพี่อวี้เหยาบอกว่านางไม่ใช่บุตรสาวตระกูลหลี่ ดังนั้นข้าจึงไม่กล้าพูดมากอันใด”
“ครั้งนี้กลับมาเมืองหนิงโจว พี่อวี้เหยาเอาแต่ฝันร้าย ส่วนข้าก็ถามนางว่าฝันร้ายอันใด นางเล่าว่านางเป็นเด็กถูกขังรวมกันกับเด็กๆ ในกรง จากนั้นก็มีคนช่วยพวกนาง นางวิ่งหนีกันสุดชีวิต สุดท้ายคล้ายว่าชนกับรถม้าคันหนึ่ง”
“ตอนนั้นพอข้าได้ฟังความฝันนางก็นึกสงสัยว่านางถูกโจรลักพาตัวมาขังไว้ในกรง…”
ลู่เจียวเพิ่งจะกล่าวถึงตรงนี้ ท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่ก็ร่ำไห้จนไม่อาจควบคุมตนเอง นางรีบกุมมือลู่เจียวเอ่ยว่า “บุตรีที่น่าสงสารของข้า นางอายุน้อยๆ ก็ถึงกับตกระกำลำบากเช่นนี้”
ซื่อจื่อเนี่ยเยี่ยหลิงกับหัวหน้าสาวใช้ท่านหญิงต่างก็ปวดใจน้ำตาไหลตาม
เซียงจวินอายุน้อยๆ เช่นนั้นต้องตกระกำลำบากเพียงนั้น พวกเขาได้ฟังจะไม่ปวดใจได้อย่างไร
ลู่เจียวเห็นท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่ร้องไห้ใกล้จะหมดสติ ก็รีบกล่าวว่า “แต่ต่อมานางมีชีวิตไม่เลว ตอนนั้นนางชนเข้ากับรถม้าของหลี่จวี่เหริน หลี่จวี่เหรินจึงพานางกลับบ้านไปรักษา พอรักษาหายดีก็รับเลี้ยงดูนาง แม้ว่านางอยู่ตระกูลหลี่ไม่ได้เพียบพร้อมเหมือนตอนเป็นเซียงจวิน แต่ชีวิตก็นับว่าไม่เลว”
ท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่ได้ฟังคำพูดลู่เจียว ในที่สุดกับอารมณ์ก็ผ่อนคลายลง นางสะอื้นไปถามลู่เจียวไปว่า “เช่นนั้น เจ้าว่าครั้งก่อนคลอดยาก เรื่องเป็นมาอย่างไร”
ก่อนหน้านี้ลู่เจียวบอกว่าผ่าท้องเอาลูกออกมาก็เพราะโมโหซื่อจื่อจวนอู่กั๋วกงคาดเดาว่านางมีเจตนาอื่น ยามโมโหจึงได้กล่าวเช่นนั้นออกไป
ตอนนี้ได้ยินท่านหญิงถามขึ้น ก็ย่อมต้องเล่าคร่าวๆ ว่า “ตอนนั้นนางคลอดยาก ข้าช่วยผ่าท้องนางให้คลอดลูก”
กล่าวจบก็ไม่รอท่านหญิงถาม กล่าวอีกว่า “ท่านหญิงวางใจ การผ่าตัดครั้งนั้นประสบความสำเร็จมาก ไม่ได้มีปัญหาอันใด ท่านหญิงอย่าได้เป็นห่วง”
ท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่รู้ว่าหญิงคลอดลูก ขาข้างหนึ่งดั่งก้าวอยู่ระหว่างประตูผี ดีที่บุตรีนางอดทนผ่านมาได้ แต่ก็ยังต้องขอบคุณเจียวเจียว
นางเป็นผู้มีพระคุณของพวกนางสองแม่ลูกจริงๆ
ท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่กุมมือลู่เจียวเอาไว้ เอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ “เจียวเจียว ขอบคุณเจ้าแล้ว ขอบคุณเจ้าที่ช่วยเราสองแม่ลูก”
ลู่เจียวรีบเอ่ยห้าม “ท่านหญิงอย่าเพิ่งรีบเอ่ยขอบคุณ ไม่แน่ว่าพี่อวี้เหยาข้าอาจไม่ใช่บุตรีท่าน ข้าส่งจดหมายให้พวกท่านมาก็เพื่อให้พวกท่านมาดู ดูว่าพี่อวี้เหยาใช่บุตรีพวกท่านหรือไม่”
[1] “เซียงจวิน” ที่เราเรียกกันในภาษาแมนจูว่า “เก๋อเก๋อ” ในที่นี่ใช้เรียกขานบุตรีท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่